<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลสาบหนานหูและวัยรุ่นหนานหนิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ข้ามสะพานไปยังโซนพักผ่อนหย่อนใจของอุทยานทะเลสาบหนานหู เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บนระเบียงที่พัก South Face Hostel ชั้น 12 ของตึก Nanhu No.6 ในเขตชิงซิว เมืองหนานหนิง วงสนทนาเริ่มขึ้นในเวลาราวๆ เที่ยงวัน ผมและท็อป น้องคนไทยที่เพิ่งรู้จักกันนั่งอยู่เป็นสองคนแรก ท็อปเคยมาเรียนภาษาจีนอยู่ 1 ปี จากนั้นกลับเมืองไทยไปสมัครงาน บริษัทก็ส่งมาประจำที่นี่สมใจ ทำงานมาได้อีก 1 ปี ภาษาจีนคล่องแคล่วอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็สารภาพว่าหากสนทนากันในหัวข้อเฉพาะ หรือประเด็นลึกๆ มันก็ไม่ง่ายเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชายชาวจีนวัยประมาณ 50 ปี แขกในโฮสเทลสนทนากับท็อปอย่างออกรส แกหันมาคุยภาษาจีนกับผมเป็นระยะ คงคิดว่าผมพูดจีนได้ ท็อปสอนให้ผมเรียกแกว่า &amp;ldquo;จางเกอ&amp;rdquo; แปลว่า &amp;ldquo;พี่จาง&amp;rdquo; เป็นเจ้าของยิมออกกำลังกายแห่งหนึ่ง รูปร่างยังดูฟิตเปรี๊ยะ ไม่มีไขมันส่วนเกิน เย็นนี้จางเกอจะเดินทางโดยรถไฟจีนไปยังชายแดนจีน-เวียดนาม แล้วจากนั้นก็เดินทางโดยรถไฟเวียดนามต่อไปยังฮานอย หรือที่คนจีนเรียก &amp;ldquo;เหอเหน่ย&amp;rdquo; จางเกอขอวีแช้ตผมไป เพราะไม่กี่วันข้างหน้าเราทั้งคู่อาจจะอยู่ที่ฮานอยในช่วงเวลาเดียวกัน หากต้องเจอกันจริงๆ คงต้องพึ่งแอปแปลภาษาสถานเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กวัยรุ่นจำนวนหนึ่งไม่รู้โผล่มาจากไหน ทราบในคืนวันนั้นว่าพวกเขาเป็นแขกถาวรของที่นี่ เช่าห้องดอร์มไว้แบบรายเดือน พวกเขาเรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้ว แต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัยในทันที กำลังเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมตัวไปเรียนต่อเมืองนอก ท็อปบอกผมว่าเด็กพวกนี้ตื่นตอนบ่าย เพราะเข้านอนตอนเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทะเลสาบหนานหูและกลุ่มตึกสูงในเมืองหนานหนิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้หญิงเจ้าของเกสต์เฮาส์ชื่อเทรซี่เข้ามาในโฮสเทลช่วงบ่ายเช่นกัน เธอพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก คงเคยไปเรียนเมืองนอกมาก่อน ดูๆ ไปคล้ายเป็นผู้ปกครองเด็กพวกนี้ บางวันเธอนอนค้างที่โฮสเทล บางวันก็กลับไปนอนบ้าน ท็อปอาศัยสถานะแขกประจำต่อราคาค่าที่นอนให้ผมจากคืนละ 60 หยวนในคืนแรก เหลือคืนต่อไป 50 หยวน หากว่าผมจะพักต่อ เธอก็ตกลง เข้าใจว่านี่เป็นราคาของคนจีนและลูกค้าประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุ่มไทยจากไปในเวลาบ่าย 2 ครึ่ง เขาเดินทางไปอีกเมือง อยู่ห่างจากหนานหนิงประมาณ 1 ชั่วโมง ผมผละจากวงสนทนาเพื่ออาบน้ำและงีบเอาแรง ตื่นตอนเย็นออกไปนั่งริมระเบียง มองเห็นอุทยานทะเลสาบหนานหูอยู่ใกล้ๆ ถามโน่นนี่กับเทรซี่นิดหน่อยแล้วลงจากตึกเดินมุ่งทิศใต้ไปบนถนน Yuanhu South ลอดซุ้มประตูเข้าสู่อุทยาน สังเกตเห็นว่ามีคนปิ้งไส้กรอกขายอยู่หลายเจ้า เป็นไปได้ว่าเป็นของขายดีสำหรับช่วงที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทะเลสาบหนานหูนี้ในอดีตเป็นลำห้วยที่เชื่อมกับแม่น้ำยง เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งเมื่อยามฝนตกหนัก จึงมีการขุดลอกจนกลายเป็นทะเลสาบในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618-ค.ศ.907) กระทั่งปี ค.ศ.1972 ได้เลื่อนสถานะเป็นอุทยาน หากมองจากบนฟ้าจะเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยที่ด้านกว้างค่อนข้างสั้น จนภาพออกมาคล้ายกับไม้บรรทัด ด้านยาวจะอยู่ทางทิศเหนือและใต้ ฝั่งเหนือยาว 3,560 เมตร ฝั่งใต้ยาว 3,685 เมตร ฝั่งตะวันออกกว้าง 400 เมตร ฝั่งตะวันตกกว้าง 330 เมตร มีเส้นทางทัวร์ไว้วิ่งหรือปั่นจักรยานรอบทะเลสาบ 8,170 เมตร พร้อมชมสะพานข้ามฝั่งทะเลสาบ 7 สะพาน ส่วนพื้นที่สวนและลานกิจกรรมต่างๆ มีประมาณ 900 ตารางเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเดินข้ามสะพานโค้งที่มีช่องวงกลมด้านล่างสะพาน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ช่องไปฝั่งทิศใต้ มีขั้นบันไดให้ขึ้นไปยังลานกว้าง ตรงกลางคืออนุสาวรีย์สีแดงเรียกว่า &amp;ldquo;อนุสาวรีย์วีรชนไป่เซ่อ&amp;rdquo; สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการพลีชีพของชาวจ้วงในเมืองไป่เซ่อเมื่อปีค.ศ.&amp;nbsp;1929&amp;nbsp;พวกเขาสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ในการต่อต้านรัฐบาลสาธารณรัฐจีนของพรรคชาตินิยมจีนหรือก๊กมินตั๋งที่นำโดยจอมพลเจียงไคเช็กในเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไป่เซ่อเป็นเมืองเล็กๆ ทางตะวันตกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง อยู่ห่างจากหนานหนิงกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กิโลเมตร เติ้งเสี่ยวผิงในวัย&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปีจัดตั้งสมาชิกในเมืองนี้ได้หลายพันคนในการเดินทางมาเยือนเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ.&amp;nbsp;1929&amp;nbsp;จนเกิดมีกองทหารขึ้น พวกเขาประกาศตัวเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลจีนคณะชาติ เริ่มต้นในวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธันวาคมปีเดียวกัน ทว่าการต่อสู้ไม่เป็นไปดังหวัง มีคนต้องพลีชีพจำนวนมาก แต่ก็ยังมีผู้รอดชีวิตจำนวนหนึ่งได้เข้าร่วมในการเดินทัพทางไกลปีค.ศ.&amp;nbsp;1934&amp;nbsp;หรือที่เรียกว่า&amp;nbsp;Long March&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามไป่เซ่อได้กลายเป็นฐานการปฏิวัติแห่งหนึ่งในเวลาต่อมา กระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์โดยการนำของประธานเหมาเจ๋อตุงเอาชนะและขับไล่จีนคณะชาติของเจียงไคเช็กจนต้องหนีไปยังเกาะไต้หวันในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1949&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ฐานของอนุสาวรีย์วีรชนไป่เซอมีตัวอักษรที่เขียนไว้โดยอดีตประธานาธิบดีเติ้งเสี่ยวผิงในพิธีเปิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธันวาคม ค.ศ.&amp;nbsp;1981&amp;nbsp;วันครบรอบ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ปีของเหตุการณ์ แปลได้ว่า &amp;ldquo;เหล่าวีรบุรุษจะไม่มีวันถูกลืมเลือน&amp;rdquo; จากนั้นทุกๆ ปีจะมีการจัดงานรำลึกวีรกรรมขึ้น ส่วนที่ด้านหลังของอนุสาวรีย์คือพิพิธภัณฑ์การลุกฮือแห่งไป่เซ่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ทันที่จะหาคำตอบว่าเวลาเย็นเยี่ยงนี้พิพิธภัณฑ์ปิดไปหรือยังก็ต้องมีสิ่งมาเบี่ยงเบนความสนใจ กลุ่มสตรีผู้สูงอายุในชุดโทนสีแดงแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;2กลุ่มร้องเพลงตอบโต้กันแบบท่อนต่อท่อนหรือเพลงต่อเพลงผมก็ไม่แน่ใจ เมื่อพิจารณาภาพที่เห็นอยู่นานเกือบชั่วโมงก็พอสรุปได้ว่าคงจะเป็นการพบปะในโอกาสพิเศษหรือการนัดรวมญาติของชาวจ้วง พวกเขาน่าจะมาจากคนละเมืองกัน ถึงตอนจะลาก็ครวญเพลงอาลัยกันเนิ่นนาน ฝ่ายหนึ่งเดินไปก่อน อีกฝ่ายที่เดินตามก็ตั้งแถวหน้ากระดานร้องเพลงพร้อมกันขึ้นมา ผมรู้สึกว่าไพเราะน่าฟังอย่างกับคณะประสานเสียงมืออาชีพ ฝ่ายที่เดินล่วงไปก่อนสักสิบเมตรหันหน้ากลับมาฟังอย่างตั้งใจให้อีกฝ่ายร้องจบ จากนั้นก็ถึงคราวฝ่ายตัวเองตั้งแถวหน้ากระดานประสานบทเพลงกลับไปบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายนำหน้าร้องเสร็จก็หันกลับเดินต่อ ไม่ถึงนาทีหรอก ฝ่ายตามหลังร้องขึ้นมาอีก แล้วอีกฝ่ายก็ต้องร้องแก้กลับไป เป็นภาพที่ดำเนินอยู่อย่างไม่จบสิ้น