<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;หนีฝน&quot; ไปสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมที่&quot;เชียงคาน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สกายวอล์ค ที่เชียงคาน อยู่ในช่วงทดลองเปิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าอยากไปเสพความสงบ ก็ต้องไปเที่ยว&amp;quot;เชียงคาน&amp;quot; จังหวัดเลย &amp;nbsp;แม้ไม่มีวิวเลิศหรูอลังการ &amp;nbsp; แต่ก็จะได้ความกริ่มกรุ่นอบอุ่นหัวใจกลับมา &amp;nbsp; จากวิถีวัฒนธรรมสองฝั่งโขง ที่ส่งผ่านชีวิตผู้คนในชุมชน &amp;nbsp;รวมทั้ง อาคารบ้านเรือนที่ยังคงสภาพรูปแบบเดิมๆ อันเป็นสิ่งหายากยิ่งในประเทศไทย และเมื่อเร็วๆนี้ เชียงคานได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 เมืองท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก &amp;nbsp;จากหน่วยงานระดับโลกอย่าง &amp;nbsp;Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่จัดอันดับร่วมกับ &amp;nbsp;ITB หรือ Internation Tourism Borse องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลกเช่นกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อช่วงที่ฝนเทกระหน่ำกรุงเทพ &amp;nbsp;ตกเกือบทั้งวันทั้งคืน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. &amp;nbsp; ได้ชวนไปเชียงคาน &amp;nbsp; จุดหมาย คือ การไปร่วมงานเปิดศูนย์วัฒนธรรมไทดำ ที่ อพท.เข้าไปช่วยส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยั่งยืน ซึ่งพอไปถึงกลับไม่มีฝน แค่อากาศครึ้มๆ กลางวันร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก่อนที่จะถึงเวลาเปิดศูนย์วัฒนธรรมไทดำในช่วงเย็น &amp;nbsp;อพท.พาไปแวะกราบ&amp;ldquo;พระใหญ่ภูคกงิ้ว&amp;rdquo; และ เยี่ยมชม&amp;ldquo;สกายวอล์ค&amp;rdquo;ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน &amp;nbsp;สกายวอล์คที่ว่านี้ &amp;nbsp;กำลังเป็น&amp;quot;ทอล์คออฟเดอะทาวน์&amp;quot; ของคนเลยและจังหวัดอีสานรอบๆ เพราะเป็นสะพานทางเดินที่พื้นเป็นกระจก (น่าจะแห่งที่สอง แห่งแรกคือที่อัยยาเวง ยะลา) &amp;nbsp;ท่ามกลางธรรมขาติ เขียวขจี และสองสายน้ำ &amp;nbsp;คือแม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขง &amp;nbsp;ด้วยความสูง 80เมตร กว้าง 2เมตร และทางเดินยาว 100 เมตร &amp;nbsp;ขึ้นไแล้วจะเห็นวิวโดยรอบ 360องศา พร้อมกับความเสียว สำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสสกายวอล์กพื้นกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงทดลอง ก็มีคนมาเที่ยวสกายวอล์คเชียงคานเยอะมาก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด คนแน่นเลยทีเดียว &amp;nbsp;รถสองแถวที่วิ่งรับส่งคนชึ้นลง วิ่งกันไม่ขาดสาย ส่วนค่าเข้าสกายวอล์ค ถือว่าถูกมากๆ เพียงคนละ 40 บาท ซึ่งรวมค่ารถสองแถวขึ้นลง และค่ายืมรองเท้าใส่หุ้มรองเท้าเดิมเวลาเดินบนสกายวอล์ค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะได้เหยียบพื้นกระจกบนสกายวอล์ค มองไปก้เห็นว่าคนอยู่บนสะพานเยอะพอสมควร จึงถามเจ้าหน้าที่ว่าขึ้นได้คราวละกี่คน ซึ่งได้รับคำตอบว่าครั้งละ 50 คน แต่เท่าที่เห็นเกินกว่า 50 คน แน่นอน เรียกว่าการจัดการอาจจะยังไม่ลงตัวหรือยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร &amp;nbsp;อาจจะเป็นเพราะยังไม่ได้เปิดเป็นทางการจริงจัง &amp;nbsp; แต่เอาล่ะไหนๆ ก็มาถึงแล้ว &amp;nbsp;ก็ไม่ควรป๊อด เกินไป ว่าไปแล้ว เราจัดว่าเป็น&amp;quot;รุ่นแรก&amp;quot;ของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเหยียบสกายวอล์คที่นี่ &amp;nbsp;ฉะนั้น ก็อย่าเสียโอกาสกระนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากทำใจให้ฮึกเหิม สู้กับการกลัวความสูง ยิ่งเวลา มองผ่านพื้นกระจก จะเห็นต้นไม้น้อยใหญ่เบื้องล่าง &amp;nbsp;ก็จะเกิดอาการเสียวขาหน่อยๆ &amp;nbsp;ต้องรีบเดินชิดขอบๆ ที่มีราวเหล็กให้จับ ส่วนพวกใจกล้า ก็ลุยเดินไปตรงกลางเลย &amp;nbsp;ทั้่งนั่ง ทั้งยืนถ่ายรูปกันกิ๊วก๊าว &amp;nbsp; เพราะวิวฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง ก็คือ สปป.