<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุลิสสั่งสำรวจพื้นที่แนวท่อก๊าซฯลุยสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พฤศจิกายน 63 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาด้านกฎหมาย การควบคุม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กรมควบคุมมลพิษ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นคณะกรรมการ ซึ่งการประชุมในวันนี้ ได้มีการหารือถึงการตรวจสอบและการวิเคราะห์สาเหตุ จาก 3 เหตุการณ์ ทั้งอุบัติเหตุท่อก๊าซธรรมชาติที่จังหวัดสมุทรปราการ อุบัติเหตุรถขนส่งบรรทุกน้ำมันที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดลำพูน รวมถึงพิจารณาแนวทางและมาตรการป้องกันในอนาคต

ซึ่งในส่วนของอุบัติเหตุท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่ ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบพร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนเฉพาะด้านจากหน่วยงานต่างๆ
เพื่อหาสาเหตุและกำหนดมาตรการป้องกันที่เข้มงวด พร้อมทั้งได้สั่งการให้สำรวจพื้นที่แนวท่อก๊าซธรรมชาติเพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ประสานกรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อกำหนดพื้นที่แนวท่อก๊าซธรรมชาติ/ท่อน้ำมัน เร่งจัดทำระบบแจ้งเตือนให้แก่ชุมชนโดยเชื่อมต่อกับระบบ SCADA เพิ่มการติดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามเพื่อให้สามารถตรวจสอบภาพสถานการณ์ตามแนวท่อได้ตลอดเวลา (โดยจะเริ่มในพื้นที่ที่มีชุมชนหนาแน่นสูงในเขตกรุงเทพในชั้นก่อนในระยะแรก) พร้อมให้ลงพื้นที่ให้ความรู้ความเข้าใจและซักซ้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้กับชุมชนที่อยู่ใกล้บริเวณแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ/ท่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;

ส่วนอุบัติเหตุรถขนส่งน้ำมันทั้ง 2 เหตุการณ์นั้น ในส่วนของอุปกรณ์ต่อพ่วงในระบบขนส่งน้ำมันนั้น กรมธุรกิจพลังงานได้มีมาตรการควบคุมซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้
กรมธุรกิจพลังงาน จะดำเนินการประสานกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้มีการกำหนดมาตรการให้มีการติดตั้งกล้อง CCTV บริเวณห้องคนขับเพื่อติดตามสภาพพนักงานขับรถขนส่งน้ำมัน ป้องกันการหลับใน พร้อมทั้งจะมีการจัดอบรมให้ความรู้กับผู้ปฏิบัติงานด้านการขนส่งน้ำมันอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากขึ้น

&amp;ldquo;ขอเน้นย้ำว่า กระทรวงพลังงาน ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ให้กรมธุรกิจพลังงานหาสาเหตุโดยเร็ว พร้อมจัดทำแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในอนาคต และได้ขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง
เพื่อกำหนดพื้นที่แนวท่อก๊าซธรรมชาติ/ท่อน้ำมันไม่ให้มีการก่อสร้างที่อาจจะส่งผลกระทบกับ
แนวท่อ กรมการขนส่งทางบก ในการกำหนดให้รถขนส่งน้ำมันจะต้องติดตั้งกล้อง CCTV สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงแนวท่อขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมสั่งการให้มีการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้มข้นและมีประสิทธิภาพโดยเร็ว&amp;rdquo; นายกุลิศ กล่าว
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลิศ  สมบัติศิริ, ท่อก๊าซระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f1186a3c07ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 07:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;สั่งตรวจเข้มท่อก๊าซฯ-น้ำมันทั่วปท. หวั่นซ้ำรอยท่อก๊าซระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 63 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) บริษัทพลังงาน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบระบบท่อขนส่งพลังงานทั้งระบบ ทั้งท่อน้ำมันปิโตรเลียม และระบบท่อขนส่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้มีการปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด หลังจากเกิดกรณีการเกิดเหตุก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดเพลิงไหม้ที่อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต


&amp;nbsp;&amp;quot; กกพ.จะต้องไปดูว่ามีพื้นที่ไหนเสี่ยงในลักษณะที่มีชุมชนขยายตัวเพิ่มขึ้นแล้วอาจเป็นอันตรายในอนาคต โดยจะต้องไปดูไม่ให้เกิดการรุกล้ำ เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงต้องไปดูรายละเอียดด้านระเบียบที่กำหนดไว้ว่าปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอกต่อไปจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก ส่วนสาเหตุการรั่วท่อก๊าซฯ ขณะนี้บมจ.ปตท. ได้ส่งชิ้นส่วนท่อส่งก๊าซฯ ตัวอย่างดินในบริเวณจุดระเบิดให้กับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติหรือเอ็มเทค ตรวจสอบก่อนให้ผู้เชี่ยวชาญ&amp;rdquo;


&amp;nbsp;นายชาญวิทย์ นาคบุรี ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน คณะกรรมการพีพีพีว่า บอร์ดพีพีพีมีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลและตรวจสอบข้อสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือพีพีพี ระหว่าง บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือเอโอที &amp;nbsp;และบมจ.การบินไทย เนื่องจากการบินไทยพ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว จึงต้องมาพิจารณาในข้อสัญญาให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐว่ามีสัญญาใดบ้างที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว เช่น การเช่าพื้นที่กับเอโอที เคาน์เตอร์ ส่วนการทำแผนการฟื้นฟูนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในธ.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่อก๊าซระเบิด, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b336eec263.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2020 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2020 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งระดมจนท.ซ่อมแซมท่อส่งก๊าซ-เสาไฟฟ้า-โรงพักเปร็งหลังเหตุระเบิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.63-ความคืบหน้าเหตุการณ์ท่อส่งก๊าซธรรมชาติระเบิด ในพื้นที่ตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้เร่งทำการซ่อมท่อส่งก๊าซที่เกิดการระเบิดโดยใช้รถแบคโฮขนาดใหญ่เร่งขุดดินเปิดหน้าท่อส่งก๊าซและใช่แผ่นเหล็กชิปพลายยาวกว่า 6 เมตร ทำการปักกันแนวดินเป็นทางยาวตามแนวท่อ เพื่อทำการตัดต่อท่อส่งก๊าซที่เกิดการชำรุดเสียหายจากแรงระเบิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเร่งระดมเครื่องจักรหนักเข้าทำการขึงสายส่งกระแสไฟแรงสูงหลังจากได้ใช้โดรน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการดึงสายนำสายสลิงและสายส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ขึ้นพาดผ่านระหว่างหัวเสาไฟฟ้าแรงสูงทั้งสองต้นแทนการใช้รถกระเช้าที่ยังเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านวิศวกรรมสถานพร้อมด้วยวิศวกรอาสาของบริษัท ปตท. ได้นำอุปกรณ์ในการตรวจเช็คโครงสร้างอาคารเข้าสำรวจอาคารของโรงเรียนทั้งสองอาคาร หลังจากที่ดร.ธเนศ &amp;nbsp;วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาตรวจเบื้องต้นพบว่าอาคารเรียนซึ่งอยู่ทางด้านหลังถูกแรงอัดของการระเบิดจนตัวอาคารเกิดการแตกร้าวเพิ่มขึ้นและมีการขยับตัวบางจุดระหว่างอาคารชั้นล่างและชั้นบน และได้ทำการปิดกั้นอาคารดังกล่าวเอาไว้เป็นพื้นที่อันตราย เพื่อรอการตรวจจากผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างเข้าทำการตรวจสอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทางบริษัท ปตท.ได้จัดส่งพนักงานเข้าทำการความสะอาดและซ่อมแซมตัวอาคารโรงพัก สภ.เปร็ง ที่ได้รับความเสียหายจากแรงอัดระเบิดและเปลวไฟ เพื่อให้สามารถใช้การได้ตามปกติ หลังจากที่ปิดทำการมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ และจัดส่งพนักงานเข้าซ่อมแซมทำความสะอาดร้านสะดวกซื้อที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางสภากาชาดไทยก็ได้ร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญูและสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยได้เดินทางมาเยี่ยมดูอาการของผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งนำถุงยังชีพมามอบให้กำลังใจแก่ผู้ที่ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่อก๊าซระเบิด, สภ.เปร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201025/image_big_5f9542ed10186.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2020 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2020 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.เร่งซ่อมสายส่งไฟฟ้าแรงสูงบริเวณท่อก๊าซระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ตุลาคม 2563 นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำทีมลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ซึ่งประกอบด้วย อาหารแห้ง ยาสามัญประจำบ้าน และสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ&amp;nbsp; จำนวน 300 ชุด พร้อมน้ำดื่ม ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน (ปตท.) บริเวณวัดเปร็งราษฎร์บำรุง ตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ใต้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ (kV) คลองใหม่ - ลำลูกกา และสายส่ง 230 kV บางปะกง - หนองจอก รวมทั้งเข้าเยี่ยมและมอบกระเช้าให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล จำนวน 17 ราย

