<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 07:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรชี้เปิดประเทศ หนุนท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค. 2564 เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ในวันที่ 1 พ.ย. 2564 นี้ ทางการไทยจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศโดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบโดสและเงื่อนไขการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งก่อนและเดินทางมาถึงไทย โดยการกำหนดกลุ่มประเทศตามระดับความเสี่ยงและเงื่อนไขในการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ยังต้องรอการพิจารณาเพิ่มเติมจากทางการ นอกจากนี้ ทางการมีแผนที่จะเปิดจังหวัดเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น โดยในเดือนพ.ย. 64 จะเปิดพื้นที่นำร่องรวม 15 จังหวัด (พื้นที่สีฟ้า) แต่ทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิดที่ต้องไม่มีการระบาดรุนแรงหรือเกิดคลัสเตอร์ใหม่ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงความพยายามจากทุกภาคส่วนที่จะพลิกฟื้นภาคการท่องเที่ยวให้กลับมาเดินหน้าต่อได้ หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิดที่ยาวนาน อีกทั้ง ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีคาบเกี่ยวไปถึงช่วงต้นปีถัดไป นับว่าเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์โควิดในประเทศที่แม้จะนิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่ ขณะเดียวกัน สถานการณ์โควิดและนโยบายการเดินทางออกนอกประเทศที่เป็นต้นทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ในบางประเทศยังกำหนดให้ต้องมีการกักตัวหลังเดินทางกลับ เป็นต้น ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาไทยในช่วง พ.ย. - ธ.ค. 64 อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยน่าจะเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงปลายเดือนธ.ค. นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลจากการเปิดประเทศ น่าจะช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ เพิ่มขึ้นประมาณ 64% เมื่อเทียบกับที่ไม่มีมาตรการ ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปี 2564 ขยับขึ้นมาที่ประมาณ 1.8 แสนคน (จากคาดการณ์เดิมที่ 1.5 แสนคน) สร้างรายได้คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.35 หมื่นล้านบาท โดยรายได้การท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ยังกระจายอยู่ในเฉพาะพื้นที่ที่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งนี้ ในกรณีที่สถานการณ์ต่างๆ ปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง คงจะช่วยหนุนให้การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยมีความชัดเจนมากขึ้นอีกในช่วงปี 2565 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติสำคัญอย่างจีนและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนกลับมาท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาน่าจะได้แก่ นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ ยุโรป บางประเทศในเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งนอกจากมาจากประเทศที่เข้าข่ายตามเงื่อนไขของทางการแล้ว (เช่น อัตราการฉีดวัคซีนสูงหรือจัดการโควิดได้ดี) ก็น่าจะเป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนมากในจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยนับตั้งแต่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม STV (Special Tourist Visa) จนมาถึง Phuket Sandbox รวมทั้งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งสะท้อนผ่านเครื่องชี้การค้นหาโรงแรมและที่พักในไทยผ่านเว็บไซต์ต่างๆ จากข้อมูลของกูเกิ้ล Destination Insight (Travel Insights with Google) ที่พบว่า ตั้งแต่เดือนก.ย. 64 จนถึงต้นเดือนต.ค. 64 มีภาพที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยประเทศที่มีการค้นหาโรงแรมและที่พักในไทยสูง ได้แก่ รัสเซีย สหรัฐฯ อินเดีย สหราชอาณาจักรและเยอรมัน เป็นต้น ขณะที่โรงแรมและที่พักในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการค้นหาสูงสุด เช่น &amp;nbsp;กรุงเทพฯ ป่าตอง (ภูเก็ต) พัทยา (ชลบุรี) เกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) และกะรน (ภูเก็ต) เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ก็คงจะเป็นจังหวัดท่องเที่ยวในไทยที่มีความเสี่ยงโควิดต่ำ สะท้อนจากจำนวนผู้ป่วยที่ต่ำและอัตราการได้รับวัคซีนเข็มสองที่สูง ตลอดจนเป็นจังหวัดหรือพื้นที่ท่องเที่ยวที่สอดคล้องไปกับแผนของทางการ ไม่ว่าจะเป็นภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี และพื้นที่ที่อยู่ในแผนเปิดเพิ่มเติม เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ (อ.เมือง อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.ดอยเต่า) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) จังหวัดเพชรบุรี (ชะอำ) และจังหวัดชลบุรี (เมืองพัทยา อ.บางละมุง อ.