<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงแนะให้เตือนใจ กู้13ชีวิตหมูป่า/เด็กขอออกรพ.พร้อมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;quot; มีพระราชกระแสชื่นชมขอบใจทุกฝ่ายช่วย 13 หมูป่าออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน หวังเหตุการณ์เป็นเครื่องเตือนใจให้ได้เรียนรู้ &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ย้ำจัดทำบทเรียนต้องตอบ 3 โจทย์หลัก พร้อมขออย่าไปวุ่นวายกับเด็กๆ มากนัก &amp;quot;โค้ชเอก-2 หมูป่า&amp;quot; เฮ! จ่อได้สัญชาติไทย &amp;quot;แพทย์&amp;quot; เผยทั้งหมดอาการดีขึ้น &amp;quot;น้องโน้ต&amp;quot; บอกครอบครัวจะออกจาก รพ.พร้อมกัน &amp;quot;ทูตออสเตรเลีย&amp;quot; มอบเสื้อสามารถแก่ &amp;quot;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์&amp;quot; จัดบิ๊กคลีนนิ่งวนอุทยานถ้ำหลวงฯ 14 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เวลา 19.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสชื่นชม ทรงขอบใจทุกคนทุกฝ่าย ที่ปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น่าชื่นชมยินดียิ่งนัก ที่ปฏิบัติการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเรื่องสุดวิสัย และไม่มีผู้ใดคาดคิด ปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ จึงต้องกระทำอย่างปัจจุบันและเร่งด่วน แต่ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างดีเยี่ยม และทุกภาคส่วนก็ระดมสรรพกำลังกันมาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ต่างยอมเสียสละกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์ และยอมสละแม้ชีวิตของตน ส่วนผู้ประสบภัยเองนั้น ต่างก็ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาที่เกิดเหตุ ประกอบกับการที่ประชาชนทั่วโลกก็ส่งกำลังใจมายังผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างท่วมท้น จึงกล่าวได้ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้แม้จะมีความยากลำบาก แต่ก็มีสิ่งที่ดีและมีคุณค่าบังเกิดขึ้นอย่างไม่อาจประมาณได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าพเจ้าขอขอบใจทุกคนทุกฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง และหวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจที่จะทำให้ทุกคนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ว่า การบริหารจัดการที่ดี การใช้ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ให้พอเหมาะพอดีกับสถานการณ์ การปฏิบัติตนและปฏิบัติการอย่างรอบคอบ มีวินัย มีสติ ตลอดจนการรู้หน้าที่ของตน และปฏิบัติหน้าที่ให้ประสานส่งเสริมกับทุกคนทุกฝ่ายโดยเต็มกำลัง เป็นเครื่องมืออย่างสำคัญที่จะสามารถนำไปใช้แก้ไขอุปสรรคปัญหา &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาบ้านเมืองของเราได้ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยความรักความปรารถนาดีต่อกันนั้น เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้มวลมนุษยชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุกยั่งยืนตลอดไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ว่าจากเหตุการณ์ ผู้ประสบภัยนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวม 13 คน ติดอยู่ภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นเวลากว่า 17 วัน โดยภารกิจการค้นหาและกู้ภัยที่เกิดจากการบูรณาการของพลังประชารัฐ ไม่เพียงในประเทศไทย แต่หลั่งไหลมาจากทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ด้วยความร่วมมือของคนไทยและคนต่างประเทศ ทั้งราชการ ประชาชน แล้วก็ภาคเอกชนทุกหมู่เหล่า จิตอาสา ที่สำคัญที่สุดก็คือ พระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระราชทานกำลังใจให้กับพวกทุกคน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นผลสำเร็จ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
