<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 20:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตสหรัฐฯ ยันข้อตกลงบริจาควัคซีนให้ไทยเป็นแบบรัฐต่อรัฐ แย้มข่าวดีเร็ววันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.64 - นายไมเคิล ฮีท อุปทูตรักษาการแทนเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้อัดคลิปโพสต์ลงทวิตเตอร์ เกี่ยวกับการที่สหรัฐฯบริจาควัคซีนให้กับประเทศไทยโดยระบุว่าตามที่สถานทูตสหรัฐฯได้ออกประกาศไปเมื่อวานนี้ เรามีความภูมิใจที่จะบริจาควัคซีนที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพให้กับประเทศไทยโดยไม่มีเงื่อนไข ตามคำมั่นสัญญาของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ที่จะให้การช่วยเหลือประเทศพันธมิตรในการต่อสู้กับโควิด อันเป็นก้าวสำคัญในการแสดงสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ สะท้อนให้เห็นสัมพันธไมตรีที่ยาวนานของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหรัฐฯยินดีในความช่วยเหลือประเทศไทยต่อสู้กับโรคระบาด และขอชื่นชมบุคลากรทางด้านการแพทย์พยาบาลและอาสาสมัครสาธารณสุข ยืนยันว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ ไม่มีคนกลางในการเจรจา ทำเนียบขาว กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ฯสถานทูตสหรัฐ ฯทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศและสาธารณสุขของไทยในการบริจาควัคซีนครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้เรากำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อให้คนไทยได้รับวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ คิดว่าจะมีข่าวดีแจ้งให้คนไทยได้ทราบในเร็ววันนี้ ยืนยันว่าประชาชนอเมริกันจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนไทยตลอดไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตสหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e701955c271.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100121</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลุ่มฟื้นฟูปชต.-ลูกเกด&#039; เคลื่อนไหวทันควัน หลังโฆษกทูตมะกันปัดแชทหลุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย Democracy Restoration Group - DRG ซึ่งมี น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือ ลูกเกด แกนนำม็อบราษฎรและเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย โพสต์ข้อความถึงกรณีแชทไลน์หลุดระหว่างเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐฯกับแกนนำม็อบรายหนึ่งว่า มีรายงานข่าวว่าเมื่อวานนี้ (19 เมษายน 2564) โฆษกสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงกรณีที่มีการอ้างข้อความแชท LINE ซึ่งถูกนำไปใส่ความว่าเป็นการสนทนาระหว่างชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมทางการเมือง สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย DRG กับคุณ Henry Rector เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทย โดยถูกนำไปแพร่กระจายทั้งทางเพจ IO สนับสนุนเผด็จการ และสื่อมวลชนบางสำนักในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหวังป้ายสีให้บุคคลที่ถูกอ้างถึงดูเป็นคนเลวร้ายนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกสถานทูตฯ ชี้แจงว่าคุณ Rector ได้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และเดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 โดยเจ้าตัวไม่มีบัญชี LINE และไม่เคยติดต่อกับคนไทยที่ถูกอ้างถึง (ชลธิชา) แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แชท LINE ดังกล่าวเป็นการปลอมแปลงขึ้นทั้งหมด&amp;rdquo; โฆษกสถานทูตฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ตอนที่เพิ่งมีการอ้างข้อความแชทออกมา ชลธิชาได้โพสต์ชี้แจงไว้ว่าตนเป็นเพียงคนที่ทำงานในวงการสิทธิมนุษยชนคนหนึ่ง ไม่ได้มีอิทธิพลถึงขนาดที่จะไปเรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงเมืองไทยได้ สิ่งที่ทำได้คือการรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนไทยให้กับต่างชาติได้รับทราบเท่านั้น และที่สำคัญในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานระดับสถานทูตนั้นจะไม่ใช้ LINE เพราะเป็นช่องทางสื่อสารที่ไม่ปลอดภัย ดังนั้นจึงไม่มีทางที่แชท LINE ดังกล่าวจะเป็นของจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริงถ้ามีสติยั้งคิด พิจารณาให้ดี จะเห็นว่าทั้งข้อความ, ภาพและบริบทในแชทนั้นขาดความน่าเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการพยายามสร้างเรื่องราวให้ดูเหมือนว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ส่วนตัว การใช้ภาษาอังกฤษแบบผิดๆ ในระดับที่คนเป็นเจ้าของภาษาไม่มีทางใช้ผิดแบบนั้นได้ สิ่งที่ปรากฏในแชทดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ปลอมแปลงได้ทั้งหมด ไม่มีจุดไหนเลยที่ยืนยันได้อย่างเด็ดขาดเป็นของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายแล้วเราต่างรู้กันดีว่านี่คือ สิ่งที่ผู้ที่เรียกร้องประชาธิปไตยในบ้านเมืองนี้ต้องเจอตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราต่างรู้กันดีว่านี่คือกระบวนการที่ได้รับการหนุนหลังโดยผู้มีอำนาจเพื่อกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมือง เราต่างรู้กันดีว่ารัฐบาลที่ขยันขันแข็งในการปราบ &amp;ldquo;เฟคนิวส์&amp;rdquo; จะไม่มีวันมาแยแสกับข้อมูลเท็จที่เห็นกันอยู่ชัดๆ แบบนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม นี่คงเป็นสัญญาณหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าฝ่ายผู้นิยมเผด็จการคงเริ่มหมดความสามารถที่จะโต้แย้งเหตุผล สร้างความชอบธรรมให้กับผู้มีอำนาจที่ตัวเองสนับสนุนได้ จึงต้องหันมาใช้วิธีการลวงโลกกันแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ชลธิชากำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่อ้างแชทดังกล่าวมาใส่ความให้เสียหายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100121</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, ชลธิชา แจ้งเร็ว, ทูตสหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e9fc934d48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผบ.ทบ.สหรัฐให้ตรวจโควิด ทูตหนุนไทยขยับขึ้น‘เทียร์1’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ทูตสหรัฐเข้าหารือ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พร้อมหนุนไทยขยับอันดับค้ามนุษย์ จากเทียร์ 2 ขึ้นเทียร์ 1 ขณะที่ ผบ.ทบ.อเมริกาถึงแล้ว เผยภาพประวัติศาสตร์ ยินดีให้ตรวจโควิด-19 พร้อมคณะ&amp;nbsp; ยินยอมทำตามเงื่อนไขของไทยทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้เป็นช่วงที่สหรัฐอเมริกากำลังดำเนินการกระชับความสัมพันธ์กับมิตรประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคนี้ ซึ่งในวันที่ 10 ก.ค. ทางเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยจะมีการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมด้วย เพื่อพูดคุยในรายละเอียดหลายเรื่อง อาทิ การพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ การแนะนำตัวเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ การแลกเปลี่ยนเรื่องการฝึกทางทหาร และการช่วยเหลือการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนมาตรการและเทคโนโลยีต่างๆ เพราะประเทศสหรัฐต้องการเข้ามาลงทุนในอีอีซีของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเสนอให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไปเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายไมเคิลเปิดเผยว่า ทางสหรัฐและไทยจะร่วมมือกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป สำหรับความร่วมมือทางด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งไทยและสหรัฐมีความร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่งมานาน ไม่เฉพาะในช่วงที่มีโควิด-19 ขณะที่ทางสหรัฐได้สนับสนุนให้บริษัทในประเทศย้ายฐานการลงทุนมาในประเทศไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยีชั้นสูงที่จะขยายมาที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตรได้ฝากในเรื่องใดบ้าง นายไมเคิลตอบว่า พล.อ.