<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักกอล์ฟคนใดทำเงินมากสุดในพีจีเอทัวร์ 1 ฤดูกาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเม็ดเงินมหาศาลให้บรรดานักกอล์ฟตักตวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซอร์กิตใหญ่อย่าง พีจีเอทัวร์ ของสหรัฐอเมริกาในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนเงินรางวัลก้าวกระโดดอย่างมากมายในรอบหลายปีที่ผ่านมาในเซอร์กิตกอล์ฟอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งต้องขอบคุณการปรากฏตัวในวงการกอล์ฟโลกของ ไทเกอร์ วู้ดส์ นักกอล์ฟผู้เปลี่ยนวงการตั้งแต่ทศวรรษ 1990 มาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรามาดูกันว่า 10 อันดับแรกที่ทำเงินมากที่สุดใน 1 ฤดูกาลของพีจีเอทัวร์เป็นใครกันบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 10 ดัสติน จอห์นสัน ที่ทำเงินรางวัลไป 9,365,185 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 305 ล้านบาท ในฤดูกาล 2015-16&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฤดูกาลดังกล่าว ดัสติน จอห์นสัน ชนะไป 3 รายการซึ่งรวมถึงการคว้าแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิตในศึกยูเอส.โอเพ่น 2016 ในฤดูกาลนั้นเขาลงเล่น 22 รายการ จบการแข่งขันด้วยการติดท็อปเทน 15 รายการ พร้อมทั้งสร้างสถิติต่ำสุด 72 หลุมด้วยสกอร์ 23 อันเดอร์พาร์ตอนที่ชนะ บีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าประทับใจที่สุดคือเขาตกรอบเพียงรายการเดียวก่อนจบอันดับสองในเดอะ เรซ ทู เฟดเอ็กซ์คัพ เป็นรองเพียง รอรี แม็คอิลรอย คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 9 เจสัน เดย์ ทำเงินรางวัล 9,403,330 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 306 ล้านบาท ในฤดูกาล 2014-15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจสัน เดย์ จบการรอคอยอันแสนยาวนานสำหรับชัยชนะในรายการระดับเมเจอร์ แชมเปียนชิพ ที่วิสท์ลิง สเตรทส์ ซึ่งเขาคว้าแชมป์พีจีเอ แชมเปียนชิพ มาครองสำเร็จ โดยเขาจบการแข่งขัน 20 อันเดอร์พาร์ ชนะ จอร์แดน สปีธ 3 สโตรก และเป็นการดับฝัน สปีธ ที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์กวาดแกรนด์สแลมชนะเมเจอร์ทั้ง 4 รายการในปีเดียวกันลงไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เดย์ ยังส่งท้ายฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะ 4 รายการจากที่ลงเล่น 6 รายการ รวมทั้งปีชนะไป 5 รายการ จบอันดับสามในตารางเฟดเอ็กซ์คัพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 8 จอร์แดน สปีธ ทำเงินรางวัล 9,433,033 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 307 ล้านบาท ในฤดูกาล 2016-17&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอร์แดน สปีธ ชนะไป 3 รายการที่ส่งให้เขากลับขึ้นไปเป็นนักกอล์ฟชั้นนำของวงการอีกครั้ง หนึ่งในนั้นเป็นการระเบิดทรายลงหลุมเพื่อคว้าแชมป์ทราเวลเลอร์ส แชมเปียนชิพ และอีกรายการที่น่าจดจำคือการเล่นรอบสุดท้ายและเซฟมหัศจรรย์ที่หลุม 13 ซึ่งส่งผลต่อมาให้เขาคว้าแชมป์ ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ หรือ บริติช โอเพ่น เป็นการคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่สามในชีวิต และเป็นรายการที่สามในกระบวนการทำแคเรีย แกรนด์สแลม ของเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งซีซั่นจบการแข่งขันด้วยการติดหนึ่งในสาม 8 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 7 จัสติน โธมัส ทำเงินรางวัล 9,921,560 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 323 ล้านบาท ในฤดูกาล 