ลาว &amp;nbsp;มองไปเห็นแต่ความเขียวครึ้มหนาแน่น &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อทอดตามองไปด้านซ้าย ก็จะเป็นแม่น้ำเหือง &amp;nbsp;ไหลมาบรรจบรวมกับแม่น้ำโขง &amp;nbsp;กลายเป็นสายน้ำสองสี ปะทะกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการบอกว่าถ้าเป็นช่วงเย็นๆ ถ้าได้มายืนที่สกายวอล์ค จะเห็นพระอาทิตย์ตกดิน สุดแสนจะโรแมนติกมาก &amp;nbsp;แต่เราไม่มีโอกาสอ้อยอิ่งถึงช่วงเย็น เพราะต้องไปอีกหลายจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระใหญ่ภูคกงิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ก่อนกลับสักการะ&amp;quot;พระใหญ่ภูคกงิ้ว &amp;quot; หรืออีกชื่อ พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ที่องค์พระตั้งอยู่ตรงจุดใกล้ๆกับสะพานสกายวอล์ค &amp;nbsp;องค์พระสูง19มตร ตัวฐานกว้าง 7.2 เมตร &amp;nbsp;ตั้งตระหง่านหันพระพักตร์ไปทางสปป.ลาว ใต้ฐานองค์พระะุทธรูป ได้มีการอัญเชิญ&amp;quot;ปฐวีธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ &amp;quot;จากพระธาตุพนม พระธาตุเชิงชุม พระธาตุบังทวน พระธาตุขามแก่น พระธาตุมาคูน พระธาตุศรีสองรัก มาบรรจุดไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานเปิด&amp;rdquo;ศูนย์วัฒนธรรมคนไทดำ บ้านนาป่าหนาด * ซึ่งเป็นหมู่บ้านของคนเชื้อสายไทดำ หรือ ไทชงดำ หรือไทโซ่ง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ที่มัอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมโดดเด่น สืบทอดกันมายาวนาน &amp;nbsp; เพราะบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวไทดำอพยพมาจากแคว้นสิบสองจุไทย บริเวณแม่น้ำดำ แม่น้ำแดง &amp;nbsp; หรือเมืองแถน ปัจจุบันเรียกว่า เมืองเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม &amp;nbsp;ครั้นเมื่อเกิดสงครามตั้งแต่สมัยสงครามฝรั่งเศสเวียดนาม จึงได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานปักหลักอยู่ที่ &amp;ldquo;บ้านนาป่าหนาด&amp;rdquo; แต่แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นไปเนิ่นนานแค่ไหน แต่ผู้คนที่นี่ยังสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม อย่างเหนียวแน่น &amp;nbsp; ไม่ถูกวิถีสมัยใหม่กลืนหายไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวไทดำ บ้านป่าหนาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเป็น&amp;quot;ไทดำ &amp;quot;สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น จากเครื่องแต่งกายที่เป็นสีดำล้่วน ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แตกต่างกันที่ผู้หญิงใส่เสื้อสั้นกว่า &amp;nbsp;และสวมผ้าถุง ส่วนผู้ชายใส่เสื้อสีดำตัวยาว ใส่กางเกง &amp;nbsp; สิ่งที่สร้างสีสันบนเครื่องแต่งกายนั้นก็คือเครื่องประดับ โดยผู้หญิงจะที่ผ้าโพกหัวที่รูปทรงคล้ายหมวกปักลวดลายหลากสีสัน &amp;nbsp;ส่วนผู้ชายมีผ้าปักขนาดใหญ่คล้ายตะปิ้ง ประดับด้วยลูกปัด ผูกคาดเอว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคมไฟ ชาวไทดำ อีกเอกลักษณ์ของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้่ อพท.ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนให้ชุมชนชาวไทดำ เชียงคาน &amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบทางวัฒนธรรม เนื่องจากมองเห็นศักยภาพด้านวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนที่ยังเข้มแข็ง และยังสนับสนุนให้ &amp;nbsp;&amp;quot;ชาวไทดำ &amp;quot;ทำ&amp;quot;โคมไฟ &amp;quot; ที่ดัดแปลงมาจากตุ้มหนู &amp;nbsp;(กรง) และ ตุ้มนก (กรง) ซึ่งเป็นเครื่องรางที่แสดงถึงความโชคดี แขวนไว้หน้าบ้านทุกหลัง &amp;nbsp;นำมาทำเป็นโคมไฟประดับประดา ตลอดแนวถนนคนเดินในขุมชน &amp;nbsp;สร้างความสว่างไสวและสีสัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกมุมหนึ่งของถนนในชุมชนไทดำ ที่ติดโคมไฟสว่างไสว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดศูนย์วํฒนธรรมไทดำครั้งนี้ มีนายพิพัฒน์ &amp;nbsp;รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาเป็นประธาน &amp;nbsp;โดยรมว.กระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้ชื่นชม จังหวัดเลย ว่ามีความพร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะมีภูเขา ทั้งภูเรือ ภูกระดึง ภูหลวง และมีแม่น้ำโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่อิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม &amp;nbsp;นอกจากนี้ สกายวอล์คที่เพิ่งเปิดก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากมาเที่ยวเชียงคานมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp; อาจจะเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นที่มีพื้นที่เหมาะสม สามารถทำเป็นสกายวอล์คได้ และส่วนตัวเห็นว่า การทำสกายวอล์ค อาจเป็นการร่วมทุนระหว่างท้องถิ่นกับเอกชน หรือทำเป็นโครงการ PPP เพื่อให้เป็นจุดเช็กอิน ของนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รักษาการแทน ผอ.อพท. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;อพท. ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่ จังหวัดเลยให้เป็นพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย &amp;nbsp;7ปี ( 2563-2570 )ต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ &amp;nbsp; รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ &amp;nbsp;ในแคมเปญ Explore the Unseen Thailand &amp;nbsp;หรือ &amp;ldquo;เรารู้จักกันดีพอหรือยัง&amp;rdquo; เพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย (เอ็กซ์แพท) ที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานเหนือได้เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันระหว่างจังหวัด &amp;nbsp; ตามแผนยุทธศาสตร์ มีเป้าหมายดำเนินการใน 15 ชุมชน ครอบคลุม 9 อำเภอ ในจังหวัดเลย &amp;nbsp; จุดขายชูความหลากหลายทางวิถีชีวิตและวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ &amp;nbsp; ซึ่งอพท.คาดว่าจะสามารถโกยรายได้ท่องเที่ยวเข้าจังหวัดรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงตลอด7ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันรุ่งขึ้น พวกเราไปทำพิธี &amp;quot;ผาสาดลอยเคราะห์ &amp;quot;ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณชาวเชียงคาน ที่มีอายุกว่าร้อยปี &amp;nbsp;เป็นพิธีตามความเชื่อว่า &amp;quot;การลอยเคราะห์&amp;quot; เป็นการปลดปล่อยทุกข์ &amp;nbsp;ปล่อยโศกโรคภัย ปล่อยเคราะห์ร้าย &amp;nbsp;หรือสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากชีวิต &amp;nbsp;และจะทำให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตแทน &amp;nbsp;พิธีนี้สามารถทำได้ตลอดเวลา &amp;nbsp;ซึ่งแต่เดิมชาวเชียงคานมักจะทำพิธีกันในช่วงออกพรรษา แต่ปัจจุบันถ้าใครอยากลอยเคราะห์ก็มาทำพิธีได้ทุกวัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทงลอยเคราะห์ ก่อนได้รับการประดับประดา ตัวกระทงทำจากกาบกล้วย ใบตอง เทียน มะละกอสลัก ธูป เทียน ทุกอย่างมีความหมายซ่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลอยเคราะห์&amp;quot;จะใช้กระทงที่ทำง่ายๆจากกาบกล้วย &amp;nbsp;และมีเครื่องประกอบอื่นๆที่ทำด้วยใบตอง &amp;nbsp;ไม้ไผ่ กระดาษและเทียนขี้ผึ้ง &amp;nbsp;ซึ่งวัสดุที่นำมาลอย ล้วนมีความหมายแฝงซ่อนอยู่ เช่น ธงไม้ไผ่เล็กๆ ม้วนด้วยกระดาษสีเป็นรูปแฉกๆ สื่อความหมายขอให้ความยุ่งเหยิงวุ่นวายในครอบครัวลอยหายไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีรูป เทียน ที่หล่อเป็นรูปดอกบัว เป็นต้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;การลอยเคราะห์ &amp;nbsp;จะต้องมีผู้ทำพิธี &amp;nbsp; และผู้ต้องการลอยเคราะห์ จะต้องประดับกระทง ด้วยตนเอ ระหว่างจัดแต่งกระทง ที่มีรูปแบบกำหนด