<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2019 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2019 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่องราตรีที่ดานัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธยามาเยือนพร้อมแสงไฟตามร้านรวง เขตเมืองเก่าของดานังสีสันเพิ่มขึ้นด้วยผู้คนในอาภรณ์เนื้อบางสบายที่ออกมาเดินหนาตาขึ้นกว่าช่วงกลางวัน หน้าร้อนของที่นี่อากาศร้อนกว่าเมืองไทยเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้มีร้านอาหารมากมายให้เลือก แต่ผมกลับพลาดท่าให้กับร้านในซอย เยื้องๆ กับที่พัก คงเพราะความหิวและอากาศที่ยังอบอ้าวอยู่มากจึงเลือกร้านนี้เพราะเป็นห้องแอร์ ภาพโฆษณาข้าวผัดซีฟู้ดที่ติดอยู่กับกระจกหน้าร้านเป็นเหมือนฝ่ามือผลักผมเข้าไป แต่ตอนเสิร์ฟกลายเป็นข้าวผัดแห้งๆ แข็งๆ กับกุ้งสับชิ้นเล็กๆ ส่วนน้ำมะนาวที่สั่งไปกลายเป็นน้ำมะม่วง ราคาของข้าวผัดคือ 80,000 ดอง ส่วนน้ำมะม่วง 30,000 ดอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การคำนวณค่าเงินจากดองเป็นเงินไทยคิดง่ายๆ โดยการตัดเลข 0 จำนวน 3 ตัวท้ายออกไป เพราะไม่มีความหมายใดๆ เลย อาจเรียกศูนย์ 3 ตัวนั้นว่า K ก็ได้ ซึ่ง 75K จะเท่ากับ 100 บาท หรือ 15K เท่ากับ 20 บาท แล้วค่อยเทียบบัญญัติไตรยางศ์ไปเรื่อยๆ ในกรณีของผมน้ำมะม่วงจะเท่ากับ 40 บาท ส่วนข้าวผัดก็จะประมาณ 107 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานซองฮาน เมืองดานัง สะพานขึงสามารถหมุนเปิดกลางสะพานได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิ่มแล้วผมก็ออกจากถนนซอยไปยังถนนใหญ่ชื่อว่าบักดัง (Bach Dang) ถนนมี 4 เลน เดินรถทางเดียว ขนานไปกับฝั่งตะวันตกของแม่น้ำฮาน แม่น้ำสายนี้ขีดเส้นแบ่งเขตเมืองเก่าทางซ้ายมือ (ตะวันตก) ออกจากเมืองใหม่ด้านขวามือ ก่อนไหลลงสู่ทะเลตะวันออก (ทะเลจีนใต้) ที่อ่าวดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชื่อของถนนบักดังน่าจะมาจากแม่น้ำบักดังที่ตั้งอยู่ทางเหนือของประเทศ มีประวัติที่ได้ฟังแล้วชวนฮึกเหิม นั่นคือ &amp;ldquo;ยุทธนาวีบักดัง&amp;rdquo; เมื่อเกือบพันปีก่อน เวียดนามหรือ &amp;ldquo;ไดเวียต&amp;rdquo; ขณะนั้นสามารถทำลายและขับไล่กองเรือของมองโกลยุคกุบไลข่านออกไปได้สำเร็จ นอกจากชื่อถนนนี้แล้วก็ยังมีสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่งในเวียดนามที่ใช้ชื่อบักดัง หรือแท้แล้วอาจจะเป็นแค่ชื่อมงคลชื่อหนึ่ง ผมถามคนเวียดนามสอง-สามคนก็ไม่สามารถให้คำตอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ผุดขึ้นเต็มฝั่งซ้ายของถนน (ฝั่งขวาคือแม่น้ำฮาน) แปลกตาไปกว่า 6 ปีก่อนที่เคยมาเยือนชนิดจำแทบไม่ได้ ตั้งใจจะหาร้านกาแฟเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ขายกาแฟและน้ำมะพร้าว เคยแวะนั่ง 2 ครั้ง หวังจะทักไอ้หนูที่คงโตขึ้นมากแล้ว แม่และยายของไอ้หนู แมวลายปลาสลิดขี้เล่นประจำร้านที่หากยังไม่เสียชีวิตก็คงเข้าขั้นชราเต็มที ผมหาไม่เจอ ร้านอาจขยับขยาย เปลี่ยนรูปแบบ หรือไม่ก็ขายกิจการไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากคาเฟ่สมัยใหม่ บนถนนสายนี้ก็ยังมีร้านน้ำชาแบบเก่า ตั้งเป็นซุ้มง่ายๆ สำหรับเตรียมเครื่องดื่ม โต๊ะ-เก้าอี้เล็กๆ เตี้ยๆ ตามสไตล์เวียดนามตั้งบนบาทวิถี ขายน้ำชา กาแฟ น้ำผลไม้ โดยเฉพาะน้ำมะพร้าว (เป็นลูก) ผมไม่เคยเห็นที่ไหนกินน้ำมะพร้าวกันเยอะเท่าที่นี่มาก่อน บางร้านเสริมเขี้ยวเล็บด้วยขนมปังบาแก็ตผ่าใส่ไส้คล้ายแซนด์วิช เรียกว่าบันหมี่ (Bahn Mi) และของขบเคี้ยวคล้ายเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
พื้นที่หย่อนใจริมน้ำฮานฝั่งเมืองเก่า ดานัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมแวะที่ร้านชื่อ Cong Caphe เป็นคาเฟ่แบรนด์เวียดนาม มีหลายสาขาทั่วประเทศ โดยคำว่า Cong แปลว่าชุมชน มาจากคำว่า Viet Cong (เวียดกง) หรือคำเต็มคือ Viet Nam Cong-san แปลว่า คอมมิวนิสต์เวียดนาม ร้านตกแต่งให้สื่อถึงความเป็นสังคมนิยม เช่น มีโทนร้านสีเขียวขี้ม้า โปสเตอร์โฆษณาชวนเชื่อ ภาพเขียนเกี่ยวกับทหาร ข้อความขบขัน โต๊ะเก้าอี้ใช้แบบวินเทจ ผนังร้านเป็นไม้ลายอิฐ แต่ร้านเต็มไปด้วยคนหนุ่มสาว และเกือบทั้งหมดที่ผมเห็นเป็นคนเวียดนาม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องดื่มขึ้นชื่อมีตั้งแต่กาแฟเย็นมะพร้าว, กาแฟเย็นผสมนม และกาแฟเย็นผสมโยเกิร์ต (คนรุ่นใหม่ไม่นิยมดื่มกาแฟร้อน เหมือนจะผลักของขมให้นิยมอยู่แต่ในคนรุ่นเก่าเท่านั้น!) แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่พวกเขาก็ยังดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการคือบทสนทนาในหมู่เพื่อนฝูง ผมแปลกใจมานานแล้วที่พวกเขาคุยกันได้ออกรสชาติโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบคนหนุ่มสาวชาติอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนล้นมานอกร้านจนแทบจะเต็มโต๊ะที่วางบนบาทวิถี เห็นมีแต่หนุ่มสาวดื่มกินของหวานๆ ผมสงสัยว่าจะมีเบียร์ขายหรือเปล่า เดินเข้าไปถามพนักงานที่ยืนอยู่หน้าประตูร้าน เขาตอบว่ามี ชี้ให้ผมเข้าไปเลือกเอาจากเมนูหน้าเคาน์เตอร์ ผมเลือกเบียร์ขวดอ้วน Saigon Special แล้วขอออกไปนั่งโต๊ะข้างนอกที่ว่างอยู่ แคชเชียร์ขอเก็บเงินก่อน สนนราคา 35,000 ดองต่อ 1 ขวดเล็ก เสิร์ฟพร้อมถั่วลิสงคั่ว แก้วใส่น้ำแข็ง และแก้วใส่น้ำเปล่า เราจะหาของแบบนี้ในเมืองไทยที่ราคาต่ำกว่า 50 บาทไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะซอกมุมไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองวิวและความเป็นไปในร้านนี้อยู่จนเบียร์หมดขวดก็ออกจากร้าน แวะซื้อเบียร์กระป๋องที่ร้านมินิมาร์ท ราคาทั่วไปกระป๋องละ 12,000 ดอง หรือประมาณ 16 บาทเท่านั้น ผมหยิบ Huda เบียร์จากเมืองเว้มา 1 กระป๋อง พร้อมน้ำเปล่าขวดเล็กจากญี่ปุ่นที่ยังแพงกว่า ราคา 13,000 ดอง แล้วเดินต่อไปยังสะพานซองฮาน สะพานอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง (นอกจากสะพานมังกรทอง) ใช้ข้ามแม่น้ำฮานไปยังฝั่งเมืองใหม่ สะพานนี้เป็นประเภทสะพานขึงและสะพานหมุนรวมกัน สายเคเบิลขึงสะพานจะเรืองแสงสลับสีอย่างสวยงามในเวลากลางคืน และในช่วงสุดสัปดาห์เวลา 5 ทุ่มตรง จะมีการปิดสะพานไม่ให้รถข้ามเพื่อหมุนช่วงกลางสะพานให้เรือขนส่งสินค้าผ่านได้เป็นเวลา 15-20 นาที ถือเป็นไฮไลต์หนึ่งในการเยือนดานังเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวไม่ค่อยทราบข้อมูลนี้มากนัก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลยสะพานซองฮานไปหน่อยมีโรงแรมหรู อาทิ โนโวเทล ฮิลตัน ตั้งอยู่ ผมเดินข้ามถนนแล้ววกกลับเดินเลียบแม่น้ำ ชมแสงไฟของโรงแรมจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำและเรือนักท่องเที่ยวล่องลำดินเนอร์ในแม่น้ำฮาน ทางเดินริมน้ำมีพื้นที่กว้างขวาง มีคนออกมาเต้นรำ-ออกกำลังกายกันเป็นจุดๆ บางส่วนจัดเป็นสวนสาธารณะย่อมๆ มีประติมากรรมหินอ่อนรูปร่างแปลกๆ จัดวางอยู่เป็นจำนวนมาก ดานังนั้นขึ้นชื่อเรื่องหินอ่อนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนใกล้ถึงสะพานมังกรทอง (ไว้จะกล่าวถึงในฉบับต่อไป) ผมก็ข้ามถนนกลับไปยังฝั่งบาร์และคาเฟ่ แวะที่ร้านชื่อ Bamboo 2 Bar ร้านตกแต่งในสไตล์ยุโรป ออกไปทางสปอร์ตบาร์ พนักงานสาวยื่นเมนูให้ ผมสั่งเบียร์ Larue เห็นราคา 35,000 ดอง เธอนำเบียร์มาให้ 2 ขวด ผมถามว่าอีกขวดให้ใคร เธอตอบว่านึกว่าผมสั่ง 2 ขวด พอผมบอกว่า &amp;ldquo;มาคนเดียวจะสั่งเบียร์ทีละ 2 ขวดทำไม แต่หากคุณจะดื่มอีกขวดก็เชิญ&amp;rdquo; เธอว่า &amp;ldquo;งั้นฉันนำไปแช่ไว้ให้ก่อนละกัน&amp;rdquo; ผมเดาว่าน่าจะเป็นกลวิธีการทำยอดขายมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โต๊ะและเก้าอี้ไม้ทรงสูงที่ผมนั่งอยู่โคลงเคลง เพราะก้อนอิฐของบาทวิถีไม่เสมอกัน พนักงานสาวคนเดิมแนะให้ย้ายไปอีกโต๊ะติดกับโต๊ะสองสาว คนหนึ่งผมสั้นอีกคนผมยาว สักพักพวกเธอก็เริ่มเอาขวดเบียร์ของพวกเธอมาชนกับขวดเบียร์ของผม พอได้คำตอบว่าผมเป็นคนไทย สาวที่นั่งใกล้ก็แนะนำตัวและว่าเพิ่งไปเมืองไทยมาไม่นานนี้ ชอบพัทยา (อีกแล้ว) แต่ไปคนเดียวจึงไม่สนุก ผมแหย่ว่าเที่ยวคนเดียวน่าจะดีกว่า เธอว่าไม่สะดวกและเหงา แต่ไม่มีเพื่อนไปด้วย ว่าแล้วเธอก็เอามือถือขึ้นมาโชว์สถานที่เที่ยวใกล้ๆ ดานัง แนะให้ไปเกาะแห่งหนึ่ง แล้วเธอก็บอกว่าเคยไปมาแล้ว นี่ไงรูปของเธอในชุดบิกินี เหมือนจะอวดหุ่น เพราะให้ผมดูหลายสิบรูป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานมังกรทองมองจากฝั่งเมืองเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝรั่งชายวัยประมาณ 40 กลางๆ เข้ามายืนตรงข้ามกับผมโดยมีโต๊ะกลมสูงคั่นกลาง เขายังไม่นั่ง แต่ชวนสาวเวียดนามคนผมสั้นเต้นรำ เธอก็เต้นกับเขาได้ค่อนข้างเต็มเหนี่ยว วาดลวดลายได้สักพักก็กลับมานั่ง ฝรั่งนั่งลงตรงข้ามผม แนะนำตัวชื่อ &amp;ldquo;มาร์ติน&amp;rdquo; มาจากอังกฤษ อยู่สิงคโปร์ได้ 10 ปี เพิ่งจะย้ายมาดานังได้ไม่นาน อาชีพของเขาคือ Financial Consultant คอยให้คำปรึกษาแก่นักธุรกิจที่ต้องการโยกย้ายเงินไปออฟชอร์หรือตามหมู่เกาะต่างๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาบอกว่าเศรษฐกิจดานังกำลังบูมได้ที่ เป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงมาก หากจะลงทุนทำอะไรต้องเริ่มลงมือตอนนี้ โดยเฉพาะอีกฝั่งของแม่น้ำฮานมีชายหาดหมีเคห่างออกไปแค่ 2 กิโลเมตร ผมถามว่าธุรกิจอะไรที่น่าจะรุ่ง เขาตอบว่าร้านอาหารไทย แต่ต้องไทยแท้และอร่อยจริง เขาพร้อมจะลงหุ้น แล้วก็ขออีเมลของผมไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร์ตินลุกไปเต้นกับสาวผมสั้นอีกรอบ ตอนกลับมานั่งเขาสั่งเบียร์มาให้ผมขวดหนึ่ง สั่งให้สองสาวคนละขวด แถมยังจ่ายเงินเบียร์ 2 ขวดให้ผม ปรากฏว่าพนักงานคิดเงินรายการของสองสาวที่สั่งไว้ก่อนหน้านี้ด้วย ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจ เพราะสองสาวน่าจะเป็นฝ่ายส่งสัญญาณให้พนักงานรวมบิล เขาชวนผมย้ายไปร้านอื่น ผมกระซิบถามเขาว่าเธอทั้งสองนี้เป็นผู้หญิงทำงานเฉพาะด้านหรือเปล่า? เขาตอบว่าไม่น่าจะใช่ แต่ที่ไม่ชอบเพราะพวกเธอหลอกกินฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมลุกตามมาร์ติน นึกว่าเขาจะไปไหนไกล แค่ร้านถัดไปชื่อ Sky Pub เปิดเพลงอิเล็กทรอนิกแดนซ์ เขาก็หยุดนั่งที่โต๊ะนอกร้าน ผมสั่งเบียร์ Larue มา 2 ขวด ราคาขวดละ 55,000 ดอง มาร์ตินทำท่าจะจ่ายเงินอีก แต่ผมแย่งจ่ายทันพร้อมทิป 10,000 ดอง แล้วเขาก็ขออีเมลผมอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสาวเจ้าถิ่นคนหนึ่งสูดอากาศจากลูกโป่งที่ใส่แก๊สหัวเราะแล้วเต้นไปทั่วร้าน พนักงานหนุ่มหันมาหัวเราะกับเราแล้วพูดว่าเธอบ้า แต่แก๊สหัวเราะนี้มาจากในร้าน และคนที่ยื่นให้เธอก็คือคนในร้าน หมดลูกโป่งใบเดิมก็มีคนยื่นใบใหม่ให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่นาทีต่อมา สาวผมสั้นของมาร์ตินจากร้าน Bamboo 2 ย้ายมานั่งอยู่กับเพื่อนของเธออีกกลุ่ม เธอทักมาร์ติน แล้วมาร์ตินก็เข้าไปคุย ผมจึงขอลาไปนอน เข้าตำรา &amp;ldquo;ยูดริงก์ไอดริงก์ ยูกลิ้งไอโก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
แถวยาวของคาเฟ่สไตล์เวียดนาม ริมถนนบักดัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การดื่มกินกลางคืนที่ดานังนั้นสำหรับผมถือว่าบันเทิงหรรษากว่า &amp;ldquo;เว้&amp;rdquo; จุดหมายถัดไปอยู่มาก ในเขตท่องเที่ยวของดานังยังมีคนเวียดนามออกมาเที่ยวมากกว่าชาวต่างชาติ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะช่วงนี้สถานศึกษากำลังปิดเทอม และยังถือเป็นช่วงพักผ่อนท่องเที่ยวของชาวเวียดนามด้วย ผับบาร์ไม่ได้มีมากมายกลาดเกลื่อน ร้านน้ำชา-น้ำมะพร้าวมีมากกว่า ผิดกับโซนนักท่องเที่ยวของเว้ที่ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ กิจการเปิดรับการท่องราตรีจึงเป็นล่ำเป็นสัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันที่ผมไปถึงเว้ หลังจากมื้อเย็นแล้วก็ออกเดินในโซนผับบาร์ คล้ายๆ ย่านถนนข้าวสารบ้านเรา ไปทางไหนก็มีคนถีบสามล้อและขี่มอเตอร์ไซค์ตามเพื่อชักชวนให้เที่ยวผู้หญิง พอรู้ว่าผมไม่ใช่ชาวเวียดนามก็พูดภาษาอังกฤษ &amp;ldquo;เวรี่ ชีป&amp;rdquo; ราคาถูกมากคือคำเชื้อเชิญ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเป็นคนไทย นายหน้าพวกนี้ก็พูดภาษาไทยที่ท่องจำมาว่า &amp;ldquo;พันบาท&amp;rdquo; เพื่อนฝรั่งของผมที่ไปเยือนเว้หลายครั้งเล่าว่า เมื่อก่อนการพาณิชย์ชนิดนี้ไม่ต้องพึ่งนายหน้า แบบเดียวกับที่ผมเคยเจอมาที่ไซ่ง่อน คือฝ่ายผู้ให้บริการจะออกมาพบผู้บริโภคโดยตรงแบบเชิงรุกไปจนถึงขั้นคุกคาม แต่ไม่กี่ปีมานี้มีการเก็บกวาดย่านท่องเที่ยวนี้ให้ดูปลอดการค้าประเวณี แม้ว่าจริงๆ ยังคงมีอยู่ โดยอาศัยนายหน้ามาเดินงานแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนพวกนี้มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก เจอกันวันหลังพวกเขาก็ยังจำผมได้ บางคนขี่มอเตอร์ไซค์ตามจนผมต้องแวะดื่มที่บาร์ เขาก็ยังนั่งคอยบนมอเตอร์ไซค์ฝั่งตรงข้ามกับบาร์เพื่อว่าเมื่อผมดื่มหมดขวดเดินออกจากร้านเมื่อไหร่เขาก็จะได้เดินเกมต่อ จนผมต้องตัดสินใจสั่งอีกขวด เขาจึงสตาร์ทมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมสรุปในประเด็นนี้ได้ว่า ผู้ชายที่เดินคนเดียวเป็นเป้าหมายหลักของพวกนายหน้า พวกเขาตีความว่าชายที่เดินคนเดียวในเมืองท่องเที่ยวจะต้องเปลี่ยวเหงาอุราจำต้องมีนารี บางครั้งแม้ผมจะโกหกว่ามีภรรยาแล้วเขาก็ไม่ละเว้น บอกว่าภรรยานอนอยู่ที่โรงแรมก็ยังไม่ฟังเสียง บางคนที่อาจมีศีลธรรมขึ้นมาบ้างเปลี่ยนแนวไปล้วงห่อกัญชาออกมาเสนอขายแทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ฮอยอันนั้นนักท่องเที่ยวแน่นทุกซอกทุกมุมอย่างกับงานวัดใหญ่ๆ สมัยก่อนในบ้านเรา แน่นตั้งแต่สายๆ จนถึงประมาณสาม-สี่ทุ่ม หลังจากนั้นพวกเขาก็เหมือนมุดดิน ดำหายไปพร้อมๆ กัน ในเขตเมืองเก่ามรดกโลกผมไม่เห็นผับบาร์ มีเพียงคาเฟ่ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งปิดไม่ดึก ออกมานอกเขตเมืองเก่าก็มีบาร์ของฝรั่งและบาร์ท้องถิ่นไม่กี่แห่ง ส่วนการเสนอหญิงบริการผมไม่เห็นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การท่องเที่ยวดานังเพิ่งเฟื่องฟูมาได้ราวห้า-หกปีนี้เท่านั้น เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวบินมาดานังก็เพื่อจะต่อไปยังเว้และฮอยอัน หากไม่แวะนอนดานังเลยสักคืนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก การเที่ยวกลางคืนที่ดานังจึงดูเป็นธรรมชาติมากกว่าทั้ง 2 เมืองยอดฮิตที่ได้พูดถึงไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คืนต่อมาผมไปที่ร้าน Bamboo 2 Bar อีกครั้ง กะว่าจะเจอมาร์ตินเพื่อฟังเรื่องราวทางด้านเศรษฐกิจของดานังในสายตานักการเงินในสภาพที่เขาไม่เมา พนักงานสาวคนเดิมยกเบียร์มาให้ 1 ขวด เพราะผมกำชับไว้ตั้งแต่แรก มาร์ตินไม่โผล่มา ผมยิ้มให้ชายที่นั่งโต๊ะข้างๆ หน้าออกแขกๆ วัยกลางคน เขาหันมาถามผมว่า Are you gay? คุณเป็นเกย์หรือเปล่า? ผมต้องย้อนคำถามของเขา เพราะแทบไม่เชื่อว่าจะได้ยินคำถามแบบนี้ ผมตอบว่าไม่ได้เป็น คุณล่ะเป็นหรือเปล่า เขาตอบว่า &amp;ldquo;โน&amp;rdquo; แล้วบอกว่ามีลูก 4 คนแล้ว ตอนนี้อายุ 55 ปี มาจากดูไบ จบปริญญาเอกสาขาการเงินและการบัญชี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเชื่อว่าประโยคที่พรั่งพรูออกมาหลังคำว่า &amp;ldquo;โน&amp;rdquo; ล้วนเป็นความจริง แต่มีเจตนากลบเกลื่อน เพราะผมไม่ได้ถามเขาเลย เคยทราบจากเพื่อนชาวสีรุ้งผู้คร่ำหวอดในวงการว่าชาวเกย์และเสือไบในประเทศแขกรวยน้ำมันต่างมีความอึดอัดมาก เพราะกฎหมายเข้มงวด ถูกจับได้เมื่อไหร่มีสิทธิ์ติดคุกหัวโต จึงรอโอกาสปลดปล่อยเมื่อเดินทางไปต่างแดนเช่นน้าคนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาหันมาถามผมอีกว่า &amp;ldquo;เคืองมั้ยที่ถามเรื่องเป็นเกย์ ขออภัยด้วย&amp;rdquo; ผมตอบว่าไม่เป็นไร เขายื่นมือมาให้ตีแบบที่เรียกว่า Hi 5 ผมรีบเรียกน้องพนักงานมาจ่ายเงินแล้วลุกออกไปโดยไม่สนใจเงินทอน.