2016-17&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฤดูกาลนั้น จัสติน โธมัส ได้รับเลือกให้เป็นนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี พีจีเอทัวร์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ จากชัยชนะ 5 รายการซึ่งรวมถึงการคว้าแชมป์เมเจอร์อย่าง พีจีเอ แชมเปียนชิพ และด้วยวัยเพียง 24 ปีก็สามารถคว้าแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพมาครองสำเร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งฤดูกาลเขาจบการแข่งขันด้วยการติดท็อปเทน 12 รายการ และตอนที่เขาทำสกอร์ 59 ในรายการโซนี โอเพ่น ตอนนั้นเขามีอายุเพียง 23 ปี ทำให้เขาเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดในพีจีเอทัวร์ที่ทำสกอร์ต่ำกว่า 60&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น โธมัส ยังเป็นนักกอล์ฟคนที่สี่นับจากปี 1960 ต่อจาก ไทเกอร์ วูดส์, แจ๊ค นิคลอส และ จอร์แดน สปีธ ที่เพียงฤดูกาลเดียวสามารถคว้าแชมป์มาครองได้ถึง 5 รายการ รวมถึงรายการระดับเมเจอร์ 1 รายการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6 ไทเกอร์ วูดส์ ทำเงินรางวัล 9,941,563 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 323.8 ล้านบาท ในฤดูกาล 2006&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฤดูกาลนั้น เป็นฤดูกาลสุดทื้ายก่อน พีจีเอทัวร์ จะปรับระบบเป็นรูปแบบเฟดเอ็กซ์คัพ ซึ่ง ไทเกอร์ ปิดท้ายซีซั่นด้วยการชนะ 6 รายการจากการลงเล่น 6 รายการซึ่งเริ่มต้นด้วยชัยชนะใน ดิ โอเพ่น แชมเปียนชิพ หรือ บริติช โอเพ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนั้น ไทเกอร์ เหนือกว่าคนอื่นๆอย่างไม่มีใครเทียบติด ในฤดูกาลนั้นเขาคว้ารางวัลพีจีเอทัวร์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ เป็นสมัยที่แปด คว้ารางวัลนักกอล์ฟทำเงินสูงสุดของพีจีเอทัวร์เป็นสมัยที่เจ็ด และคว่ารางวัลไบรอน เนลสัน อวอร์ด เป็นครั้งที่เจ็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 5 ไทเกอร์ วูดส์ ทำเงินรางวัล 10,508,163 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 342.3 ล้านบาท ในฤดูกาล 2009&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากพลาดการลงสนามในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2008เนื่องจากเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า ไทเกอร์ สามารถกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในฤดูกาล 2009 และยังโชว์ผลงานได้โดดเด่นเหมือนก่อนเข้ารับการผ่าตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2009 เป็นครั้งแรกนับจากปี 2004 ที่ ไทเกอร์ ไม่สามารถคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ได้แม้แต่รายการเดียว และยังไม่ชนะเมเจอร์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยครั้งนั้น ไทเกอร์ เกือบจะชนะ พีจีเอ แชมเปียนชิพ แต่โดน วาย อี แยง จากเกาหลีใต้ไล่ทันและชนะไปในรอบสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 4 ไทเกอร์ วูดส์ ทำเงินรางวัล 10,628,024 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 346.3 ล้านบาท ในฤดูกาล 2005&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากการทำเงินรางวัลสะสมตลอดฤดูกาลเกิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคว้ากรีนแจ๊คเก็ตตัวที่สี่จากชัยชนะที่ออกัสต้า เนชั่นแนล กอล์ฟคลับ แล้ว ไทเกอร์&amp;nbsp; ยังได้สร้างช็อตที่น่าจดจำมากที่สุดในอาชีพหรือบางทีน่าจะเป็นช็อตที่ได้รับการจดจำมากที่สุดในศตวรรษที่ 21 ของวงการกอล์ฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช็อตดังกล่าวเกิดขึ้นในรอบสุดท้ายที่ออกัสต้า ซึ่ง