ต้องตั้งจิตอธิษฐานว่าอยากให้สิ่งไม่ดีเรื่องอะไรออกไปจากชีวิต &amp;nbsp;และยังต้อง ตัดเล็บ ตัดผมของตัวเองใส่ลงไปในกระทง &amp;nbsp; หลังจากนั้นจะมีผู้รู้ที่เรียกว่าพราหมณ์ มาทำพิธีสวด &amp;nbsp;จุดธูปเทียนที่กระทง &amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงนำกระทงไปลอยยังแม่น้ำลำคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังประดับเรียบร้อยแล้ว พร้อมลอย&amp;quot;ผาสาดลอยเคราะห์&amp;quot; พิธีกรรมเก่าแก่ของชาวเชียงคาน ในคอนเซ็ปต์ ขอให้ความทุกข์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความไม่ดี &amp;quot;ตกไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ&amp;quot; มีเคล็ดลลับสำคัญ คือเมื่อลอยลงแม่น้ำแล้ว ห้ามหันกลับไปดูเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราต้องอธิษฐานให้สิ่งที่ไม่ดี &amp;nbsp;&amp;quot;ตกไปกับไฟ ไหลไปกับน้ำ &amp;quot; &amp;nbsp;และเคล็ดลับสำคัญ คือ เมื่อนำกระทงไปลอยแล้ว ห้ามหันไปมองอีกเด็ดขาด &amp;nbsp;ถ้าเราเหลียวไปมอง เหมือนยังอาลัยอาวรณ์ไอ้่เจ้า ความทุกข์ความ โศก โรคภัยอยู่ มันก็จะไม่ไป &amp;quot; แม่นาง ผู้สืบทอดพิธีกรรมโบราณจากคุณตา ย้ำเรื่องเคล็ดลับการลอยหลายครั้ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศรีคุณเมือง วัดเก่าแก่คูเชียงคาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากกิจกรรมที่กล่าวแล้ว ในเชียงคานยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ ที่อยากแนะนำคึอ &amp;quot;วัดศรีคุณเมือง ได้รับการยกย่องว่าเป็น&amp;quot;มนต์เสน่ห์วัฒนธรรมแห่งเชียงคาน* อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงคานมานานมากว่า 400 ปี &amp;nbsp;ได้รับการบูรณะจริงจังเมื่อพ. ศ. 2485 &amp;nbsp;วัดศีคุณเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสะท้อนวัฒนธรมดั้งเดิม เห็นได้จาก โบสถ์เก่าแก่ ที่มีหลังคาลดหลั่นตามแบบศิลปะล้านช้าง &amp;nbsp;ผนังด้านหน้าบรรณ ของพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังนิทานพระพุทธชาดกชุดพระพุทธเจ้าสิบชาติ เมื่อเดินผ่านประตูโบสถ์เข้ามาด้านในจะพบกับพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทอง ปางประทานอภัย สร้างตามแบบศิลปะล้านช้างหรือแบบลาวเหนือ ซึ่งคาดว่าจะสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 24-25&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนคนเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงค่ำๆ ทุกเสาร์ อาทิตย์ ในเชียงคานยังมีถนนคนเดิน ให้ชิม ช้อป อย่างสบายใจ ในบรรยากาศน่ารักๆ &amp;nbsp; ช่วงนี้อากาศเย็นเริ่มเข้าไทยแล้ว และเลยนับเป็นจังหวัดแรกๆที่รับลมหนาวจากจีน &amp;nbsp;เชียงคาน จึงน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะช่วงที่ไปแม้กลางวันจะร้อน แต่ช่วงเช้าอากาศเย็นสบายประมาณ 25องศา &amp;nbsp;ระเบียงห้องพักที่อยู่ด้านริมโขง มีหมอกอ้่อยอิ่ง ทางเดินเลียบริมโขง มีคนมาถ่ายรูป เดินเล่น &amp;nbsp;ปั่นจักรยาน &amp;nbsp;บางคนก็วิ่งออกกำลัง &amp;nbsp; เป็นวิถีชีวิตที่เงียบสงบ งดงาม เหมาะกับการพักกาย พักใจ &amp;nbsp;เพิ่มพลังชีวิตอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจเชียงคาน ในยูนิฟอร์มดั้งเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81974</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ มิตรชอบ, ท่องเที่ยวเชียงคาน, บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำบ้านนาป่าหนาด, ผาสาดลอยเคราะห์, พิพัฒน์  รัชกิจประการ, สกายวอล์คเชียงคาน, อพท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f980a2510fa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนตกหนักน้ำป่าไหลทำถนนเชียงคานขาด&#039;ทางหลวง&#039;เร่งซ่อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ก.ค.63-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากแขวงทางหลวงเลยที่ 1 เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนวันที่ 21 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา น้ำป่าไหลทะลักแรงทำให้ทางเบี่ยงที่จุดก่อสร้างสะพานขาดเป็นช่องกว้างประมาณ 10 เมตร บนทางหลวงหมายเลข 2108 ตอน ธาตุจอมศรี-ชมเจริญ กม. 0+195 อ.เชียงคาน จ.เลย รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้