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดานัง, ท่องราตรีที่ดานัง, ท่องเทียว, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอ่วเหนือ... เมื่อหนาวมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;เมื่อถึงฤดูหนาว หลายคนก็อยากจะเดินทางไปภาคเหนือสัมผัสความประทับใจและสวยงามของทะเลหมอกบนยอดภู รวมทั้งความงดงามของธรรมชาติ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวกระจายไปในพื้นที่และจังหวัดต่างๆ แล้วแต่ใครสะดวกเดินทางไปที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อาจเริ่มต้นสูบอากาศบริสุทธ์ ที่ &amp;quot;ดอยแม่สลอง&amp;quot; อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ด้านบนสุดของยอดดอยเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านสันติคีรี ชุมชนชาวจีนยูนนานและกลุ่มชาติพันธุ์เชื้อสายต่างๆ มีพืชเศรษฐกิจคือ ชาอู่หลง เป็นชายอดนิยมบนดอยแม่สลอง ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกสวยงามหลายแห่ง เช่น ที่พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี และพระธาตุศรีมหาโพธิ์มงคลบุญชุ่ม เหมาะกับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศชิมชาพร้อมชมทะเลหมอกในจุดชมวิวต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วย &amp;quot;ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย&amp;quot; อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรชาวบ้านป่าแป๋และบ้านห้วยห้อม ครั้งแรกที่เสด็จพระราชดำเนินมาที่นี่ ได้พระราชทานทุนทรัพย์จำนวน 20,000 บาท จัดตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก&amp;nbsp; ภายในโครงการจะมีแปลงผักปลอดสารพิษ ชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดี และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนผู้ชื่นชอบการเดินป่า เล่นน้ำตก และชมธรรมชาติ ต้องไปอุทยานแห่งชาติต่างๆ ที่มีอยู่หลายแห่ง เริ่มต้นที่ &amp;quot;อุทยานแห่งชาติแม่ยม&amp;quot; จังหวัดแพร่ มีสถานที่น่าสนใจ เช่น แก่งเสือเต้น เป็นเกาะแก่งธรรมชาติในแม่น้ำยม มีลักษณะธรรมชาติของหิน เป็นเหมือนรอยเท้าเสือ ความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร มีหาดทรายอยู่ทั่วไป เหมาะแก่การกางเต็นท์และล่องแก่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ต่อด้วยการไปชม &amp;quot;ดงสักงาม&amp;quot; เป็นกลุ่มของดงไม้สักทองที่ขึ้นอย่างหนาแน่นตลอดแนวตามริมฝั่งแม่น้ำยม ถือเป็นผืนป่าสักที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไม้สักที่ขึ้นอยู่มีขนาดสูงใหญ่ โดยนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์และทำกิจกรรมชมธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์ป่าสักที่สวยงาม ตลอดจนชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แก่งก้อ&amp;quot; อุทยานแห่ชาติแม่ปิง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน อยู่ทางตอนบนของเขื่อนภูมิพล ลักษณะเป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นมาจากผลพวงจากการสร้างเขื่อนภูมิพล บรรยากาศโดยรอบของทะเลสาบห้อมล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้ที่เขียวขจี นักท่องเที่ยวสามารถพักเรือนแพชมวิวหรือจะนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำปิงซึ่งมีเขาหินปูนที่ถูกกัดเซาะ เกิดเป็นหินงอกหินย้อยที่งดงามในทะเลสาบ มีปลาชนิดต่างๆ และนกกินปลาที่บินไปมาสามารถมองเห็นได้ตลอดเส้นทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยังมี &amp;quot;น้ำตกธารสวรรค์&amp;quot; ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูนาง อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา จัดเป็นน้ำตกขนาดกลาง เกิดจากน้ำในลำห้วยต่างๆ คือ ห้วยสองสบ ห้วยโป่ง ห้วยอูน และตาน้ำบ่อเบี้ย จากนั้นไหลรวมกันกลายเป็นห้วยแม่ปั๋ง และตกลงมาเป็นน้ำตกธารสวรรค์ ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำยม มีน้ำตกไหลตลอดทั้งปี น้ำมีสีเขียวมรกต สูงประมาณ 20 เมตร กว้างประมาณ 30 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความเป็นธรรมชาติและไอเย็นจากน้ำตกได้ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในอุทยานแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว&amp;quot; จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวแนวธรรมชาติชื่นชอบมาก ภูสอยดาวมีความสูงอยู่ที่ 1,633 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ระยะทางเดินประมาณ 7 กิโลเมตร ทางเดินประกอบด้วย 5 เนิน ได้แก่ 1.