<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมุทรสาคร&#039;โชว์ศักยภาพหัตถศิลป์ เขตประวัติศาสตร์     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องเบญจรงค์ของสมุทรสาคร ฝีมือโด่งดังไปทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าภาพลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสาครจะถูกมองเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม มีโรงงานมากมาย เป็นแหล่งประมงขนาดใหญ่ หากได้ศึกษาความเป็นมาหรือไปเยือนจะเห็นเรื่องราวสมุทรสาครมากกว่านั้น อดีตเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้าของชาวจีน ประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์ นายทหารกล้าผู้ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อพระเจ้าเสือก็เกิดขึ้นที่นี่ ไม่รวมความหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกันและงานหัตถศิลป์มากมายก่อเกิดขึ้นล้วนเป็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อฉายภาพศักยภาพอันโดดเด่น จังหวัดสมุทรสาครร่วมกับภาคเอกชนเตรียมจัดงาน &amp;ldquo;สมุทรสาคร ออน เดอะ โชว์&amp;rdquo; (SAMUTSAKHON ON THE SHOW) เพื่อโชว์ภาพลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสาคร โดยรวบรวมผู้ประกอบการที่มีคุณภาพเสนอเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ วัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน รวมทั้งอาหารและของดีประจำจังหวัดผ่านงานดังกล่าว กำหนดจัดระหว่างวันที่ 20-24 ส.ค.2561 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำลองงานต่อเรือสำเภาจีน หนึ่งในของดีขึ้นชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สมุทรสาครเป็นเมืองเล็กๆ ประกอบด้วย 3 อำเภอ มีคำขวัญประจำจังหวัด &amp;ldquo;เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์&amp;rdquo; จะเห็นว่าเป็นประโยคที่เล่าสภาพของสมุทรสาครได้เป็นอย่างดีว่า เป็นเมืองประมง ที่มีอุตสาหกรรมรวมอยู่ มีจุดเด่นด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ทุกคนเคยได้ยินเรื่องราวของพันท้ายนรสิงห์ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสมุทรสาคร ทำให้มีศาลพันท้ายนรสิงห์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ไม่เพียงเท่านี้ จังหวัดมีจุดเด่นด้านสินค้าโอท็อปมีผลิตภัณฑ์จำนวน 268 รายการ รวม 532 ผลิตภัณฑ์ ปี 2560 สร้างรายได้ถึง 3,274 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์เด่นๆ คือ เครื่องเบญจรงค์ ทำรายได้ถึง 108 ล้านบาท เป็นเหตุผลอยากจะนำเสนอเรื่องราวของสมุทรสาคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกงานหัตถศิลป์ งานฝีมือเมืองสมุทรสาครมาให้ชม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.อภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ภายในงานจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของขึ้นชื่อภายในจังหวัด เช่น สินค้านวัตกรรม อย่างปลาอบโอโซน ซีอิ๊วรสเค็ม แต่ไม่ใส่เกลือ มะพร้าวไม่มีเปลือกหุ้ม เครื่องเบญจรงค์ ผลิตภัณฑ์ความงาม ฯลฯ ทั้งยังนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวแบ่งตามความสนใจนักท่องเที่ยว เช่น เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน เส้นทางนักชิม เส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC) หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สินค้าล้วนเกิดจากกายภาพของจังหวัดที่เป็นเมืองสามน้ำ น้ำกร่อย น้ำจืด น้ำเค็ม รวมถึงวิถีชีวิตวัฒนธรรมริมน้ำของชุมชนชาวประมง บางแห่งนำสัตว์น้ำจากการประมงสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ประจำจังหวัด เช่น กะปิ อาหารแปรรูป ส่วนสินค้าที่เป็นหัตถศิลป์ มีผลิตภัณฑ์เรือประมงจำลอง ผลิตโดยกลุ่มเรือจำลองที่ท่าฉลอม โดยมีเรือฉลอมซึ่งเป็นเรือประจำท้องถิ่นที่กลุ่มสร้าง เรือจริงใกล้จะสูญหายแล้วในปัจจุบัน ส่วนที่ อ.