สัตหีบ) ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องคงต้องทำการตลาดเชิงรุกเพื่อสร้างดึงดูดความสนใจและร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ทางการไทยจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีโจทย์สำคัญในการที่จะต้องควบคุมการระบาดของโควิด และลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ เพื่อทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ปลอดภัยจากโควิด รวมถึงการเร่งฉีดวัคซีนโควิด ให้ครอบคลุมประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ให้ทั่วถึง โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนครบโดสให้ครอบคลุมประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่หรือเข้าหา 70% ในพื้นที่ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสิกร, ท่องเที่ยว, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61371743f34b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โทรโข่งรัฐบาล ฟุ้ง &#039;บิ๊กตู่&#039; จะพลิกโฉมท่องเที่ยว ตั้งเป้าปี 65 ทะลักเข้าไทย 1 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 จำนวน 38,699 คน โดยในจำนวนดังกล่าวพบผู้ติดเชื้อจากการคัดกรอง คิดเป็นร้อยละ 0.3 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ในขณะที่จำนวนการจองที่พัก &amp;nbsp;SHA+ Phuket Sandbox สำหรับการเข้าพักระหว่างเดือนกรกฎาคม 2564 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 &amp;nbsp;อยู่ที่ 716,898 คืน ส่วนโครงการสมุยพลัส (Samui Plus) และโครงการส่วนขยายของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 (Phuket Extension) มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม ทั้งสิ้น 907 คน และ 399 คน ตามลำดับ ทั้งนี้ มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นสำหรับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ณ วันที่ 27 กันยายน 2564 อยู่ที่ประมาณ 2,254 ล้านบาท โครงการสมุยพลัสอยู่ที่ 66.58 ล้านบาท และสำหรับโครงการส่วนขยายของภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์อยู่ที่ 12.16 ล้านบาท &amp;nbsp;รวมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,330 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยว โดยขยายผลและพลิกโฉมการท่องเที่ยวภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 และไตรมาสแรกของปี 2565 จำนวน 1 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 5,000 คน คาดว่าจะสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งมีการดำเนินการปลดล็อกเงื่อนไข เช่น การลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน การตรวจ RT-PCR ก่อนมาและเมื่อถึงสนามบิน หลังจากนั้นให้ตรวจแบบ ATK, หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยออนไลน์แบบหมู่คณะ (Group COE), การอนุญาตเที่ยวบินพาณิชย์ของรัสเซียให้สามารถเดินทางเข้าสู่ภูเก็ต เป็นต้น ทั้งนี้ การพัฒนาเพื่อพลิกโฉมภูเก็ตสู่สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) ในปี 2565 ภายใต้แนวคิด SUPRA ประกอบด้วย 1. Safety สร้างความมั่นในด้านความปลอดภัย 2. Upgrading โดยการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและการยกระดับระบบสาธารณสุข 3. Pro-Poor การเยียวยาและดูแลประชาชนฐานราก สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงชีวภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (BCG Tourism) 4. Refine การพัฒนาปรับปรุงทักษะใหม่ๆ ให้กับแรงงาน ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าสินค้า และ 5. Activities จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและกิจกรรมระดับโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อจัดหาและเร่งการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชากรในประเทศ ซึ่งตามแผนสิ้นปีนี้ไทยจะมีวัคซีนจำนวน 126 ล้านโดส &amp;nbsp;ประชากรไทย 70 ล้านคน จะได้รับวัคซีน 62 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 90 พร้อมรับการพลิกโฉมการท่องเที่ยวของประเทศไทยสู่ระดับโลก สร้างมาตรฐานด้านสาธารณสุข และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทยอย่างแน่นอน&amp;rdquo; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, ธนกร วังบุญคงชนะ, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98775854f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 19:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้มเที่ยวปลอดภัย ปรับกิจกรรมตามคำแนะนำสธ. ปิดทุกจุดเสี่ยงแพร่ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตอบโจทย์ ฤดูท่องเที่ยว เริ่มขยับด้วยการจัดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ประสบการณ์อันทรงคุณค่าน่าประทับใจ (Thailand Festival Experience) ภายใต้มาตรฐานและมาตรการเข้มข้นสูงสุด เพื่อเป็นต้นแบบกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความเคร่งครัดด้านสาธารณสุขซึ่งแน่นอนจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคนในพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมจะได้ทั้งความสุขและปราศจากความเสี่ยง