เนินส่งญาติ 2.เนินปราบเซียน 3.เนินป่าก่อ 4.เนินเสือโคร่ง และ 5.เนินมรณะ ส่วนคนที่ชอบความท้าทาย ไม่ควรพลาดกิจกรรมพิชิตยอดภูสอยดาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไล่มาตามเส้นทางภาคเหนือตอนล่าง &amp;quot;น้ำตกหมันแดง&amp;quot; น้ำตกที่มีความงดงามมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก มีชั้นต่างๆ รวม 32 ชั้น สามารถเดินท่องเที่ยวถ่ายภาพได้จากชั้นที่ 1-9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากพิษณุโลกมายังจังหวัดกำแพงเพชร &amp;quot;น้ำตกเต่าดำ&amp;quot; อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จังหวัดกำแพงเพชร เป็นน้ำตกที่มีน้ำตลอดทั้งปี และเชื่อกันว่า หากผู้หญิงคนไหนได้มีโอกาสมาเล่นน้ำตกแห่งนี้ จะสาวขึ้นกว่าเดิม สำหรับชื่อของน้ำตก ตั้งตามสภาพแวดล้อม เนื่องจากบริเวณนี้เคยมี &amp;quot;เต่าหก&amp;quot; อยู่จำนวนมาก และกระดองของเต่าหกเป็นสีดำ จึงเรียกว่า น้ำตกเต่าดำ ช่วงที่เหมาะกับการเดินทางมาน้ำตกแห่งนี้อยู่ในเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนักท่องเที่ยวที่ชอบไหว้พระ ทำบุญไปพร้อมๆ กับชมธรรมชาติ ขอให้มาที่จังหวัดน่าน อำเภอปัว มี &amp;quot;วัดภูเก็ต&amp;quot; ที่มีความสวยงาม ในเส้นทางนั้น เช่น จุดชมวิว 1715 ในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,715 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่จังหวัดลำปาง &amp;quot;วัดพระธาตุดอยพระฌาน&amp;quot; ตำบลป่าตัน อำเภอแม่ทะ ตั้งอยู่บนยอดเขาอันเงียบสงบของภูเขาที่เรียกว่า ดอยพระฌาน มองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอแม่ทะ เห็นทิวเขาและต้นไม้ที่เขียวขจีได้รอบทิศ ในช่วงตอนเช้าฤดูหนาวมีทะเลหมอกอันงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มี &amp;quot;วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว&amp;quot; เป็นพุทธสถานที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ มีภูเขาสูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวแถว ช่วงเช้ามีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก ในช่วงปลายต้นหนาว จะมองเห็นทะเลหมอกที่โอบล้อมพระพุทธเจ้า 5 พระองค์และเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วไว้ สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนจนได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น &amp;quot;สวรรค์บนดิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือจุดที่เป็นไฮไลต์ของแหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาวภาคเหนือ ที่ทุกคนไม่ควรพลาด ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองตลาดภาคเหนือ ททท. โทร. 0-2250-5500 ต่อ 1301 หรือติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ในภาคเหนือ สามารถรับชมผ่าน เฟซบุ๊ก GoNorthThailand&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดงสักงาม, ดอยแม่สลอง, ทะเลหมอก, ท่องเทียว, น้ำตกธารสวรรค์, น้ำตกหมันแดง, น้ำตกเต่าดำ, วัดพระธาตุดอยพระฌาน, วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว, วัดภูเก็ต, ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย, อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว, อุทยานแห่งชาติแม่ยม, เชียงราย, แก่งก้อ, แก่งเสือเต้น, แม่ฟ้าหลวง, แม่ฮ่องสอน, แอ่วเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181215/image_big_5c14e611a6a66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2018 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2018 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.หนุนท่องเที่ยวเปิดเดินรถกรุงเทพ – พัทยา – บ้านพลูตาหลวง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.เปิดเดินรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ กรุงเทพ &amp;ndash; พัทยา &amp;ndash; บ้านพลูตาหลวง กระตุ้นเศรษฐกิจ รับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยววันหยุด เริ่ม 17 มี. &amp;ndash; 30 ก.ย.นี้ 61 ยอดวันวันแรกเต็มทุกเที่ยว

17 มี.ค.61-นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นประธานในพิธีเปิดเดินขบวนรถเที่ยวปฐมฤกษ์เส้นทาง ว่ากรุงเทพ &amp;ndash; พัทยา &amp;ndash; บ้านพลูตาหลวง &amp;ndash; กรุงเทพ ว่ารฟท. ขานรับนโยบายด้านการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภูมิภาค และพื้นที่ต่างๆของประเทศ โดยภาคตะวันออก ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่วำคัญในด้านการขนส่งสินค้า รวมถึงด้านการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติในปี 61 มุ่งเน้นการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ใน จ.