ในเวลานั้นนอกจากผมแล้วก็คิดว่าไม่มีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติอีก ทว่าแม้แต่ชาวจีนด้วยกันก็ให้ความสนใจ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพ หลายคนยิ้มหัวให้กับความน่ารักของคุณป้าคุณยายทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์มากมายที่ยืนยันได้ว่าชาวจ้วงนั้นมีบรรพบุรุษร่วมกับชาวไทและลาวมาตั้งแต่เกือบ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พันปีก่อน มีความเชื่อและวัฒนธรรมประเพณีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน ภาษาพูดก็อยู่ในตระกูลเดียวกัน การนับเลขและการใช้คำเรียกชื่อบางอย่างตรงกันน่าเหลือเชื่อ เพียงแต่ว่าหากให้มานั่งพูดคุยกันในเวลานี้คงไม่สามารถสื่อสารกันรู้เรื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันชาวจ้วงอาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงมากกว่า&amp;nbsp;14ล้านคน หรือประมาณ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดในมณฑลนี้ (ชาวจีนฮั่นเป็นประชากรส่วนใหญ่ที่&amp;nbsp;62&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์) และชาวจ้วงถือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มใหญ่ที่สุดหรือมีจำนวนมากที่สุดในสาธารณรัฐประชาชนจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
อนุสาวรีย์วีรชนไป่เซ่อ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกการลุกฮือต่อต้านรัฐบาลจีนคณะชาติสมัยที่พรรคคอมมิวนิสต์ยังไม่ผงาดง้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินข้ามสะพานกลับไปอีกฝั่ง ซื้อไส้กรอกปิ้งไม้ละ 5 หยวน มองดูในตู้แช่ไม่เห็นเบียร์ก็กินไส้กรอกกับน้ำเปล่า จากนั้นเดินไปยังทิศตะวันตกบนทางเท้าริมทะเลสาบ หันกลับมามองเห็นผู้สูงวัยอารมณ์ดียังคงปะทะประชันบทเพลงกันอยู่กลางสะพาน ไม่รู้ว่าสิ้นคืนนี้บรรดาผู้อาวุโสจะออกพ้นจากอุทยานหรือไม่ แต่ถึงจะไม่รีบร้อนก็ไม่เป็นไรเพราะอุทยานทะเลสาบหนานหูเปิดตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอุทยานแห่งนี้ยังมีสวยกล้วยไม้จัดแสดงไว้นานาพรรณ เป็นสวนกล้วยไม้ขนาดใหญ่แห่งแรกในเมืองหนานหนิงตั้งแต่ปี ค.ศ.1973 รวมถึงสวนบอนไซในพื้นที่ 7.5 ไร่ เปิดในปี ค.ศ.1987 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง นอกจากนี้บริเวณทางเท้ารอบทะเลสาบที่ทำไว้อย่างดียังแยกเอาไว้ 4 โซนน่าสนใจ ได้แก่ โซนพื้นที่สีเขียวที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม, โซนพักผ่อนหย่อนใจเหมาะกับการทำกิจกรรมครอบครัว ซึ่งรวมถึงพื้นที่พิพิธภัณฑ์การลุกฮือไป่เซ่อ, โซนกีฬาและวัฒนธรรม ออกแบบให้สะท้อนวัฒนธรรมชาวจ้วง และโซนชมวิวที่จัดไว้ยาวถึง 1,600 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
คณะประสานเสียงรุ่นใหญ่ร้องเพลงร่ำลากันอย่างไม่รู้จบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เว็บไซต์ visitorourchina.com ให้ข้อมูลว่าเวลากลางคืนมีการแสดงภาพยนตร์กลางน้ำซึ่งใช้ม่านน้ำเป็นจอ เทคนิคแสงสีเสียงระดับสูงทำให้ภาพออกมาเป็น 3 มิติตื่นตา ไฮไลต์คือการนำภาพของผู้ชมไปขึ้นจอม่านน้ำกลางทะเลสาบที่ยาวถึง 330 เมตรให้ได้ดูภาพตัวเองอย่างภูมิอกภูมิใจ รัฐบาลเมืองหนานหนิงได้ลงทุนในโครงการนี้ไปมากกว่า 26 ล้านหยวน เริ่มจัดโชว์ตั้งแต่ปี ค.ศ.2003&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีป้ายลูกศรชี้ไปทางทิศตะวันตก เขียนว่า Bar Street ผมเดินตามไปแต่ไม่เจอ ออกจากอุทยานเดินไปบนถนนใหญ่ชื่อ Xinghu ไปทางทิศตะวันตกเหมือนเดิมด้วยยังมีความหวังว่าจะเจอบาร์สตรีทที่ว่า เสี่ยงเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยหนึ่ง แวะซื้อเบียร์ชิงเต่าในซูเปอร์มาร์เก็ตมา 1 กระป๋อง ราคากระป๋องละ 4.3 หยวน เมื่อไม่มีวี่แววของย่านดื่มกินก็เดินกลับออกมาหน้าปากซอย เจอร้านอาหารที่กินง่ายและเหมาะสมกับคนพูดจีนไม่ได้ แต่ละอย่างปรุงสุกใหม่อยู่ในถ้วยเรียบร้อยแล้ว ผมเลือกหยิบกับข้าว 3 อย่างใส่ถาดขึ้นไปกินบนชั้น 2 ทั้งหมดแค่ 21 หยวน หรือถ้วยละ 7 หยวน ข้าวสวย ข้าวต้ม และน้ำซุปฟรีไม่อั้น เห็นเด็กวัยรุ่นลงไปเติมข้าวคนละสองสามถ้วย ส่วนผมไม่ต้องเติมก็อิ่มแปล้ในราคาไม่ถึง 100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
จักรยานให้เช่ามีอยู่ทั่วเมืองหนานหนิง ส่วนมอเตอร์ไซค์ที่ชาวเมืองใช้กันก็ล้วนเป็นแบบไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความคิดเรื่องตามหาบาร์สตรีทหมดไป สิ่งที่จำเป็นมากกว่าเวลานี้คือถุงเท้า เพราะที่ใส่อยู่เป็นถุงเท้าสะอาดคู่สุดท้าย ฟ้ามืดลงไปสักพักแล้ว ผมเดินไปทางทิศตะวันตกต่ออีกหน่อย เลี้ยวขวาที่สี่แยก เดินขึ้นเหนือไปบนถนน Gucheng จนเจอสี่แยกใหญ่ถัดมา มีห้างสรรพสินค้าตั้งอยู่จึงเข้าไปหาร้านขายถุงเท้า หาอยู่นานก็ไม่เจอ ออกมาเจอวางขายอยู่นอกห้าง เขียนไว้คู่ละ 10 หยวน แต่พอผมจะซื้อเจ๊คนขายพลิกให้ดูป้ายราคา ระบุ 60 หยวน ผมจึงไม่ซื้อเพราะแพงไป จากนั้นเดินต่อไปทางทิศตะวันออกบนถนน Minzu ลองแวะร้านขายเครื่องเขียน ไม่มีถุงเท้าขาย กระทั่งถึงสี่แยกตรงสถานีรถไฟใต้ดิน Macun เลี้ยวขวาเข้าถนน Yuanhu South เดินเข้าตึก Nanhu No.6 เท่ากับผมเดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมเกือบจัตุรัส ด้านละ 1 กิโลฯ รวมเป็น 4 กิโลฯ ยังไม่นับตอนที่เดินในอุทยานทะเลสาบ สุดท้ายตอนเข้าไปซื้อเบียร์ในมินิมาร์ทด้านล่างตึกเจอถุงเท้าวางขายอยู่คู่ละ 12 หยวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดินเข้าที่พักเจอกับหนุ่มวัยรุ่นหน้ามน ลูกค้ารายเดือนของโฮสเทล เขาถ่อมตัวว่าพูดอังกฤษไม่เก่ง แต่ความจริงดีทีเดียว บอกผมว่าหากมีอะไรสงสัยให้ถามเขาได้ ตอนผมเข้าไปอาบน้ำเขาเดาถูกว่าผมมีปัญหาในการเปิดก๊อกน้ำอุ่น เขาเคาะประตู ผมต้องรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมานุ่ง หนุ่มน้อยเข้ามาสาธิตการใช้งาน เปิดน้ำกระเซ็นจนเปียกมะล่อกมะแล่กไปด้วยกันทั้งคู่ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาไม่สอนตั้งแต่ก่อนจะอาบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ผู้เขียนเดินหาร้านขายถุงเท้าแต่เจอร้านขายแมว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างผมนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะกินข้าว มีวัยรุ่นสาวสวมแว่นเข้ามาคุย เธอกะจะฝึกภาษาอังกฤษ แต่คุยไม่ค่อยรู้เรื่องและเขินอายปนประหม่าไม่กล้าพูดเพราะกลัวพูดผิด สาวตัวสูงที่เดินไปเดินมาทนไม่ได้ ตะโกนพูดบางคำกับเธออย่างเป็นกันเอง เมื่อได้คุยกันก็ทำให้รู้ว่าสาวตัวสูงพูดภาษาอังกฤษได้ดี ผมถามสาวแว่นว่าเพื่อนเธอจะไปเรียนที่ไหน ได้รับคำตอบว่าสาวตัวสูงทำงานแล้ว ส่วนตัวสาวแว่นเองยังไม่ได้ตัดสินใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนุ่มแว่นกลับมาจากร้านเกมเข้าร่วมวงสนทนา เขาคือคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีที่สุดในกลุ่มเด็กเหล่านี้ กำลังจะไปเรียนด้านภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ถามผมเรื่องราคามอเตอร์ไซค์และกฎระเบียบการขับขี่ที่เมืองไทย ฝ่ายหนุ่มหน้ามนก็กำลังเรียนภาษาอังกฤษ มีเป้าหมายจะไปเรียนต่อด้านดนตรีที่มาเลเซีย เขาสั่งซื้อไก่ทอดมากินเป็นมื้อค่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กพวกนี้ไม่ค่อยออกไปกินข้าวข้างนอก ใช้วิธีสั่งทางแอปให้มอเตอร์ไซค์มาส่ง ตอนหลังผมสังเกตตามร้านอาหารพบว่าหลายร้านที่ไม่ถึงกับใหญ่โตหรูหราจะจัดโต๊ะนั่งกินในร้านไว้ไม่มาก คงเพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะดื่มเบียร์หมดและปลีกตัวเข้านอน ผมเห็นภาพหนุ่มหน้ามนดูสนิทสนมและคล้ายจะแอบคลอเคลียอยู่กับสาวตัวสูง