ประวิตรได้ฝากให้ทางสหรัฐพิจารณาช่วยเหลือสนับสนุนเรื่องการจัดอันดับประเทศไทยเรื่องการค้ามนุษย์จากเทียร์ 2 ขึ้นมาเป็นเทียร์ 1 ซึ่งทางสหรัฐพร้อมสนับสนุนในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ว่า พูดคุยกันหลายเรื่อง เรื่องสำคัญคือการค้ามนุษย์ เพราะเราทำเรื่องนี้มา 7 ปีแล้ว จนประเทศไทยย้ายจากเทียร์ 3 มาเทียร์ 2 และเราอยากจะขึ้นไปถึงเทียร์ 1 ให้เขาไปดูเพื่อที่จะได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ก็ต้องดูว่าเขาสนใจเราว่าเราทำอะไรบ้างที่ก้าวหน้า เพราะเราถือว่าเป็นวาระแห่งชาติในการที่จะทำความตกลงร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทูตสหรัฐได้ฝากเรื่องความร่วมมือกับประเทศไทยหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า เรื่องความร่วมมือเราร่วมมือกันมานานแล้ว แน่นหนามาเป็นเวลา 180 ปี ส่วนในเรื่องของความร่วมมือด้านความมั่นคงประมาณกว่า 40 ปี ฉะนั้นถือว่าไม่มีปัญหาอะไร เรายังคงยึดมั่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการเดินทางเยือนของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐและคณะที่มาไทยว่า ยอมรับว่าในที่สุดแล้วประเทศไทยจะต้องมีแขกมาจากต่างประเทศมากขึ้น อาจมีเจ้าของธุรกิจ เจ้าของกิจการ เพราะต้องมีการทำธุรกิจกัน และเศรษฐกิจประเทศต้องเดินหน้า ซึ่งทาง ศบค.ได้มีข้อกำหนดให้ปฏิบัติตัวไว้อย่างเคร่งครัด โดยอาจมีการเดินทางมาระยะสั้น ซึ่งทางสหรัฐได้ปฏิบัติตามระเบียบไม่มีเกี่ยงงอน โดยเชื่อว่าเมื่อผู้นำสหรัฐเดินทางกลับแล้ว จะสามารถใช้ข้อปฏิบัตินี้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติได้สำหรับการเดินทางในระยะสั้นๆในการเยือนของแขกได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพจ SMART soldiers strong ARMY เผยแพร่ภาพคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ วันที่ 9-10 กรกฎาคม 63 โดยเป็นแขกต่างประเทศคณะแรก ภายหลัง ศบค.ประกาศมาตรการเฉพาะสำหรับแขกต่างประเทศที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ความคืบหน้าการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของ ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะ ก่อนมาถึงประเทศไทย คณะได้เดินทางเยือนสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 โดยได้พบปะกับ ผบ.ทบ.สิงคโปร์ เพื่อหารือข้อราชการ โดยที่ประเทศสิงคโปร์ได้มีการตรวจเชื้อ Covid 19 ของคณะทั้งหมดแล้ว ผลเป็นลบ (Negative) และมีมาตรการที่เข้มงวดระหว่างอยู่ในสิงคโปร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ ผบ.ทบ.สหรัฐเดินทางมาเยือนไทยแล้ว ณ ท่าอากาศยานทหารดอนเมือง โดยใช้อากาศยานของสหรัฐอเมริกา ถึงเวลาประมาณ 10.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการแนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส COVID-19 ตามมาตรฐานของ ศบค. ที่ได้กำหนดไว้นั้น คณะ ผบ.ทบ.สหรัฐและกองทัพบกในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพผู้รับผิดชอบได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ได้เพิ่มเติมการปฏิบัติเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันโควิด-19 อีกหลายประการ อาทิ การจัดรถตู้ที่มีฉากกั้น การทำความสะอาดฆ่าเชื้อในทุกจุดตามแผนกำหนดการ สำหรับอุปกรณ์ประจำรถประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ติดตามคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐตลอดการเดินทางมาเยือนไทยด้วย โดยกำหนดการมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการนั้น ได้รับการพิจารณาจากทาง ศบค. แล้ว ยืนยันว่าไม่มีการเดินทางส่วนตัวนอกแผนอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นยังมีการโพสต์ภาพ ผบ.ทบ.สหรัฐรับตรวจ Nasopharyngeal Swab COVID-19 Test ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปให้การต้อนรับด้วยตนเอง พร้อมทั้งได้ให้ข้อมูลถึงมาตรการของไทยเกี่ยวกับการต้อนรับแขกต่างประเทศที่มาเยือนไทย โดยคณะ ผบ.ทบ.สหรัฐถือเป็นแขกต่างประเทศคณะแรกที่มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะถือเป็นมาตรฐานและแนวทางการต้อนรับคณะแขกต่างประเทศในโอกาสต่อๆ ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp; พล.อ.