ทั้งนี้ ททท. ก็ขอสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้ที่ทำตามมาตรการในการในการเข้าพื้นที่การจัดกิจกรรมสามรถเข้าร่วมได้เท่านั้น นอกจากนี้ มีการประเมินภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่โดย หน่วยงาน สธ อย่างใกล้ชิด อนึ่ง ททท. พร้อม ปรับ กิจกรรมตามคำแนะนำของ สธ เพื่อปิดทุกจุดเสี่ยง แต่ยังคงตอบโจทย์ความสุข และ ความมั่นใจ ในการเข้าร่วมงานสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;The Memory @ Phuket จะเน้นรูปแบบงานแสงสี lightup illumination กิจกรรมทางน้ำ sport Tourism ส่วน The Memory @ Krabi, Phang-Nga จะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสัมผัส ได้แก่ Landmark ถ่ายภาพภายในงาน บูธกิจกรรม DIY กิจกรรมการ Live จาก KOLs ที่จะมาประชาสัมพันธ์โปรโมชั่นพิเศษภายในงานนี้กับสินค้าของที่ระลึกท้องถิ่นของชุมชน สินค้าและบริการของผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำ การแสดงจากศิลปินในท้องถิ่น และศิลปินที่มีชื่อ การแสดงโชว์ท้องถิ่น ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างสีสันในทุกวัน ศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์ ตลอดระยะเวลาการจัดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวคิดการจัดกิจกรรม Thailand SHA SHA SHA : The Memory @ Phuket Krabi Phang-Nga เป็นไปในรูปแบบ New Normal ที่จะดำเนินการภายใต้มาตรการการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านได้เกิดความมั่นใจในการมาร่วมงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในประเทศ และ กลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย (Expat) ให้เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมทั้ง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทยตามโครงการ Phuket Sandbox &amp;nbsp;สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดในพื้นที่นำร่องรูปแบบ 7+7 &amp;nbsp;(7+7 Phuket Extension) เป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและการดำเนินงานด้านสาธารณสุขของประเทศ รวมถึงเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการเข้าร่วมงานเป็นไปตามมาตรฐาน SHA อย่างเคร่งครัด สามารถจองคิวเข้าร่วมงานล่วงหน้าผ่าน QR Code ของกิจกรรมแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อมาถึงหน้างาน ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และหลักฐานการตรวจ RT-PCR หรือ ATK ที่ออกใบรับรองจากสถาบันไม่เกิน 72 ชั่วโมง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงทุกคนที่จะเข้างานต้องมีการตรวจ ATK หน้างานก่อนเข้า พร้อมแสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนว่าจองคิวมาแล้วและลงทะเบียนเข้างานด้วยแอปพลิเคชั่น ไทยชนะ รักษา มาตรฐาน DMHTTA และ Covid-Free Setting ภายในงานจะกำหนดผู้อยู่ในงานไม่เกิน 300 คน (ความแออัด ไม่ต่ำกว่า 1 คน ต่อ 10 ตารางเมตร) &amp;nbsp;ผู้ที่สนในสามารถติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : THAILAND SHA SHA SHA The Memory &amp;nbsp;หรือ โทร 1672 เพื่อนร่วมทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, โควิด ฟรี เซ็ตติ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614f008788a01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2021 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2021 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงเทพโพล เผย จบโควิดท่องเที่ยวจะคึกคัก แต่ยังไม่ไว้ใจรัฐบาลจัดระเบียบสถานที่ป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.64 - เนื่องในวันที่ 27 ก.ย. ที่จะถึงนี้เป็นวันท่องเที่ยวโลก กรุงเทพโพลโดยมหาวิทยาลัยกรุงเทพสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;คนไทยกับการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,154 คน พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 52.5 เห็นว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวที่จะถึงนี้ จะคึกคักค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ขณะที่ร้อยละ 47.5 เห็นว่าจะคึกคักค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า &amp;ldquo;อยากไปท่องเที่ยวในประเทศไทยรูปแบบใด หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 34.5 อยากไปท่องเที่ยวทำบุญ เช่น ทำบุญ 9 วัด รองลงมาร้อยละ 31.3 อยากไปเกาะ ไปทะเลสวยๆ และร้อยละ 31.2 อยากไปดอยภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนเรื่องที่กังวลมากที่สุด ถ้าต้องเดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนี้ หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 69.5 กลัวนักท่องเที่ยวการ์ดตก ไม่สวมผ้าปิดปาก กลัวติด โควิด&amp;ndash; 19 รองลงมาร้อยละ 55.2 กลัวความแออัดของคนในสถานที่เที่ยว และร้อยละ 30.8 กลัวร้านอาหาร ไม่ปฏิบัติตามกฎ ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปรับตัวจากสถานการณ์โควิด-19 หากไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 78.2 จะใส่หน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ล้างมือบ่อยๆ รองลงมาร้อยละ 59.2 จะหลีกเลี่ยงสถานที่ๆ แออัด คาดว่าคนจะไปเยอะ และร้อยละ 50.4 จะตรวจสอบข้อมูลของจังหวัดท่องเที่ยวเกี่ยวกับการระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความเชื่อมั่นว่าภาครัฐจะใช้มาตรการจัดระเบียบแหล่งท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 สร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.2 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 32.8 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
