<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 00:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรลลี่สื่อจิตอาสา “รักษ์เจ้าพระยา พาชมไพร อุทัยฯ-ชัยนาท”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภายใต้ชื่อแรลลี่คนสื่อ &amp;ldquo;รักษ์เจ้าพระยา พาชมไพร อุทัยฯ-ชัยนาท&amp;rdquo; ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ชักชวนคนวงการสื่อได้พบปะสร้างเสริมความสามัคคี พร้อมกับเผยแพร่นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 50 คน โดยนายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เป็นประธานปล่อยขบวนรถบริเวณหน้าตึกโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต แรลลี่แบบท่องเที่ยวครั้งนี้ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด สนับสนุนรถยนต์อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ จำนวน 2 คัน และอีซูซุ ดีแมคซ์ จำนวน 1 คัน ใช้ในกิจกรรมเพื่อขับทะยานพาคนสื่อจิตอาสาส่วนหนึ่งสู่จังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปล่อยขบวนแรลลี่ท่องเที่ยวบริเวณหน้าตึกโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมุดหมายแรกของกิจกรรมแรลลี่จิตอาสาในครั้งนี้ได้พาสื่อมวลชนขึ้นเรือเพื่อเก็บขยะ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริสืบสาน รักษา และต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกับชาวเมืองชัยนาท และเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่บริเวณหน้าเขื่อนเรียงหิน ใกล้ศาลากลางจังหวัดชัยนาท รวมทั้งมีเรือตักเก็บผักตบชวา ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 12 อนุเคราะห์เรือร่วมภารกิจรักษ์เจ้าพระยาด้วย ระหว่างทางได้เรียนรู้วิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำ เห็นการเลี้ยงปลาในกระชัง ตลอดจนชุมชนที่อาศัยริมน้ำ ขณะเดียวกันก็ร่วมแรงร่วมใจเก็บขยะที่ลอยเหนือผิวน้ำ มีการคัดแยกประเภทของขยะ ส่วนใหญ่เป็นขวดพลาสติก, แก้วน้ำพลาสติก, บรรจุภัณฑ์โฟมใส่อาหาร, ถุงขนมกรุบกรอบ, ถุงพลาสติก ฯลฯ ขยะเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากบนบก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำไปจนถึงสิ่งมีชีวิต โดยเหล่าจิตอาสานำขยะกองโตกลับขึ้นฝั่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปจัดการด้วยวิธีการกำจัดขยะอย่างถูกวิธีต่อไป ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจภูธรชัยนาท อำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร จุดจอดรถบริเวณจัดกิจกรรม ก่อนออกเดินทางต่อชาวคณะส่วนหนึ่งได้กราบสักการะศาลหลักเมืองชัยนาทในบริเวณนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คนสื่อจิตอาสาขึ้นเรือเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น ขบวนแรลลี่ได้พาสื่อมวลชนไปยังศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ตั้งอยู่ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบการพัฒนาชนบทและสังคม เผยแพร่ปรัชญา แนวคิดและวิธีปฏิบัติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายในศูนย์มีพื้นที่กว่า 33 ไร่ โอบล้อมด้วยบรรยากาศอันเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีลานนิทรรศการอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ด้านหน้ามีรูปปั้นอาจารย์ป๋วยในท่ายืนไม่สวมรองเท้าเท่าขนาดจริง ใกล้ๆ กันเป็นโซนห้องนิทรรศการทันสมัย รวบรวมเรื่องราวคุณความดีและแนวคิดของปูชนียบุคคลผู้นี้ที่ยูเนสโกยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก ชาวแรลลี่เดินชมแต่ละโซนด้วยความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รูปปั้นอาจารย์ป๋วย ณ&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จ.ชัยนาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดเด่นของศูนย์ฯ ยังเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านในชุมชนมาเรียนปลูกไผ่กิมซุ่ง พืชเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ มีการแนะนำการทำปุ๋ยและน้ำหมักอินทรีย์ รวมถึงปุ๋ยมูลไส้เดือน เพราะอาชีพหลักคนชัยนาท คือ เกษตรกรรม ไฮไลต์ห้ามพลาด ที่พลาดแล้วถือว่ามาไม่ถึงศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์ คือ เรียนรู้การทำนาแบบประณีต ปลูกข้าว 1 ไร่ ให้ได้ผลผลิต 2 ตัน ตามหลักสูตรศูนย์ฯ คือ นำข้าว 1 เมล็ดเพาะลงในแปลงห่างกัน 60 เซนติเมตร บำรุงด้วยปุ๋ยอินทรีย์ สามารถจะแตกกอ 70-100 ต้น เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุนในการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว ลดการใช้สารเคมี งานนี้คนสื่อจิตอาสาได้ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษเปลี่ยนจากดำนาในแปลงมาดำนาข้าวในถังแทน แต่ละคนปักต้นกล้าข้าวลงไปด้วยใจรัก และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนจัดแตะ 40 องศา ทุกถังมีเขียนชื่อผู้ปลูกเพื่อติดตามการเจริญเติบโตได้ด้วย ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยเปิดมุมมองเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ในชัยนาท ได้ซึมซับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และทำให้ได้รู้ว่าชัยนาทไม่ได้มีแค่สวนนกชัยนาทหรือพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รับต้นกล้าข้าวไปปลูกเพื่อร่วมกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ป๋วย อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลงมือดำนาในถังข้าวตามหลักสูตรของศูนย์ฯ ที่เดินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง ร.9&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นเดินทางมุ่งสู่จังหวัดอุทัยธานี เมืองรองต้องห้ามพลาด เช็กอินที่วัดจันทาราม หรือนักท่องเที่ยวรู้จักดีในชื่อ &amp;ldquo;วัดท่าซุง&amp;rdquo; เป็นวัดที่มีความสวยงาม ทุกคนตั้งใจมามหาวิหารแก้วเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และกราบสักการะองค์หลวงพ่อฤาษีลิงดำที่อยู่ภายในโลงแก้ว ก่อนจะไปเยี่ยมชมปราสาททองคำยิ่งใหญ่ตระการตา บรรจงสร้างด้วยฝีมือสุดประณีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงเย็นร่วมรับฟังบรรยายสรุป &amp;ldquo;อุทัยธานี แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองที่น่าประทับใจ&amp;rdquo; โดย สุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี ซึ่งดูแลพื้นที่รับผิดชอบอุทัยธานีโดยตรง ผอ.ททท.อุทัยธานี บอกว่า วิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำสะแกกรังยังมีเสน่ห์เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว หากมีหน้าน้ำจะเห็นสายน้ำแห่งชีวิต เพราะยังมีชาวแพที่อยู่อาศัย กินนอน ใช้ชีวิตประจำวันบนแพจำนวน 150 หลังคาเรือน จากที่จดทะเบียนทั้งหมด 300 หลังคาเรือน เหตุที่ลดลงเพราะต้นทุนในการบำรุงรักษาบ้านแพสูงกว่าบ้านบนบก รวมถึงปลาในแม่น้ำลดลง กระทบต่ออาชีพคนหาปลา จังหวัดอุทัยธานีพยายามอนุรักษ์วิถีชีวิตแพชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยฯ ถือเป็นจังหวัดที่มีชาวแพมากที่สุดในไทยเวลานี้ สามารถมาเที่ยวล่องลำน้ำสะแกกรังได้ หน้าหนาวก็แนะนำไปอ.บ้านไร่ สัมผัสอากาศเย็นที่ห้วยขาแข้ง 8 อำเภอ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วัดอุโบสถาราม หรือวัดโบสถ์ โบราณสถานล้ำค่างดงามริมแม่น้ำสะแกกรัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อด้วยการไปเที่ยวซึมซับวิถีชีวิตของเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเมืองอุทัยธานี ที่ถนนคนเดินตรอกโรงยา เพลิดเพลินเดินชมบ้านเรือนไม้เก่า ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟตกแต่งสไตล์โบราณ ซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวห้ามพลาดของเมืองนี้ เช้าวันรุ่งขึ้นคนสื่อจิตอาสาพร้อมใจกันไปทำบุญตักบาตรพระทางน้ำรับอรุณ สัมผัสวิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรัง ถ้าหน้าน้ำสามารถล่องเรือชมวิถีชาวแพ การเลี้ยงเตย และปลากระชังได้ด้วย เช้าวันนั้นได้ชมตลาดลานสะแกกรัง อำเภอเมือง ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำสะแกกรัง ทอดยาวไปตามลำน้ำ เต็มไปด้วยอาหารพื้นถิ่น พืชผัก ของขึ้นชื่อเป็นปลาแม่น้ำสดๆ และปลาแดดเดียวสารพัดชนิด อย่างปลาแรดรสดี สมคำขวัญจังหวัดอุทัยธานี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตักบาตรพระรับอรุณริมแม่น้ำสะแกกรัง อุทัยธานี&amp;nbsp; ซึมซับวิถีวัฒนธรรมที่ผูกพันกับสายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นชาวแรลลี่แยกย้ายกันไปท่องเที่ยวตามคำแนะนำ มีทั้งไปขึ้นเขาสะแกกรัง เช็กอินวัดสังกัสรัตนคีรี วัดเก่าแก่คู่จังหวัด, วัดอุโบสถาราม หรือวัดโบสถ์ โบราณสถานล้ำค่างดงามริมแม่น้ำสะแกกรัง ส่วนหนึ่งมุ่งไป อ.