ทั้งคู่น่าจะเป็นแฟนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โล่งใจเหลือเกินที่หนุ่มหน้ามนเป็นชายทั้งแท่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62077</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลสาบหนานหู, ท่องเที่ยวจีน, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, หนานหนิง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> คุณน้าในรถไฟและหนุ่มไทยที่หนานหนิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนครฉงชิ่งถึงหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร มีรถไฟให้บริการวันละ 5 เที่ยว ในจำนวนนี้มีรถไฟความเร็วสูง 3 เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 7 ชั่วโมงกว่า ล้วนออกจากสถานีฉงชิ่งตะวันตก มีเที่ยว 9 โมงกว่า 2 เที่ยว ถึงหนานหนิงหลัง 5 โมงเย็น และเที่ยวบ่ายโมงกว่าถึงเกือบ 3 ทุ่ม ผมไม่นิยมไปถึงปลายทางตอนเย็นย่ำหรือค่ำมืด เพราะเดินหาที่พักยากกว่าเวลากลางวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟความเร็วธรรมดาเที่ยวกลางคืนจึงเหมาะสมที่สุด ออกจากสถานีฉงชิ่งตะวันตก 18.00 น. ถึงสถานีหนานหนิง 09.15 น. อีกขบวนเป็นรถไฟความเร็วต่ำที่ไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยว ออกจากสถานีฉงชิ่งเหนือเวลา 19.07 น. ถึงสถานีหนานหนิง 18.22 น. ในวันถัดไป กินเวลาเกือบ 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทะเลสาบหนานหู ใกล้ๆ ที่พักของผู้เขียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าโดยสารของรถไฟความเร็วธรรมดาตู้นอนพิเศษของผมอยู่ที่เกือบๆ 2 พันบาท เท่าๆ กับค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง ข้อดีของการเดินทางกลางคืนก็คือประหยัดค่าที่พักไป 1 คืน ถึงปลายทางก็พร้อมเที่ยวต่อได้ทันที ข้อเสียคือต้องลุ้นว่าเพื่อนร่วมห้องโดยสารเป็นคนแบบไหน และที่สำคัญสำหรับผมคือพวกเขากรนเสียงดังหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อรถไฟเคลื่อนออกจากสถานีฉงชิ่งตะวันตก ผมนึกขึ้นได้ว่าจองที่พักไว้สำหรับคืนนี้ คือวันที่ 2 พฤศจิกายน แต่ผมไปถึงวันที่ 3 พฤศจิกายน ความผิดพลาดเกิดจากตอนที่จองตั๋วรถไฟทางอินเทอร์เน็ตเมื่อเช้า ระบุเดินทางในวันที่ 2 ตอนจองที่พักผมก็เผลอใส่วันที่ 2 ไปด้วย พวกที่เดินทางเปลี่ยนที่นอนบ่อยๆ ต้องมีความเฉลียวในเรื่องวันเวลาไว้ให้มาก ไม่งั้นจะตกรถตกรา จ่ายค่าที่พักโดยไม่ได้นอนเอาได้ง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินเทอร์เน็ตในซิมการ์ดยังใช้ได้เป็นวันสุดท้าย ผมส่งอีเมลไปขอโทษและขอเลื่อนวันเข้าพักออกไป 1 วัน พร้อมบอกเหตุผลความสับสน เพียงครู่เดียวก็มีอีเมลตอบกลับมาว่าไม่มีปัญหา เป็นอันโล่งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในห้องโดยสาร 4 เตียง บน-ล่าง ตอนออกจากสถานีต้นทางมีเพื่อนร่วมห้องอยู่ 1 คน นอนอยู่เตียงล่างฝั่งตรงข้ามกับผม คะเนอายุอยู่ในวัย 50 ปลายๆ แกมีขวดใสใส่น้ำชา จิบหมดแล้วก็เติมน้ำร้อนจากกาน้ำในห้องโดยสาร สลับกับการคุยและพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ บางทีก็เอนหลังลงนอน จากนั้นมีอาการกระวนกระวาย เหมือนจะบ่นอะไรออกมาด้วย สักพักออกไปข้างนอกห้องแล้วกลับเข้ามาใหม่ เห็นผมวางที่ชาร์จแบตโทรศัพท์อยู่บนโต๊ะก็ตาลุก ดีใจ หยิบสายไปเสียบใส่เครื่องของแกแล้วเสียบปลั๊กเข้ากับเต้ารับใต้โต๊ะ มือถือและสายชาร์จต่างสายพันธุ์ใช้งานร่วมกันได้ แกพูดภาษาจีนออกมา แน่นอน ผมฟังไม่ออกแม้แต่คำเดียว แต่เข้าใจว่าแกกล่าวขอบใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความจริงแล้วผมหยิบที่ชาร์จขึ้นมาวางก็เพื่อเตรียมชาร์จโทรศัพท์ของตัวเอง ไม่ได้เอะใจว่าที่คุณน้าแกดูกระสับกระส่ายเพราะแบตโทรศัพท์แกหมด กลายเป็นการหยิบยื่นน้ำใจให้คนจีนเจ้าบ้านโดยไม่รู้ตัว และแกก็คงเข้าใจว่าผมฟังภาษาจีนพอรู้เรื่อง เพราะเอาสายชาร์จให้แกยืมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นใน South Face Hostel&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณน้าเห็นผมถือสมุดบันทึกอยู่ แกขอไปทั้งเล่มพร้อมปากกา เขียนข้อความภาษาจีนลงในกระดาษหน้าที่ว่างแล้วยื่นกลับมาให้ ผมถ่ายรูปกระดาษหน้านี้ส่งผ่านวีแช้ตให้เจียห่าว เพื่อนใหม่ของผมจากมณฑลกวางตุ้งที่ได้พบเจอกันในฉงชิ่ง เขาออกจากฉงชิ่งไปเมื่อตอนกลางวัน เปลี่ยนใจไม่เดินทางไปเฉิงตูตามแผน หันหัวลงใต้สู่ &amp;ldquo;เจิ้นหยวน&amp;rdquo; เขาบอกว่าเป็นเมืองโบราณใกล้เมืองกุ้ยหยาง ทั้งสองเมืองอยู่ในมณฑลกุ้ยโจว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือข้อความที่เจียห่าวแปลเป็นภาษาอังกฤษกลับมาให้ ผมขอแปลเป็นภาษาไทยอีกทอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมชื่อ .....บ้านอยู่นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐประจำมณฑล กำลังเดินทางไปติดต่อราชการที่หนานหนิง ผมชอบหนานหนิง ได้โปรดโทรศัพท์หาผมตามเบอร์ที่ให้ไว้เมื่อคุณมีโอกาสไปเยือนเฉิงตู ผมจะเป็นไกด์ที่ดีสำหรับคุณ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมอ่านข้อความแปลของเจียห่าวแล้วยกมือไหว้แก กล่าว &amp;ldquo;เซี่ยเสียะ&amp;rdquo; คิดในใจว่าไม่น่าเชื่อ สายชาร์จโทรศัพท์ชิ้นเดียวถึงขั้นจะทำให้ผมมีไกด์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐประจำมณฑลในเฉิงตู เมืองแห่งหมีแพนด้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจียห่าวเขียนมาเพิ่มเติมว่าไปเฉิงตูแล้วก็อย่าลืมโทร.หาคุณน้าแกนะ ย้ำว่า &amp;ldquo;มันย่อมดีกว่าแน่นอนที่จะมีคนท้องถิ่นพาไปกินของอร่อยๆ กว่าที่จะแสวงหาด้วยตัวเอง&amp;rdquo; ผมอ่านแล้วก็ยิ้ม หมอนี่คิดถึงเรื่องกินเป็นลำดับแรกเสมอ แต่พอมาทำความเข้าใจภายหลัง การพาแขกต่างเมืองไปกินของอร่อยคือการต้อนรับอย่างสมเกียรติของคนจีน ทั้งนี้ การจะหาอาหารอร่อยกินในเมืองจีนหากไม่ได้เดินทางกับกรุ๊ปทัวร์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โชคดีที่ผมไม่จริงจังเรื่องกินของอร่อย แค่กินให้ตรงเวลาและไม่เสี่ยงท้องเสียก็พอใจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณน้าแกยังใจดีทำท่าจะรินน้ำชาให้ผม ความจริงผมน่าจะรับมาดื่ม แต่ดันปฏิเสธแกไปโดยไม่ทันได้คิด ได้ยินเสียงจากนอกห้องมีรถเข็นขายของผ่านมาพอดีก็ออกไปซื้อผีจิ๋วมา 1 กระป๋อง ยี่ห้อ SNOW กระป๋องยาว ราคา 10 หยวน แอลกอฮอล์ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมนั่งจิบเบียร์รสชาติจืดสนิทพูดภาษาอังกฤษ คุณน้าจิบน้ำชาพูดภาษาจีน สักพักแกชวนออกไปสูบบุหรี่ ผมตามไปยืนจิบเบียร์ข้างๆ แก แล้วกลับไปสนทนาคนละภาษากันต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้จะถึงสถานีกุ้ยหยางราวๆ 4 ทุ่ม แกบอกให้ผมรีบเข้าห้องน้ำเสียก่อน เพราะรถไฟจะจอดนาน ผมยังงงว่าเข้าใจภาษาจีนของแกได้ไง เพราะนอกจากนับเลขได้นิดหน่อยแล้ว ผมรู้ภาษาจีนไม่เกินสิบคำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&amp;ldquo;เจิ้นหยวน&amp;rdquo; เมืองโบราณในมณฑลกุ้ยโจว &amp;ldquo;เฉิน เจียห่าว&amp;rdquo; เพื่อนของผู้เขียนส่งมายั่วน้ำลาย ไม่แคล้วคงต้องไปเยือนอีกไม่ช้าไม่นาน - Photo by Chen Jiahao&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สถานีกุ้ยหยางมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาในห้องของเราอีก 1 คน รูปร่างอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกิน แต่ไม่ถึงขั้นอ้วนพี เขานอนเตียงบนฝั่งเดียวกับผม พอรถไฟออกจากกุ้ยหยางคุณน้าข้าราชการถอดกางแกงสแล็กและเสื้อเชิ้ตขาวออก ปิดไฟหัวเตียงแล้วห่มผ้านอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายผู้ขึ้นมาใหม่หลังจัดระเบียบตัวเองเรียบร้อยก็ปิดไฟหัวเตียงเช่นกัน และหลังจากนั้นไม่นานก็ส่งเสียงกรน