<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 22:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทูตเกาหลีเหนือประจำอิตาลีล่องหน ปูดขอลี้ภัยชาติตะวันตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมาชิกรัฐสภาเกาหลีใต้เผยหลังจากประชุมลับกับเจ้าหน้าที่ข่าวกรองเกาหลีใต้เมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทูตรักษาการของเกาหลีเหนือประจำอิตาลีที่มีรายงานข่าวหายตัวไปพร้อมกับภรรยาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วนั้น กำลังหลบซ่อนและยื่นขอลี้ภัยในชาติตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ธงชาติเกาหลีเหนือภายในสถานทูตประจำกรุงปักกิ่ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 3 มกราคมว่า หากข่าวการแปรพักตร์เป็นจริง จะทำให้โจ ซองกิล รักษาการแทนเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำอิตาลี เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายล่าสุดในรอบ 2 ปีของเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์ ต่อจากแท ยองโฮ อัครราชทูตประจำอังกฤษที่แปรพักตร์เมื่อปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม มินคี ส.ส.เกาหลีใต้ที่ได้รับฟังรายงานของหน่วยข่าวกรอง เผยว่า โจกำลังจะครบวาระการดำรงตำแหน่งปลายเดือนพฤศจิกายน 2561 แต่เขาหนีออกจากสถานทูตพร้อมกับภรรยาตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการทูตวัย 48 รายนี้รับตำแหน่งรักษาการแทนเอกอัครราชทูตประจำกรุงโรมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 หลังจากอิตาลีขับไล่มุน จองนัม เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ ประท้วงที่เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น โดยละเมิดข้อมติห้ามขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่งทูตเกาหลีเหนือประจำอิตาลีนี้มีความสำคัญ เนื่องจากต้องประสานความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสำนักงานใหญ่ขององค์การอาหารและเกษตรของยูเอ็น ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโรม ในช่วงยามนี้ที่เกาหลีเหนือประสบภาวะอาหารขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลี อึนแจ ส.ส.เกาหลีใต้อีกคน กล่าวว่า สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (เอ็นไอเอส) ยืนยันว่าทูตผู้นี้ขอลี้ภัย แต่ไม่รู้ว่าขณะนี้เขาอยู่ที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เอเอฟพีอ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งที่ใกล้ชิดกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีว่า อิตาลีไม่รู้ว่าโจได้ขอลี้ภัยที่นี่ กระทรวงได้รับเพียงคำขอจากเกาหลีเหนือเพื่อส่งทูตมาทดแทนเขา และไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด ผู้ที่มารับตำแหน่งแทนนั้นก็มาถึงกรุงโรมก่อนหน้านี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรายงานของเอ็นไอเอสต่อ ส.ส.เกาหลีใต้ เมื่อวันพฤหัสบดี เกิดขึ้นคล้อยหลังหนังสือพิมพ์จุงอังอิลโบของเกาหลีใต้รายงานอ้างแหล่งข่าวทางการทูตว่า โจพร้อมกับครอบครัวได้ยื่นขอลี้ภัยในประเทศตะวันตกที่ไม่เปิดเผยเมื่อต้นเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่า โจอาจเป็นลูกชายหรือลูกเขยของเจ้าหน้าที่ในระดับสูงที่สุดรายหนึ่งของเกาหลีเหนือ เขาจึงได้สิทธิพิเศษในการนำพาครอบครัวมาอยู่ที่ต่างประเทศด้วย เพราะส่วนใหญ่แล้วนักการทูตเกาหลีเหนือจะต้องทิ้งสมาชิกครอบครัวซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นลูก ไว้ในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25719</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอลี้ภัย, ทูตเกาหลีเหนือ, ทูตโสมแดง, อิตาลี, เกาหลีเหนือ, แปรพักตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2e2664a8afb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