อย่ายุ่งกับ 13 ชีวิตมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของการทำงานนี้ อยากจะให้ทุกคนได้วางแผนร่วมกัน ในเรื่องของการป้องกันแล้วก็แก้ไข แล้วก็ฟื้นฟูให้ครบระบบ เพราะฉะนั้นป้องกันไม่ให้เกิด ย่อมดีกว่าที่จะต้องแก้ไขในโอกาสต่อไป เว้นแต่ว่าเป็นสถานการณ์ที่สุดวิสัย นอกจากนี้ ตนเห็นว่าการจัดทำแผนบทเรียนของเรา ต้องตอบอีก 3 โจทย์ ได้แก่ 1.คือการแก้ไขข้อบกพร่องในอดีต 2.การป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต โดยโมเดลถ้ำหลวงนี้จะต้องถูกนำไปขยายผลกับทุกแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทั่วประเทศ และ 3.ความพร้อมของบุคลากรและหน่วยงาน โดยเฉพาะอุปกรณ์กู้ภัยประจำหน่วย ที่จะต้องมีแผนการจัดหาใหม่ จัดหาทดแทน ให้ทันสมัย และมีแผนซ่อมบำรุงตามระยะเวลา ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเด็นการพัฒนาเป็นห้องสมุด หรือพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ถ้ำหลวงนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ การกู้ภัยของโลกเป็นครั้งแรก และครั้งเดียว ณ เวลานี้ ที่มีลักษณะเฉพาะก็คือเป็นถ้ำที่มีน้ำท่วมจนเต็มในฤดูฝน ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นทางระบายน้ำใต้พื้นดิน ในฤดูฝนน้ำจะเต็ม ซึ่งชาวโลกรู้จักเป็นอย่างดีแล้ว และย่อมเป็นที่สนใจอย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า หลังจากนี้จะฟื้นฟูถ้ำหลวงอย่างไรให้คงสภาพเดิมไว้อย่างดีที่สุด เพราะว่าที่ถ้ำหลวงนี้เป็นเหมือนกับทางระบายน้ำ น้ำใต้ดิน แล้วก็มีการซึมต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ แล้วก็ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูก พืชไร่ พืชสวน ทำไร่ ทำนาอีกนะครับ ถ้าเราไปเปลี่ยนแปลงมาก จะเกิดปัญหาในอนาคตในเรื่องของการเกษตร ได้ให้แนวทางกับสำนักงานบริหารจัดการน้ำ ไปวางแผนให้ดีว่าเราจะบริหารจัดการน้ำเหล่านี้ไว้ได้อย่างไร โดยที่ไม่ไปเปลี่ยนแปลงสภาพเดิมมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการดำเนินการหลังจากช่วยเหลือ 13 ทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ระหว่างเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา วันที่ 12-13 ก.ค.2561 ว่า จากนี้ต้องฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับสู่สภาพเดิมให้มากที่สุด ในส่วนที่ขุดและเจาะก็ต้องดำเนินการให้เรียบร้อย เพราะเป็นทางน้ำไหลใต้ภูเขา หากจะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็ต้องพิจารณากันต่อว่าจะทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญขณะนี้คือการดูแลและเยียวยาด้านจิตใจให้กับเด็ก ขออย่าไปยุ่งกับเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนมากนัก และขอให้รักษาความรักความสามัคคีที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ไว้ อย่าให้สูญหายไป เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหวังให้คนไทยรักกันเช่นนี้ และรักษาสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ตลอดจนทุกฝ่ายที่เข้ามาช่วยเหลือ รวมทั้งเกษตรกรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครมาแบ่งแยก ส่วนการทำบุญหลังจากนี้ ก็จะให้จังหวัดเชียงรายเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนตัวอยากให้ทุกคนร่วมกันสวดมนต์เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น และมีความปลอดภัย&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการขอสัญชาติให้โค้ชและเด็กอีก 2 คนในทีมหมูป่าอะคาเดมีว่า ยังไม่รู้ ตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทยดูแล ทั้งนี้ ตนคิดว่าต้องทัดเทียมกันหมด ทุกอย่างเป็นระเบียบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการพิจารณาสัญชาติไทยให้กับเยาวชนทีมหมูป่าฯ 3 คน ที่ไม่มีสัญชาติไทยว่า ขณะนี้ทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย กำลังตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ อยู่ โดยในส่วนของโค้ชเอก มีช่องทางอยู่ 2 แนวทาง คือ การยื่นขอตามมาตรา 23 และมาตรา 7 ทวิ แม้ว่าโค้ชเอกจะไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค เพราะในกรณีของมาตรา 23 ต้องไปดูหลักฐานการเกิด ทราบว่าโค้ชเอกเกิดที่ อ.แม่สาย ส่วนหลักฐานอื่นๆ ต้องตรวจสอบทั้งของบิดามารดา รวมถึงเอกสารการเกิดของทั้ง 3 คนว่าเกิดในประเทศไทยหรือไม่&amp;nbsp;
มีสิทธิรับสัญชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบบิดาของโค้ชเอกเป็นชนกลุ่มน้อยไทยลื้อ แต่จะเกิดในประเทศไทยหรือไม่นั้น ต้องย้อนไปตรวจสอบทะเบียนประวัติการเกิดของบิดาโค้ชเอกว่าเกิดในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบพยานบุคคล แวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ว่าอยู่ในเงื่อนไขหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อว่าหลังจากที่ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและกลับบ้านได้แล้ว ผู้ปกครองของหมูป่าทั้ง 3 คนก็จะมาดำเนินการยื่นหลักฐานต่างๆ ยืนยันการพิจารณาการให้สัญชาติของโค้ชเอกและเยาวชนหมูป่าอีก 2 คน ไม่ได้ดำเนินการหลังจากเกิดกรณีติดถ้ำหลวง แต่ครอบครัวได้ยื่นขอสัญชาติไทยมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ได้นำเอกสารมาตรวจสอบพิจารณาอีกครั้ง จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมดเบื้องต้น คาดว่าโค้ชเอกและหมูป่าอีก 2 คนมีโอกาสจะได้รับสัญชาติไทย&amp;quot; อธิบดีกรมการปกครองกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงคุณสมบัติของทุกคนตรงตามระเบียบกฎเกณฑ์หรือไม่ ร.ต.ท.อาทิตย์กล่าวว่า คุณสมบัติหลายอย่างเข้าข่ายระเบียบการขอสัญชาติของกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายอำเภอแม่สาย เพราะ รมว.มหาดไทยมอบอำนาจให้นายอำเภอไปแล้ว ตามระเบียบของกระทรวง หากโค้ชเอกได้สัญชาติไทย ก็จะได้ถือบัตรประชาชนที่มีเลขนำหน้าเป็นเลข 7 เพราะระบบทะเบียนราษฎรได้จำแนกรหัสเลขบัตรประจำตัวประชาชนไว้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อบิดาที่เป็นชนกลุ่มน้อยที่ได้รับสัญชาติไทย มีบัตรประชาชนนำหน้าเลขเป็นเลข 6 ลูกที่เกิดมาก็จะต้องถือบัตรประชาชนเลข 7 ซึ่งทั้งหมดเป็นรหัสจำแนกกลุ่มที่ได้รับสัญชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัด สธ.) กล่าวว่า ในวันที่ 14 ก.ค. ตนจะลงพื้นที่ไปติดตามงานที่ จ.เชียงราย โดยล่าสุดทุกคนสุขภาพดี แต่มี 3 รายที่มีอาการหูอักเสบ และปอดอักเสบ 3 ราย โดยอาการดีขึ้นแล้ว ไม่มีไข้ ส่วนบางคนที่มีไข้ต่ำๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เบื้องต้นยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่เราเป็นห่วงคือ อยากให้จิตแพทย์เข้าไปดูแลเรื่องสภาพจิตใจเมื่อออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว เป็นที่รู้กันว่าสังคมและสื่อจะให้ความสนใจเยอะ และจะมีการถามคำถามซ้ำๆ จึงอยากให้จิตแพทย์ช่วยวางแผนร่วมกับครอบครัวในการรับมือสื่อและสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากออกโรงพยาบาลแล้วก็คงต้องมีการติดตามเรื่องของสุขภาพจิตทั้ง 13 คน แต่อยู่ที่ระยะเวลาว่าเราจะติดตามอย่างต่อเนื่องมากน้อยแค่ไหน ซึ่งใกล้ๆ บ้านของทุกคน ก็มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวมถึงมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่จะช่วยดูแลในเบื้องต้น ส่วนจะส่งแพทย์หรือจิตแพทย์ของเราลงไปดูแลเป็นระยะนั้น ตนกำลังประเมินอยู่&amp;quot; ปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะจิตแพทย์ กล่าวว่า สภาพจิตใจทั้ง 13 คนในขณะนี้อยู่ในระหว่างการฟื้นฟู เข้าใจสาเหตุที่สื่อและทุกคนให้ความสนใจเด็ก ทางจิตแพทย์คงไม่ห้าม ทุกอย่างให้ทางครอบครัวเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเชื่อว่าทุกคนดีใจที่พวกเขาออกมาได้ &amp;nbsp;การออกทีวีเป็นแค่ความสนใจขณะหนึ่ง เรื่องแบบนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความสนใจตลอด และในแง่มุมของความสนใจ ก็มีผลตอบรับทั้งดีและไม่ดี ต้องยอมรับด้วย เพราะไม่มีใครจะชื่นชมเราตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ วันที่ 13 ก.ค. น้องๆ 13 คน ทุกคนอาการดีขึ้นตามลำดับ ญาติสามารถเยี่ยมใกล้ชิด โดยสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือก่อนและหลังเข้าเยี่ยม