เจมส์ แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา และคณะ ได้ชื่นชมมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐบาลไทย พร้อมอนุญาตให้เผยแพร่ภาพ SWAB TEST ซึ่งถือว่าเป็นภาพประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง กรณีการเดินทางเข้าประเทศไทยของ ผบ.ทบ.สหรัฐและคณะที่ไม่ต้องกักตัว 14 วันนั้น เป็นไปตามข้อกำหนดฉบับที่ 12 ที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และตามคำสั่ง ศบค. ที่ 7/2563 ได้แก่ ผู้มีเหตุยกเว้นหรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน อนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจำเป็นโดยอาจกำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70986</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยับอันดับค้ามนุษย์, ตรวจโควิด-19, ทูตสหรัฐอเมริกา, ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทียร์ 1, เทียร์ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a367aea9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตสหรัฐชมไทย เหมาะมาลงทุน เป็นซัพพลายเชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เนื้อหอม! ทูตสหรัฐชมไทยน่าลงทุน เหมาะสมมากสำหรับบริษัทของอเมริกาจะเข้ามาประกอบกิจการ โดยเฉพาะการเป็นซัพพลายเชน ด้าน &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เสนอเป็นแพ็กเกจสร้างซิลิคอนวัลเลย์ระหว่างอเมริกากับไทยในพื้นที่อีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ที่ห้องรับรองรองนายกรัฐมนตรี ชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าวภายหลังการเข้าพบว่า ได้พูดคุยกันถึงแนวการทำงานร่วมกันระหว่างสหรัฐกับไทย ในการเสริมสร้างเศรษฐกิจของไทยให้มีความเข้มแข็ง และส่งเสริมให้นักลงทุนของสหรัฐเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าประเทศไทยยังมีความน่าลงทุน มีศักยภาพ และเหมาะสมอย่างมากสำหรับการที่บริษัทของสหรัฐเข้ามาประกอบกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นซัพพลายเชน (Supply Chain) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิดกล่าวว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงมากที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐกับไทย โดยนำแนวความคิดบางอย่างมาเสนอตน เสนอว่าอุตสาหกรรมใดบ้างที่ต้องการให้ต่อยอด ความร่วมมือระหว่างเราทั้งสองฝ่าย ตนได้เสนอไปบางสิ่งและท่านสนใจมาก และรับปากว่าจะไปพัฒนาขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเรียนท่านไปว่า ผมอยากให้อเมริกาโฟกัสประเทศไทยเป็นการพิเศษ เพราะเราเชื่อว่าในขณะนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของซีแอลเอ็มวีที ซึ่งเป็นเมนแลนด์ของอาเซียน และในปีหน้าทาง โครงการอีอีซีทั้งหลายจะเริ่มสมบูรณ์ เราสามารถที่จะเชื่อมโยงกับประเทศอีกหลายประเทศในบริเวณใกล้เคียง ในขณะเดียวกันตลาดเงินตลาดทุนของเราก็มีความแข็งแรงอย่างยิ่ง ฉะนั้นผมอยากให้เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ เป็นข้อที่หนึ่ง ส่วนข้อที่สองก็ได้บอกเขาว่าอุตสาหกรรมที่เขาสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัล สิ่งเหล่านี้เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว และที่ผมได้ให้นโยบายบีโอไอไปคือ ต้องการอุตสาหกรรมใหม่ๆ ทางด้าน บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษา ผมต้องการสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยชั้นนำของเขาให้เริ่มมาประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นศูนย์กลางของวิทยาการในภูมิภาคนี้ เรื่องของตลาดเงินตลาดทุนเราก็เชื่อว่าเราไม่แพ้สิงคโปร์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ? กล่าวว่า? เราสามารถที่จะเป็นฐานของการผลิต และภาคบริการ รวมถึงตลาดหุ้นด้วย ก็ได้บอกให้เขาทราบถึงความเชื่อมโยงระหว่างตลาดหุ้นไทย ฮ่องกงและเสิ่นเจิ้น เรื่องของการบริการทางการแพทย์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฉะนั้นได้ใช้โอกาสนี้เล่าให้เขาได้ฟังว่า ขณะนี้หน่วยงานราชการของเรา มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ได้ไปสู่จุดที่พร้อมมาก ถ้าเราได้พาร์ตเนอร์ที่ดีเข้ามา ก็จะเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ได้เสนอเขาให้ไปพัฒนาแพ็กเก็จนั้นขึ้นมา