แต่ยังดีที่ไม่ดังมาก และบางช่วงเสียงกรนก็ขาดหายไป เข้าใจว่าเป็นตอนที่พลิกตัวนอนตะแคง ช่วงที่เสียงกรนหายไปนี้เป็นจังหวะที่ผมชิงลงมือหลับลงไปได้ในราวๆ เที่ยงคืน ตื่นขึ้นมาอีกทีตอนที่ฟ้ายังมืด ชายเตียงบนหายไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมตื่นอีกครั้งเมื่อรถไฟเข้าใกล้หนานหนิง เห็นคุณน้าจากเฉิงตูนั่งอยู่ในชุดที่ใส่ก่อนนอนพร้อมขวดน้ำชา กล่าวขึ้นว่า &amp;ldquo;กู้ดมอร์นิ่ง&amp;rdquo; ภาษาอังกฤษคำแรกที่ได้ยินจากแก ตอนรถไฟจอดที่สถานีหนานหนิงตะวันออกผมเตรียมตัวจะลง แกบอกว่ายังไม่ถึง ต้องลงที่สถานีหนานหนิง (เฉยๆ) พอถึงสถานีหนานหนิงแกกางมือออก 2 ข้าง ดันมือขึ้นแล้วพูดว่า &amp;ldquo;อัพ&amp;rdquo; หมายถึงให้ลุก เป็นภาษาอังกฤษคำที่ 2 ที่แกพูดออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณน้าคว้าสูทที่แขวนไว้มาสวม ผายมือให้ผมเดินออกจากห้องก่อน ลงจากรถไฟแล้วผมเรียกแกว่า &amp;ldquo;เซอร์&amp;rdquo; ซึ่งก็คือ &amp;ldquo;ท่าน&amp;rdquo; งัดเอาประโยคภาษาจีนที่ท่องจำจากอินเทอร์เน็ตบอกคุณน้าไป แปลได้ว่าขอบคุณมากและขอให้โชคดี แกยกมือขึ้นทำสัญลักษณ์ว่าให้โทร.หา ก่อนเดินลับหายไปในคลื่นผู้คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมออกจากสถานีหนานหนิงไปเจอกับคณะมอเตอร์ไซค์ ไม่แน่ใจว่าเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือพวกทาบทามขายที่พักกินค่าคอมฯ ทั้งหมดไม่พูดจาหว่านล้อมหรือตามตื๊อ อาจรู้ว่าคนแบกเป้จากต่างแดนตื๊อไปก็ไร้ประโยชน์ ผมเห็นป้ายรถไฟใต้ดินก็ลงไป หยอดเงิน 2 หยวนลงตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ นั่งไปยังสถานี Macun ออกเสียง &amp;ldquo;หม่าซุน&amp;rdquo; เดินขึ้นมาบนถนน แล้วตั้งหลักเดินหาตึก Nanhu No.6 แค่สองสามนาทีก็เจอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่พักของผมชื่อ South Face Hotel อยู่ชั้น 12 ของตึก เดินวน 1 รอบยังหาทางขึ้นไม่เจอ พอถึงรอบที่ 2 เห็นประตูเปิดอยู่บานหนึ่ง เดินตามคนอื่นเข้าไป กำลังจะขึ้นลิฟต์ก็มีเสียงจากด้านหลังดังขึ้นว่า &amp;ldquo;คนไทยหรือเปล่าครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมหันกลับไปมองต้นเสียง หน้าตาคล้ายคนไทย แต่คิดว่าอาจจะเป็นคนจีนที่พูดภาษาไทยได้ ดูแล้วออกไปทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศมากกว่า ไม่ใช่ลาว ไม่ใช่เวียดนาม นอกนั้นเป็นได้หมด แต่สุดท้ายก็พบว่าเขาเป็นคนไทยจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชายหนุ่มเฉลยว่าเจ้าของโฮสเทลเห็นว่าเป็นคนไทยด้วยกันจึงขอให้เขามารอรับผมในเช้าวันนี้ เขาชื่อ &amp;ldquo;ท็อป&amp;rdquo; อายุอยู่ในราวยี่สิบกลางๆ ถึงยี่สิบปลายๆ ตอนหลังทราบว่ามีชื่อจีนด้วย ชื่อ &amp;ldquo;เก๋าช่วย&amp;rdquo; เป็นแขกประจำของโฮสเทล ส่วนตัวเจ้าของนั้นไม่ได้พักอยู่ที่โฮสเทล จะเข้ามาในช่วงบ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท็อปรู้ชื่อของผมล่วงหน้าจากเจ้าของโฮสเทล เขาพูดขึ้นว่าแค่รู้ชื่อก็ทราบว่าผมไม่ใช่วัยรุ่นคนหนุ่มอย่างแน่นอน สังเกตดูสีหน้าเขาไม่ได้เย้าแหย่หรือเล่นมุกใดๆ ผมยังไม่ทันได้จุกเสียดกับการถูกย้ำเตือนว่าอายุล่วงเลยวัยหนุ่มไปแล้ว ท็อปก็เดินนำไปเข้าอีกประตู ลิฟต์ที่ผมจะขึ้นตอนแรกไปไม่ถึงชั้น 12&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; South Face Hotel มีขนาด 100 ตารางเมตร เดิมคงเป็นห้องอพาร์ตเมนต์ เจ้าของซื้อมาดัดแปลงทำเป็นโฮสเทล ผมไม่ได้เดินดูให้ละเอียด แต่เข้าใจว่ามีห้องนอนรวมหรือห้องดอร์มสำหรับผู้ชาย 2 ห้อง และสำหรับผู้หญิง 1 ห้อง ห้องน้ำแยกชาย-หญิง มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับดูทีวี เล่นเกม นั่งคุย ตกแต่งได้เรียบง่ายน่ารัก ระเบียงสำหรับตากเสื้อผ้าและสูบบุหรี่ ห้องครัว โต๊ะรับประทานอาหาร และพื้นที่ซักล้าง ผมสะดุดตาภาพถ่ายขาวดำขนาดใหญ่ของ &amp;ldquo;ออเดรย์ เฮปเบิร์น&amp;rdquo; เมื่อสมัยยังสาว ทำตาโตวาวเอามือเท้าคางวางพิงผนัง คิดในใจคนในสมัยนี้ที่ยังมีรูปเฮปเบิร์นย่อมมีรสนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในห้องนอน 4 เตียงของผมมีฝรั่งนอนอยู่คนหนึ่ง เมื่อคืนนี้ท็อปก็นอนในห้องนี้ แต่เก็บของเรียบร้อยแล้ว เตรียมเดินทางไปอีกเมืองในตอนบ่าย ท็อปต้องนอนเพิ่ม 1 คืนเพื่อรอรับผมตามคำขอของเจ้าของ นี่ย่อมบ่งบอกถึงระดับความสนิทชิดเชื้อของพวกเขาเป็นอย่างดี และหากเขาไม่รอรับผมก็คงขึ้นตึกไม่ได้ เพราะตามระเบียบต้องกดหมายเลขห้องส่งสัญญาณขึ้นไปจากแผงตัวเลขหน้าประตู คนจากในห้องจึงสามารถกดปุ่มอนุญาตให้ขึ้นมาได้ เวลานี้เห็นมีหนุ่มฝรั่งนอนอยู่เพียงคนเดียว แถมยังหลับอุตุอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​เมืองโบราณเจิ้นหยวน ขุนเขาโอบล้อม แม่น้ำสีมรกตไหลผ่ากลาง สะพานเชื่อมสองฝังเมือง - Photo by Chen Jiahao&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมวางเป้ทั้ง 2 ใบลงบนเตียงล่างคนละฝั่งกับที่ฝรั่งนอนอยู่ สำรวจมุมต่างๆ ในที่พักนิดหน่อย แล้วท็อปก็ชวนไปกินติ่มซำที่ร้านในโรงแรมแห่งหนึ่ง คงเป็นร้านดัง เพราะลูกค้าเต็มร้าน มีหลายโต๊ะ ลักษณะเป็นโต๊ะจีนกลมๆ พนักงานแนะให้นั่งรวมกับหญิงชายคู่หนึ่ง มีเก้าอี้ว่างอีกหลายตัว แนะเสร็จเธอก็เดินหายไป พอเราจะนั่งฝ่ายชายพูดกับท็อปว่ากำลังจะมีคนมาเพิ่ม เราจำต้องเดินไปหาโต๊ะใหม่ ผมหันไปเห็นฝ่ายหญิงมองหน้าดุๆ ไปยังฝ่ายชาย อ่านความหมายได้ว่า &amp;lsquo;คุณมันตอแหล ไม่มีใครมาเพิ่มซะหน่อย&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราเดินหาโต๊ะว่างที่ยังไม่มีคนนั่งได้ในที่สุด ท็อปบอกว่าติ่มซำที่นี่จานใหญ่ เราจึงสั่งมาแค่ 4 อย่าง กับน้ำชา 1 กา ติ่มซำจานใหญ่จริงๆ สำหรับผมถือว่าอร่อยมาก ส่วนท็อปบอกว่าอร่อยในระดับหนึ่งเท่านั้น มีสามพ่อแม่ลูกมาขอนั่งด้วย เราเชิญให้นั่งด้วยความยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท็อปเล่าให้ฟังว่าเขาเรียนจบและทำงานอยู่ที่เมืองไทยได้ช่วงหนึ่ง รู้สึกว่าเติบโตยาก นำเงินเก็บทั้งหมดบินมาเรียนภาษาจีนเพื่อยกระดับตัวเอง กลับไปสมัครงานกับบริษัทหนึ่งของไทยที่มีกิจการในมณฑลกว่างซีจ้วงด้วย จากนั้นถูกส่งมาประจำที่นี่ สมปรารถนาทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะกลับขึ้นตึกเราแวะซื้อของในมินิมาร์ทด้านล่าง ท็อปถามเด็กวัยรุ่นที่เป็นแคชเชียร์ว่าเหตุใดไม่ไปเรียนหนังสือ หากเป็นเมืองไทยอาจถูกมองว่ายุ่งเรื่องชาวบ้านได้ แต่หนุ่มน้อยก็ตอบกลับมาเหมือนตอบคำถามทั่วไปว่าจบชั้นมัธยมปลายก็เลิกเรียน บัดนี้อายุ 18 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราซื้อขนมและเบียร์ชิงเต่าคนละกระป๋องขึ้นไปนั่งคุยกันบนระเบียงที่พัก โลกของโฮสเทลแห่งนี้เหมือนจะเพิ่งเริ่มเอาเมื่อตอนเวลาเที่ยงวัน บรรดาวัยรุ่นไม่รู้โผล่ออกมาจากไหน ผู้เข้าพักเจ้าของยิมออกกำลังกายวัยราวๆ 50 ปีเข้าร่วมวงสนนทนา ผู้หญิงเจ้าของโฮสเทลที่ผมเดาอายุไม่ถูกเข้ามาประจำการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวมากมายกำลังเรียงรายรอเปิดเผย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;










 