โดยเมื่อวานนี้ นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร รองผู้ว่าการอาวุโส และนายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง กฟผ. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่เกิดเหตุและสำรวจความเสียหายของเสาและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และอุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้สายส่งไฟฟ้าแรงสูง 230 กิโลโวลต์ (kV) คลองใหม่ - ลำลูกกา วงจร 1 และ 2 สายขาดทั้ง 2 วงจร และสายส่ง 230 kV บางปะกง - หนองจอก วงจร 1 ไม่สามารถนำเข้าใช้งานได้ แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าของประชาชน ทั้งนี้ ผู้บริหาร กฟผ. ได้กำชับทีมงานที่เกี่ยวทุกฝ่ายให้เร่งซ่อมแซมความเสียหายและเก็บกู้สายส่งไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าระงับเหตุ และเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถสัญจรได้ในทันที โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณวันที่ 27 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81630</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., ท่อก๊าซระเบิด, อ.บางบ่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201024/image_big_5f93f4699df4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บางบ่อ’ปลื้มปิติถุงพระราชทานเหยื่อท่อก๊าซบึ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงห่วงใยเหยื่อท่อก๊าซระเบิด โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบผู้ประสบภัย ราษฎรบางบ่อปลื้มปีติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; ลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้าน ปตท.เร่งเยียวยา จ่าย 5 ล้านชดเชยผู้เสียชีวิต 5 แสนบาดเจ็บสาหัส รักษาตัวใน รพ.รายละ 2 แสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เวลา 11.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอนเครื่องครัว ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุท่อก๊าซธรรมชาติระเบิด วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ตำบลเปร็ง จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบการเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับทราบ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น องคมนตรีได้ลงพื้นที่ดูสถานที่เกิดเหตุ และให้คำแนะนำแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ เสร็จแล้ว&amp;nbsp; องคมนตรีเดินทางไปยังโรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์ และโรงพยาบาลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอน ไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติภัยดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญพระราชกระแสทรงทรงห่วงใยและพระราชทานกำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp; ไปกล่าวให้รับทราบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงพลังงาน และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุก๊าซธรรมชาติรั่วและเกิดเพลิงไหม้ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เร่งเยียวยา ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวว่า ปตท.ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งญาติผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และทรัพย์สินที่เสียหาย โดยล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 66 ราย ซึ่งขณะนี้ปลอดภัยและกลับบ้านได้แล้ว 37 ราย ในการนี้ ปตท.พร้อมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าความเสียหายของทรัพย์สินอย่างเต็มที่และดีที่สุด อีกทั้ง ปตท.จะมอบเงินเยียวยาเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 5,000,000 บาท ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 500,000 บาท ผู้ที่ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล รายละ 200,000 บาท และผู้ได้รับบาดเจ็บที่ไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล รายละ 50,000 บาท สำหรับการชดเชยบ้านเรือนและทรัพย์สินที่เกิดความเสียหาย อยู่ระหว่างประเมินมูลค่าและจะบรรเทาผลกระทบให้ดีที่สุดโดยเร็ว นอกจากนั้น ปตท.ได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการ จัดเตรียมที่พักชั่วคราว ณ วัดเปร็ง-ราษฎร์บำรุง จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกครัวเรือน และจัดหาที่พักรองรับในช่วงระหว่างการซ่อมแซมบ้านเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้บริหารและทีมงานของ ปตท. เร่งเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกแห่ง ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ และเร่งฟื้นฟูความเสียหายและสภาพแวดล้อมในชุมชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด กอปรกับ รมว.พลังงานมอบหมายให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเป็นผู้แทนกระทรวงพลังงานในการประสานงานหลัก บัญชาการและบริหารสถานการณ์ดังกล่าวในส่วนของกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่บัดนี้ จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวเพิ่มเติมว่า การประกอบกิจการขนส่งก๊าซฯ ผ่านระบบท่อที่ผ่านมา ปตท.ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ASME B31.8 อย่างเคร่งครัด มีการบำรุงรักษาและตรวจสภาพท่อส่งก๊าซฯ เป็นประจำและต่อเนื่อง ให้มีความแข็งแรงและปลอดภัย โดยผลการตรวจสอบท่อส่งก๊าซฯ คู่ขนาน (เส้นที่ 2) บนบกที่เกิดเหตุด้วยกระสวยตรวจสอบท่อ (Intelligent PIG) ล่าสุด ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ปตท.ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรัดกุม จะเร่งดำเนินการหาสาเหตุที่แท้จริงร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภายนอกโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของทางบริษัท ปตท. ยังคงเร่งซ่อมแซมท่อส่งก๊าซในจุดเกิดเหตุ โดยนำรถแบ็กโฮเข้ามาทำการรื้อท่อเดิมและขุดเจาะเพื่อวางแนวท่อส่งก๊าซใหม่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด และปิดกั้นให้เป็นพื้นที่อันตรายห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยังจุดเกิดเหตุโดยเด็ดขาด โดยคาดว่าจะซ่อมแล้วเสร็จช่วงเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ประเสริฐ บัวขาว ผกก.สภ.เปร็ง จ.สมุทรปราการ เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ปตท. ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะนี้ที่ สภ.เปร็ง ไฟฟ้ายังไม่สามารถใช้การได้ จึงได้ตั้งศูนย์ ศปก. ที่โรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บํารุง เพื่อรับแจ้งความตั้งแต่เอกสารหาย แจ้งผู้ได้รับบาดเจ็บผู้เสียชีวิต รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ ที่เสียหายสามารถมาลงบันทึกได้ ซึ่งมาแจ้งแล้ว 54 หลังคาเรือน ทั้งนี้ ได้มีการจัดทีมตำรวจ ในการช่วยชาวบ้านสำรวจความเสียหาย และอำนวยความสะดวกกับประชาชนในทุกเรื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางด้านคดี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้ตั้งคณะทำงานสอบสวน ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และได้ทำการสอบปากคำคนที่ทำงานอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุ สำหรับสาเหตุที่เกิดขึ้น ต้องรอผลพิสูจน์จากผู้ชำนาญการ หากเกิดจากความประมาท จะต้องแจ้งข้อหาตามขั้นตอน ในส่วนความเสียหาย สภ.เปร็ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ 40 นายไม่ได้รับบาดเจ็บ มีรถยนต์ราชการเสียหายจำนวน 5 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 6 คัน ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งให้มีการสับเปลี่ยนนำรถคันใหม่มาใช้งานแทน ระบบไฟฟ้าในโรงพักที่ยังใช้ไม่ได้ คาดว่าในช่วงเย็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงจะสามารถแก้ไขให้กลับมาใช้ได้ตามปกติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นผลพิสูจน์โดยประจักษ์ ตามที่ภาคประชาชนและเอ็นจีโอเคยชุมนุมประท้วงการวางท่อก๊าซของ ปตท.