<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 22:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปิดเคสท่าขี้เหล็ก เคาะมาตรการ คุมเคาต์ดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยป่วยโควิดใหม่ 15 ราย มาจากต่างประเทศ อยู่ในสถานกักตัว ชี้ 20 ธ.ค.ไร้ติดเชื้อเพิ่มทั้ง 7 จ. ปิดเคสท่าขี้เหล็กได้ เผยกลุ่มพยาบาลใน ASQ พบเชื้อที่ลูกบิดประตู นายกฯ ถก ศบค.เคาะมาตรการคุมโควิดปีใหม่ จัดโซนเคาต์ดาวน์ป้องซ้ำรอยบิ๊กเมาน์เทน สธ.จ่อประกาศเชียงรายปลอดภัย 20 ผู้ป่วยหายกลับบ้านแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทยประจำวันที่ 16 ธ.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย พบในสถานกักกันตัวของรัฐทั้งหมด ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,261 ราย หายป่วยสะสม 3,977 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 224 ราย และเสียชีวิตสะสม 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 15 ราย รายที่ 1-2 มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นชายไทย อายุ 29 ปี และ 43 ปี, รายที่ 3 มาจากฮ่องกง เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี, รายที่ 4 มาจากฮังการี เป็นชายไทย อายุ 32 ปี, รายที่ 5 มาจากฝรั่งเศส เป็นหญิงชาวฝรั่งเศส อายุ 48 ปี, รายที่ 6-7 มาจากสหราชอาณาจักร เป็นชายไทย อายุ 28 ปี รายดังกล่าวมีอาการเจ็บคอ และเป็นชายไทยอายุ 20 ปี, รายที่ 8-9 มาจากอินเดีย เป็นชายชาวอินเดีย อายุ 31 ปี และชายไทย อายุ 42 ปี, รายที่ 10 มาจากบาห์เรน เป็นหญิงไทย อายุ 40 ปี, รายที่ 11 มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นหญิงไทย อายุ 52 ปี, รายที่ 12-14 เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี 33 ปี และ 34 ปี และรายที่ 15 มาจากบราซิล เป็นชายชาวบราซิล อายุ 32 ปี ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 73,803,320 ราย และเสียชีวิต 1,641,440 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ที่เดินทางมาจากท่าขี้เหล็ก เมียนมา ให้ความร่วมมือดี โดยเข้ามาอยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐที่ จ.เชียงราย จำนวน 248 ราย ทั้งนี้ สำหรับ จ.เชียงราย หากพ้นวันที่ 16 ธ.ค. ซึ่งครบ 14 วันหลังจากการพบผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดแล้วไม่พบการติดเชื้อเพิ่มเติม ถือว่าปลอดภัย ส่วน จ.พะเยา พิจิตร และราชบุรี ครบกำหนดวันที่ 16 ธ.ค. สำหรับ จ.สิงห์บุรี ครบวันที่ 18 ธ.ค. ขณะที่ กทม. ครบวันที่ 20 ธ.ค. และ จ.เชียงใหม่ ครบวันที่ 19 ธ.ค. ดังนั้นถ้าภายในวันที่ 20 ธ.ค. กลุ่มก้อนนี้ไม่มีการติดเชื้อเพิ่มในจังหวัดต่างๆ เราจะเข้าสู่ช่วงที่จะประกาศได้ว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยครบทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ได้รับชุดข้อมูล โดยสิ่งที่ทางกรมควบคุมโรคมีความห่วงใยคือ เรื่องสถานกักกันตัวทางเลือก ซึ่งกรณีที่พบบุคลากรทางการแพทย์ 7 รายติดโควิด-19 จากการปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่กักกันทางเลือก (ASQ) และการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันนั้น ปรากฏว่าจากการสวอปพบเชื้ออยู่ที่ลูกบิดประตู ดังนั้นลูกบิดถือว่าสำคัญ เพราะมีการสัมผัสกันมาก จึงขอให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมต่างๆ นอกจากพื้นผิวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วิชาญ ปาวัน นายแพทย์เชี่ยวชาญ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภาพรวมผู้ที่ติดเชื้อจะมีประวัติเดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อในประเทศเพิ่มเติม และยังไม่มีจังหวัดใดพบกลุ่มก้อนการระบาด สำหรับความคืบหน้ากรณีผู้ติดเชื้อที่มีประวัติเดินทางมาจากท่าขี้เหล็ก พบเพิ่มเติม 3 ราย อยู่ในสถานกักกันตัวของรัฐ ทำให้ผู้ติดเชื้อที่มาจากท่าขี้เหล็กสะสม 67 ราย ซึ่งใน 67 ราย มีเพียง 2 รายเท่านั้นที่ติดเชื้อภายในประเทศ ส่วน 48 รายตรวจพบที่สถานกักกันตัวของรัฐ ขณะที่ในภาพรวม 7 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ กำลังจะครบกำหนด 14 วันที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งกรณีของท่าขี้เหล็กปลอดภัยแล้ว ส่วนผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความกังวลในส่วนของ จ.เชียงราย ผู้ที่มีความเสี่ยงคือมาจากต่างประเทศทั้งหมด จะถูกนำเข้าสถานกักกันตัวของรัฐ ขณะนี้มีทั้งสิ้น 248 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 35 ราย รักษาหายแล้ว 20 ราย นอกจากนี้ จ.เชียงรายยังได้ค้นหาเพิ่มเติมทั้งสิ้นกว่า 26,000 ราย โดยไม่พบเชื้อ มั่นใจได้ว่า จ.เชียงรายปลอดภัย และขอให้ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ที่มีรายงานผู้ป่วยเกี่ยวข้องกับกรณีท่าขี้เหล็กสบายใจได้ เพราะปลอดภัยแล้ว ไปเที่ยวและเดินทางได้ แต่ขอให้เคร่งครัดด้านมาตรการป้องกัน ดังนั้นผู้ที่เดินทางกลับจากจังหวัดเหล่านี้ ทุกคนไม่ได้มีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น จึงไม่มีความจำเป็นต้องกักตัว ขอให้โรงเรียนและสถานที่ทำงานทบทวนมาตรการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ขอยืนยันว่าทุกพื้นในไทยปลอดภัย สามารถไปเที่ยวคริสต์มาส ปีใหม่ และทำกิจกรรมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า การประชุม ศบค.ในวันที่ 17 ธ.ค. จะมีการหารือถึงมาตรการการจัดกิจกรรมในช่วงปีใหม่ โดยให้นโยบายกำหนดพื้นที่เป็นโซนๆ ไม่ใช่ให้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากแล้วตรวจสอบอะไรไม่ได้ เราต้องขอความร่วมมือ เพราะทุกครั้งที่มีการจัดงานในพื้นที่ใหญ่มีคนเป็นจำนวนเป็นหมื่นอันตรายมาก ให้ใช้วิธีซอยย่อยเป็นพื้นที่ได้หรือไม่ และให้มีระบบตรวจสอบระบบการคัดกรอง ทุกคนต้องลงทะเบียนในโทรศัพท์ ถ้าทุกคนไม่ยอมอะไรสักอย่างจะแก้ไขไม่ได้ ทั้งนี้ได้ให้แนวทาง ศบค.ไปทุกครั้งว่าจะทำอย่างไร มีมาตรการอย่างไร และมาร่วมประชุมกับตนอีกครั้ง ตนจะทำแบบนี้ พร้อมกับมีแนวคิดใหม่ๆ ว่าจะทำแบบนี้หรือแบบไหนดีหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เอา อะไรดีกับประชาชนถึงจะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้พูดว่าจะมีการฟื้นมาตรการอะไร ต้องรอให้มีการประชุม ศบค.ก่อน แต่เมื่อเกิดกรณีคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทน หรือที่ จ.