ชลบุรีที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เช่น ตลาดน้ำ 4 ภาค พัทยา สวนนงนุช เรือหลวงจักรีนฤเบศร หาดนางรำ หาดนางรอง สวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์ค อเมโซน ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ เพอร์คูล่าฟาร์ม ฟาร์มปลาการ์ตูน เป็นต้น จึงได้เปิดเดินขบวนรถพิเศษเส้นทางดังกล่าวขึ้น สำหรับขบวนรถเส้นทางดังกล่าวเป็นรถดีเซลราง นั่งปรับอากาศชั้น 2 ขบวนละ 192 ที่นั่ง รองรับการเดินทาง และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยมีให้บริการเป็นประจำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า ในระยะแรกเปิดทดลองเป็นระยะเวลา 6 เดือน มีให้บริการวันละ 2 ขบวน ไป/กลับ คือ ขาไปขบวนที่ 997 กรุงเทพฯ-บ้านพลูตาหลวง รถออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ เวลา 06.45 ถึงสถานีบ้านพลูตาหลวง เวลา 09.50 น. ส่วนขากลับขบวนที่ 998 บ้านพลูตาหลวง-กรุงเทพฯ รถออกจากสถานีบ้านพลูตาหลวง เวลา 15.50 น. ถึงสถานีรถไฟกรุงเทพฯ เวลา 18.55 น. โดยใช้เวลาเดินทาง 3 ชม. 5 นาที เริ่มให้บริการ วันเสาร์ที่ 17 มี.ค. &amp;ndash; วันอาทิตย์ที่ 30 ก.ย.61 อัตราค่าโดยสารคนละ 170 บาท

สำหรับเที่ยวปฐมฤกษ์วันนี้มียอดการจองตั๋วเต็มทุกเที่ยว และคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการขบวนรถพิเศษดังกล่าวแล้วจะมียอดผู้ใช้บริการรถไฟเพิ่มขึ้น และหากมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะมีการพิจารณาขยายเวลาการให้บริการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รฟท. อยู่ระหว่างการพิจารณาศึกษาเส้นทางอื่นๆด้วย เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ จ.สระแก้ว คาดว่าจะเปิดทดลองเดินรถภายในเดือน ก.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพ, ท่องเทียว, รถไฟ, รฟท., อานนท์  เหลืองบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aac735311121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวชุมชนเก่า บ้านนาอ้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(บ้านโบราณที่ชาวบ้านอาศัยอยู่อายุนับร้อยปี 1 ใน 60 หลังของชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ &amp;ldquo;เลย&amp;rdquo; จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โอบล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อน อุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้นานาชนิด มีหลายภูที่เชิญชวนให้ไปเยือน ทั้งภูหลวง ภูกระดึง หรือภูเรือ หรือมีเชียงคานที่ชื่อเสียงโด่งดัง แต่จริงๆ แล้วเลยยังมีชุมชนดั้งเดิมที่น่าสนใจไม่แพ้เชียงคานและน่าไปเยือน อย่าง &amp;ldquo;ชุมชนบ้านนาอ้อ&amp;rdquo; ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย ชุมชนเล็กๆ ที่มีบ้านโบราณอายุนับร้อยปีมากกว่า 60 หลัง และมีสถานที่สำคัญที่มี &amp;quot;เรื่องราว&amp;quot; เล่าขานต่อๆ กันมา แต่ละเรื่องน่าสนใจเหลือเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จึงได้เลือกสนับสนุนการอนุรักษ์ พร้อมกับพัฒนาชุมชนบ้านนาอ้อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน พร้อมกับพาคณะสื่อมวลชนไปสัมผัส พอได้ไปรู้จัก สัมผัสชุมชนนี้ด้วยตัวเองแล้ว พร้อมกับทำความเข้าใจชุมชนไปทีละนิดๆ บอกได้เลยว่าไม่ว่าใครก็อาจจะตกหลุมรักชุมชนแห่งนี้ได้ง่ายๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนนาอ้อนับว่าเก่าแก่มาก ตาม &amp;quot;ปูม&amp;quot; ท้องถิ่นเล่าขานว่าชุมชนตั้งมานานกว่า 450 ปี บรรพบุรุษของชาวนาอ้อมีเชื้อสายเผ่าไทลื้อ อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากหลวงพระบางและเวียงจันทน์ วัฒนธรรมลาวจึงหลงเหลือให้เห็นทั้งวิถีชีวิต การทอผ้าถุง การนุ่งผ้าซิ่น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สักการะหลวงปู่ใจดี ผู้ปกปักรักษาชุมชน ต.นาอ้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเริ่มต้นเยือนชุมชนนาอ้อด้วยการสักการะหลวงปู่ใจดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูแลปกปักรักษาชาวบ้าน องค์หลวงปู่มีโครงสร้างเป็นพระพุทธเมตตาบารมีพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ โดยมีหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 11 เมตร ผ่านพิธีพุทธาภิเษกมาแล้วในวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2561 โดยได้มีการอาราธนาพระเถรานุเถระจำนวน 31 รูปมานั่งปรกอธิษฐานจิตภาวนาเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแด่องค์พระ แก่เทศบาลและชุมชน ใครที่มาเยือนชุมชนก็ต้องมากราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(บ้านโบราณสำหรับจัดกิจกรรมยามงานประเพณีบุญข้าวจี่ของ ต.นาอ้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้ๆ กับองค์หลวงปู่ใจดีเป็นลานกว้างสำหรับประกอบพิธีกรรม ประเพณีต่างๆ โดยเฉพาะประเพณี &amp;quot;บุญข้าวจี่&amp;quot; ของชาวอีสาน งานประเพณีใหญ่ของชาว ต.