<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับไนจีเรีย แลกเปลี่ยนประสบการณ์คุมโรคโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.63 - ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอาห์เมด นูฮู บามัลลี เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันตลอดระยะเวลา 3 ปีของการดำรงตำแหน่ง ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและไนจีเรียที่มีมากว่า 49 ปีให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยได้เข้าทำธุรกิจในไนจีเรีย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยเข้าลงทุนในไนจีเรียแล้ว 3 ราย ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนและสานต่อความร่วมมือระหว่างกันให้มีความก้าวหน้าต่อไป พร้อมฝากความระลึกถึง นายมูฮัมมาดู บูฮารี ประธานาธิบดีสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้ในเร็ววัน และรัฐบาลไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้านสาธารณสุขกับไนจีเรียเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างครอบคลุมทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเอกอัครราชทูตฯ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานมาโดยตลอด พร้อมชื่นชมการแก้ไขสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรี และศักยภาพทางสาธารณสุขของไทย ไนจีเรียสนใจที่จะมีความร่วมมือในด้านของระบบสุขภาพ และการรักษาพยาบาลกับรัฐบาลไทย และโรงพยาบาลในไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจว่าไทยพร้อมให้ความร่วมมือเพราะเป็นด้านที่รัฐบาลไทยมีความเชี่ยวชาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไนจีเรียได้ชื่นชมศักยภาพด้านอื่น ๆ ของไทย และเห็นโอกาสในการเพิ่มพูนความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ด้านการเกษตร ข้าวของไทยที่ได้รับความนิยมในไนจีเรีย ซึ่งความร่วมมือกันจะเป็นโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารร่วมกัน ด้านการศึกษา ไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาให้กับไนจีเรีย ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายพร้อมมีความร่วมมือโดยจะเน้นในสาขาที่ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศสนใจ ด้านพลังงาน ไนจีเรียพร้อมที่จะสนับสนุนแหล่งปิโตเลียม และไทยพร้อมเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งไนจีเรียสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศสามารถที่จะเป็นศูนย์กลาง ในการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่างกันได้ ซึ่งจะสามารถขยายความร่วมมือด้านการตลาดระหว่างกันได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72019</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทูตไนจีเรีย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไทย-ไนจีเรีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f156f60c213a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