เชียงราย รวมถึงจะมีชาวต่างประเทศเข้ามา ทำให้เราต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์ใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะต้องเข้มขึ้นหรือผ่อนลง อย่างไรก็ตามกรณีคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทนที่เกิดการรวมตัวกันของคนกว่า 5 หมื่นคน หนักกว่ากรณีสนามมวยลุมพินีสิบเท่า หากเกิดขึ้นอีกจะทำอย่างไร ทั้งที่มีการห้ามปรามแล้วก็ยังเกิดขึ้น และต่อไปอาจจะเกิดกรณีเช่นนี้อีกได้ เช่น ในช่วงการเคาต์ดาวน์ปีใหม่ที่อาจจะมีประชาชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากมีมาตรการรองรับก็จัดได้ ส่วนการสวดมนต์ข้ามปีตามวัดต่างๆ เป็นการรวมตัวกันเพียง 500-1,000 คน ไม่เป็นอะไร เพราะเว้นระยะห่างได้ และเวลาสวดมนต์สามารถสวมหน้ากากได้ ไม่เหมือนกับคอนเสิร์ตที่ตะโกนกรี๊ดลั่น เป่าปาก กระชากหน้ากาก ดังนั้นในการประชุม ศบค.จะมีการหารือเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เราจะป้องกันอย่างดีที่สุด แต่ไม่ถึงขั้นห้ามปราม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวภายหลังประชุมร่วมหัวหน้าส่วนราชการและคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.เชียงราย ว่า ปัจจุบันผู้ติดเชื้อมีอยู่ 55 คน แต่ล้วนมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่ผ่านเข้ามาตามช่องทางปกติและได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในระบบเต็ม 100% โดยอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 248 ราย ส่วนผู้ป่วยที่ตรวจพบรักษาจนหายกลับบ้านได้แล้วกว่า 20 คน ซึ่งยังไม่พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม ดังนั้นภายในอีก 1-2 วันนี้ กรมควบคุมโรคเตรียมจะประกาศให้ จ.เชียงรายปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 แล้ว เนื่องจากตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อ 14 วัน และในวันที่ 17 ธ.ค. จะมีการปล่อยผู้ถูกกันกันกลับบ้านได้ในล็อตใหญ่อีกกว่า 20 คน จึงยืนยันว่าเชียงรายมีความปลอดภัยและปลอดเชื้อ สามารถมาท่องเที่ยวได้ และสามารถจัดกิจกรรมต่างๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87097</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คุมเคาต์ดาวน์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ท่าขี้เหล็ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fda18bd6cfd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยคนไทยกลับจากท่าขี้เหล็กติดเชื้อเพิ่มอีก 4 &#039;บุคลากรการแพทย์&#039; ยังคงที่ 6 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; พบผู้ป่วยโควิดใหม่ 12 ราย มาจากต่างประเทศทั้งหมด ขณะ &amp;ldquo;สธ.&amp;rdquo; เผย จากท่าขี้เหล็กพบติดเชื้อเพิ่มอีก 4 ราย ส่งรักษาแล้ว อาการไม่รุนแรง ส่วนเคส &amp;ldquo;บุคลากรทางการแพทย์&amp;rdquo; ยังคงที่ 6 ราย ไม่พบติดเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12&amp;nbsp;ธ.ค.63 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ทั้งหมด ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม&amp;nbsp;4,192&amp;nbsp;ราย ยอดหายป่วยสะสม&amp;nbsp;3,915&amp;nbsp;ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล&amp;nbsp;217&amp;nbsp;ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ มาจากเยอรมนี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย สวีเดน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย สหราชอาณาจักร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย บาห์เรน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย อินเดีย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย และคูเวต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม&amp;nbsp;71,432,996&amp;nbsp;ราย อาการรุนแรง&amp;nbsp;106,663&amp;nbsp;ราย รักษาหายแล้ว&amp;nbsp;49,663,433&amp;nbsp;ราย เสียชีวิต&amp;nbsp;1,601,088&amp;nbsp;ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;สหรัฐอเมริกา จำนวน&amp;nbsp;16,295,458&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;อินเดีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,827,026&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;บราซิล จำนวน&amp;nbsp;6,836,313&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;รัสเซีย จำนวน&amp;nbsp;2,597,711&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;ฝรั่งเศส จำนวน&amp;nbsp;2,351,372&amp;nbsp;ราย ส่วนประเทศไทย อยู่ในอันดับที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,192&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป แถลงว่า สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนโรคในเคสบุคลากรทางการแพทย์ ขณะยังมีผู้ป่วยแค่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย ทุกรายอาการไม่รุนแรง มีอาการน้อยเหมือนไข้หวัด ส่วนไทมไลน์ของผู้ป่วยบุคลากรทางการแพทย์ รายที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี จ.กรุงเทพฯ ในวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ธ.ค. กินข้าวเที่ยงกับผู้ป่วยรายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.เจอกันอีกรอบ นั่งโต๊ะเดียวกัน ระยะห่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร ไม่ได้สวมหน้ากาก เนื่องจากเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน จากนั้นวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ธ.ค.ขับรถมอเตอร์ไซด์ไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเอกชน วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ธ.ค.เมื่อทราบว่ารายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ติดเชื้อ ผู้ป่วยจึงไปตรวจที่คลินิกโรคทางเดินหายใจ มีการสวมหน้ากาก และช่วงเย็นระหว่างรอผลตรวจได้ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต โดยสวมหน้ากากและหลีกเลี่ยงใกล้ชิดกับผู้อื่น ต่อมาวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ธ.ค. ผลตรวจออกมาติดเชื้อ ได้รับคำสั่งให้กักตัวที่พัก และวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธ.ค.มีอาการไข้&amp;nbsp;37.6&amp;nbsp;องศา เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. เข้ารับการตรวจอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ผลพบเชื้อจึงเข้ารับการรักษาในห้องแยก ส่วนเพื่อนร่วมงาน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน ที่เป็นผู้สัมผัสได้รับการตรวจแล้ว ผลไม่พบเชื้อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ส่วนกรณีผู้ติดเชื้อจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ราย ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และวันเดียวกันนี้ จ.