นาอ้อกว่า 10 หมู่บ้าน จัดทุกปีในช่วงเดือนมกราคม โดยใช้พื้นที่ลานแห่งนี้ ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่มีบ้านเรือนไทยโบราณกว่า 10 หลังคาเรือนตั้งอยู่รอบๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านเล่าให้ฟังอีกว่า บ้านทรงไทยแต่ละหลังซึ่งข้างล่างเป็นใต้ถุนสูงจะอำนวยความสะดวกให้คนแต่ละหมู่บ้านในการทำบุญประเพณี ใต้ถุนบ้านแต่ละหลังที่ยกสูงจะจัดแต่งต่างกัน บางบ้านมีชิงช้าที่นำเชือกและไม้เป็นท่อนๆ มาผูกเชื่อมกัน บางเรือนก็มีอุปกรณ์ทำไร่ไถนา อุปกรณ์จับสัตว์พวกกุ้งหอยปูปลา ห้อยตามฝาบ้าน ซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตคนอีสานที่เวลาใช้อุปกรณ์พวกนี้เสร็จก็จะแขวนไว้ตามฝาผนังนอกบ้าน จะได้หยิบจับใช้สอยง่ายๆ ถ้าไม่ได้มาเห็นเครื่องมือเหล่านี้ยอมรับเลยว่าลืมไปแล้วบ้านเราก็เคยมีอุปกรณ์พวกนี้เหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ไม่แน่อาจจะไม่รู้จักเลย ที่นาอ้อจึงเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ควรมาศึกษาวิถีชีวิตคนไทยสมัยก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวบ้านเรือนไทยทำมาจากวัสดุธรรมชาติเหมือนกัน แทบไม่น่าเชื่อตัวบ้านทำจากไม้ ส่วนหลังคาทำจากดิน ได้แต่คิดในใจว่าสมัยก่อนเราสร้างบ้านกันแบบง่ายๆ ยังอยู่ได้ สมัยนี้เปลี่ยนไปมาก ที่สำคัญชุมชนบ้านนาอ้อได้รับการยกย่องจากสภาวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมต้นแบบของ จ.เลย เมื่อปี 2542 ด้วย ก็เลยเป็นพื้นที่ให้คนแวะมาศึกษาดูงานอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(นั่งรถซาเล้งทัวร์ชุมชนนาอ้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอพูดถึงการมาศึกษาดูงาน ที่นี่เขามีบริการรถซาเล้งให้นั่งไปชมหมู่บ้านเป็นกลุ่มๆ ได้ด้วย ค่าบริการแค่คนละ 10 บาท พาทัวร์หมู่บ้าน ชมบ้านเรือน และแวะจอดตามสถานที่สำคัญหรือสถานที่ที่เราอยากจะแวะ พวกเราได้แวะที่วัดศรีจันทร์ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดใหญ่บ้านนาอ้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณป้าขนิษฐา ทองน้วม นักสื่อความหมายชาวนาอ้อ เป็นผู้นำเสนอเรื่องราวของวัดศรีจันทร์ว่า ที่นี่มีเรื่องเล่าวีรกรรมของชาวนาอ้อด้วย เมื่อก่อนเป็นศูนย์กลางการศึกษาของสามเณร เพราะสมัยก่อนมีวัดเป็นโรงเรียน ถ้าย้อนอดีตลงไปไกลกว่านั้นวัดแห่งนี้เคยเป็นที่พักของกองทัพฝรั่งเศสที่ยกมาตีเมืองเลย ซึ่งพวกฝรั่งใช้ศาลาการเปรียญของวัดเป็นกองบัญชาการ เรื่องก็มีอยู่ว่า ชาวฝรั่งเศสได้เกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านเข้าร่วมเป็นพรรคพวก แต่ชาวบ้านไม่ยอมร่วมมือด้วย จนเมื่อกองกำลังราชการไทยยกเข้ามาตีชาวบ้านก็เลยลุกฮือต่อสู่กับทหารฝรั่งเศสจนทหารฝรั่งเศสเป็นฝ่ายแพ้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหมู่บ้านเล็กๆ จะมีวีรกรรมเรื่องราวสู้รบกับต่างชาติมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศสด้วย แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะคุณป้าได้นำหลักฐานสำคัญมาให้ดู ซึ่งก็คือ ที่เขี่ยบุหรี่ทองเหลืองที่เป็นของคนฝรั่งเศสทิ้งไว้ตอนนั้น ชาวบ้านเอามาเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ แต่ที่เห็นชัดที่สุดก็คือ ส้วมฝรั่งเศสที่ทำไว้ 2 ห้อง อยู่บริเวณหลังวัด ซึ่งรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนห้องน้ำคนไทย ไม่เชื่อก็ต้องลองไปดูเองกับตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใกล้ๆ กับส้วมฝรั่งเศสหลังวัดจะเห็นเรือนไม้เก่าหลังหนึ่งยกใต้ถุนสูง เป็นพิพิธภัณฑ์ประภัศร์จันทโชติ หน้าพิพิธภัณฑ์มีหุ่นตายายนั่งจักสาน ตำหมาก เคี้ยวหมากอยู่เคียงข้างกัน บ่งบอกวิถีชีวิตคนเฒ่าคนแก่ในอดีต มีการจัดแสดงเครื่องใช้สำคัญในอดีต อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่ามีที่เขี่ยบุหรี่ทองเหลืองของฝรั่งเศส ซึ่งก็เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้ และก็มีเครื่องใช้อื่นๆ ตั้งแต่ หม้อ ไห อุปกรณ์ครัว กระต่ายขูดมะพร้าวโบราณ เครื่องพิมพ์ดีด ทีวีจอขาว-ดำ อุปกรณ์จับปลา ผ้าถุงผ้าซิ่น ฯลฯ คนที่ชอบดูของเก่าของโบราณจะต้องตื่นเต้นแน่นอน โดยรวมวัดนี้มีเอกลักษณ์อยู่อย่างหนึ่งที่เราสัมผัสได้คือ ในวัดไม่ได้บูรณะใหม่เลย แต่อาจมีซ่อมแซมส่วนที่ผุพังไปบ้าง ตั้งแต่โบสถ์ยันพิพิธภัณฑ์ยังคงความเก่าแก่ ซึ่งเราเองก็อธิบายไม่ถูก เอาเป็นว่าไม่ใช่แค่เก่า แต่เรากำลังจะบอกว่าวัดนี้มีความขลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงเท่านั้น ที่ชุมชนนาอ้อก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถืออีกแห่ง คือ ศาลเจ้าปู่คำแดง เป็นปูชนียสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวบ้านนาอ้อ ครั้งที่เราไปเยือนได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเชื่อของชาวบ้าน ทำเอาตื่นเต้นกันไปทั้งคณะเลย ชาวบ้านที่นี่เชื่อว่าหากคนไหนมีความทุกข์ทางใจก็จะมาบนบานศาลกล่าว นำตุ๊กตาช้าง ม้า วัว และควายมาบูชา ขอพร หรือถ้าเป็นในช่วงฤดูเพาะปลูก ประมาณช่วงพฤษภาคม จะมีบุญเลี้ยงบ้านประกอบพิธีกรรมขอฟ้าขอฝนและบนบานศาลกล่าวให้ศาลเจ้าปู่คำแดงปกปักรักษา นำโชคลาภมาสู่หมู่บ้านและชุมชน ช่วงเดือน 7 ก็จะมีบุญซำฮะบ้าน ตามประเพณีฮีต 12 ครอง 14 ของชาวอีสาน