กระทุ่มแบน เป็นอำเภอที่มีคนทำเบญจรงค์มากกว่า 100 หลังคาเรือน แต่ละแห่งสร้างลวดลายต่างกัน ปรับประยุกต์จากลวดลายเบญจรงค์ในอดีต เกิดรายได้มหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในงานยังมีนิทรรศการเล่าเรื่องเส้นทางท่องเที่ยว แม้สมุทรสาครเป็นเมืองอุตสาหกรรม แต่ความเป็นชุมชนยังมีอยู่ เช่น ท่าฉลอมยังคงไว้ด้วยมนต์เสน่ห์ของชุมชนดั้งเดิม เป็นก้าวแรกของชุมชนจีนในสยาม อีกพื้นที่ อ.บ้านแพ้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่วน อ.พันท้ายนรสิงห์ จะมีพื้นที่นาเกลือเก่าแก่อายุ 200 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พระราชทานพื้นที่ให้ การท่องเที่ยวจะเห็นวิถีชีวิตคนทำนาเกลือ ได้เรียนรู้ว่าการลงเดินย่ำเกลือดีต่อสุขภาพยังไงด้วย&amp;rdquo; นายชาธิปกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมงานศิลป์ สืบสานลายเส้นเบญจรงค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การท่องเที่ยวตามเส้นทางรถไฟก็มีเสน่ห์ ชาธิปกล่าวในท้ายว่า ตลาดมหาชัยมีชุมชนชาวตลาดขายสินค้าอาหารทะเลสดๆ ถ้านั่งรถไฟมามหาชัยแล้ว ต้องนั่งเรือข้ามฟากไปบ้านแหลม ท่าฉลอม ไปดูสุขาภิบาลแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ สมุทรสาครยังรวมคนหลากหลายเชื้อชาติ เริ่มแรกชาวจีนเข้ามาค้าขาย ปัจจุบันมีชาวเมียนมาเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมาก กลายเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม จุดแข็งของชาวเมียนมาอยู่ที่ให้ความสำคัญด้านศาสนา โดยเฉพาะศาสนาพุทธ มีการเข้าวัด ทำบุญ แต่งกายชุดประจำชาติ เป็นภาพที่น่าประทับใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนใจเที่ยวชมงาน &amp;ldquo;สมุทรสาคร ออน เดอะ โชว์&amp;rdquo; แวะไปวันที่ 20-24 ส.ค. ณ ลานกิจกรรมสแควร์โซน C และบริเวณชั้น 3 โซนเอเทรี่ยม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าฉลอม, นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, บ้านแพ้ว, สมุทรสาคร, สมุทรสาคร ออน เดอะ โชว์, เครื่องเบญจรงค์, เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b683a4e31503.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2026 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่งสามล้อเที่ยวท่าฉลอม แวะกินกุ้งมหาชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สามล้อปั่นมีไว้บริการ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่าฉลอม กับมหาชัย จะคิดทำไมว่าไกล เชื่อมความรักไว้ดีกว่า บอกเพียงสักคำ ว่าไม่รักจะหักใจลา ซ่อนตัวตามประสา จะหนีซ่อนหน้า ห่าง ไกล....