ขอออก รพ.พร้อมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธงชัยกล่าวว่า กลุ่มที่ 1 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารปกติได้ ขับถ่ายปกติ ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ผลปกติ สำหรับ 2 รายที่มีปัญหาปอดติดเชื้ออาการดีขึ้น ผลเอกซเรย์ปอดปกติ ผลการเพาะเชื้อในกระแสเลือดให้ผลลบ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน, กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. อาการทั่วไปดี สัญญาณชีพปกติ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ดี ตรวจหูโดยแพทย์หูคอจมูก ผลปกติ รอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มที่ 3 จำนวน 5 คน เข้ารีบการรักษาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. อาการทั่วไปปกติ มีไข้ต่ำๆ สัญญาณชีพอื่นๆ ปกติ รับประทานอาหารได้ดี รายที่มีอาการปอดติดเชื้อเล็กน้อย อาการดีขึ้น ส่วน 3 รายยังให้ยารักษาภาวะติดเชื้อที่บริเวณหูชั้นกลางต่อ และรอให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการดูแลด้านจิตใจ ทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดี ไม่มีอาการเครียดหรือกังวลกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยาของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้ให้การดูแลทั้งผู้ป่วยและญาติมาตั้งแต่ต้น ประเมินติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลทุกวัน และเตรียมแผนการดูแลต่อเนื่อง&amp;quot; ผู้ตรวจราชการ สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงราย นางอิน วารินต๊ะ อาของนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี กล่าวว่า เมื่อโค้ชเอกหายแล้วจะเปิดแถลงข่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.ส.สาริษา พรมจักร์ น้าสาว ด.ช.ประจักษ์ หรือน้องโน้ต สุธรรม อายุ 14 ปี หนึ่งในน้องที่ติดถ้ำเขาหลวง กล่าวว่า อาการน้องโน้ตในวันนี้แข็งแรงดี ไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทานอาหารปกติ ทานก๋วยเตี๋ยว ทานขนมปัง แล้วทีมแพทย์จะนำเลือดมาตรวจว่าขาดสารอาหารอะไรบ้าง ทีมแพทย์ยังคงให้กินอาหารรสอ่อนๆ ซึ่งน้องโน้ตยังไม่รู้เรื่องความวุ่นวายที่อยู่ในถ้ำ น้องโน้ตรู้แต่ว่าตนเองไปเที่ยวถ้ำ ติดอยู่ในถ้ำหลายวัน แล้วก็มีคนมาช่วยน้อง พาน้องออกจากถ้ำ แล้วก็พาไปโรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ทางทีมแพทย์ก็ยังไม่ให้เด็กๆ ได้ทราบข่าวสารด้านนอก เนื่องจากเกรงว่าสภาพจิตใจของทีมหมูป่าฯ ยังไม่พร้อม จึงมีการเปิดข่าวสารเกี่ยวกับฟุตบอลย้อนหลังให้ทีมหมูป่าฯ ดูในสิ่งที่น้องๆ ชอบ ก็เป็นจิตวิทยาการดูแลจิตใจของทางทีมแพทย์ เพื่อให้ผ่อนคลาย ส่วนระยะเวลาที่น้องโน้ตต้องอยู่ในโรงพยาบาลนั้น เชื่อว่าหาก 4 คนแรกสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว คงไม่มีใครออกมา เพราะทางน้องโน้ตบอกกับครอบครัวว่าจะรอออกมาพร้อมกับทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 คน จะไม่มีใครออกมาคนแรกเด็ดขาด&amp;ldquo; น.ส.สาริษากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้าสาวน้องโน้ตกล่าวว่า หลังจากที่น้องโน้ตออกมา ทางครอบครัวก็จะให้น้องเรียนหนังสือ เล่นกีฬา และใช้ชีวิตปกติ ส่วนเรื่องบวช ทางผู้ปกครองทุกคนว่าจะให้บวชที่วัดเดียวกันเป็นเวลา 9 วัน ตนก็อยากให้น้องตั้งจิตใจให้เป็นจิตอันเป็นกุศล บวชเพื่ออุทิศกุศลให้แก่เจ้าที่เจ้าทาง บวชเพื่ออุทิศให้แก่ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม และต่อไปทางครอบครัวจะดูแลน้องโน้ตอย่างดี บทเรียนนี้เป็นบทเรียนที่ล้ำค่า ในอนาคตน้องโน้ตจะได้เรียนรู้ การใช้ชีวิตที่อยู่ในถ้ำนี้จะเป็นบทเรียนที่ทำให้เป็นประโยชน์แก่คนทั้งโลก และเป็นประโยชน์ต่อคนที่มีพื้นที่ที่อยู่ใกล้ถ้ำ&amp;ldquo; น.