สุดท้ายเมื่อถามว่า &amp;ldquo;สนใจเข้าร่วมลงทะเบียนโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเริ่มวันที่ 24 กันยายน นี้หรือไม่&amp;rdquo; พบว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกันมีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการร้อยละ 34.8 ขณะที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 57.8 ไม่สนใจส่วนที่เหลือร้อยละ 7.4 ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทยมีประชาชนสนใจเข้าร่วมโครงการร้อยละ 33.4 ขณะที่ส่วนใหญ่ร้อยละ 60.0 ไม่สนใจ ส่วนที่เหลือร้อยละ 6.6 ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพล, ท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210925/image_big_614eaa9055118.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; แนะหลังโควิดคลี่คลาย ต้องดึงชาวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งปีไม่มีช่วงไฮ-โลว์ซีซั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 16.20 น. ที่โรงแรมรีเจนท์ ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมเตรียมความพร้อมเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยว (Sandbox) โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้ว่าราชการตัวหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตัวแทนภาคเอกชนในพื้นที่ กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้การช่วยเหลือภาคเอกชนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง SME รวมถึงระดับรากหญ้า พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ดังนี้ 1. ขอขยายเวลาและรูปแบบในการสนับสนุนด้านการเงินกับธุรกิจทุกขนาดที่ต้องการความช่วยเหลือ 2. ขอรับการสนับสนุนวัคซีนสำหรับฉีดให้กับผู้ประกอบการและประชาชนเพื่อให้ทันต่อการเปิดเมือง รวมถึงสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย 3. ขอรับสนับสนุนงบประมาณระยะยาวสำหรับโครงการ The Royal Coast หรือ Thailand Riviera เส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเล เพื่อการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรอง กระจายรายได้จากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ พัฒนามาตรฐานด้านความสะดวกและปลอดภัยให้สอดคล้องรองรับการได้เป็นมรดกโลกของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายกรัฐมนตรี ชื่นชมแนวคิดการเปิดเมืองส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ แต่ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เตรียมความพร้อมโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยขอให้มีการประเมินติดตามผลอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของการสนับสนุนวัคซีน นายกรัฐมนตรียืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุน ขอภาคเอกชนอย่าได้เป็นกังวล พร้อมมอบแนวทางให้ผู้ประกอบการโรงแรมปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวสร้างรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว จะต้องคิดหาวิธีดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจะต้องไม่มีไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่น ประเทศไทยจะต้องมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี ยังมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรองรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างรอบคอบ รัดกุม และสอดคล้อง กับแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด&amp;ndash;19 โดยเฉพาะการเร่งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในแต่ละพื้นที่ รวมถึงมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) และสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ตระหนักถึงความจำเป็น ในการเตรียมความพร้อมการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยว (Sandbox) ทั้งนี้ จะต้องอาศัยร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการยอมรับของประชาชนและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อการฟื้นฟูการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117557</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เปิดประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b1d9309977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คมนาคม&#039;เร่งพัฒนาท่าเรือรองรับการท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 2564 นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (นปท.) ครั้งที่ 1/2564 วันที่ 13 ก.