ใครไม่เคยเห็นบุญประเพณีนี้ชาวบ้านเขาก็เชิญชวนให้มาเยี่ยมเยือนได้ มีน้อยหมู่บ้านที่จะจัดงานนี้ ชาวบ้านเขาก็ไม่อยากให้คนหลงลืมบุญประเพณีสำคัญเลยจัดทุกๆ ปี และก็ยังมีเรื่องเล่าอีกมากมาย แต่รับรองว่าเป็นเรื่องน่าทึ่ง ตื่นเต้น ต้องไปฟังเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หุ่นฟางช้างที่ในหลวง ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประทับทอดพระเนตรทัศนียภาพในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตกบ่ายได้นั่งรถซาเล้งไปยังท้องนาเพื่อชมไฮไลต์ &amp;quot;หุ่นฟาง&amp;rdquo; เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชาวนาอ้อ ที่ร่วมกันทำประติมากรรมหุ่นฟางขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจาก อพท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน พอทำนาเกี่ยวข้าวเสร็จก็เอาฟางมาสร้างเป็นหุ่นรูปต่างๆ ตอนที่ไป มีหุ่นช้าง หุ่นควาย ปลา พญานาค ค่างแว่น หรือแม้แต่หุ่นรูปคนที่เป็นตัวแทนชาวนาอ้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(พญานาค สัญลักษณ์แห่งลำน้ำโขง ขยับตัวได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ่นทุกตัวไม่ได้สร้างขึ้นโดยไม่มีที่มาที่ไป แต่ละตัวมีความหมายทั้งนั้น อย่างปลา เขาทำเป็นปลาหลายชนิด ซึ่งเป็นตัวแทนปลาแม่น้ำโขง แม่น้ำสายหลักของอีสาน พญานาค ก็ทำเพราะว่าเป็นสัญลักษณ์แม่น้ำโขง หรือช้างก็เป็นสัญลักษณ์ช้างที่ในหลวง ร.9 เคยประทับเมื่อเสด็จฯ เลยในอดีต ใครมาถ้าได้ลอดใต้ท้องหุ่นช้างตัวนี้จะเสริมสิริมงคล ตามความเชื่อชาวบ้าน หุ่นบางตัวขยับได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หุ่นฟางค่างแว่นถิ่นเหนือแห่งวัดถ้ำผาปู่ จ.เลย ขยับได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหุ่นเหล่านี้จัดแสดงตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน จะทำทุกปี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางบนถนนเลย-เชียงคาน ยิ่งเป็นช่วงบ่ายๆ ใกล้เย็นบรรยากาศจะดีมากๆ ไม่ร้อน หรือถ้าฤดูหนาวก็จะได้บรรยากาศลมหนาวกลางทุ่ง และจะเหมาะมากๆ ถ้าได้ข้าวจี่ชุบไข่ร้อนๆ เสียบไม้ อาหารบ้านๆ ของชาวนาอ้อและคนอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอตกเย็น ลองใช้ชีวิตอีกสักคืนที่ชุมชนนาอ้อ ด้วยการค้างโฮมสเตย์กับชาวบ้านซึ่งล้อมวงทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้กับคนต่างถิ่นที่แวะมาเยือน กินอาหารค่ำกับเมนูท้องถิ่น ส้มตำ ต้มยำ น้ำพริก ชมการแสดงพิเศษที่ชาวบ้านเตรียมไว้ให้ รับรองว่าสุขใจจนลืมความวุ่นวายที่เคยพบเจอมาเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5097</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเทียว, บ้านนาอ้อ, เลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180315/image_big_5aaa77ac705da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แบงค์ ธิติ’ถูกทักหล่อขึ้นเพราะศัลยกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถูกทักว่าหน้าเปลี่ยนไป ดูหล่อขึ้น ทำให้เกิดขอสงสัยว่า หนุ่มแบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ &amp;nbsp;พิธีกรหนุ่มจากรายการ Grandpas Over Flowers ....ป๋าซ่าพาซิ่ง ทางช่องทรูโฟร์ยู&amp;nbsp; แอบไปพึ่งมีดหมออัพหน้าใหม่มาหรือเปล่า ล่าสุดในงาน THE MALL SHOPPING CENTER PRESENTS OKINAWA FAIR เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมไม่ได้ทำศัลยกรรมอะไรนะครับ ที่ดูเหมือนหน้าเปลี่ยนไปน่าจะเป็นเพราะวัยที่โตขึ้น หรือบางครั้งการแต่งหน้าก็ช่วยทำให้หน้าเปลี่ยนไปเหมือนกัน อย่างจมูกที่หลายคนมองว่าโด่งขึ้นจากเมื่อก่อน ลองจับได้นะครับ ของแท้แน่นอน ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ที่ดูโด่งขึ้นเพราะการแต่งหน้านั้นแหละ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนอาจจะเห็นวิวัฒนาการของผมตั้งแต่เด็ก &amp;nbsp;มันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยที่ผมก็อยู่แบบนี้ของผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราโตขึ้นด้วยโครงหน้าก็จะเปลี่ยนไปด้วย ช่วงนี้ก็ค่อนข้างจะดูแลตัวเองเยอะขึ้นเหมือนกันครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดนทักว่าหล่อขึ้นเพราะไปทำศัลยกรรมมา ไม่เป็นไรครับ ผมเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเรารู้ตัวเองอยู่แล้วว่าเราไม่ได้ไปทำอะไรมา แต่ผมไม่ได้แอนตี้เรื่องการทำศัลยกรรมนะ เพียงแค่ตัวผมยังไม่เคยทำเท่านั้นเอง จากนี้อยากทำอะไรเพิ่มเติมไหมคงไม่ครับ ถึงหน้าผมจะไม่ค่อยโอเค แต่ผมก็รู้สึกพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีก็พอแล้วครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4150</URL_LINK>
                <HASHTAG>Grandpas Over Flowers, THE MALL SHOPPING CENTER PRESENTS OKINAWA FAIR, ช่องทรูโฟร์ยู, ท่องเทียว, นาดาว, ป๋าซ่าพาซิ่ง, พิธีกร, ศัลยกรรม, แบงค์ ธิติ, โอกีนาว่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a98cdb3a5d99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