ไทเกอร์ ชิพอินลงหลุม และต่อมาช็อตดังกล่าวกลายเป็นโฆษณาของ ไนกี้ โดยตลอดฤดูกาล 2005&amp;nbsp; ไทเกอร์ ชนะไปทั้งหมด 6 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 3 ไทเกอร์ วูดส์ ทำเงินรางวัล 10,867,052 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 354 ล้านบาท ในฤดูกาล 2007&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากชัยชนะติดต่อกันในฤดูกาล 2006 โมเมตั้มของ ไทเกอร์ ยังดีต่อเนื่องในปี 2007 เขาชนะ บิวอิค อินวิเตชั่นแนล เป็นสมัยที่เจ็ด และเพิ่มสถิติชนะพีจีเอทัวร์ต่อต่อกัน (นับรวมจากปลายฤดูกาล 2006) เป็นเจ็ดรายการ โดยสถิติชนะติดต่อกันมาสะดุดในเดือนกุมภาพันธ์ในรอบ 16 คนสุดท้ายของเวิลด์กอล์ฟ แชมเปียนชิพ รายการแอคเซนเจอร์ แมทช์เพลย์ แชมเปียนชิพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทเกอร์ จบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพ ซึ่งเพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเขาชนะ 2 รายการสุดท้ายของคัพเพลย์ออฟ ซึ่งชัยชนะในรายการบีเอ็มดับเบิลยู แชมเปียนชิพ เป็นการคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์รายการที่ 60 ในอาชีพ และโดดเด่นอย่างที่สุดใน เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ ที่ชนะโดยทิ้งอันดับสอง 8 สโตรกด้วยกสอร์ 23 อันเดอร์พาร์ 257 (64-63-64-66)&amp;nbsp; ซึ่งยังคงเป็นสกอร์ต่ำสุด 72 หลุมในการเล่นอาชีพของเขามาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 2&amp;nbsp; วีเจย์ ซิงห์ ทำเงินรางวัล 10,905,166 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 355.5 ล้านบาท ในฤดูกาล 2004&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยวัย 41 ปีในขณะนั้น วีเจย์ ซิงห์ ทำผลงานได้เยี่ยมที่สุดในฤดูกาล 2004 เขาคว้าแชมป์เมเจอร์อย่างพีจีเอ แชมเปียนชิพ ที่วิสท์ลิง สเตรท และชนะพีจีเอทัวร์อีก 8 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานโดยรวมตลอดทั้งฤดูกาลน่าประทับใจมาก ลงเล่น 29 รายการ ผ่านเข้ารอบ 28 รายการ จบการแข่งขันด้วยการติดท็อปเทน 18 รายการ และจบการแข่งขันติดหนึ่งในยี่สิบห้าอันดับอรก 24 รายการ โดยเงินรางวัลสะสม 10,905,166 เหรียญสหรัฐฯ นั้นยังส่งให้ วีเจย์ ขึ้นไปคว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี พีจีเอทัวร์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 1 จอร์แดน สปีธ ทำเงินรางวัล 12,030,465 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 391.8 ล้านบาท ในฤดูกาล 2014-15&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยวัยเพียง 22 ปี จอร์แดน สปีธ เป็นเจ้าของแชมป์เมเจอร์อย่าง ยูเอส.โอเพ่น และ เดอะ มาสเตอร์ส ก่อนจะก้าวไปคว้าแชมป์เฟดเอ็กซ์คัพ พร้อมโบนัส 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น สปีธ ยังเป็นนักกอล์ฟที่อายุน้อยที่สุดที่คว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี นับตั้งแต่ ไทเกอร์ วูดส์ เคยทำไว้เมื่อปี 1997&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฤดูกาล 2014-15 จากชัยชนะในรายการระดับเมเจอร์ 2 รายการแล้ว สปีธ ยังไปชนะอีกในรายการวาลสปาร์ในเดือนมีนาคม, จอห์น เดียร์ คลาสสิก ในเดือนกรกฎาคม และ เดอะ ทัวร์ แชมเปียนชิพ ที่เป็นการปิดฤดูกาลพร้อมโบนัสเข้ากระเป๋าอีก 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25271</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอล์ฟ, กอล์ฟอาชีพ, กอล์ฟโลก, กีฬา, ท็อปเทน, นักกอล์ฟไทยในพีจีเอทัวร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c2569b70c5ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