ลานสัก ท่องเที่ยวหุบป่าตาด ผจญภัยในป่าดึกดำบรรพ์ แหล่งท่องเที่ยวมากมายให้เลือกสรร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เที่ยวชมความยิ่งใหญ่ของต้นไม้ยักษ์บ้านสะนำ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับแรลลี่ท่องเที่ยวครั้งนี้จัดขึ้นในวันที่ 14-15 มีนาคมนี้ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ผู้ร่วมกิจกรรมคำนึงถึงความปลอดภัยและร่วมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคด้วยการสวมหน้ากากอนามัย และใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือเพื่อสุขอนามัยตนเองและชุมชนรอบข้างตลอดกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61086</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุทัยธานี, ชัยนาท, ท่องเที่ยวเมืองรอง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, รักษ์เจ้าพระยา พาชมไพร อุทัยฯ-ชัยนาท, สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์, สุชารัตน์ แสงอรุณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc4d8bd02c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจ่อชง “สมคิด” เคาะแจกเงินเที่ยวเมืองรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คลังจ่อชง &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; เคาะมาตรการแจกเงินเที่ยวเมืองรองคนละ 1,500 บาท แจงอยู่ระหว่างถกรายละเอียด และเม็ดเงินที่จะใช้ในแต่ละมาตรการ ยืนยันต้องไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท แทงกั๊กเสนอ ครม. ไฟเขียวทัน-ไม่ทัน วันที่ 30 เม.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;25 เม.ย. 62 - นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียด &amp;nbsp;รวมถึงจำนวนเงินที่ต้องใช้ในแต่ละมาตรการ โดยจะต้องอยู่ในวงเงินรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ที่กระทรวงการคลังได้ประสานไว้กับสำนักงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยจะแจกเงิน 1,500 บาท ให้ประชาชนตั้งแต่อายุ 18 ปี ขึ้นไป นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองนั้น เป็นเรื่องที่ต้องเสนอให้ฝ่ายนโยบาย คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาว่าจะดำเนินการหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ยังไม่สามารถตอบในรายละเอียดได้ว่าจะสามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ทันภายในวันที่ 30 เม.ย. นี้หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34450</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ท่องเที่ยวเมืองรอง, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ประสงค์ พูนธเนศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc16815e31e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครชัยแอร์รับลูกนโยบายรัฐหนุนท่องเที่ยว จัดเส้นทางรถทัวร์ไปเมืองรอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครชัยแอร์ ปลุกกระแสท่องเที่ยวเมืองรอง นำรถ NCA Gold (Plus) Class ให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ - เรณูนคร และมอบส่วนลด 10% เมื่อซื้อตั๋วภายในงานเทศกาลท่องเที่ยวเมืองรอง ณ ศูนย์ฯสิริกิติ์ ในวันที่ 22 - 26 ส.ค. 61 เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวสู่เมืองรอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.61-นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เปิดเผยว่าตามนโยบายของรัฐบาลปลุกกระแสท่องเที่ยวเมืองรอง นครชัยแอร์ ในฐานะผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ในเส้นทางครอบคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขานรับนโยบายภาครัฐ พร้อมร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชน ผ่านการประชาสัมพันธ์ รวมถึงสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวในเมืองรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนครชัยแอร์ได้กำหนดแนวทางเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง นำรถมาตรฐาน VIP ขนาด 32 ที่นั่ง รุ่น NCA Gold (Plus) Class (จากเดิมเป็นรถ NCA Silver Class 40 ที่นั่ง) มาให้บริการในเส้นทาง กรุงเทพฯ &amp;ndash; อ.