เชียงรายได้ร่วมกับจ.ท่าขี้เหล็ก จัดระบบให้กับคนไทยที่ยังตกค้างอยู่จ.ท่าขี้เหล็ก ให้กลับสู่ประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายทางด่านปกติ ซึ่งมีผู้แสดงความจำนงกลับเข้ามา เมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ธ.ค.&amp;nbsp;107&amp;nbsp;คน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่&amp;nbsp;104&amp;nbsp;คน เด็ก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน และจากการประสานงานกันล่วงหน้าทางเมียนมาได้มีการตรวจหาเชื้อก่อน พบมีผู้ติดเชื้อในกลุ่มนี้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย ส่งไปรักษาเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือเข้าสู่สถานกักกันโรคของรัฐ ที่ จ.เชียงราย โดยมีการตรวจหาเชื้อทันที พบอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รายติดเชื้อ และนำเข้าสู่การรักษาเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นในกลุ่มแรกจากท่าขี้เหล็ก&amp;nbsp;107&amp;nbsp;รายนี้ รวมพบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย ซึ่งมีอาการน้อยมาก ไม่น่าเป็นห่วง ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจาก จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โอภาส&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ที่มีการสอบถามว่าสายพันธุ์ของเชื้อจากท่าขี้เหล็กต่างกับสายพันธุ์อื่นอย่างไร ขอเรียนว่าปัจจุบันเชื้อโคโรนาไวรัสมีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งสายพันธุ์ที่ระบาดในปัจจุบันเรียกง่ายๆว่าสายพันธุ์&amp;nbsp;G&amp;nbsp;จากข้อมูลที่เราติดตามจากท่าขี้เหล็กและมาติดในประเทศไทยในหลายราย ผลเบื้องต้นจากการเอาเชื้อไปถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัวพบว่า รหัสพันธุกรรมตรงกัน บ่งชี้ว่าจุดแพร่กระจายเชื้อมาจากจุดเดียวกันคือท่าขี้เหล็ก และเมื่อไปเทียบสายพันธุ์นี้จากแหล่งระบาดอื่นๆ พบว่าตรงกับสายพันธุ์ที่มาจากประเทศอินเดีย ฉะนั้นจากข้อมูลนี้เราสรุปเบื้องต้นได้ว่า การแพร่ระบาดของสายพันธุ์นี้เริ่มต้นจากประเทศอินเดีย มาเมียนมา มาที่จ.ท่าขี้เหล็ก และตอนนี้มาสู่ประเทศไทย แต่ทั้งหมดเราสามารถควบคุมให้อยู่ในวงจำกัดได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าขี้เหล็ก, ศบค., โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdf6d3b9b32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากท่าขี้เหล็กติดเชื้ออีก5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศบค.เผยพบผู้ป่วยโควิดใหม่ 11 ราย มาจากต่างประเทศ อธิบดีกรมควบคุมโรคยันสถานการณ์ที่ท่าขี้เหล็กผ่านมาเกิน 2 สัปดาห์แล้ว หยุดอยู่ที่ 37 ราย การระบาดจึงไม่น่าห่วง ย้ำเที่ยวเชียงราย-เชียงใหม่ได้ตามปกติไม่ต้องกักตัว แต่ล่าสุดกลับจากด่านเข้าไทยอีก 104 คน ติดเชื้อ 5 ราย เป็นหญิงทำงานในสถานบันเทิงท่าขี้เหล็กเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 11 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,180 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,903 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 217 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ มาจากสวีเดน 1 ราย, สหรัฐอเมริกา 1 ราย, โปรตุเกส 1 ราย, ซาอุดีอาระเบีย 2 ราย, เกาหลีใต้ 1 ราย, เมียนมา 3 ราย และบาห์เรน 2 ราย ส่วนสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อ 70,711,368 ราย รักษาหายป่วย 49,139,558 ราย เสียชีวิต 1,588,247 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงว่า วันเดียวกันนี้ตัวเลขคนไทยที่เกี่ยวข้องกับ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา รวม 49 ราย แบ่งเป็นลักลอบเข้ามาทางเส้นทางธรรมชาติ 17 ราย ตรวจพบในสถานที่กักกันโรคของรัฐ 30 ราย และเจอในประเทศ 2 ราย แบ่งเป็นเชียงใหม่ 5 ราย, เชียงราย 34+3 ราย, พะเยา 1 ราย, กทม. 3 ราย, พิจิตร 1 ราย, ราชบุรี 1 ราย และสิงห์บุรี 1 ราย โดย 3 รายในวันเดียวกันนี้ พบในสถานที่กักกันโรคของรัฐ (Local Quarantine) ที่ จ.เชียงราย ซึ่งตัวเลขทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่กักกันโรคของรัฐประมาณกว่า 180 ราย ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขจะชี้แจงรายละเอียดอย่างละเอียด ไม่มีปิดและไม่มีกั๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่ามีผู้ชายคนหนึ่งตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 และได้เดินทางจากแม่สอดมายังจังหวัดมุกดาหาร และมีการนั่งรถตู้จากมุกดาหารไปยังจังหวัดนครพนม โฆษก ศบค.ตอบว่า ในความเป็นจริงคือมีชายไทยคนหนึ่งลักลอบเข้ามาแล้วนั่งรถสายมุกดาหาร-แม่สอด และเข้ามาผ่านทางนครพนม มาถึงแล้วตำรวจจึงได้ควบคุมตัว และเขาก็รับทราบแล้วว่าไม่ได้เข้ามาในช่องทางที่ถูกต้อง โดยระหว่างนี้เราได้นำไปตรวจ แต่ข้อมูลล่าสุดออกมาผลตรวจเป็นลบ ยังไม่ติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม เราเน้นย้ำเรื่องการเดินทางเข้าประเทศแบบไม่ถูกกฎหมายแล้ว เราไม่ต้องการที่จะเอาผิดเอาโทษ แต่เราต้องการให้ท่านได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งกระบวนการตรงนี้เราจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ บุคคลที่ใกล้ชิดชายดังกล่าวเราได้เข้าไปดูแลแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าบางบริษัทมีการประกาศว่าถ้ามีพนักงานหรือเจ้าหน้าที่คนใดที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดินทางกลับมาจากจังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดเชียงราย ให้กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขอบอกว่าไม่จริง ไม่ต้องทำอย่างนั้นเลย เป็นความกังวลของข่าวที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ฉะนั้นตอนนี้เรามารายงานให้ทราบทุกวันถึงสถานการณ์จริง ซึ่ง ณ ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม แต่จะได้หรือไม่ได้อยู่ที่ความร่วมมือของประชาชนทุกคน ส่วนการที่จะต้องกักตัว 14 วัน ไม่เคยมีข้อสรุปจากกระทรวงสาธารณสุข แต่จะมีเพียงจดหมายที่มาจากภาคเอกชนที่เขียนมาสอบถามทางกระทรวง หากได้ฟังการแถลงของกระทรวงสาธารณสุขก็ทราบถึงสัญญาณที่เราส่งออกไป ว่าไม่จำเป็นเลย แต่สิ่งที่จะต้องเตือนคือการใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง
จากท่าขี้เหล็กจบที่ 37 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ที่ท่าขี้เหล็กขณะนี้เกิน 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งสถานการณ์การระบาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่น่าเป็นห่วง ส่วนที่หลายคนกังวลว่าผู้ที่ติดเชื้อจากกลุ่มท่าขี้เหล็ก ที่ติดเชื้อในประเทศจังหวัดสิงห์บุรี ขออัพเดตข้อมูลทั้งหมดมีผู้สัมผัสโรค 63 ราย ในจำนวนนี้สัมผัสเสี่ยงสูง 35 ราย ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี โรงพยาบาลแสวงหา ที่วัดพิกุลทอง โรงพยาบาลค่ายบางระจัน โรงพยาบาลอ่างทอง มีผลตรวจเป็นลบ ซึ่งเป็นการแสดงว่าระบบการควบคุม ความร่วมมือของเรามีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่มีผู้ป่วยแพร่กระจายไปในจังหวัดอื่นๆ ส่วนที่หลายคนสอบถามกันมากว่าคนที่ไปจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย จะต้องกักกันตัวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา สะสมในประเทศไทย 37 คน จำนวนนี้พบว่า 30 คน ประสานขอเข้ารับการกักตัวตามระบบของรัฐ ส่วนอีก 7 คนเป็นการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่มีการสอบสวนโรคกลุ่มบุคคลสัมผัสเสียงสูงและสัมผัสเสียงต่ำอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อที่เป็นการติดภายในประเทศคงอยู่ที่ 2 ราย คือ จ.เชียงรายและสิงห์บุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าปลอดภัย ไม่พบการระบาดในพื้นที่ และผู้ว่าฯสามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี มีระบบคัดกรองที่เข้มงวด จึงไม่ต้องมีการกักตัวผู้ที่มาจากจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายยังสามารถเข้าไปเที่ยวได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลใจ เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความพร้อมในการดำเนินการ และขอความร่วมมือภาคเอกชนทำความเข้าใจให้ตรงกัน ก็จะผ่านสถานการณ์ไปได้ด้วยดี โดยภาพรวมทั้ง 7 จังหวัดในเคสนี้ไม่มีการระบาดในจังหวัดนั้นๆ ทุกจังหวัดมีความปลอดภัยเท่ากับจังหวัดอื่นๆ&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อรวม 6 ราย จากการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำล่าสุด โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวม 51 ราย แบ่งเป็นผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง จำนวน 31 ราย ตรวจครั้งที่ 1 ผลเป็นลบทั้งหมด ตรวจครั้งที่ 2 ผลเป็นลบ 30 ราย ผลเป็นบวก 1 ราย ซึ่งรายที่ผลเป็นบวกต้องรอตรวจซ้ำอีกครั้ง, ผู้สัมผัสที่หอพัก 6 ราย ผลเป็นลบ, ห้องสัมภาษณ์งานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง 7 ราย ผลเป็นลบ และสมาชิกในครอบครัว 7 ราย ผลเป็นลบ ขณะที่ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 888 ราย ผลเป็นลบทั้งหมดในการตรวจครั้งแรก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด-19 และต้องออกไปใช้ชีวิตภายนอกร่วมกับคนอื่นๆ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้บุคลากรเหล่านี้ใช้ชีวิตในโรงพยาบาลโดยไม่ต้องกลับบ้าน นพ.โอภาสชี้แจงว่า ทุกคนทราบว่าบุคลากรเหล่านี้ต้องทำงานเสี่ยง ซึ่งเราต้องให้กำลังใจ เพราะไม่มีใครอยากติดเชื้อ แต่เป็นภาระงานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการระบาดในช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ 108 คน แต่หลัง พ.ค.เป็นต้นมา ที่เรารู้จักโรคนี้ดีขึ้น เราไม่พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากโรงพยาบาลอีก เพิ่งจะมีกรณีนี้ที่เกิดขึ้น แต่เป็นการติดในสถานกักกันโรคของรัฐ และมาติดบุคลากรที่เป็นเพื่อนจากการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ได้ติดจากการทำงาน
ล็อตใหม่ติดเชื้ออีก 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บอกให้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลตลอดไม่ออกมาเลยนั้น ยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เพราะจากทั่วโลกที่มีการติดเชื้อจำนวนมาก แต่ในประเทศไทยยังติดเชื้อจำนวนน้อย จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องให้บุคลากรอยู่โรงพยาบาล 24 ชั่วโมง ซึ่งมากเกินไป ขณะนี้เราต้องการกำลังใจ ความเข้มแข้ง และความเข้มงวดในการทำงานมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ต้องออกมาตรวจที่ตึกผู้ป่วยนอกด้วยหรือไม่ และจะสร้างความมั่นใจอย่างไรให้ประชาชน นพ.โอภาสตอบว่า บุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงในการจะติดเชื้อจากผู้ป่วย และนำไปสู่ครอบครัวของเขามากกว่า แต่ความเสี่ยงที่เขาจะเอาเชื้อไปให้ผู้ป่วยไม่มากเท่า อีกทั้งบุคลากรที่อยู่ในโรงพยาบาลที่ทำงานตึกผู้ป่วยโควิดส่วนใหญ่ จะปฏิบัติหน้าที่ในจุดนั้นๆ ไม่มีการไปปะปนกับหน่วยอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เจ้าหน้าที่เมียนมานำตัวคนไทยตกค้างที่ลงทะเบียนผ่านคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมาระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี ส่งผ่านด่านถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย กลับประเทศไทยรวม 104 คน เป็นชาย 28 คน หญิง 76 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้งหมดเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมายเพียง 7 คน ที่เหลือเป็นผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองไปทำงานใน จ.ท่าขี้เหล็ก จำนวน 97 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากกลุ่มคนไทยทั้งหมดเดินทางข้ามสะพานมา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันตรวจเอกสารและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ทันที ก่อนส่งตัวไปยังสถานกักกันดูอาการหรือ Local state quarantine