อย่างไรก็ตามต่อมาแขวงทางหลวงเลยที่ 1 และศูนย์สร้างทางหล่มสัก ได้ระดมเครื่องจักรเข้าพื้นที่เร่งแก้ไขซ่อมแซมในทันที ในเวลา 22:30 น. ประกอบด้วย รถขุด 1 คัน, รถตักหน้าขุดหลัง 1 คัน, รถเกลี่ย 1 คัน, รถบดสั่นสะเทือน 1 คัน, รถบรรทุก 10 ล้อ 2 คัน และรถบรรทุก 6 ล้อ 4 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ โดยจะวางท่อกลมขนาด 1.0 ม. เพิ่มเติมอีก 2 แถว และลงหินคลุกบดอัดแน่นต่อไป

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดวันนี้ (22 ก.ค. 63 ) เวลา 10:30 น. ระดับน้ำลดลงแล้ว คาดว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ เปิดให้การจราจรผ่านได้เป็นปกติภายในเวลา 15:00 น. วันนี้

อย่างไรก็ตามผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้ สามารถใช้ทางเลี่ยง จากอำเภอปากชม ทางหลวงหมายเลข 2108 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงชนบท ลย. 4009 ประมาณ 1.4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวา 1.8 กิโลเมตร เข้าทางหลวงหมายเลข 201 เพิ่อไปจังหวัดเลยได้&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางขาด, ท่องเที่ยวเชียงคาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f17c7051baa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมงน้ำโขงปรับตัว นำ&#039;วิถีหาปลา&#039;หนุนเที่ยวเชียงคาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวประมงเชียงคานโชว์ปลาไนและปลาเอินที่หาได้จากน้ำโขง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย เป็นเมืองเล็กๆ แต่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นอกจากจะโดดเด่นด้วยสภาพบ้านเรือนที่คงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีอาคารเรือนไม้เก่าริมชายโขงที่ทอดยาว ที่ดึงดูดผู้มาเยือนแล้ว ยังมีอีกมิติหนึ่งที่สำคัญคือ เรื่องราวประมงแม่น้ำโขง อาชีพหลักตั้งแต่บรรพกาลที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวเชียงคานและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภูมิปัญญาในการดำรงชีพของประมงริมโขง ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งการรู้จักภูมินิเวศของแม่น้ำสายนี้ และระบบภูมินิเวศย่อยๆ อย่าง แก่งหาด คก วังน้ำและดอนทรายเกาะกลางน้ำ ซึ่งแต่ละพื้นที่ลักษณะการใช้ประโยชน์แตกต่างกันไป ที่น่าสนใจการหาปลาของประมงเชียงคาน มีความรู้และภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ เห็นได้ชัดจากเครื่องมือหาปลาแต่ละชนิด ที่ยังใช้สอยจนถึงทุกวันนี้ ความเข้าใจการขึ้นลงน้ำ และการมาของปลาตามฤดูกาล ลักษณะแหล่งที่อยู่อาศัยของปลา รวมถึงการปลูกพืชผักริมน้ำโขงแบบไม่ง้อปุ๋ยอันแสนชาญฉลาด นับเป็นวิถีคนริมโขงที่สืบทอดมานาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกษตรริมโขง อีกวิถีชุมชนที่กระทบจากระดับน้ำโขงผันผวน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากวิถีชีวิตของคนเชียงคานที่มีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับแม่น้ำเลยและแม่น้ำโขง ทำให้ชุมชนเป็นแหล่งสะสมถ่ายทอดประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศแม่น้ำโขง รวมทั้งวิธีการทำประมงและการเกษตรริมฝั่งโขง&amp;nbsp; แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการพัฒนาแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นทั้งการกั้นฝายแม่น้ำเลย ได้ส่งผลสัตว์น้ำลดลง หรือเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงของจีน ทำให้ระดับน้ำโขงขึ้นลงผิดปกติ กระทบต่อการอพยพของปลา ซึ่งประมงที่นี่เรียกว่า &amp;lsquo;ปลาหลงน้ำ&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชาวประมงส่วนหนึ่งหันหลังวางอวน