เรณูนคร (จ.นครพนม) ให้บริการวันละ 2 เที่ยว คือ เที่ยวเวลา19.15 น. และ 20.00 น. และ อ.เรณูนคร &amp;ndash; กรุงเทพฯ เที่ยวเวลา 16.40 น. และ 18.00 น. ในอัตราค่าโดยสาร 575 บาท เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรถมาตรฐาน NCA Gold (Plus) Class ที่นครชัยแอร์นำมาให้บริการ เพื่อเป็นการรองรับการเดินทางให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รองรับสำหรับการเดินทางระยะไกลและเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยทีวีหลังเบาะ เบาะที่นั่งติดตั้งระบบนวดอัตโนมัติ ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ด้วยรถทุกคันของนครชัยแอร์เป็นรถใหม่จากโรงงานผู้ผลิต ออกแบบเฉพาะสูงเพียงชั้นเดียวเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนครชัยแอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นครชัยแอร์ ในฐานะพันธมิตรทางด้านการท่องเที่ยวร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมออกบูธในงาน&amp;ldquo;เทศกาลท่องเที่ยวเมืองรอง&amp;rdquo; พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวสู่เมืองรอง สำหรับลูกค้าที่ซื้อตั๋วเดินทางนครชัยแอร์รับส่วนลด 10% ในเส้นทางเมืองรองที่นครชัยแอร์ ให้บริการแบ่งเป็น ภาคเหนือ 5 จังหวัด คือ เชียงราย, อุตรดิตถ์, ลำปาง, แพร่ และน่าน ส่วนภาคอีสาน 15 จังหวัด คือ อุดรธานี, อุบลราชธานี, หนองคาย, มุกดาหาร, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, สกลนคร, นครพนม, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, กาฬสินธุ์, ยโสธร, หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญ สำหรับลูกค้าที่ซื้อตั๋วเดินทางนครชัยแอร์ภายในงานเทศกาลท่องเที่ยวเมืองรอง ในวันที่ 22 - 26 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา 10.00น. - 21.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15689</URL_LINK>
                <HASHTAG>NCA Gold, กรุงเทพฯ - เรณูนคร, ท่องเที่ยวเมืองรอง, นครชัยแอร์, เครือวัลย์ วงศ์รักมิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b78e62e1cdc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงษ์ภาณุ&#039;มั่นใจหักลดหย่อนภาษีมาถูกทาง ช่วยกระจายรายได้เมืองรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดฯ ท่องเที่ยว ชื่นชม...มาตรการภาษีฯ กระตุ้นท่องเที่ยวไทย&amp;rdquo;มั่นใจมาถูกทาง ...เน้นกระจายรายได้โดยตรง ทั่วถึง และเท่าเทียม

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่าตามที่วันที่ 14 สิงหาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีการท่องเที่ยวเมืองรองสำหรับการเข้าที่พัก 4 ห้อง ที่จดทะเบียนถูกต้องและเพิ่มสิทธิ์ในพื้นที่เมืองรองตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยเป็นไปตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้คำแนะนำ กระทรวงการคลังพิจารณาเพิ่มผู้ประกอบการหรือชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มีห้องว่างหรือห้องพักรวมกันไม่เกิน 4 ห้อง และมีผู้เข้าพักรวมกันไม่เกิน 20 คน จดแจ้งกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำห้องว่างของตนเองเปิดบริการให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง ในพื้นที่เมืองรอง 55 จังหวัด และพื้นที่ระดับอำเภออีก 167 อำเภอ ในพื้นที่เมืองหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปลัดฯท่องเที่ยว กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งต่อนโยบายการลดความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้ สนับสนุนการกระจายตัวของการท่องเที่ยวสู่เมืองรอง รวมทั้งการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพื่อให้มาตรการดังกล่าวเกิดผลอย่างเต็มที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเดินหน้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ได้แก่