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มหญิงไทยที่ข้ามมาทั้ง 76 คนดังกล่าวนั้น ได้รับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 จากทางสาธารณสุขเมียนมา มาแล้ว และได้รับแจ้งผลยืนยันว่าติดเชื้อหรือผลเป็นบวกถึง 5 ราย ทุกรายเป็นหญิงสาวที่ทำงานในสถานบันเทิงพื้นที่ท่าขี้เหล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเมียนมาได้นำรถพยาบาลจากโรงพยาบาลท่าขี้เหล็ก นำตัวหญิงสาวที่ตรวจพบติดเชื้อนี้มาส่งบริเวณกลางสะพานข้ามลำน้ำสาย จากนั้นประสานให้รถโรงพยาบาลแม่สาย เข้าไปรับตัวก่อนพาไปยังโรงพยาบาลในฝั่งไทยต่อไป ขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไม่ได้แวะสถานที่ใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ของไทยยืนยันว่าทั้งหมดจะต้องรับได้รับการตรวจยืนยันอีกรอบ และอยู่ใน Local state quarantine ตามเวลาที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันทางทีบีซีทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาได้มีการประสานงานกันอย่างเต็มที่ มีการรับลงทะเบียนคนที่จะเดินทางกลับมาอย่างต่อเนื่อง และทำให้เราทราบว่านอกจากจะมีผู้ที่ติดเชื้อกลับมาดังกล่าวแล้ว คนที่กลับมายังมีกลุ่มเสี่ยงอยู่อีก 13 รายด้วย ซึ่งกรณีการติดเชื้อนั้น ก็จะนำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86615</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ท่าขี้เหล็ก, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd37ef7134fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.กองกำลังผาเมือง เร่งเจรจาขอคนกลับไทย ผู้ว่าฯท่าขี้เหล็กรับปากไม่จับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;ธ.ค.63 - ที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อ.แม่สาย จ.เชียงราย พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง (ผบ.กกล.ผาเมือง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้นำอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ส่งมอบให้แก่ นายอูมิ้น ไหน่ ผวจ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เพื่อใช้ในการป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;Covid19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.นฤทธิ์ กล่าวว่า นอกจากมอบสิ่งของให้ฝั่งเมียนมาแล้ว ยังได้มีการเจรจากับผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ในการเร่งรัดขอคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อให้กลับเข้าสู่ประเทศไทยโดยเร็ว โดยขอให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายเมียนมาเร่งรัดขั้นตอนให้คนไทยได้กลับมาตรวจและรักษาโรค ซึ่งทางเมียนมารับปากว่า จะดำเนินการตามกระบวนการและเร่งรัดเพื่อนำคนไทยกลับมาตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอูมิ้น ไหน่ ผวจ.ท่าขี้เหล็ก กล่าวว่า ให้คนไทยที่อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประสานกับทางศูนย์ประสานงาน&amp;nbsp;TBC&amp;nbsp;ในฝั่งประเทศเมียนมา&amp;nbsp;เพื่อแจ้งรายชื่อ และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี ซึ่งจะมีการเปรียบเทียบปรับตามที่ศาลจังหวัดท่าขี้เหล็กกำหนดอัตราไว้ จากนั้นจะเร่งดำเนินการในการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยโดยทันทีโดยไม่มีการลงโทษหรือกักขังแต่อย่างใดตามที่เป็นข่าว ขอให้คนไทยที่อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็กไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกจับดำเนินคดีและไม่มีการจับติดคุกในประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าขี้เหล็ก, เมียนมา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf6e4933373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ดับกระแสโควิดรอบ2 สรุปแก๊ง1G1ติดเชื้อ38ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ออกโรงแจงเรื่องโควิด-19 ยันไม่ใช่ระบาดรอบ 2 ผู้ป่วยท่าขี้เหล็กไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;nbsp; ลงดาบใช้กฎหมายเข้มข้นสกัดผู้ลักลอบเข้าประเทศ &amp;ldquo;มหาดไทย&amp;rdquo; ทันควันสั่ง ผวจ.ทุกจังหวัดเข้ม 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; โดยเฉพาะตะเข็บชายแดน ขู่ฟันวินัย-อาญาหากรู้เห็นเป็นใจ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; โผล่กำชับดูแลสนามมวย-ผับ &amp;ldquo;ศบค.&amp;rdquo; แถลงตัวเลขผู้ป่วยเพิ่ม 21 ราย สรุปยอดติดเชื้อจากท่าขี้เหล็ก 38&amp;nbsp; ราย โอ่เอาอยู่แน่ก่อนเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; ออกรายการรูปแบบเล่าเรื่อง ในหัวข้อ &amp;ldquo;การรับมือกับโควิด-19&amp;rdquo; ผ่านแอปพลิเคชันพอดแคสต์ไทยคู่ฟ้า ว่า &amp;quot;ได้ติดตามการชี้แจงทั้งในส่วนของรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีการลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ และการผ่านด่านตรวจ ซึ่งส่วนที่ผ่านมาทางด่านได้นำเข้าสถานที่กักตัวของรัฐเรียบร้อยแล้ว แต่ปัญหาสำคัญคือไม่เข้ามาทางช่องทางที่ถูกต้อง จึงมีการวางแนวทางคือ แนวทางที่หนึ่ง ตามแนวชายแดนได้สั่งการให้ ทหาร ตำรวจ และกองกำลังต่างๆ มีมาตรการในการสร้างเครื่องกีดขวางในระยะที่หนึ่ง เพิ่มการลาดตระเวน 24&amp;nbsp; ชั่วโมง แนวทางที่สองคือ พื้นที่กระทรวงมหาดไทย พื้นที่ตอนในเข้ามา ที่ต้องสกัดกั้น ตั้งจุดสกัดต่างๆ ให้พร้อมในการตรวจบุคคลเหล่านี้ที่จะเข้ามา และแนวทางที่สามคือ&amp;nbsp; ประชาชนในพื้นที่ต้องสังเกตคนที่เข้ามาในหมู่บ้าน แม้เป็นคนที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน แต่อย่าลืมว่าเขาไปทำงานที่ต่างประเทศ จึงขอให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ ทั้งนี้ผู้ที่ละเมิดเข้ามา หากมีความจำเป็นเราต้องบังคับใช้กฎหมายในการลงโทษ เพราะถือว่าไม่รับผิดชอบต่อคนอื่นและสังคมโดยรวม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;สถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศนั้นไม่ได้อยู่ในขั้นเลวร้าย ถึงแม้ว่ามีการลักลอบเข้ามา แต่เราสามารถควบคุม ติดตาม และดูแลรักษาได้ อยู่ที่เราทุกคนต้องช่วยกัน และไม่ได้เรียกว่าการแพร่ระบาดระลอกที่สอง ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบในตอนนี้มีการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านไปแล้วในการตรวจสอบคัดกรอง ช่วยกันสกัดกั้นช่องทางธรรมชาติทั้งฝั่งประเทศเราและเพื่อนบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ผมได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงพิจารณาใช้ภาพถ่ายทางอากาศ หรือโดรนดูว่าช่องทางใหม่ที่ใช้เข้ามามีทางไหนอีกหรือไม่ เพื่อวางเครื่องกีดขวางและวางกำลังเพิ่มเติม นอกจากนี้ผมขอเตือนผู้ที่อยู่ในขบวนการลักลอบ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คนเหล่านี้ต้องถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างหนัก เพราะถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ลักลอบพาคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายทางช่องทางธรรมชาติ ส่วนเจ้าหน้าที่หากใครมีส่วนร่วมผมถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ผิดวินัยอย่างร้ายแรง รวมทั้งตำรวจ ทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า &amp;quot;ขออย่าตื่นตระหนก ถ้าตื่นตระหนกมากไปปัญหาของเราจะเกิดขึ้นทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น การท่องเที่ยว การจองโรงแรม หรือมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการต่างๆ ที่ออกมาแล้วกำลังได้ผล มีคนจำนวนหนึ่งทำให้เกิดปัญหา เราต้องหาต้นตอปัญหานี้ให้เจอ และหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างไม่นิ่งนอนใจ และสถานการณ์โควิดปีหน้าจะดีขึ้น จากการติดตามเรื่องวัคซีน&amp;nbsp; เรามีความหวังและคาดหวัง เราทำทุกอย่างอย่างดีที่สุด ถ้าช่วยกันแบบนี้แก้ปัญหาได้หมดทุกเรื่อง&amp;quot;
ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งในระหว่างลงพื้นที่ที่ศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ว่าโควิด-19 วันนี้ยังประมาทไม่ได้จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน คาดว่าเป็นกลางปีหน้า วันนี้ขอเตือนคนที่ข้ามไปมาตามแนวชายแดนที่ไม่ผ่านช่องทางปกติ ได้สั่งเพิ่มใช้โดรนตรวจจับได้ถึงบ้าน ลักลอบไม่ได้ ยืนยันว่าสถานการณ์วันนี้ยังไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ เพราะยังรู้ที่มา รู้ตัวคน แต่อย่าประมาท เพราะวันนี้เรายังอยู่ระดับท้ายๆ ประเทศที่มีการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้า มีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 3 มาตรการ โดยเฉพาะการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ เป็นประธานการประชุม &amp;nbsp;
ต่อมาในช่วงบ่ายนายฉัตรชัยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ทุกจังหวัดอีกครั้ง และให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน ประกอบด้วย 1.ในพื้นที่ชายแดนให้ ผวจ.ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) ประสานการปฏิบัติ และวางมาตรการร่วมกับหน่วยทหารตรวจภายในพื้นที่ให้เข้มงวด ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ ด้วยการตั้งเครื่องกีดขวาง เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชม. เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นป้องกันการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ และหากพบการลักลอบให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น
2.ในพื้นที่ตอนในให้ประสานการปฏิบัติเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรองโรค บุคคล และการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้าเมืองตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน กำหนดจุดรับส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้าออกของบุคคล สินค้า และยานพาหนะที่ชัดเจน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชม.
และ 3.ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนสำรวจตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนแต่เดินทางไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง หากพบให้ดำเนินการตามมาตรการของ สธ. และหากพบการละเมิดให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ห้ามปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของ ศบค. หากฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายความผิดวินัยหรืออาญา
ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวว่า สตช.ได้เพิ่มความเข้มและกำลังพลในการตรวจเฝ้าระวัง&amp;nbsp; โดยจะเน้นการตรวจเฝ้าระวังการควบคุมโรคมากกว่ามาตรการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมือง แต่ก็ไม่ได้ละเลยการบังคับใช้กฎหมาย
กทม.เข้มสนามมวย-ผับ
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานเข้มงวดตรวจสถานประกอบกิจการที่ได้รับการผ่อนปรน โดยเฉพาะสถานที่ที่เคยพบการแพร่ระบาดมาก่อน เช่น สนามมวยและสถานบันเทิง โดยเน้นตรวจสอบ เช่น การลงทะเบียนผู้ใช้บริการก่อนเข้าและออกผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ เพื่อสะดวกในการติดตามตัวผู้เข้าข่ายในกรณีพบผู้ป่วยในสถานที่นั้นๆ&amp;nbsp; รวมทั้งตรวจสอบจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามข้อกำหนดของ ศบค.และ สธ.
วันเดียวกัน ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 21 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,107 ราย&amp;nbsp; ยอดหายป่วยสะสม 3,868 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 179 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
ส่วน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สธ. แถลงถึงผลการสอบสวนโรคโควิด-19 จาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา? ว่าตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. มีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ 38 คน&amp;nbsp; โดยในวันที่ 7 ธ.ค.63 จ.เชียงรายตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 6 คน เป็นเพศหญิงทั้งหมด ซึ่งในผู้ติดเชื้อ 38 คน&amp;nbsp; เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2 คน โดยมีประวัติใกล้ชิดผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากประเทศเมียนมา พบใน จ.เชียงราย 1&amp;nbsp; คน และสิงห์บุรี 1 คน&amp;nbsp; โดยเกินกว่าครึ่งตรวจพบในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดให้ ขณะนี้ทุกคนเข้าสู่การดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองกักตัว 14 วัน ตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากนั้นอยู่ห่างจากชายแดน อ.แม่สาย 1.5 กิโลเมตร โดยมีคนไทยไปทำงานหลายร้อยคน แต่เมื่อพบการติดเชื้อก็ได้ถูกสั่งปิดเมื่อวันที่ 24 พ.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวอีกว่า ผลการสอบสวนเพิ่มเติมของผู้ติดเชื้อ 2 คนในประเทศนั้น คนแรกเป็นเพศชาย (สาวประเภทสอง) อายุ 30 ปี เดินทางไปทำงานท่าขี้เหล็กกับเพื่อนหญิงไทยอายุ 26 ปี พบป่วยติดเชื้อทั้ง 2 คน และพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 22 คน กลุ่มเสี่ยงต่ำ 69 คน รวม 91 คน&amp;nbsp; ส่วนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยเพศหญิงอายุ 51 ปี ชาวสิงห์บุรี มีข้อมูลเพิ่มเติมว่าจากสอบสวนพบผู้สัมผัส 55 คน แบ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง 37 คน ผลตรวจ 32 คนไม่พบเชื้อ ซึ่งเป็นสมาชิกในครัวเรือน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน และร้านตัดเสื้อ ซึ่งอยู่ขั้นตอนการเฝ้าระวังโรค 14 วัน ส่วนกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอยู่ร่วมกันในสนามบิน โรงแรม และโรงพยาบาล 2 แห่ง ทั้งนี้ผู้ป่วยอยู่บนเครื่องบินนั่งห่างกับผู้ป่วยที่ลักลอบเดินทางกลับมาจากเมียนมาถึง 8 แถว จึงไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบปัจจัยเสี่ยงอยู่ในสนามบินระหว่างเดินกลับจากห้องน้ำ เนื่องจากสวมหน้ากากไม่ถูกต้อง โดยสวมหน้ากากไว้ที่ใต้คาง ซึ่งขณะนี้สนามบินปรับระบบเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องแล้ว