เลิกอาชีพจับปลา ปัจจุบันจึงเหลือชาวประมงริมโขงไม่ถึงครึ่งร้อยจากเดิมที่มีมากกว่า 400 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากวิกฤติดังกล่าว มีผลพวงด้านลบตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ นั่นก็คือ ทำให้ความรู้ด้านการประมงพื้นบ้านค่อยๆ เลือนหายไปจากชุมชน ผนวกกับการท่องเที่ยวอำเภอเชียงคานที่บูมถึงขีดสุด ยิ่งซ้ำเติมให้คนเลิกทำอาชีพประมงพื้นบ้านมากขึ้น สถานการณ์ล่อแหลมนี้ ผลักดันให้ชาวประมงปากแม่น้ำเลยและแม่น้ำโขงตำบลเชียงคาน จำเป็นต้องผนึกกำลังกันทำวิจัยท้องถิ่น หวังใช้เป็นเครื่องมือสร้างกระบวนการเรียนรู้เกี่ยวกับประมง เพื่อแก้ไขปัญหาการสูญหายของประมงพื้นบ้าน ก่อนที่จะสายเกินไป ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยุทธนา วงศ์โสภา ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดเลย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธนา วงศ์โสภา ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดเลย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว. กล่าวถึงโครงการศึกษาวิถีชีวิตชาวประมงในปากแม่น้ำเลยและแม่น้ำโขงเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชนกรณีตำบลเชียงคานว่า มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแม่น้ำโขง&amp;nbsp; ทำให้พบว่าเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงในจีนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทำให้ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงผันผวนแค่ชั่วข้ามคืน และการขนส่งของเรือสินค้าขนาดใหญ่และจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การจับปลาถูกรบกวนจากคลื่นและยังทำให้เครื่องมือประมงเสียหาย ปัญหาเหล่านี้มีผลต่ออาชีพประมง งานวิจัยยังพบภูมิปัญญาที่เกี่ยวกับวิถีประมงแยกเป็นความรู้เรื่องสัตว์น้ำ, เครื่องมือหาปลา, เครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็นในการหาปลา, ความรู้วิถีชีวิตชาวประมงและพิธีกรรมหาปลาก็นำไปสร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ อีกทั้งปรับปรุงแพเก่าของชาวประมงสร้างศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวประมง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากงานวิจัยวิถีประมงไม่หยุดเท่านี้ แต่เหล่านักวิจัยท้องถิ่นนำมาสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์เชียงคาน เดสติเนชั่น เมืองท่องเที่ยววัฒนธรรม ยุทธนาบอกว่า มีโครงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนเแปลงของแม่น้ำโขงเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมของชาวประมงในแม่น้ำโขง นำมาสู่การตั้งศูนย์เรียนรู้ประมงพื้นบ้านเชียงคาน ดัดแปลงแพชาวประมงเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมโชว์ภาพวิถีชีวิตแม่น้ำโขง โมเดลปลานานาชนิดแล้ว ยังมีอุปกรณ์หาปลาทั้งมองเบ็ดซ้อน เป็นอีกสถานที่ใหม่ห้ามพลาดถ้ามาเที่ยวเชียงคาน มีผู้เข้าชมทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พิพิธภัณฑ์ชาวประมงเชียงคานริมน้ำโขง แหล่งเรียนรู้ใหม่น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประยูน แสนแอ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรริมโขงประมงพื้นบ้านเชียงคานกล่าวว่า ขณะนี้ชาวประมงทดลองจัดท่องเที่ยวทางเรือ 3 รูปแบบ ได้แก่ ระยะสั้นชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ค่าบริการ 400 บาท นั่งเรือได้ 3 คน ระยะกลางล่องเรือชมธรรมชาติแม่น้ำโขงถึงปากแม่น้ำเลย ชมพื้นที่ระบบนิเวศที่สำคัญ เล่าตำนานความเชื่อ ดูเกษตรริมโขง ไม่เกิน 5 ชม.