1. จัดฝึกอบรมผู้ประกอบการหรือชาวบ้านในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี โดยจะมีการนำเข้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;Online Platform ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าถึง และจะเปิดให้บริการที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใกล้เคียงเพื่อรองรับการจัดการแข่งขัน Moto GP ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2. ส่งเสริมให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ เข่น การจดแจ้งห้องพัก 4 ห้องตามพ.ร.บ. โรงแรม กฎหมาย ตรวจคนเข้าเมือง และกฎหมายภาษี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ตามมาตรฐานการท่องเที่ยวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ประกาศพื้นที่ผ่อนผันมัคคุเทศก์ชุมชน และร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ทำงานอย่างหนักในเรื่องนี้ และ เรามีความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบายดีแบบนี้&amp;nbsp; ซึ่งตนเชื่อว่ามาถูกทาง ตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของรัฐบาล ที่ต้องการให้เน้นการกระจายรายได้ลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; โดยผู้ที่ได้ประโยชน์โดยตรงคือประชาชนในท้องถิ่น เพราะรายได้จากภาคการท่องเที่ยวนั้นได้กระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม&amp;rdquo; ปลัดฯพงษ์ภาณุทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15504</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, ท่องเที่ยวเมืองรอง, พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์, มาตรการภาษี, หักลดหย่อนภาษี, โฮมสเตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b74460de8591.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวพักโฮมสเตย์ขนาดเล็กได้รับลดหย่อนภาษี หนุนเที่ยวเมืองรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ไฟเขียวท่องเที่ยวหนุนเมืองรอง เปิดทางนำใบเสร็จค่าที่พักโฮมเสตย์ขนาดเล็กหักลดหย่อนภาษี &amp;nbsp;ไม่เกิน15,000 บาท พร้อมขยายเวลาปรับปรุงอาคารที่พัก 4 ชั้น เปิดทางบ้านเก่าโบราณปรับปรุงเป็นที่พักตามแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม).เห็นชอบมาตรการภาษีสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองและจัดอบรมสัมนาในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง จากเดิมกำหนดให้นำค่าที่พักโรงแรม โฮมเสตย์ที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อใช้หักลดหย่อนภาษี &amp;nbsp;จึงขยายไปถึงสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมตามแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง หรือมีห้องพักขนาด 4 ห้อง ห้อนนอนพักนอนรวมกันไม่ 20 คน ทำให้ห้องพักขนาดเล็กของผู้ประกอบการ ชาวบ้านทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงใช้ใบเสร็จทั่วไปสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีตามมาตรการของรัฐได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อราย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.61 ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองให้เติบโตมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุผลที่ต้องเพิ่มเติมแก้ไข เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวสู่ชุมชน ช่วยกระจายรายได้สู่ประชาชนในท้องถิ่นให้มีรายได้เสริม สมควรยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวรอง หรือในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นใดที่อธิบดีประกาศกำหนด&amp;quot; นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงลักษณะอาคารที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรมของกระทรวงมหาดไทย จากเดิมกำหนดเวลาปรับปรุงอาคารสถานที่รองรับการท่องเที่ยว 2 ปี เริ่มตั้งแต่ 17 ส.ค.59-18 ส.ค. 61 ขยายออกเป็นเวลา 5 ปี ให้ปรับปรุงถึง 18 ส.ค.64 ทำให้โฮมเสตย์ ที่พัก ได้รับอานิสงส์ดังกล่าว จากเดิมกำหนดให้อาคารที่พัก 3 ชั้นขึ้นไปต้องใช้วัสดุทนไฟป้องกันปัญหาอัคคีภัย เปลี่ยนเป็นอาคาร 4 ชั้นขึ้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, ท่องเที่ยวเมืองรอง, หักลดหย่อนภาษี, โฮมสเตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b606fe53f193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