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61268</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉงชิ่ง, ท่องเที่ยวจีน, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ่นๆ ไป สองวันสุดท้ายในฉงชิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อนุสาวรีย์เสรีภาพและจัตุรัสจีฟางเป่ย ใจกลางเขตหยูจ้วง นครฉงชิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รถทัวร์เดินทางกลับออกมาจากอุทยานแห่งชาติอูหลงราวๆ 4 โมงเย็น เท่ากับว่าเรามีเวลาอยู่ในอุทยานเพียง 4 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น ได้ท่องไปใน 2 หลุมฟ้า เชื่อมกันโดย 3 สะพานสวรรค์ และรอยแยกอัศจรรย์บรรจุถ้ำและน้ำตกมากมายไว้ภายใน ด้วยเวลาที่จำกัดนี้ทำเอาไม่มีเวลาเพ่งพิศความงามจุดใดจุดหนึ่งได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติอูหลง โดยเฉพาะโซน &amp;ldquo;หลุมฟ้าสะพานสวรรค์&amp;rdquo; น่าทึ่งและงามยิ่ง หากวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 สิ้นสุดลงแล้ว อาจเป็นปีนับจากนี้หรือนานกว่านั้น ท่านผู้อ่านลองนำอูหลงไปพิจารณาเพื่อหาเวลามาเยือน และจะให้ดีควรนอนค้างในตัวเมืองของเขตอูหลงสัก 1 หรือ 2 คืน เพื่อใช้เวลากับสถานที่ท่องเที่ยวในแนวภูเขาหินปูน &amp;ldquo;อูหลงคาสต์&amp;rdquo; อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากที่ผมกล่าวถึงไปแล้ว อูหลงยังมีที่เที่ยวอีกหลายแห่ง อาทิ แม่น้ำฟูหรง ถ้ำฟูหรง อุทยานเขานางฟ้า และเขาม้าขาว แหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ทำให้ชาวอูหลงมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวสู่สายตาชาวโลกไม่นาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถทัวร์จีนของเราจอดให้เข้าห้องน้ำ 1 ครั้ง แล้ววิ่งรวดเดียวราว 200 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมงนิดๆ ถึงตัวเมืองฉงชิ่ง รถจอดคนละจุดกับที่ขึ้นเมื่อตอนเช้า เพราะเวลานี้รถคงไม่สามารถวิ่งเข้าไปในย่านจีฟางเป่ยใกล้ๆ ที่พักของเรา ระหว่างเดินไปได้ราวครึ่งกิโลฯ เจียห่าวเพื่อนจากมณฑลกวางตุ้งชวนกินข้าวที่ร้านริมทาง ผมเห็นด้วยเพราะหิวเต็มที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​มุมมองจากใต้สะพานเชียนซือเหมินฝั่งเขตหยูจ้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจียห่าวสั่งกับข้าวกับพ่อครัวโดยไม่ต้องถามไถ่ผมให้มากความ สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ 2 จานใหญ่ๆ ล้วนเป็นผัดผัก จานหนึ่งคือมะระผัดไข่ อีกจานเป็นผักที่ผมไม่รู้จัก ฝานเป็นชิ้นอยู่ในจานคล้ายแตงกวาผสมฟัก ผัดกับเนื้อหมูดูเหมือนแฮม แต่แผ่นใหญ่และหนากว่า กินกับข้าวสวยถ้วยใหญ่และน้ำซุปผัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รสชาติอร่อยเหลือเชื่อจนพวกเรากินไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป เจียห่าวสั่งมาแบบดับเบิล ปกติกับข้าวจานละ 13 หยวน เขาสั่งจานละ 25 หยวน ส่วนน้ำซุปแถมฟรี ผมขอจ่าย แต่เขาเดินเอามือถือไปสแกนคิวอาร์โค้ดอย่างรวดเร็ว ทั่วทุกมุมเมืองที่ทำการค้าจะมีการจ่ายด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด ส่วนใหญ่เป็นของ Alipay และ WeChat แม้แต่แม่ค้ารุ่นคุณยายหาบผลไม้ขายก็มีป้ายคิวอาร์โค้ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอหารครึ่งค่าอาหารเจียห่าวก็ไม่ยอม ตอนแวะซื้อของในร้านมินิมาร์ท เขายอมให้ผมเลี้ยงคืนแค่น้ำเปล่า 1 ขวด จึงขอยกยอดไปเมืองไทย บอกเขาว่าไปเที่ยวเมื่อไหร่ห้ามปิดบังโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเดินอีกครึ่งกิโลฯ ก็ถึงเกสต์เฮาส์ นั่งคุยกันอีกพักใหญ่ เจียห่าวแนะให้ผมโหลดแอปของจีน (เขาเรียกว่า &amp;ldquo;เอพีพี&amp;rdquo;) สามารถจองที่พักได้ในราคาถูก คืนก่อนผมโหลด Qunar และ Fliggy มาแล้ว แต่ล้วนไม่มีภาษาอังกฤษ คืนนี้เขาให้ผมโหลดอีก มี Ctrip และอีกหลายแอป ผมเพียงแสร้งทำว่าจะโหลดเท่านั้น เพราะไม่อยากให้แอปเหล่านี้กินพื้นที่ในโทรศัพท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือน้อยในเมืองใหญ่ มองจากถนน Jiabin ไปยังฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเจียหลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตที่ซื้อมาจากเมืองไทยกำลังจะหมดอายุในอีก 2-3 วันข้างหน้า ถึงเวลานั้นจะต้องใช้อินเทอร์เน็ตจากสัญญาณ Wi-fi ของที่พักเพียงอย่างเดียว ก่อนนี้ได้ขอ VPN มาจากเพื่อน VPN ย่อมาจาก Virtual Private Network หมายถึงเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ใช้สำหรับหลอกสัญญาณอินเทอร์เน็ตว่าเราไม่ได้อยู่เมืองจีน สามารถที่จะเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ที่ทางการจีนบล็อก เช่น Google, Facebook, Line เป็นต้น แต่ด้วยความโลว์เทคของผมหรืออาจจะผิดพลาดอย่างอื่น ทำให้ไม่สามารถเข้า VPN ได้ ผมจึงโหลด Baidu เสิร์ชเอ็นจินของจีนเอาไว้ใช้แทน Google แต่หน้าเว็บมีเฉพาะตัวหนังสือจีน รู้สึกว่าใช้งานยาก แทบไม่มีประโยชน์ใดๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอปเดียวที่ผมโหลดในคืนนี้คือ &amp;ldquo;วีแชท&amp;rdquo; (WeChat) โซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน และผมก็มีเจียห่าวเป็นเพื่อนคนแรก จนถึงปัจจุบัน หรือกว่า 4 เดือนผ่านไป ผมมีเพื่อนเพิ่มเข้ามาอีกเพียง 3 คน แอปนี้เมื่อเรากดที่ข้อความภาษาจีนของคู่สนทนา มันก็จะแปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษตามที่ต้องการได้ แต่เจียห่าวจะใช้วิธีเขียนจีนก่อนแล้วค่อยแปลเป็นภาษาอังกฤษส่งมาให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันต่อมาหลังจากกินไข่ต้ม 2 ฟอง และกาแฟร้อนในมินิมาร์ทย่านจีฟางเป่ย นั่งเล่น เดินเล่น คิดเรื่องการเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป ผมได้ตัดเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ออกไปก่อนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพราะคำนวณเวลาแล้วมีไม่พอ บริษัทที่รับยื่นวีซ่าเตือนว่าแม้เราจะได้วีซ่าเป็นระยะเวลา 30 วัน แต่เราไม่ควรอยู่เกิน 15 วัน สถานทูตจีนมีสิทธิ์ที่จะสงสัยได้ว่าเราแอบเข้าไปทำงานบางชนิดอันจะนำไปสู่ปัญหาในการขอวีซ่าครั้งต่อไป การตัดอู่ฮั่นออกได้กลายเป็นเรื่องดีในภายหลังตามที่ทราบกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเดินทางออกจากเมืองหล่าวกาย ตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม เข้าสู่จีนที่เมืองเหอโข่ว มณฑลยูนนาน ต่อไปยังนครคุนหมิง แล้วขึ้นมายังนครฉงชิ่ง ดูคล้ายเป็นเส้นตรงทแยงไปทางขวาบนของแผนที่ จากฉงชิ่งผมจะเดินทางลงใต้เกือบเป็นเส้นตรงไปทางด้านล่าง ออกจากจีนที่เขตปกครองตนเองมณฑลกว่างสีจ้วง เข้าสู่ตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนาม เส้น 2 เส้นนี้จะมีลักษณะคล้ายตัว V กลับหัว มีฉงชิ่งอยู่ที่จุดปลายสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​แม่น้ำเจียหลิง สะพานเชียนซือเหมิน และหงหยาตง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลาร่อยหรอลงผมก็ต้องตัดเมืองกุ้ยหยาง มณฑลกุ้ยโจว และเมืองกุ้ยหลิน เขตปกครองตนเองกว่างสีจ้วงออกไป สองเมืองดังกล่าวอยู่ในเส้นทางฉงชิ่งและหนานหนิง เวลานี้จำต้องปรับแผนเดินทางตรงดิ่งไปยังหนานหนิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เป็นวันศุกร์ ผมยังไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟไปหนานหนิง เพราะยังไม่ได้เขียนคอลัมน์เบื้องหน้าที่ปรากฏ กำหนดส่งในวันเสาร์ จึงคิดว่าจะอยู่ต่อในฉงชิ่งอีกคืนเพื่อเขียนเสียให้เสร็จ นั่งรอรีเซฟชั่นสาวเจ้าของหมายักษ์อยู่เป็นชั่วโมงเธอก็ไม่โผล่มา เนื่องจากว่าเวลานี้ทั้งเกสต์เฮาส์มีผู้เข้าพักเพียงผมและเจียห่าวเท่านั้น เธอก็เลยไม่จำเป็นต้องวนไปเวียนมาแถวบริเวณล็อบบี้หรือพื้นที่ส่วนกลาง เมื่อหมายักษ์พันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีนั่นไม่อยู่ ผมคิดว่าเธอก็ไม่อยู่เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำในห้องพักแล้วเก็บกระเป๋าเอาไว้เผื่อๆ ตอนแรกกะว่าจะต่อราคาห้องพัก เพราะเมื่อวันก่อนผมได้ต่อจากคืนละ 200 หยวน เหลือ 2 คืน 350 หยวนมาแล้ว เมื่อเธอไม่มาซะทีก็ตัดสินใจจองที่พักใหม่อยู่ห่างออกไปราว 1 กิโลเมตร ระบุขอห้องที่มีโต๊ะเก้าอี้เขียนหนังสือ ห้องพักปัจจุบันของผมมีโต๊ะตัวใหญ่ แต่เก้าอี้เตี้ยไป ไม่เหมาะสำหรับนั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​แผงผลไม้ในนครฉงชิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจียห่าวพักในห้องนอนรวม แต่เช้านี้ยังไม่โผล่มาให้เห็น เข้าใจว่าออกไปกินข้าว เขามีแผนเดินทางไปเฉิงตูไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ เวลาเที่ยงตรงผมเขียนข้อความลงในกระดาษทิชชู่ว่า &amp;ldquo;Thank you&amp;rdquo; เอากุญแจห้องและคีย์การ์ดวางทับไว้บนเคาน์เตอร์รีเซฟชั่น เปิดประตูออกจากเกสต์เฮาส์ เข้าลิฟต์ลงจากตึกเดินไปทางทิศตะวันตกบนถนน Xinhua สู่ที่พักแห่งใหม่ชื่อ Idea Jar Hotel อยู่ในกลุ่มอาคาร Ume ใช้เวลาหาอยู่นาน เพราะมี 2 อาคาร ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของตึกด้านตะวันตก ตึกนี้มีลักษณะที่เรียกว่าคอมเพล็กซ์ ออกแบบเป็นรูปตัว U เป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ยิมออกกำลังกาย และสถานบันเทิงหลายประเภท ผมมองเข้าไปในห้องหนึ่งเห็นคนนั่งเล่นไพ่ท้าสายตาประชาชนกันอยู่ริมกระจก ผ้าม่านเปิดออกเหมือนจะเชื้อเชิญแขกขึ้นไปร่วมวงเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าห้องที่พักใหม่ 128 หยวน รีเซฟชั่นขอค่ามัดจำคีย์การ์ดด้วย รวมแล้วต้องจ่าย 300 หยวนก่อนเข้าพัก ห้องที่ได้มีกลิ่นบุหรี่ค่อนข้างแรง ผมเดินกลับออกมาขอเปลี่ยน เพราะตอนจองได้ระบุไว้แล้วว่าขอห้องปลอดบุหรี่ ห้องใหม่ที่ได้ก็ยังมีกลิ่นบุหรี่ แต่ไม่แรงนัก หันไปเห็นที่เขี่ยบุหรี่วางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ ผมไม่คิดว่าจะมีห้องปลอดบุหรี่จริงๆ จึงยอมปลงใจกับห้องใหม่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ที่นี่จะใช้ชื่อว่า Hotel แต่มีลักษณะเป็นโฮสเทลมากกว่า มีห้องเป็นจำนวนมากและขนาดห้องค่อนข้างเล็ก โดยเฉพาะห้องน้ำถึงขั้นเรียกได้ว่าเล็กจิ๋ว แต่ชดเชยได้ด้วยราคาที่ไม่แพงและสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ขัดใจอยู่นิดเดียวก็แค่เรื่องกลิ่นบุหรี่ พื้นที่ส่วนกลางมีขนาดใหญ่ จัดไว้หลายมุม โต๊ะเก้าอี้หลายตัว ชั้นวางหนังสือรอบด้านจนเหมือนเป็นห้องสมุดขนาดย่อม แยกโซนสูบบุหรี่ออกไปตรงระเบียง จึงยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดยังมีที่เขี่ยบุหรี่ไว้ในห้องพัก ตอนหลังทราบว่าคนจีน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวสูบบุหรี่กันเยอะมาก ไม่เตรียมที่เขี่ยบุหรี่ไว้ให้ก็อาจจะเขี่ยลงในโถส้วม จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมลงไปซื้อขนมและกาแฟในร้านมินิมาร์ทด้านล่างตึกขึ้นมานั่งกินและเขียนคอลัมน์บริเวณล็อบบี้ได้ไม่นานก็ย้ายกลับเข้าไปเขียนในห้องพัก เพราะสนใจสิ่งรอบตัวจนไม่ค่อยมีสมาธิ ตอนค่ำเดินไปห้าง Raffles City เข้าแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อซูชิ 1 กล่องใหญ่ ชุดสลัดผัก และเบียร์ Volfas Engelman จากลิทัวเนีย แบบ IPA และ Hefeweizen (ทำจากข้าวสาลี) อย่างละกระป๋องขนาด 568 มิลลิลิตร หันไปเห็นอาหารกล่องปรุงสุกพร้อมรับประทาน ข้างในมีไก่อบ กระเพาะไก่ เต้าหู้สไลด์ และผักกวางตุ้ง ก็หยิบมาจนเกือบจะหอบไปจ่ายเงินไม่ไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเดินออกไปนั่งกินบนม้านั่งในจัตุรัสเชาเทียนเหมิน จุดบรรจบของแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจียหลิง นั่งมองสีสันยามค่ำคืนของบรรดาตึกฝั่งตรงข้าม เรือดินเนอร์ครูซล่องไปมา และสะพานโค้งเชาเทียนเหมิน 1 ใน 38 สะพานข้ามแม่น้ำของนครฉงชิ่ง ในจำนวนนี้มีถึง 17 สะพานที่ทำสถิติโลกด้านต่างๆ ผมกินหมดแค่ซูชิก็อิ่มแปล้ เก็บอาหารที่เหลือใส่เป้ เดินถือเบียร์แบบ IPA ที่ยังเหลือครึ่งกระป๋องเลียบแม่น้ำเจียหลิงขึ้นไป ลอดใต้สะพานเชียนซือเหมิน หงหยาตง-กลุ่มอาคารสไตล์โบราณอาบสีทองโดดเด่นพิงเนินเขาอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งผมได้พูดถึงไปแล้วตั้งแต่ตอนแรกที่มาถึงฉงชิ่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะฉงชิ่ง (Chongqing Guotai Arts Center)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถนน Jiabin ขนาด 4 เลน มีเกาะกลาง คั่นระหว่างแม่น้ำเจียหลิงและหงหยาตง นักท่องเที่ยวแออัดยัดเยียดกันอยู่บนทางเท้าฝั่งริมน้ำ เพราะต้องการถ่ายภาพกลับไปยังหงหยาตงให้เต็มเฟรม บริเวณหน้าหงหยาตงไม่มีทางข้ามไป-มา หากมีรถคงติดหนักทั้ง 2 ฝั่ง ติดกับซุ้มขายของเล็กๆ มี 3 หนุ่มใหญ่นั่งเล่นไพ่กันอยู่บนโต๊ะ หน้าตักมีเงินเดิมพันวางอยู่เย้ยสายตา สาวหมวยสวมแว่นเดินผ่านแล้วยิ้มให้กับความกล้าของนักพนัน ผมเดินผ่านพวกเขาไปและเดินไปอีกไกลกว่าจะข้ามไปอีกฝั่งได้ และเนื่องจากแผนที่กูเกิลไม่แม่นยำทำให้หลงทาง จนสุดท้ายต้องเดินกลับมายังหงหยาตง ค่อยๆ ขึ้นไปทีละชั้นจนออกสู่ถนน Cangbai จากชั้นบนสุดของหงหยาตง แล้วเดินกลับที่พักไปเขียนคอลัมน์ต่อจนถึงประมาณตี 3 จึงได้นอน ส่วนเบียร์ทั้ง 2 กระป๋องหมดไปก่อนนานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันต่อมาตื่นค่อนข้างสาย ข้าวกล่องน่าจะบูดไปแล้ว เพราะในห้องไม่มีตู้เย็น กินสลัดแล้วออกไปซื้อไข่ต้มของที่พักกินกับกาแฟ จองตั๋วรถไฟเที่ยวข้ามคืนไปยังหนานหนิง แล้วกลับเข้าห้องพักไปอาบน้ำ ระหว่างแต่งตัวไฟก็ตัด เพราะถึงเวลา 12.00 น. ได้เวลาเช็กเอาต์ โชคดีมากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว ไม่อยากจะนึกภาพหากไฟตัดตอนยังมีแชมพูและสบู่อยู่บนตัว รีเซฟชั่นไม่ได้แจ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเช็กเอาต์ ฝากกระเป๋าแล้วออกไปเดินเล่นย่านจีฟางเป่ย วันนี้ฝนตกลงมาตั้งแต่เช้า ถึงตอนบ่ายซาเม็ดลงไปแล้ว แต่ยังโปรยละอองไม่ขาด ลองซื้อแยมโรลชุบหมูหยองมา 3 ชิ้นใหญ่ ชิ้นละ 9 หยวน เดินไปนั่งกินที่ลานขั้นบันไดหน้าห้าง Park108 ดึงฮู้ดจากแจ็กเกตขึ้นคลุมหัวกันฝนดูอนาถา หากคนไทยด้วยกันเดินมาเห็นถ้าไม่เสนอความช่วยเหลือก็คงเบือนหน้าหนี เพราะกลัวสบสายตาเพื่อนร่วมชาติผู้ตกยากในต่างแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวบ่าย 3 โมง ผมกลับไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้กับรีเซฟชั่น เมื่อคืนวานเจียห่าวหาข้อมูลรถเมล์ไว้ให้ มีรถสาย G01 จากย่านจีฟางเป่ยไปยังสถานีฉงชิ่งตะวันตก รถไฟไปหนานหนิงจะออกจากที่นั่น เดินทางจากย่านจีฟางเป่ย 54 นาที ค่ารถ 15 หยวน แต่ผมไม่เสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าป้ายรถเมล์อยู่ตรงไหนกันแน่ เดินไปขึ้นรถไฟใต้ดิน เปลี่ยนสาย 1 ครั้งไปโผล่ที่สถานี Railway Station &amp;ndash; North Square ซึ่งเชื่อมกับสถานีรถไฟฉงชิ่งเหนือ (Chongqingbei Railway Station) รับตั๋วที่จองไว้ทางอินเทอร์เน็ตจากเจ้าหน้าที่ช่องซ้ายสุด ทั้งตั๋วฉงชิ่งเหนือไปยังฉงชิ่งตะวันตก และตั๋วฉงชิ่งตะวันตกไปยังหนานหนิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีฉงชิ่งตะวันตก (Chogqingxi Railway Station) เป็นชุมทางการเดินรถของจีนไปยังภาคตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของจีนฝั่งตะวันตกรองจากสถานีซีอานเหนือ เปิดใช้เมื่อ 2 ปีก่อน ตอนที่รถไฟความเร็วสูงจากสถานีฉงชิ่งเหนือมาถึงฉงชิ่งตะวันตก ผมเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงในการทรานสิตและเตรียมตัวเดินทางไปกับรถไฟความเร็วธรรมดาออกจากฉงชิ่งตะวันตกเวลา 18.00 น. กำหนดถึงสถานีหนานหนิง 09.15 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความในวีแชท อำลาและอวยชัยให้เจียห่าว เพื่อนใหม่จากกวางตุ้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60455</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, ฉงชิ่ง, ท่องเที่ยวจีน, รอยแยกอัศจรรย์, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, สะพานสวรรค์, หลุมฟ้า, หลุมฟ้า-สะพานสวรรค์, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หงหยาตงที่ฉงชิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถไฟกลางคืนความเร็วธรรมดา เส้นทางคุนหมิง-ฉงชิ่ง มีตั้งแต่ที่นั่งปรับเอน เตียงนอนแถวละ 3 ชั้น 3 เตียง และตู้นอนพิเศษแยกเป็นห้องมีประตูปิด ห้องละ 4 เตียง ทั้งหมดล้วนปรับอากาศเย็นสบาย ห้องน้ำอยู่ท้ายตู้ ห้องล้างหน้าแปรงฟันแยกออกไปต่างหาก จุดสูบบุหรี่ก็อยู่ใกล้ๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในตู้นอนพิเศษของผม ตอนออกจากสถานีคุนหมิงนั้นมีผมเจ้าของเตียงล่างด้านซ้าย และหนุ่มรูปร่างอ้วนเตียงบนด้านขวา เขาเอื้อมมือลงมาหมุนปุ่มเสียงประกาศของเจ้าหน้าที่รถไฟ จากเสียงดังกลายเป็นไม่มีเสียง ผมไม่เดือดร้อน เพราะลงสถานีสุดท้ายพรุ่งนี้เช้า สถานีถัดมามีหนุ่มตัวผอมขึ้นมาสมทบ หมอนี่ขึ้นมาปุ๊บก็ปิดไฟดวงกลางแล้วนอนทันที แต่ผมยังสามารถใช้ไฟจากหัวเตียงได้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