&amp;nbsp; ค่าบริการ 800 บาท และระยะยาวตลอดทั้งวัน เรียนรู้วิถีชีวิตการหาปลา ชมพระอาทิตย์ตกกลางแม่น้ำโขง&amp;nbsp; สนนราคา 1,000 บาท โดยมีเครือข่ายที่พักโรงแรมแนะนำให้ลูกค้ามาเที่ยวทางเรือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลุงประยูร แสนแอ ร่วมทำงานวิจัยท้องถิ่น ต่อลมหายใจประมงเชียงคาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงประยูนบอกปัจจุบันมีเรือชาวประมง 13 ลำ พานักท่องเที่ยวล่องเรือชมวิถีชาวประมง อีกงานวิจัยที่ตนร่วมเป็นโครงการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายด้านการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือของชาวประมง พบว่าปี 60 มีนักท่องเที่ยว 4.5 แสนคน มาอำเภอเชียงคานส่วนใหญ่เป็นคนไทย ส่วนที่มาเที่ยวทางเรือมีมากกว่า 700 คน สร้างรายได้เข้าท้องถิ่นกว่า 3 แสนบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; เราจะพัฒนาการเที่ยวทางเรือต่อไป เวลานี้ส่งเสริมให้ชาวประมงฝึกภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารบริการการท่องเที่ยวด้วย ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นเพราะชาวประมงชุมชนริมโขงปรับตัวนำงานวิจัยท้องถิ่นมาต่อลมหายใจประมงเชียงคาน&amp;quot; ลุงประยูนประมงเชียงคานกล่าวในท้ายก่อนออกเรือพานักท่องเที่ยวไปชมความงดงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมของชาวประมงในแม่น้ำโขง, ท่องเที่ยวเชียงคาน, ประมงเชียงคาน, ยุทธนา วงศ์โสภา, วิถีชีวิตชาวประมงปากแม่น้ำเลยแม่น้ำโขง, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), โครงการพัฒนาแม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb09ac5a9698.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.-สนช.พาเหรดพบปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นักการเมืองตาปริบๆ เบิ่ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; &amp;nbsp;นำ ครม.สัญจรครั้งที่ 7 พบประชาชนเมืองเลย-เพชรบูรณ์ 17-18 ก.ย. กิจกรรมเพียบ ดูท่องเที่ยวเชียงคาน พร้อมเปิดถนน 4 เลน อดีต ส.ส.เลยประสานเสียงเมินต้อนรับ อ้างฟ้ายังไม่เปิด ด้าน สนช.ในฐานะลูกคู่ จัดโครงการ &amp;quot;สนช.พบประชาชน 76 จังหวัด&amp;quot; ดึง รมต.แจงปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ช่วงวันที่ 17-18 กันยายน ศกนี้ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี กำหนดจะเดินทางไปตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วยจังหวัดบึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี อีกทั้งจะแวะจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 โดยที่เหลือได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกำหนดการ วันที่ 17 ก.ย. เวลา 07.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานจังหวัดเลย จากนั้นเดินทางไปพบประชาชน ณ หอประชุมทองวิไล มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย โอกาสนี้ นายกฯ จะเป็นประธานพิธีเปิดถนน 4 เลน หมายเลข 201 ตอน เลย-เชียงคาน เพื่อลดความแออัดของการจราจรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่ง พร้อมทั้งจะเป็นสักขีพยานในการมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) หลังจากนั้น นายกฯ เยี่ยมชมการจัดการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทางประชารัฐของอำเภอเชียงคาน ณ ถนนคนเดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่าย นายกฯ จะเดินทางไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ เยี่ยมชมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ และการประเมินมูลค่าไม้มีค่า เช่น ต้นสักทอง ต้นมะฮอกกานี ต้นประดู่ ต้นมะขาม ฯลฯ ที่สวนป่าเกษตรห้วยแสนคำ จากนั้นจะเยี่ยมชมสินค้าเกษตรปลอดภัยภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;กรีนมาร์เก็ตเพชรบูรณ์&amp;rdquo; ซึ่งเป็นแบรนด์และแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย มีการบริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการ ประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ที่โรงแรมอิมพีเรียล ภูแก้ว ฮิลล์ รีสอร์ท พร้อมพบผู้แทนเครือข่ายชุมชนเขาค้อ เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งขึ้นวันที่ 18 ก.