ย. โดยมี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ประชุมรับทราบสถานะ Flagship 5 โครงการสำคัญ กระทรวงคมนาคม พร้อมทั้ง มีข้อสั่งการให้ดำเนินการ ขับเคลื่อนอย่างรอบคอบ เข้มแข็งให้เป็นไปตามแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลอย่างเคร่งครัดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 โครงการสำคัญ คือ 1. โครงการศึกษาวิเคราะห์การให้เอกชนร่วมทุนการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ &amp;nbsp;อ.เกาะสมุย สุราษฏร์ธานี 2.โครงการวางแผนแม่บทเพื่อพัฒนาท่าเรือ สำรวจออกแบบ Cruise Terminal ฝั่งอันดามัน 3. โครงการศึกษาสำรวจออกแบบท่าเรือต้นทาง สำหรับ Cruise Terminal อ่าวไทยตอนบน 4.โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวและบริหารจัดการภายในท่าเทียบเรือเพื่อความปลอดภัยที่ท่าเทียบเรือฯ ปากคลองจิหลาด จ.กระบี่ 5.โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวและบริหารจัดการภายในท่าเทียบเรือเพื่อความปลอดภัยที่ท่าเทียบเรือฯ ท้องศาลา และท่าเทียบเรือหาดริ้น อ.เกาะพงัน สุราษฏร์ธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า ได้ร่วมแก้ปัญหากับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ดำเนินการในเรื่องการควบคุมเรือสำราญและกีฬา (เรือยอร์ช) ในช่วงการแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสนับสนุนโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์รวมถึงบูรณาแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะบริเวณอ่าวบ้านดอน สุราษฎร์ธานี ได้รื้อถอน 465 ขนำ สามารถส่งคืนพื้นที่ อ่าวบ้านดอน กว่า 2000,000 ไร่ อ.เมืองสุราษฏร์ฯ 28,265 ไร่ อ.กาญจนดิษฐ์ 23,378 ไร่ อ.ท่าฉาง (23,457 ไร่) อ.ไชยา 8,164 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้แก้ไขปัญหาการใช้ร่องน้ำเดินเรือในทะเลสาบสงขลา ,ปัญหาประมงผิดกฎหมาย หารือร่วมหลายฝ่ายและสำรวจเปิดร่องน้ำสัญจรเร่งด่วน 2 ครั้ง แก้ไขปัญหาระหว่างประมงพื้นบ้านกับโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ได้จัดทำแนวทางแก้ไขปัญหากระทบต่อโครงการฯ ระยะที่ 3 แล้ว เกี่ยวกับการเรียกร้องการเยียวยาประมงพื้นบ้าน และนำเป็นโมเดลเยียวยาให้กับชาวประมงต่อไป และการบูรณาการให้ความช่วยเหลือกรณีเรือสันทัดสมุทรอับปาง บริเวณเกาะสมุย ขณะนี้ได้ดำเนินการเก็บกู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116572</URL_LINK>
                <HASHTAG>Flagship 5, ท่องเที่ยว, พัฒนาท่าเรือ, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8923614e82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกาะช้าง&#039;เปิดรับนักท่องเที่ยวยึดมาตรการสธ.เข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.64-นายมานพ สามัญ หัวหน้าฝ่ายบริการ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2564 เป็นต้นมา ทางอุทยานฯเกาะช้างได้เปิดพื้นที่ 5 แห่งเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าตามปกติ คือ น้ำตกธารมะยม สามารถเข้าชมได้ 100 คน/ช่วงเวลา น้ำตกคลองพลู 200 คน/ช่วงเวลา ,เกาะรัง(ดำน้ำดูประการัง) 1,000 คน/วัน,จุดชมวิวไก่เเบ้ 100 คน/ช่วงเวลา และเกาะง่าม ที่เปิดใหม่ จำนวน 100 คน/วัน ส่วนพื้นทีทกางเต้นท์น้ำตกธารมะยม 40 คน/ช่วงเวลา แต่ยังไม่ให้อนุญาตให้เข้าเนื่องจากพื้นที่ติดกับโรงพยาบาลสนาม ต้องรอให้ปิดการใช้งานก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานพ กล่าวว่า หลังจากที่เปิดเข้าชมแล้ว นักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก เนื่องจากยังไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาวันละ 50-100 คน เก็บค่าเข้าชมได้ 900 บาท ที่น้ำตกธารมะยม และในน้ำตกคลองพลู เก็บได้ 920 บาท ส่วนเกาะรังยังไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา ซึ่งคาดว่าต่อไปในเดือนหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวยังไม่ทราบข้อมูลมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงนี้ที่อำเภอเกาะช้างมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปริมาณน้ำในพื้นที่น้ำตกจะมีปริมาณมาก และอาจจะเกิดน้ำป่าหลากลงมาได้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวจึงต้องสังเกตสีของน้ำ เหมือนที่น้ำตกธารมะยม เมื่อวันที่ 3 กันยายน ต้องปิดชั่วคราวเพราะมีน้ำหลากลงมา อย่างไรก็ตามทั้งสองพื้นที่ทางอุทยานญเกาะช้างมีชุดกู้ภัยในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไว้พร้อมแล้ว อนึ่ง นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาต้องปฏิบัติตาม มาตรการด้านสาธารณสุขเข้มงวด หากพบว่ามีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 37.5 องศา จะไม่อนุญาตให้เข้าชม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115681</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตราด, ท่องเที่ยว, เกาะช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_61347c305e883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
