<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าด้อยค่าตัวแทนประเทศ! &#039;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&#039;ตบปากส.ส.ก้าวไกล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 64 - นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อย่าด้อยค่าตัวแทนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ยิน ส.ส.อภิปรายว่า เอกอัครราชทูตไทยที่ประจำในต่างประเทศ ไม่เห็นต้องเปลี่ยนรถใหม่&amp;nbsp; น่าจะซ่อมได้&amp;nbsp; ไม่เห็นหัวประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอภิปรายของ ส.ส. เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินไม่เห็นต้องกระทบกระเทียบอะไรขนาดนั้น&amp;nbsp; อยากเสนอตัดก็เสนอไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพูดแทนเอกอัครราชทูตและคนกระทรวงการต่างประเทศที่เขาเรียบร้อย&amp;nbsp; ไม่กล้าตอแยกับ ส.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกอัครราชทูตและบุคคลในคณะทูต&amp;nbsp; เป็นตัวแทนของประเทศ&amp;nbsp; รถของเอกอัครราชทูตจะติดธงชาติไทย&amp;nbsp; เอกอัครราชทูตถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ท่าน ส.ส.อยากเห็นรถที่ติดธงชาติไทยซอมซ่อ&amp;nbsp; วิ่งไปเสียตายกลางถนนอย่างนั้นหรือ&amp;nbsp; และค่าซ่อมรถในต่างประเทศ&amp;nbsp; ค่าแรงซ่อมแพงมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ทูต, นันทิวัฒน์ สามารถ, อดีตบิ๊กข่าวกรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c5154ed3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตทูตซัดทหารชอบทวงบุญคุณว่าปกป้องเอกราช ยกสงครามโลกสงครามเย็นไทยชนะเพราะนักการทูตไม่ใช่ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.63- นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศคาซัคสถาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถอะว่า ที่พวกทหารชอบออกมาทวงบุญคุญกันนักหนาว่าเขาเป็นคนคอยปกป้องอธิปไตยรักษาเอกราชให้เราได้มีบ้านเมืองอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้อะไรนั้น มันไม่จริง เพราะในรอบปีร้อยมานี้ หน้าที่หลักดังกล่าวคือเหล่านักการทูตต่างหาก ไม่ใช่ทหาร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประโยคนี้พระยาพระหลฯหรือพวกคณะราษฎรไม่ได้กล่าว ผมกล่าวเองแหละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราไม่ได้เที่ยวออกมาคุย แต่พูดตามตรง ในรอบร้อยปีมานี้ สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยอยู่รอดมา รักษาเอกราชและอธิปไตยไว้ได้ ไม่ใช่การทหารนะครับ หากแต่คือการทูต การดำเนินนโยบายต่างประเทศ ที่ขับเคลื่อนโดยบรรดานักการทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคมเมื่อประมาณร้อยกว่าปีมานี้ การทหารของไทยไม่มีขีดความสามารถที่จะรบชนะ รักษาบ้านเมืองไว้ได้ หากเราถูกประเทศตะวันตกโจมตีเพื่อยึดเป็นเมืองขึ้น มีหลักฐานที่ระบุว่าในสมัย ร 3 เหล่าข้าราชการขุนนางไม่มีใครเชื่อว่าอังกฤษจะรบชนะพม่าได้ แต่ต่อมาไม่นานกองทัพพม่าอันเกรียงไกรที่ไทยเกรงขามก็ต้องพ่ายแก่กองทหารอังกฤษที่ไม่ได้ใช้กำลังพลมากมายอะไรนักด้วย จนตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันคือ wake up call ของสยามในตอนนั้นแล้วว่าการทหารของไทยนั้นหมดยุค หรือใช้ปกป้องอธิปไตยไม่ได้อีกต่อไป สยามจึงหันมาใช้กุศโลบายทางการทูตและเอาตัวรอดมาได้จากการตกเป็นเมืองขึ้น (แม้ว่าจะต้องแลกกับหลายสิ่ง ซึ่งวันหลังจะเล่าสู่กันฟังต่อไป)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อยมาจนเข้ายุคสงครามโลกครั้งที่ 1 สยามส่งทหารไปร่วมรบกับฝ่ายอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งนี่ก็คือการใช้การทูต การต่างประเทศนำหน้าการทหาร เราส่งทหารไปช่วยรบในเชิงสัญญลักษณ์มากกว่าที่ไปรบจริงๆ แต่มันเป็นการทูตที่ชาญฉลาดมาก เพราะมันทำให้เรากลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้ชนะสงครามไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาจนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง การทูตของไทยช่วงนี้คือสุดยอดจริงๆ และเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถประคองตัวจนรอดมาได้จากภัยคุกคามอันใหญ่หลวง