ส.สาริษากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พ่อน้องดอม ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ อายุ 13 ปี กล่าวว่า ลูกชายเล่าให้ฟังหลังซ้อมบอลเสร็จ ตั้งใจจะเข้าไปเที่ยวถ้ำหลวงแค่ 1 ชั่วโมง แต่เมื่อไปถึงฝนตกหนัก น้ำป่าทะลักเข้ามา โค้ชเอกได้บอกให้ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปในถ้ำ จากนั้นให้ช่วยกันตะกุยโพรงยกหินออกเพื่อเข้าไปหลบข้างใน โดยบอกให้อยู่นิ่งๆ จะได้ไม่ใช้พลังงานมาก ตอนนั้นไม่รู้วันรู้คืน บางช่วงทุกคนพูดคุยกันบ้าง เพื่อแก้เครียด วินาทีที่ได้ยินเสียงนักดำน้ำว่ายน้ำเข้ามา รู้สึกดีใจมากจนน้ำตาไหล วิ่งลงมาจากเนินนมสาว บางคนดีใจมากถึงขั้นลื่นตกน้ำเลยทีเดียว
ฮีโร่จิตอาสากลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายพอล โรบิลลิอาร์ด เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เดินทางมามอบเสื้อสามารถและหมวกให้กับนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการร่วมการค้นหาผู้ประสบภัยวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (ศอร.) เพื่อแสดงความยินดี และขอบคุณที่เห็นความสำคัญของทีมกู้ภัยจากออสเตรเลีย รวมไปถึงทีมแพทย์ที่เข้ามาร่วมในการค้นหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยยังได้มอบเสื้อสามารถ ซึ่งเป็นเสื้อโปโลสีเทา ปักโลโก้รูปจิงโจ้ และข้อความเชิดชูเกียรติที่อกด้านซ้าย อาร์มเสื้อด้านขวา เป็นธงชาติไทย-ออสเตรเลีย สื่อความหมายในการร่วมมือกันทั้ง 2 ประเทศ ส่วนอาร์มด้านซ้ายเป็นริบบิ้นไว้อาลัยให้กับจ่าแซม และด้านหลังเป็นข้อความว่า หมูป่าสู้ๆ พร้อมกับมอบหมวกของกรมตำรวจออสเตรเลียให้อีก 1 ใบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เอกอัครราชทูตออสเตรเลียได้เดินทางมาเพื่อขอบคุณที่ทางเราได้ให้โอกาสออสเตรเลียเข้ามาร่วมงาน แต่ในความเป็นจริงแล้วทางเราต่างหากที่จะต้องขอบคุณ เพราะถือว่าทีมดำน้ำของออสเตรเลียและทีมแพทย์เป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติการในครั้งนี้ จนสามารถค้นพบและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางออสเตรเลียระบุเมื่อในพื้นที่ถ้ำหลวงน้ำแห้ง จะส่งเจ้าหน้าที่กลับมาอีกครั้งเพื่อมาพบกับทีมปฏิบัติการ ทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานและเลี้ยงฉลองให้กับความสำเร็จในภารกิจ พร้อมจะเดินหน้าความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลีย ร่วมมือกันในการอบรมปฏิบัติการฝึกฝนการกู้ภัยในถ้ำ เพราะทางการออสเตรเลียชื่นชมการบริหารจัดการของไทยในภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้น รวมทั้งชื่นชมการทำงานของหน่วยซีลไทย ที่มีความมุ่งมั่นและเป็นมืออาชีพอย่างมาก ในอนาคตอันใกล้ทั้ง 2 ประเทศจะมาร่วมกันถอดบทเรียนในสิ่งที่ได้จากภารกิจครั้งนี้ เพื่อประสานความร่วมมือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นทั้ง 2 ประเทศพร้อมจะส่งทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทันที&amp;quot; ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณปากทางขึ้นวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงรายว่า ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คอยดูแลความเรียบร้อย ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนเข้าไปพื้นที่ โดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้ารักษาอุปกรณ์ที่ยังค้างอยู่ในถ้ำหลวง และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ในวันที่ 14 ก.