ไฟเขียวต่างชาติอยู่ 45 วัน
ทั้งนี้ในช่วงเช้า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)&amp;nbsp; เป็นประธานหารือถึงการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อหารือถึงกรณีที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการลักลอบเข้าเมือง และการผ่อนคลายมาตรการการออกวีซ่าของกระทรวงการต่างประเทศ โดยใช้เวลาประมาณ 3&amp;nbsp; ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.20 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์&amp;nbsp; อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ของไทยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักกัน ส่วนที่มีการติดเชื้อภายในประเทศถือว่าน้อยมาก โดยเฉพาะกรณีผู้ติดเชื้อจาก จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมาที่กระจายไปใน 7 จังหวัดนั้น ทุกจังหวัดควบคุมสถานการณ์ได้ดี แต่ขอเน้นย้ำประชาชนว่าการ์ดอย่าตก&amp;nbsp; และสิ่งที่อยากขอให้ประชาชนช่วยภาครัฐ เจ้าของบ้านเช่า&amp;nbsp; เจ้าของบ้านพัก เจ้าของโรงแรม เจ้าของสถานประกอบการ&amp;nbsp; เจ้าของสถานบันเทิง หากพบใครกลับมาจากท่าขี้เหล็กแล้วยังไม่ผ่านการกักตัว ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทันทีเพื่อตรวจสอบ
&amp;ldquo;จังหวัดต่างๆ ควบคุมโรคได้ดี ปลอดภัย สามารถเดินทางไปได้ ท่องเที่ยวได้ทั้งเชียงใหม่และเชียงราย มั่นใจว่าเราควบคุมสถานการณ์ได้ และหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ จะจบก่อนเทศกาลปีใหม่&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ไชยะคำ รองอธิบดีกรมการกงสุล&amp;nbsp; กล่าวว่า ตั้งแต่ ก.ค.63 ได้ผ่อนคลายมาตรการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นระยะ จากนักธุรกิจ&amp;nbsp; ครอบครัวคนไทย และผู้ที่เข้ามารักษาพยาบาล ที่ผ่านมาเราได้ออกเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศ หรือ&amp;nbsp; Certificate of Entry&amp;nbsp; (COE) จนถึงเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. รวม&amp;nbsp; 6,700 ราย ซึ่งในวันที่ 7 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้นโยบายและสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยได้เพิ่ม กต.จึงได้เสนอที่ประชุมเพื่อให้นายกฯ เห็นชอบเพิ่มเติมกรณีของผู้ที่เข้ามาเพื่อการท่องเที่ยว เดิมอนุญาตให้เข้ามา 30 วันจาก 56&amp;nbsp; ประเทศ รวมถึงประเทศรัสเซีย โดยที่ประชุมได้เสนอให้อยู่ในประเทศไทยได้ 45 วัน โดยใน 45 วันนี้ได้รวมเวลาในการกักตัว 14 วันด้วย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเรามั่นใจว่ามาตรการสาธารณสุขควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กทม.มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15,000&amp;nbsp; ห้อง จึงเพียงพอรับนักท่องเที่ยวเข้ามาวันละ 1,000 คน&amp;nbsp; แม้ไม่ได้ทำวีซ่าเข้าประเทศ เราก็มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำหนดให้คนที่จะเดินทางเข้ามาต้องผ่านการตรวจโรคและเข้ามากักตัว พร้อมขอเอกสาร COE ซึ่งปัจจุบันมีคนต่างชาติเข้ามาไทยรวม 45,000 คน เราหวังว่าจากมาตรการนี้จะมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาได้เดือนละมากกว่า 20,000 คน&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86235</URL_LINK>
                <HASHTAG>1G1, COVID-19, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ท่าขี้เหล็ก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระบาดรอบ 2, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fce46a406da5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หญิงวัย 51 ติดโควิด แม้ไม่ได้ไปท่าขี้เหล็ก เพราะใส่หน้ากากใต้ปากในที่ขุมชน  ยังน่าห่วงมีคนไทยทำงานร.ร.1G1หลายร้อยคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;7 ธ.ค.63- ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป พร้อมนพ. ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ และพลตรี จักรพงษ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 มาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 บริเวณพื้นที่ด่านชายแดน และการรักษาผู้ป่วยโควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 534,677 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมรวมเป็น 67,385,285 ราย เสียชีวิตรวม 1,541,638 ราย ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ยุโรป และบางประเทศในเอเชีย ประเทศไทยยังควบคุมได้ดี โดยสถานการณ์ของประเทศไทยวันนี้มีผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่จำนวน 21 ราย สัญชาติไทย 15 ราย และต่างชาติ 6 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกันทั้งหมด คือ เมียนมา 9 ราย สหราชอาณาจักร 4 ราย สหรัฐอเมริกา 2 ราย สิงคโปร์ 2 ราย เอสโตเนีย อินเดีย เยอรมนี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.โรคติดต่อฯ กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่เกี่ยวข้องกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา อยู่ในระบบการควบคุมสอบสวนโรครวม 38 ราย โดย 20 รายเข้ามาตามระบบและตรวจพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ (Local Quarantine) ลักลอบเข้าประเทศ 16 ราย และมีเพียง 2 รายติดเชื้อในประเทศ คือ ชายอายุ 28 ปี &amp;nbsp;จ.เชียงราย และหญิงอายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี เมื่อแบ่งตามรายจังหวัด เชียงใหม่ 5 ราย เชียงราย 26 ราย (รายเก่ามี 20 ราย ล่าสุดมีรายงานเพิ่มเติมอีก 6 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด รอตรวจสอบและแถลงโดยจังหวัด) กทม. 3 ราย พิจิตร พะเยา ราชบุรี และสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ผู้เดินทางกลับมาจากการทำงานในโรงแรม 1G1 จ.