วิวจากห้องพักของผู้เขียน ฉงชิ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตั๋วเราไปเก็บแล้วให้การ์ดมา 1 ใบ ระบุห้องและหมายเลขเตียง เจ้าหน้าที่เก็บตั๋วไว้ในแฟ้มช่องเดียวกับที่ดึงการ์ดออกมา โดยจะนำตั๋วมาแลกการ์ดคืนให้ก่อนถึงสถานีที่เราจะลง วิธีการนี้หากใครขโมยของผู้อื่นลงไปก่อนก็จะไม่มีตั๋วสำหรับใช้สอดเข้าเครื่องเปิดประตูตอนออกจากสถานี นอกจากว่าตอนจะลงแล้วมือไวฉวยทรัพย์สินชิ้นเล็กๆ ของคนที่ยังไม่ถึงปลายทางและกำลังหลับอุตุติดมือลงไปด้วย แต่ก็นั่นแหละครับ ในจีนหาขโมยยากกว่าคนพูดภาษาอังกฤษเสียอีก จึงวางใจหลับให้สบายจะดีกว่า ปัญหาที่จะหลับไม่สบายก็คือเสียงกรน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
อนุสาวรีย์เสรีภาพฉงชิ่ง กลางจัตุรัสเจียฟางเบ่ย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมหวั่นใจอยู่ตั้งแต่เห็นหุ่นตุ้ยนุ้ยของเพื่อนร่วมห้องในตอนแรกแล้ว หลับได้ไม่เท่าไหร่เขาก็กรนทันที กรนไม่หยุด และบางช่วงดังสนั่น แปลกใจที่หนุ่มผอมหลับสนิท ผมนึกเสียดายที่ลืมเหล้าจีน 32 ดีกรีไว้ที่โฮสเทลเมืองคุนหมิง เบียร์ หรือ &amp;ldquo;ผีจิ่ว&amp;rdquo; ที่ซื้อจากรถเข็นในรถไฟก็จืดเหลือเกิน หากซื้อมาเพิ่มก็มีแต่จะปวดฉี่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ กว่าจะหลับได้ก็ดึกมากแล้วทั้งที่วันนี้ผมเพลียหนัก เพราะเดินเยอะ แถมยังชมป่าหินชือหลินด้วยการวิ่งหลายกิโลเมตร แต่หลับได้ไม่เท่าไหร่ก็ตื่นขึ้น เพราะเสียงชายหนุ่มคนหนึ่งลากกระเป๋าเข้ามานอนเตียงล่างฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่นานต่อมาหนุ่มผอมเตียงบนก็ถึงที่หมายลงไปเป็นคนแรก ผมผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ใช่หนุ่มอ้วน จากนั้นหนุ่มผู้มาใหม่ก็เดินไปตามเมียจากห้องไหนไม่รู้มานอนแทนที่หนุ่มผอม เมียไม่มาเปล่า นอกจากกระเป๋าล้อลากหลายใบวางจนแน่นเต็มพื้นห้องแล้วก็ยังมีทารกน้อยมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทารกน้อยเริ่มร้องให้ ดังขึ้นและดังขึ้นจนหนุ่มอ้วนหยุดกรน คาดว่าตื่นเพราะเสียงเด็กร้อง แต่ไม่นานเขาก็หลับลงได้อีกครั้งและบรรเลงเสียงแข่งกับทารกน้อย ผมจึงแทบไม่ได้หลับอีกเลย กระทั่งถึงสถานีฉงชิ่งตะวันตกเวลา 09.04 น. ซึ่งยังไม่ใช่ปลายทางที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ผู้เขียนเดินหลงและหาทางลงเนินผาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ได้วิวนี้มา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานีฉงชิ่งตะวันตก (Chongqing Xi) ไกลจากตัวเมืองอยู่อีกโข ข้อมูลที่หาได้จากอินเทอร์เน็ตบอกว่ามี Long Distance Bus หรือรถบัสระยะไกลสำหรับเข้าเมือง แต่ผมเลือกนั่งรถไฟความเร็วสูงต่อไปยังสถานีฉงชิ่งเหนือ (Chongqing Bei) เที่ยว 10.27 น. มีตั๋วอยู่ในมือแล้ว หากแต่ต้องใช้ประตู Transit แบบเครื่องบิน ห้องผู้โดยสารของสถานีแห่งนี้ใหญ่โตมโหฬาร ยาว 420 เมตร กว้าง 276 เมตร ช่วงที่แคบสุด 150 เมตร พื้นที่รวมของอาคารเกือบ 120,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารในช่วงเวลาเดียวกันได้ถึง 15,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถึงสถานีฉงชิ่งเหนือเวลา 10.51 น. ก็เดินไปตามป้ายบอกเพื่อต่อไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน ผมสับสนสายรถไฟนิดหน่อยจึงเดินเข้าไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาวบริเวณนั้น เธอมีหน้าที่ให้ข้อมูลอยู่แล้ว ออกตัวว่าภาษาอังกฤษไม่ค่อยดี แต่แนะนำเส้นทางได้เข้าใจง่ายมาก ความจริงภาษาอังกฤษเธออยู่ในเกณฑ์ดี เพียงแต่การออกเสียงอาจฟังยากเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมนึกว่าต้องขึ้นสาย 3 สถานีชื่อ Chongqing North Railway Station แต่เธอแนะนำให้ขึ้นสาย 10 สถานีชื่อ Chongqing North Railway Station &amp;ndash; North Square มีคำว่า &amp;ldquo;จัตุรัสเหนือ&amp;rdquo; เพิ่มเข้ามา แล้วเปลี่ยนเป็นสาย 6 ที่สถานี Hongtudi วิ่งลงใต้ไป 4 สถานี โผล่ที่ Xiaoshizi Station ในเขตหยูจ้วง (Yuzhong) ย่านใจกลางเมือง ใกล้จุดบรรจบของแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจียหลิง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หงหยาตงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ผมสับสนอยู่กับแผนที่กูเกิลในมือถือบริเวณด้านหลังประตูทางออก ได้ยินเสียงคนขากเสลดมาจากนอกสถานี แล้วเดินเข้ามาถุยในสถานี เฉียดตัวผมไปแค่คืบ เจ้าของเสลดคงไม่คิดว่าจะมีใครมายืนงงอยู่ตรงนี้ แต่ก็ไม่มีคำขอโทษ ผมเข้าใจในภายหลังว่าไม่มีการขอโทษกับเรื่องพรรค์นี้ นอกเสียจากว่าจะถุยลงบนใบหน้าหรือลำตัวเท่านั้น รวมถึงเข้าใจว่าการขากเสลดและถุยลงพื้นเป็นเรื่องธรรมดาสามัญยิ่งในฉงชิ่ง โดยเฉพาะจากคนรุ่นวัยกลางคนขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่พักชื่อ Youdian Lang Homestay ที่ผมจองไว้ระบุตำแหน่งในแผนที่ว่าอยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟใต้ดิน Xiaoshizi แต่พอดูเลขที่ตั้งกลับพบว่าไกลออกไปมาก แถมยังหาในแผนที่กูเกิลไม่เจอ เป็นแบบนี้ก็จนปัญญา ผมค้นหาที่ใหม่ได้เกสต์เฮาส์ชื่อ Zhiqingchun-Ms.Dong Guest (Jiefangbei Branch) ห่างออกไปประมาณ 800 เมตร ในเว็บไซต์รับจองขึ้นตัวเลขห้องว่าง ผมไม่กล้ากดจอง เพราะการจองก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ยกเลิก และที่ไม่ยกเลิกก็เพราะเป็นแบบที่ยกเลิกไม่ได้ ผมต้องเขียนอีเมลไปอธิบายว่ากรุณาอย่าตัดเงินจากบัญชี เพราะหาสถานที่ของคุณไม่เจอด้วยข้อมูลที่ให้ไว้เต็มไปด้วยความสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ของกินเล่นแบบนี้มีหลายร้านในหงหยาตงและทั่วฉงชิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นก็เดินไปบนถนน Xinhua เป็นถนนที่ลาดชันขึ้นเนิน ด้านหลังห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร คือจุดบรรจบของแม่น้ำ 2 สาย ท่าเรือเชาเทียนเหมิน จัตุรัส ตึกสูงและห้างใหญ่ ผมเลี้ยวซ้ายเข้าซอย Gongyuan ไม่เห็นมีชื่ออาคารที่ตรงกับชื่อเกสต์เฮาส์ แต่ตำแหน่งในแผนที่บอกว่ามาถึงแล้ว มีตึกสูงอยู่ด้านซ้ายมือชื่อ Yedi ผมยื่นมือถือให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ดูชื่อเกสต์เฮาส์เขาก็ชี้เข้าไปในตึก ผมเสี่ยงขึ้นลิฟต์ชั้น 28 เพราะเลขที่อยู่เกสต์เฮาส์คือ 2804 ปรากฏว่าอยู่ชั้น 28 จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาวรีเซฟชั่นวัยประมาณยี่สิบต้นๆ หน้าตาดี แต่ดูเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนเดินมาเปิดประตูให้ ผมถามถึงห้องนอนรวม 4 เตียง เธอบอกราคา 65 หยวน ผมเช็กมาจากเว็บไซต์รับจองแค่ 