<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งทูตแรงงานเตรียมแผนอพยพคนไทยในอิรัก-อิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 63 - ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าจากสถานการณ์ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านและอิรัก ว่า ล่าสุดกระทรวงแรงงานได้สั่งการให้อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดิอาระเบีย (กรุงริยาด) ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบดูแลแรงงานไทยในประเทศอิรัก และอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่รับผิดชอบดูแลแรงงานไทยในประเทศอิหร่าน ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแรงงานไทยและประสานกับนายจ้างที่มีการจ้างแรงงานไทยให้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ เพื่อสำรวจข้อมูลความต้องการช่วยเหลือของแรงงาน รวมทั้งให้รวบรวมข้อมูลสถานที่ทำงาน ช่องทางการติดต่อทางการกรณีได้รับผลกระทบ และเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแรงงานไทยและคนไทยในการอพยพหากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางสาวโสพิศ หมัดป้องตัว อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งรับผิดชอบดูแลประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การ์ตา โอมาน และอิหร่าน ได้ประสานงานกับผู้จัดการบริษัทที่นำเข้าแรงงานไทยไปทำงานในกิจการประมงทะเล ที่เมืองบันดาร์อับบาส ประเทศอิหร่าน เกี่ยวกับความห่วงใยที่กระทรวงแรงงาน และรัฐบาลไทยมีต่อแรงงานไทยในประเทศอิหร่าน ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวของอิหร่าน ที่จะตอบโต้สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการประสานแจ้งว่า บริษัทดาร์ยาคาร์ซูลู จำกัด โดยนายเมอร์ด้า เอชรา ผู้บริหารบริษัทเรือประมงที่ประเทศอิหร่าน ได้ตระหนักและห่วงใยสถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยจะเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในเตหะรานเกี่ยวกับสถานการณ์และการส่งคนงานไทยกลับในกรณีที่มีเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นที่จำเป็นต้องอพยพคนงานกลับประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ประสานไปยังร้านนิโรฟา ซึ่งเป็นร้านนวดไทยในกรุงเตหะราน พบว่า มีแรงงานไทย จำนวน 33 คน โดยติดต่อกับนายสรธัญ บูรณวิจารณ์ อดีตหัวหน้าแรงงานไทย แจ้งว่า สถานทูตให้ใช้ช่องทางติดต่อทางการ 2 ช่องทาง ได้แก่ ทางแอพลิเคชั่นไลน์กลุ่มชุมชนไทยในอิหร่าน แรงงานไทยจึงมีช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารจากทาง สอท.เตหะรานตลอดเวลา รวมทั้งการติดตามข่าวสารจากคนไทยและลูกค้าที่มาใช้บริการ จึงได้ช่องทางการติดต่อข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นาวาตรีวิทวัส กู้ประเสริฐ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดิอาระเบีย (กรุงริยาด) แจ้งว่า ได้ประสานไปยังสถานประกอบการด้านที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจสปา และสถานประกอบการอื่น ๆ ที่มีแรงงานไทยเข้าไปทำงาน อาทิ Amazing Spirit, 300Spa, Nobel hotel, Capitol hotel ซึ่งอยู่ที่เมืองเอบิล เมืองหลวงของเคิดร์ ในเขตปกครองพิเศษเคอร์ดิสถาน ทางตอนเหนือของอิรัก เป็นต้น เพื่อตรวจเยี่ยมแรงงานไทยและประสานกับนายจ้างให้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ รวมทั้งสำรวจความต้องการช่วยเหลือของแรงงานกรณีเหตุการณ์รุนแรงจนต้องอพยพคนงานกลับประเทศต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตแรงงาน, รมว.แรงงาน, สหรัฐ, หม่อมเต่า, อพยพ, อิรัก, อิหร่าน, แรงงานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e1578778091d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