ท่าขี้เหล็ก เพราะมีการระบาดของโควิดและทางการปิดสถานบันเทิง ลักษณะสถานบันเทิงครบวงจร เป็นห้องแอร์อากาศปิด มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากาก ทำให้มีความเสี่ยงในการรับและแพร่เชื้อต่อสูง โดยมีคนไทยไปทำงานหลายร้อยคน เมื่อมีการปิดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 พบการระบาดในพื้นที่ ทำให้พนักงานคนไทยได้ทยอยเดินทางกลับมา และพบบางคนติดเชื้อ ไม่แสดงอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณกล่าวต่อว่า ความคืบหน้าการสอบสวนการติดเชื้อภายในประเทศของหญิงอายุ 51 ปี จ.สิงห์บุรี นั้น เนื่องจากบนเครื่องบิน ผู้ป่วยรายนี้นั่งห่างจากผู้ป่วย จ.พิจิตร และกทม. 8 แถว มีการใส่หน้ากาก จึงไม่น่าเป็นสาเหตุของการรับเชื้อ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง พบว่าทั้ง 3 ราย มีการสวมหน้ากากไม่ถูกต้อง โดยใส่หน้ากากไว้ใต้จมูกและปาก ดังนั้น สถานที่รับเชื้อน่าจะเป็นพื้นที่นั่งรอก่อนขึ้นเครื่องซึ่งสนามบินได้ปรับระบบทำความสะอาด และย้ำเตือนผู้โดยสารให้สวมหน้ากากให้ถูกต้อง ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ตลอดเวลาที่อยู่ในสนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมดูแลรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 โดยกทม.และปริมณฑล รับผู้ติดเชื้อได้ 230-400 รายต่อวัน ทั้งประเทศรองรับได้ 1,000-1,700 รายต่อวัน มีเตียงสำหรับดูแลผู้ป่วยโควิดโดยเฉพาะมากกว่า 1 หมื่นเตียง ส่วนเหตุการณ์ชายแดนใน3 จังหวัด คือ จ.เชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มีเตียงรองรับ 60 เตียง ขณะนี้มีผู้ป่วย 26 ราย ยังรองรับได้ และเตรียมเตียงจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงอีก 300 เตียง, จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์มี 51 เตียง และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและเอกชนโดยรอบรองรับอีกกว่า 120 เตียง และ อ.แม่สอด จ.ตาก โรงพยาบาลแม่สอด มี 120 เตียง ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่รับมือได้ เช่นเดียวกับยา อุปกรณ์ เวชภัณฑ์หน้ากาก แอลกอฮอล์ล้างมือ บุคลากรทางการแพทย์ มีความพร้อมทั้งหมด สิ่งสำคัญคือขอให้ผู้ป่วยให้ประวัติที่แท้จริงจะช่วยให้วินิจฉัยรักษาได้รวดเร็ว เนื่องจากการปกปิดทำให้คนรอบข้าง ครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยง และตรวจวินิจฉัยรักษาได้ล่าช้า สำหรับผู้ป่วยโควิด 19 เพศชายอายุ 70 ปี ที่โรงพยาบาลแม่สอดยังไม่เสียชีวิต ขณะนี้ยังใส่ท่อหายใจ ให้ยารักษา และรักษาแบบประคับประคอง ทำให้อาการดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พลตรี จักรพงษ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) กล่าวว่า ศปม.ได้ร่วมกับตำรวจ พลเรือน อาสาสมัคร และฝ่ายปกครอง ปฏิบัติงานสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองในพื้นที่เมืองหน้าด่าน โดยพื้นที่ชายแดนมีระยะทางยาวมากกว่า 2,400 กิโลเมตร ได้มีมาตรการเพิ่มเติม เช่น ตรวจจับด้วยกล้องวงจรปิด โดรน กล้องยูวีของกองทัพอากาศ การวางเครื่องกีดขวาง เพื่อจำกัดและยับยั้งการลักลอบเข้าผิดกฎหมาย และร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านช่วยสกัดกั้นหรือส่งข่าวแจ้งเบาะแส เพื่อสกัดกั้นทันเวลา และวางจุดตรวจสกัดกั้นตามเส้นทางที่คาดว่าจะลักลอบเข้าเมือง &amp;nbsp;รวมทั้งการตรวจสถานสถานประกอบการ โรงงานต่างๆ ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นการลักลอบเข้าเมือง แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1138, 1559 และ 191&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86197</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, ติดโควิดในประเทศ, ท่าขี้เหล็ก, โรงแรม1G1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdf6d3b9b32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2020 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2020 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สุวินัย&#039;เตือนไทยเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของการระบาดรอบที่สอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.63-ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง &amp;quot;ปรากฏการณ์แห่กันหนีตายที่เมืองซอมบี้ท่าขี้เหล็ก&amp;quot; ระบุว่า สถานการณ์ที่ท่าขี้เหล็กตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็น #เมืองซอมบี้ ที่ &amp;nbsp;#ผู้คนกำลังแห่กันหนีตาย เพราะตอนนี้พวกพนักงานสถานบันเทิงในท่าขี้เหล็กที่เมียนมา ซึ่งอยู่ติดชายแดนแม่สาย &amp;nbsp;ทั้งคนไทย คนจีน และคนพม่าที่ท่าขี้เหล็กต่างแห่กันหนีตายเพื่อเอาตัวรอด &amp;nbsp;โดยมุ่งหน้าหลบหนีเข้าพื้นที่ปลอดภัย(ปลอดเชื้อ) ซึ่งก็คือแม่สาย จังหวัดเชียงราย แล้วกระจายกันหลบหนีไปทั่วไทย โดยที่ระหว่างทางก็เที่ยวไปด้วยอย่างปราศจากจิตสำนึกใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุวินัย ระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้อนุญาตให้คนไทยกลับเมืองไทยทางช่องทางปกติที่ด่านแล้ว เพื่อทำการตรวจโควิดและกักตัว 14 วัน &amp;nbsp;แต่ก็ยังมีคนไทยอีกส่วนหนึ่งที่ไม่มีฐานะทางทะเบียน (ไม่มีบัตร) คนจีน และ คนพม่า ซึ่งพอเกิดการระบาดของโควิดในสถานบันเทิงแล้ว พวกเขาก็ไม่มีที่อยู่อีกต่อไป จึงได้ทำการหลบหนีเข้าไทยทางช่องทางธรรมชาติ ไม่ผ่านด่าน และ รวมถึงมีคนพม่าอีกส่วนหนึ่งได้หลบหนีเข้าไทยด้วยเหตุผลอื่นๆ ดังปรากฏหลักฐานตามข่าวก่อนหน้านี้ว่าหลังจากมีประกาศให้คนไทยที่ต้องการกลับไทยสามารถกลับได้ทางช่องทางปกติเพื่อทำการตรวจเชื้อและกักตัว แต่ก็ยังมีข่าวว่าพบพม่าลักลอบข้ามแดนไทย ซึ่งหน่วยลาดตระเวนจับได้ และ ผลักดันกลับพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้ประเทศไทยได้สู่ระยะเริ่มต้น ของ #การระบาดรอบที่สอง แล้ว ถ้าดูตามสถิติที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ จะพบว่าการระบาดรอบที่สองนั้น พอเกิดขึ้นแล้วจะ #ระบาดไวและแก้ปัญหาได้ยากกว่ารอบแรกมาก&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86118</URL_LINK>
                <HASHTAG>-ดร.สุวินัย ภรณวลัย, ท่าขี้เหล็ก, แม่สาย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f6e332e7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