ย. เวลา 08.00 น. นายกฯ เป็นประธานเปิดอาคารศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ และเยี่ยมชมการดำเนินงานของคลินิกหมอครอบครัว ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ จากนั้น นายกฯ จะเป็นประธานประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ก่อนเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 7/2561 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ หลังจากนั้น นายกฯ มีกำหนดพบประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมทั้งเป็นสักขีพยานในการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 และมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด (ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์) รวมทั้งมอบหนังสือคู่มือการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลให้ราษฎร 434 ราย เพื่อแก้ปัญหาไร้ที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน &amp;nbsp;เปิดเผยว่า โครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วงเงิน 9,328 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการย่อยในโครงการไทยนิยมยั่งยืน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้มีความรู้ ความพร้อมในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว พัฒนา ส่งเสริม และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP (หมู่บ้านละ 10 ผลิตภัณฑ์) และปรับปรุงภูมิทัศน์ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการบริการนักท่องเที่ยว เป้าหมายครอบคลุม 76 จังหวัด 878 อำเภอ 2,644 ตำบล 3,273 หมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการไทยนิยมยั่งยืนถือเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และถือเป็นการพลิกโฉมวิธีการทำงานแบบเดิม และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนรวมอย่างแท้จริง เสนอแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาตามความต้องการเสนอให้ภาครัฐสนับสนุน โดยมีทีมขับเคลื่อน ลงไปรับฟังปัญหาถึงพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน แตกต่างจากเดิมที่ภาครัฐจะกำหนดนโยบายลงไป บางครั้งไม่ตรงต่อความต้องการของคนในท้องถิ่น&amp;rdquo; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนันทนา ทิมสุวรรณ อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายกฯ จะมาเยือนจังหวัดเลย
เป็นส่วนของราชการ ตนในฐานะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยคงไม่ไปยุ่งเกี่ยว เพราะวันนี้ยังไม่ปลดล็อก เราไม่สามารถทำอะไรได้ ดังนั้น การมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่เกี่ยวกับเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายทศพล สังขทรัพย์ อดีต ส.ส.เลย 7 สมัย สมาชิกพรรคภูมิใจไทย และนายวันชัย บุษบา อดีต ส.ส.เลย เขต 4 ที่กล่าวว่า การมาของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ นักการเมืองไปต้อนรับคงจะไม่เหมาะ อีกอย่างการเมืองยังไม่มีปลดล็อก จึงไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆ ได้ เหมือนฟ้ายังไม่เปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดโครงการ สนช.พบประชาชน 76 จังหวัด โดยมีผู้แทนภาคราชการ ผู้แทนภาคประชาชน กว่า 900 คน แบ่งเป็นจังหวัดละ 8-10 คน มาจากภาคประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั้ง 76 จังหวัด สะท้อนปัญหา แล้วตัวแทนจากคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ 7 กลุ่มปัญหา คือ ปัญหาที่ดิน แหล่งน้ำ การเกษตร คมนาคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และปัญหาด้านสังคม มาร่วมชี้แจงในครั้งนี้ด้วย อาทิ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจร, ครม.สัญจรครั้งที่ 7, ท่องเที่ยวเชียงคาน, พบประชาชนเมืองเลย-เพชรบูรณ์, สนช.พบประชาชน 76 จังหวัด, หนังสือพิมพ์, เปิดถนน 4 เลน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9bb2c1a3f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