แถมโก้เก๋มากที่เราไม่ต้องกลายเป็นประเทศผู้แพ้สงครามอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลากยาวมาถึงช่วงสงครามเย็น ที่การทูตไทยโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคนี้โดยการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันการก่อตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนสำเร็จ ซึ่งกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญทางการทูตของไทย ที่ช่วยคานการรุกรานของประเทศเพื่อนบ้านที่เปลี่ยนระบบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ในช่วงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วต่อไปจนถึงยุคเปลี่ยนสนามรบให้เป็นสนามการค้าในยุครัฐบาลน้าชาติอันลือลั่นที่ผลิกโฉมหน้าของภูมิภาคนี้ไปตลอดกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้ก็คือการทูต การดำเนินนโยบายต่างประเทศทั้งนั้นนะครับ ที่สร้างความมั่นคง ผาสุก และรักษาเอกราชและอธิปไตยของประเทศชาติเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่การทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็คืออยากบอกว่า สมมุติว่างบประมาณของประเทศเราคือร้อยบาท จากบรรดางานทั้งหมดที่พวกเราต้องทำ ท่านทั้งหลายคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศได้รับการจัดสรรสักเท่าไหร่จากร้อยบาทนี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 บาท? 10 บาท? 5 บาท? 1 บาท?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราได้ไม่ถึง 50 สตางค์นะครับ มากกว่าสลึงเล็กน้อย คือ 0.38&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วคุุณก็คิดเอาแล้วกันว่าใครที่ได้งบประมาณมหาศาล ว่าเขาเอาไปทำอะไร? หน้าที่ปกปักรักษาเอกราชอธิปไตยเขาทำได้จริงแค่ไหน? คุ้มค่าอย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรีไปหมด ที่ห่วยน่าอายก็มี แต่พวกเราเหล่านักการทูตไม่ได้เที่ยวมาคุย หรือคอยลำเลิกบุญคุญประชาชน ในการทำหน้าที่ตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีกว่าพวกชอบคุย แต่หน้าที่จริงของตนเองไม่ทำ กลับไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ ที่ตัวเองไม่มีความรู้อะไร จนประเทศชาติถอยหลังในทุกมิติ จ้องคอยแต่กดขี่ประชาชนที่จ่ายภาษีเลี้ยงดูตนเองไปวันๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอย่างที่บอกว่าพวกเรานักการทูตไทยก็มีข้อบกพร่องและผิดผลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายสิ่งหลายอย่างผมก็ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ในภาพรวมเมื่อเทียบงบประมาณอันน้อยนิดกับงานทั้งหมดที่เราทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะพอคุ้มค่าอยู่บ้างนะครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, ทูต, รัศม์ ชาลีจันทร์, อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศคาซัคสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201108/image_big_5fa7897685388.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039;ลั่นไม่มีฝรั่งชาติไหนกังวลม็อบในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเชิญทูตประเทศต่างๆ ที่ประจำประเทศไทย เข้ารับฟังการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่​ 20 ต.ค. ว่า ทุกประเทศเข้าใจและไม่กังวล เพราะมีความเข้าใจสถานการณ์การเมืองของไทย รวมถึงยังไม่มีการประกาศแจ้งเตือนพลเมืองของตัวเอง เรื่องการเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ต.ค.63 มีจำนวน 6 ประเทศที่แจ้งเตือนให้พลเมืองหลีกเลี่ยงเข้าพื้นที่ชุมนุม และไม่มีสถานการณ์ใดตามมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวที่มีต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้น ยืนยันว่า ที่เชิญทูตานุทูตมา ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศจะไปตรวจสอบ แต่มีการพูดคุยว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่สามารถรับรู้เรื่องลึก ทั้งนี้เชื่อว่าข่าวที่ออกมามี 2 ด้าน โดยอาจมีมูลความจริงบ้างหรือมีการเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดอน กล่าวว่า สำหรับบรรยากาศการชี้แจงเมื่อวาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น เช่น สิทธิมนุษยชน ซึ่งได้ชี้แจงว่า