ค. โดยทางอธิบดีกรมอุทยานฯ จะมาเป็นประธาน และมีเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานฯ จากจังหวัดใกล้เคียง เช่น เชียงใหม่ พะเยา มาร่วมกันทำความสะอาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริเวณอาคารองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้มีประชาชนชาวอำเภอแม่สาย และใกล้เคียง เดินทางมาสมัครเป็นจิตอาสาพระราชทาน ร่วมโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่จะมีกิจกรรมบิกคลีนนิ่งเดย์ ซึ่งมีการเปิดรับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 12 และ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับของหน่วยงานต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมกันช่วยค้นหาและพาน้องๆทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวงหลายพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่ จ.นครปฐม นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าฯ นครปฐม พร้อมด้วยชาวจังหวัดนครปฐมกว่า 1,500 คน นำดอกกุหลาบมามอบให้กับทีมงานท่อสูบน้ำซิ่ง นำโดยนายชวินชยาทิต ภาณุหาตังไทรแก้ว อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนิลเพชร เอก ท่อสูบน้ำซิ่ง เสี่ยภานุ อมตะ รถบรรทุก และ เม้งชัง พร้อมรถบรรทุกเทรลเลอร์ 3 คัน บรรทุกท่อสูบน้ำขนาดใหญ่ 20 นิ้ว จำนวน 2 ตัว และขนาด 16 นิ้ว อีก 1 ตัว ขนาดเครื่องยนต์ 360 แรงม้าที่ช่วยเหลือ 13 ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี รวมทั้งขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองผู้ว่าฯ นครปฐมยังได้มอบของที่ระลึกพระร่วงโรจน์ฤทธิ์องค์จำลองให้แก่ทีมท่อสูบน้ำพญานาคกลับสู่จังหวัดนครปฐม เพื่อแสดงความขอบคุณและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ทีมท่อสูบน้ำพญานาค ที่เป็นตัวแทนของชาวนครปฐมในการเสียสละจนสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดนครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในส่วน จ.นครราชสีมา มีหลายหน่วยงานเข้าไปร่วมภารกิจช่วยเหลือด้วยเช่นกัน อาทิ หน่วยงานน้ำบาดาลจาก อ.ปากช่อง, หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพุทธธรรมการกุศล (ฮุก 31) และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 ส่วนใหญ่เดินทางกลับถึงพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดวันจัดกิจกรรมต้อนรับ เพราะต้องรอ พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ออกจากโรงพยาบาลก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจเช็กร่างกายหลังออกจากถ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือกันไว้เบื้องต้นจะมีกิจกรรมที่ลานอนุสาวรีย์สุรนารี (ย่าโม) ถ.ราชดำเนิน และขบวนแห่ไปยังตามจุดเพื่อให้ประชาชนร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมในความเสียสละ รูปแบบการจัดงานคร่าวๆ ที่ประชุมได้หารือกันเป็นครั้งแรก พูดคุยถึงเรื่องการมอบโล่เกียรติยศ และเสื้อสามารถ ให้กับเหล่าฮีโร่ ภายในงานจะนิทรรศการประวัติของหมอภาคย์ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้าไปช่วยเหลือ และอาจจะมีการสัมภาษณ์พิเศษเพื่อให้เล่าถึงการเข้าไปช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ&amp;quot; นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติ จ.กระบี่ ครอบครัวและญาติๆ จากชมรมปีนผาอ่าวไร่เลย์ จำนวนกว่า 10 คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เดินทางมาต้อนรับทีมชมรมปีนผาอ่าวไร่เลย์ ที่เดินทางกลับมาจากปฏิบัติภารกิจค้นหาปล่องถ้ำเพื่อช่วยชีวิตน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิตที่ติดในถ้ำหลวง โดยมีผู้เข้ามาขอภาพถ่ายที่ระลึกเป็นจำนวนมาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13357</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์, ทีมหมูป่า, ทูตออสเตรเลีย, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์, โค้ชเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180713/image_big_5b48b8014b9d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