ในหลายๆ เส้นทางที่รอนสิทธิ์ประชาชนมาโดยตลอด ว่าอาจสร้างความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ตามแนวท่อก๊าซได้ ที่สำคัญหน่วยงาน คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่เห็นชอบการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการท่อก๊าซที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้โครงข่ายสายไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ.นั้น ถือเป็นความเสี่ยงที่อันตรายยิ่งทั่วประเทศ แต่ผู้ที่เห็นชอบอีไอเอจะสำนึกผิดและจะถ่ายบาปกับสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างไร และหน่วยงานรัฐจะใช้มาตรา 96-97 แห่ง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ฟ้อง ปตท.เป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่อย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงพระราชทาน, ทรงห่วงใยเหยื่อท่อก๊าซระเบิด, ท่อก๊าซระเบิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ในหลวง-พระราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f92ecf794429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชินี ทรงห่วงใยเหยื่อท่อก๊าซระเบิด  โปรดเกล้าฯองคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอน เครื่องครัว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.63 - เวลา &amp;nbsp;11.40 &amp;nbsp;น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ &amp;nbsp;องคมนตรี &amp;nbsp;ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ &amp;nbsp;เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอนเครื่องครัว ไปมอบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุท่อก๊าซธรรมชาติระเบิดในพื้นที่ตำบลเปร็ง จังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนวัดเปร็งราษฎร์บำรุง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ท่อส่งก๊าซธรรมชาติระเบิด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลาประมาณ 12.30 น. ในพื้นที่ตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย จำนวน 34 หลังคาเรือน &amp;nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 66 ราย &amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรตำบลเปร็งได้รับความเสียหาย จำนวน 1 แห่ง &amp;nbsp;รถยนต์เสียหาย จำนวน 62 คัน รถจักรยานยนต์ 59 คัน &amp;nbsp;และมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติภัยดังกล่าว จำนวน 3 ราย &amp;nbsp;ทั้งนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เร่งให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบการเหตุการณ์ดังกล่าว ได้รับทราบ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น องคมนตรี ได้ลงพื้นที่ดูสถานที่เกิดเหตุ และให้คำแนะนำแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป ตลอดพูดคุยให้กำลังใจ &amp;nbsp; เสร็จแล้ว &amp;nbsp;องคมนตรีเดินทางไปยังโรงพยาบาลรวมชัยประชารักษ์ และโรงพยาบาลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ &amp;nbsp;เชิญถุงพระราชทาน เครื่องนอน ไปมอบกล่าวแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติภัยดังกล่าว &amp;nbsp; พร้อมทั้งเชิญพระราชกระแสทรงทรงห่วงใย และพระราชทานกำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ไปกล่าวให้รับทราบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่อก๊าซระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f929e85b5bc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พินาศ! ท่อก๊าซระเบิดใกล้โรงพักย่านบางบ่อ เสียชีวิต 2 บาดเจ็บกว่า 20 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - จากกรณีเกิดเหตุท่อก๊าซระเบิด&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ติดกับสถานีตำรวจภูธร (สภ.) ต.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จากเหตุดังกล่าวทำให้ชาวบ้านใกล้เคียงต้องพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Suprakit Phoonthongkham ได้เผยแพร่คลิปนาทีท่อก๊าซระเบิดมีเปลวไฟลุกท่วมสูง สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลอย่างชัดเจน ส่วนความคืบหน้ามีผู้เสียชีวิต 2&amp;nbsp;ราย มีผู้บาดเจ็บกว่า 20 ราย กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ถูกตัดขาด บ้านเรือนประชาชนถูกไฟไหม้กว่า 10 หลัง ตอนนี้มีการตั้งศูนย์อพยพที่วัดเปร็ง ตรงข้ามที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่อก๊าซระเบิด, สภ.เปร็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f91447b9fd35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