เป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR &amp;nbsp;โดยทำถูกต้องตามกระบวนการ ซึ่ง ICCPR ก็ให้ข้อยกเว้นว่า ถ้ามีเหตุใดที่จำเป็นต้องทำ จากเรื่องความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชน ก็สามารถทำได้ โดยมีข้อยกเว้นเสมอ แม้แต่ด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมกันนี้ ยังยืนยันว่า รายงานข่าวว่าการชี้แจงข้อมูลเมื่อวานนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีข้อมูลนั้น ไม่เป็นความจริง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่างประเทศ, ทูต, นายดอน ปรมัตถ์วินัย, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fa992881c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พีระพันธุ์&#039;เรียกร้องไทยต้องเด็ดขาดกรณีนักการทูตแทรกแซงกิจการภายในประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย. 62 - นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กด้วยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยต้องเด็ดขาดกรณีนักการทูตแทรกแซงกิจการภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่มีคณะทูตจากประเทศตะวันตกหลายประเทศส่งผู้แทนเข้าร่วมฟังการสอบสวนนายธนาธรต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการกระทำความผิดอาญาตามกฎหมายอาญาของไทยถึงห้องสืบสวนสอบสวนนั้นเป็นการกระทำที่ไม่อาจรับได้เลยในฐานะประเทศเอกราช การกระทำของตัวแทนสำนักงานสถานทูตต่างประเทศเหล่านี้เป็นการกระทำที่ผิดวิสัยและผิดประเพณีทางการทูตอย่างร้ายแรง เพราะการกระทำความผิดที่นายธนาธรถูกล่าวหานั้น
1) เป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญาของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ซึ่งเป็นกิจการภายในของไทยอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการที่ได้รับการรับรองจากสหประชาชาติและจรรยามารยาททางการทูตจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่บรรดาคณะทูตหรือชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องหรือยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศเช่นนี้ จึงถือได้ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอันเป็นกิจการภายในประเทศของไทยอย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งบรรดานักการทูตเหล่านั้นย่อมตระหนักและทราบดีทั้งในฐานะนักการทูตมืออาชีพและโดยจรรยามารยาททางการเมืองระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงเห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องตอบโต้การกระทำอันไม่สมควรและไม่เหมาะสมของบรรดานักการทูตเหล่านั้นอย่างรุนแรงกับการกระทำมากกว่าการเรียกมาชี้แจง เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มคนต่างชาติที่มีตำแหน่งทางการทูตเหล่านี้เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายครั้งแล้วที่นักการทูตกลุ่มนี้ไปปรากฎตัวเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มการเมืองกลุ่มนี้ ภาพมีปรากฎทั่วไป แต่ครั้งนี้เหิมเกริมถึงขนาดไปนั่งฟังการสอบสวน นับเป็นการกระทำที่รับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไทยจึงพึงต้องทำการสอบสวนให้ได้ความถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของการกระทำของบรรดาคณะทูตดังกล่าวว่าเหตุใดนักการทูตเหล่านั้นจึงกล้ากระทำการที่ผิดจารีตประเพณีและมรรยาททางการทูตที่ร้ายแรงเช่นนั้น ว่ามีใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ รวบรวมพฤติกรรมที่สะสมมาในการเข้ามาจุ้นจ้านกิจการภายในอย่างไร้ยางอายมีกรณีไหนบ้าง และประท้วงกลับไปยังผู้นำประเทศนั้นโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกด้านหนึ่งก็ต้องดำเนินการกับพวก &amp;ldquo;ชักศึกเข้าบ้าน&amp;rdquo;ที่เพียงกรณีนี้แต่อย่างเดียวก็ส่อให้เห็นวิธีคิดแล้วว่าให้น้ำหนักกับผลประโยชน์ชาติกับผลประโยชน์ตัวเช่นไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูต, ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ, ยพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, แทรกแซงกิจการภายใน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac3f914a9ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