45 หยวน เธอเปิดประตูให้ดูภายในห้อง มีร่องรอยของผู้เข้าพัก 1 คน ส่วนอีกห้องที่ว่างทั้ง 4 เตียง เธอไม่เปิดให้พัก หากผมจองทางเว็บไซต์จะสามารถเข้าพักได้ เพราะเป็นห้องคนละแบบกับที่เธอให้ดู และราคาต่างกันนิดหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ความเผ็ดจัดจ้านคือแนวทางของอาหารฉงชิ่งและเสฉวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอเสนอห้องพักเตียงเดี่ยวในราคา 200 หยวน ถูกกว่าราคาในเว็บไซต์ ผมขอดูห้อง เปิดม่านออกจากผนัง 2 ด้านเป็นกระจกใสเห็นเมือง แม่น้ำแยงซี และภูเขา มีโต๊ะเขียนหนังสือ ห้องน้ำสะอาดติดกระจกใสมองเห็นวิวงามไม่แพ้กัน จึงตอบตกลง จ่ายเงิน อาบน้ำ แล้วก็ออกไปยังถนนซินหัว เดินย้อนไปตามเส้นทางที่เดินมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน Xiaoshizi เพื่อหามื้อเช้าบวกมื้อเที่ยงกินในตอนบ่าย เมื่อไม่เจอของกินแบบง่ายๆ ก็ตัดสินใจแวะที่ร้านบะหมี่ริมถนนหน้าห้างเล็กๆ แห่งหนึ่ง ชี้ไปที่รูปเมนูด้านบน แม่ค้าเดินออกมาดูรูปว่าผมสั่งอะไรแล้วกลับเข้าไปลวกเส้นใส่เครื่อง เสิร์ฟมาชนิดที่ต้องตกใจ เพราะดูสีแดงแรงฤทธิ์มากกว่าในรูปหลายเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บะหมี่นี้ชื่อ &amp;ldquo;ฉงชิ่งเสี่ยวเมี่ยน&amp;rdquo; เป็นบะหมี่เส้นเล็กแบบฉงชิ่ง ส่วนความเผ็ดเป็นแบบเสฉวน ปกติในเมืองไทยผมไม่กินเผ็ด บะหมี่ชามนี้น่าจะเผ็ดกว่าทุกบะหมี่ในเมืองไทย ฝืนและทนกินเส้น เนื้อ และผักจนเกือบหมด เหลือน้ำไว้ครึ่งชาม จ่ายเงิน 20 หยวนแล้วเดินปากชากลับไปงีบในห้องพัก ตื่นมาตอนเย็นแล้วก็ออกท่องเขตหยูจ้วง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นที่ย่านธุรกิจเจียฟางเบ่ย (Jiefangbei) มีอนุสาวรีย์เสรีภาพฉงชิ่ง สร้างขึ้นเพื่อรำลึกชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ลักษณะเป็นหอนาฬิกา ความสูง 27.5 เมตร บนฐานอนุสาวรีย์มีทหาร 2 นายเดินวนซ้ายระวังไวไปพร้อมๆ กัน อนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่ตรงกลางจัตุรัสเจียฟางเบ่ยที่กินบริเวณกว้าง 25,000 ตารางเมตร ผู้คนกระจุกตัวกันแถวนี้หนาตา พ้นเขตจัตุรัสถนนแตกออกเป็น 4 แฉก สองฝั่งถนนทั้งสี่ล้วนอาคารสูงแข่งกันพุ่งขึ้นฟ้า ทั้งโรงแรม ห้างร้าน อาคารสำนักงาน ร้านค้าแบรนด์เนม ร้านอาหาร ป้ายโฆษณาแอลอีดีส่องสว่างจ้าตามอาคาร ตึกบางหลังเล่นแสงสีเคลื่อนไหวแพรวพราว บนถนนที่ออกไปทางทิศตะวันตกกำลังมีเทศกาลหนังสือตั้งแผงอยู่ยาวนับร้อยเมตร แต่ไม่ใคร่จะมีคนสนใจมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห่างออกไปจากโซนไข่แดงแห่งฉงชิ่งนี้มีร้านอาหาร ร้านขายของกินง่ายๆ และราคาไม่แพง ผมแวะซื้อพายผัก 2 ชิ้น สื่อสารอยู่นานกว่าจะได้มากิน จากนั้นเดินไปตามแผนที่กูเกิลมุ่งหน้า &amp;ldquo;หงหยาตง&amp;rdquo; (Hognyadong) เข้าซอยที่มีวิทยาลัยการแพทย์ มีป้าคนหนึ่งตั้งแผงเล็กๆ ขายถุงเท้า ผมกำลังขาดแคลนถุงเท้าอยู่พอดี เดินเข้าไปใกล้ๆ เห็นแม่ค้าเป็นคนตาบอด แกพูดออกมาเป็นภาษาจีน มีคำว่า &amp;ldquo;ซาน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ฉือ&amp;rdquo; ผมเดาว่าน่าจะหมายถึง 3 คู่ 10 หยวน หยิบมา 3 คู่ใส่มือแม่ค้าแล้วยื่นธนบัตร 10 หยวน ป้าแกคลำๆ เงินแล้วมั่นใจว่าเป็นแบงก์สิบ ยื่นถุงเท้ามาให้แล้วพูดว่า &amp;ldquo;เซี่ยเสียะ&amp;rdquo; ขอบใจ นึกแล้วขำเพราะรู้สึกว่าผมคุยกับคนตาบอดรู้เรื่องกว่าคุยกับคนตาดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ประติมากรรมชั้นบนสุดของหงหยาตง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แผนที่นำทางลัดเลาะไปออกที่เนินผา มีบ้านเรือนแต่คล้ายร้างผู้อยู่อาศัย เบื้องล่างคือแม่น้ำเจียหลิง ถัดเข้ามาคือถนน Jiabin และช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ &amp;ldquo;หงหยาตง&amp;rdquo; คล้ายสร้างพิงเนินผา ผมหาทางลงไม่เจอ ต้องกลับออกมายังถนนใหญ่แล้วเดินไปตามความรู้สึก สุดท้ายก็ถึงหงหยาตง ทางเข้านี้อยู่บนถนน Cangbai ชั้นบนสุดของหงหยาตงอยู่ในระนาบเดียวกับพื้นถนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หงหยาตงที่แปลว่า &amp;ldquo;ถ้ำหงหยา&amp;rdquo; ไม่ได้มีลักษณะเป็นถ้ำ หากแต่เป็นสถานจับจ่ายใช้สอยและดื่มกินขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2006 เป็นอาคารไม้สไตล์โบราณ 11 ชั้น รูปทรงคล้ายในหนังแอนิเมชั่นเรื่องดังของญี่ปุ่น &amp;ldquo;Spirited Away&amp;rdquo; ไฟสว่างขับแสงนวลทองออกมาจากตัวอาคารตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึง 4 ทุ่ม หากใครมาเยือนตัวเมืองฉงชิ่งแล้วไม่ได้เที่ยวหงหยาตงและถ่ายรูปให้เต็มเฟรมจากอีกฝั่งถนน Jiabin หรือจากเรือล่องแม่น้ำเจียหลิงก็เหมือนมาไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดินแดนแห่งนี้เมื่อประมาณ 2,300 ปีก่อนเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรปา เนินผานี้ก็คือป้อมปราการเมือง มีรายงานการศึกษาที่เชื่อว่าชาวปามีเชื้อสายเดียวกับชนชาติไต เชื่อมโยงโดยตรงกับหนานผิงลาว ปัจจุบันยังคงอยู่อาศัยในฉงชิ่งและพื้นที่ใกล้เคียงหลายพันครอบครัว มีวัฒนธรรมที่เรียกว่า &amp;ldquo;ปาหยู&amp;rdquo; สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ในหงหยาตงทุกวันนี้ก็มีโซนการจัดแสดงทางวัฒนธรรมดังกล่าวอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเดินชมวิถีชีวิตและธุรกิจการค้า เดินไปเดินมาหลายชั้น จนลงไปถึงชั้น 1 รู้สึกเริ่มปวดเท้า หาบาร์น่านั่งไม่เจอ ที่พอจะกล้อมแกล้มคือบาร์คาราโอเกะให้ลูกค้าขึ้นไปร้องเพลง พนักงานชี้ให้ผมเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม อาจจะเป็นเจ้าของเดียวกัน ในเมนูมีไวน์ขายเป็นขวด ขอสั่งเป็นแก้วเธอก็ดูมึนๆ งงๆ ตอนนั้นผมยังจำไม่ได้ว่าเบียร์เรียกว่า &amp;ldquo;ผีจิ่ว&amp;rdquo; พูดว่าเบียร์พนักงานก็ไม่เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หงหยาตงจากมุมหนึ่งของถนน Jiabin ริมแม่น้ำเจียหลิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจเดินกลับที่พัก ระหว่างทางแวะซื้อเบียร์จาก 7-11 ติดมือ 2 กระป๋องพร้อมไก่ทอดไร้กระดูก ถึงชั้น 28 แล้วผลักประตูเกสต์เฮาส์เข้าไป ชายในห้องดอร์มเพียงหนึ่งเดียวเดินมาหา พอรู้ว่าผมไม่ใช่พนักงานส่งอาหารเขาก็เดินกลับไป พื้นที่ล็อบบี้ค่อนข้างกว้างและน่านั่ง ผนังเป็นกระจกใสเห็นวิวอาคารแต้มแสงสียามราตรี ผมเลือกนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่ง เปิดเบียร์ชิงเต่าขึ้นจิบ ครู่ต่อมาอาหารของเพื่อนร่วมเกสต์เฮาส์มาส่ง เขารับถุงอาหารใบโตแล้วเดินมานั่งโต๊ะเดียวกับผม แนะนำชื่อ &amp;ldquo;จาห่าว&amp;rdquo; มาจากกว่างโจว พูดภาษาอังกฤษพอใช้ได้ แต่มีปัญหาอยู่ที่การออกเสียง บางครั้งจึงต้องใช้แอปแปลภาษาช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขาชวนให้ผมกิน &amp;ldquo;เชาข่าว&amp;rdquo; เนื้อสัตว์เสียบไม้ปิ้งคลุกเครื่องเทศ บอกว่าสั่งเป็นครั้งแรก ได้ฟรีมาเยอะ รสชาติไม่เผ็ดอย่างที่คิด ผมกินกับเบียร์เข้ากันได้ดีเหลือเชื่อจนต้องเก็บไก่ทอดใส่เป้ ยื่นเบียร์อีกกระป๋องให้จาห่าว แต่เขาเป็นคนไม่ดื่ม ถามเขาว่าชอบอาหารฉงชิ่งหรือไม่ จาห่าวส่ายหน้า พิมพ์ข้อความลงในมือถือ แปลเป็นภาษาอังกฤษยื่นให้ผมอ่าน &amp;ldquo;Rough&amp;rdquo; คงหมายถึง หยาบ แข็ง ทื่อ เผ็ด ทำนองนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เขาก็กินจนหมดเกลี้ยง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57876</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, คุนหมิง-ฉงชิ่ง, ท่องเที่ยวจีน, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, หงหยาตงที่ฉงชิ่ง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