ให้เป็นแพ็กเกจของการสร้างซิลิคอนวัลเลย์ (Silicon Valley) ระหว่างอเมริกากับไทยในพื้นที่อีอีซี เอาทั้งสถาบันศึกษา บริษัท และสถาบันวิจัยมาเสนอที่นี่ เมื่อเสนอแล้วเราก็พร้อมที่จะดูว่าเราจะมีแพ็กเกจอะไรให้เขาได้บ้าง เพราะบีโอไอก็มีมาตรการอยู่แล้ว ในเรื่องของงบความสามารถการแข่งขันที่สามารถจะใช้เป็นเครื่องมือ ดึงดูดแพ็กเกจที่ดีได้ เราไม่ต้องการแค่บริษัท แต่เราต้องการแพ็กเกจที่สามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาในเส้นทางแถบนั้น อเมริกาเจริญได้เพราะมีซิลิคอนวัลเลย์เมื่อประมาณ 20-30 ปีที่แล้ว ขณะนี้เราพร้อมมาก และต้องการพาร์ตเนอร์ที่ดีและแข็งแรงซึ่งเขาก็รับปากว่าจะรีบเสนอ โดยให้ประสานกับนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ผมก็อยากให้เขาเร่ง เพราะอาร์เซป (RCEP) คงจะจบภายในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายสมคิดยังเปิดเผยภายหลังประชุมติดตามนโยบายเศรษฐกิจร่วมกับนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ว่า ประเด็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากขณะนี้คือการจ้างงาน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก โดยต้องพิจารณาใน 2 เรื่อง คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้โรงงานเริ่มปิด มีคนว่างงานแล้วเดินทางย้ายกลับถิ่นฐาน ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมเงินกู้ไว้ 4 แสนล้านบาท จากพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เข้าไปดูแล โดยกำชับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เน้นใช้งบที่เกี่ยวกับการสร้างงานเป็นภารกิจหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่วนกลุ่มที่การว่างงานยังไม่เกิด แต่ไม่ต้องการให้เกิด ภาคธุรกิจต้องหยุดกิจการหรือชะงัก โดยมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปเตรียมมาตรการด้านการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อรอให้แพ็กเกจท่องเที่ยวออกมา อุปสงค์ภายในประเทศจะเริ่มดีขึ้น ส่วนต่างประเทศ ศูนย์โควิด (ศบค.) กำลังดูว่าจะเปิดให้เดินทางได้เมื่อไหร่ ก็หวังว่าท่องเที่ยวจะเข้ามา และมาตรการท่องเที่ยวจะออกมาทันเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอุตตมกล่าวว่า มาตรการกระตุ้นการบริโภคของกรมสรรพากร จะสนับสนุนแพ็กเกจท่องเที่ยว ตอนนี้บางอย่างมีคล้ายมาตรการชิมช้อปใช้อยู่ แต่ที่คุยกันวันนี้ ภาคการท่องเที่ยวยังมีความจำเป็นต้องขยายวง จะดูว่ามีอะไรเสริมได้อีก ไม่ใช่เรื่องที่คลังจะมานั่งคิดใหม่หมด เป็นเรื่องของท่องเที่ยว ลดหย่อนก็จะดูพร้อมกันว่ามาตรการไหนบ้าง ต้องเป็นชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราต้องไปดูว่าแพ็กเกจที่จะออกมาดึงให้คนใช้เงินในประเทศ และต้องไปช่วยพัฒนางาน ธุรกิจในระดับชุมชน เรื่องของผู้ประกอบการ โรงแรม โดยเฉพาะขนาดเล็ก ถ้าทำได้ช่วยให้คนไป เป็นประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวท้องถิ่น เพื่อดึงเงินในกระเป๋าคนมีอยู่ มาตรการจะกระตุ้นอุปสงค์มากขึ้น ซึ่ง สศค.จะไปดู&amp;rdquo; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวกล่าวว่า ในที่ประชุมนายสมคิดได้กำชับให้เตรียมมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มที่มีกำลังซื้อ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเกษียณอายุ ให้ออกมาเที่ยวมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ ทำให้มีเงินเหลือใช้เยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. เวลา 10.30 น. จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ โดยจะพิจารณา 2 เรื่องคือ 1.ติดตามภาวะเศรษฐกิจ และ 2.พิจารณาเรื่องของเอสเอ็มอี ซึ่งถือเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาดูแลฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังโควิด-19 คลี่คลายและติดตามภาวะเศรษฐกิจทั่วไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัพพลายเชน, ซิลิคอนวัลเลย์, ทูตสหรัฐอเมริกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยน่าลงทุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efde36e2bf3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