&amp;rdquo; นี่คือเพลงท่าฉลอม ของ ชรินทร์ นันทนาคร ที่โด่งดังในอดีต เนื้อหาของเพลงได้พูดพรรณนาถึงหนุ่มประมงชาวท่าฉลอมที่ไปหลงรักสาวมหาชัย &amp;nbsp;ในสมัยนั้นเพลงนี้ดังมาก ร้องกันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่สำหรับชาวสมุทรสาครถือเป็นเพลงฮิตประจำจังหวัดเลยก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(รถสามล้อถีบจอดเรียงรายหน้าโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนรุ่นใหม่ถ้าได้ยินเพลงนี้คงไม่คุ้น หรือไม่ค่อยอินสักเท่าไหร่ เพราะการหลงรักใครหรือจีบกันสมัยนี้ ไม่ได้ออดอ้อนกันตามเนื้อเพลงนี้แล้ว แต่ถ้าเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่พอได้ยินคงนึกถึงไปถึงสมัยยังหนุ่มยังสาว สมัยพ่อจีบสาว หรือสมัยแม่สาวๆ มีหนุ่มๆ มาจีบก็ว่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่พูดถึงเพลงท่าฉลอมก็เพราะเพิ่งเคยได้ยินเพลงนี้ครั้งแรกก็ตอนที่มาเที่ยว ต.ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร เป็นทริปสั้นๆ วันเดียว กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่อยากพาเรามาสัมผัสวิถีชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน ซึ่งการมาครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มาเลยก็ว่าได้ เพราะว่าปกติก็จะขับรถผ่านบ้าง หรือไม่ก็แบบมาไวไปไว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรามาที่นี่ได้ฟังเรื่องเล่าจากคุณสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม รองประธานบริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) อยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเบสิกๆ อย่างความเป็นมาของท่าฉลอม คุณสุวันชัยก็เล่าให้ฟังว่า ท่าฉลอมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนบ้านท่าจีน หรือสมุทรสาครในปัจจุบัน แต่เพราะสมัยก่อนบริเวณริมฝั่งท่าฉลอมมี &amp;lsquo;เรือฉลอม&amp;rsquo; จำนวนมากเข้ามาเทียบท่าจอดขายปลาและซื้อสินค้า ก็เลยมีชื่อเรียกท่านี้ว่าท่าฉลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ท่าฉลอมมีลักษณะเกือบเป็นเกาะ มีแม่น้ำท่าจีนล้อมรอบเกือบทั้งหมด ยกเว้นที่ท้ายบ้านของท่าฉลอม ซึ่งกว้างเพียงราว 200 เมตรที่แม่น้ำท่าจีนไม่ได้ล้อมรอบไว้ อีกอย่างที่นี่ยังเคยเป็นชุมชนประมงสำคัญ ตอนนี้ก็ยังเป็น แต่อาจน้อยกว่าอดีต บริเวณสำคัญอยู่ที่ถนนถวาย เป็นถนนที่ชาวท่าฉลอมสร้างถวายรัชกาลที่ 5 เป็นย่านการค้าสำคัญ ซึ่งเราก็ได้ปักหลักถนนตรงนี้ให้เป็นเส้นทางหลักสำหรับเยือนชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเรานั่งรถสามล้อปั่นออกจากศูนย์ท่องเที่ยวและชุมชนท่าฉลอม มุ่งหน้าไปตามถนนถวาย ซึ่งสามล้อปั่นที่ว่าไม่มีให้เห็นนานแล้ว จะเห็นก็แต่ในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งเท่านั้น ที่นี่ก็เช่นกัน มีไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวทุกเสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาก็มีบ้างแต่ไม่มาก เพราะเป็นวันที่คนทำงาน จะมีมากอีกทีก็ช่วงเทศกาลกินเจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นั่งสามล้อปั่นชมเมือง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คุณตา&amp;quot; อายุอานามไม่ต่ำกว่า 60 ปี เป็นคนถีบสามล้อให้เรานั่ง คุณตาบอกว่า ทุกวันนี้ไม่มีคนรุ่นใหม่มาถีบอีกแล้ว เราเองก็แอบเกรงใจคุณตาที่ต้องมาออกแรงถีบสามล้อให้เรานั่ง แต่ดูทีท่าของแกแล้วดูเหมือนจะมีความสุขที่เห็นลูกหลานมาเที่ยวบ้านของแก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นั่งสามล้อปั่น นอกจากชมวิวข้างทางที่มีบ้านเรือนของคนในชุมชนและร้านค้าขายของชำ ขายอาหารทะเลแล้ว เรามีความรู้สึกว่านับเป็นความโชคดีที่ได้นั่งชมบรรยากาศแบบช้าๆ แบบนี้ เพราะถ้านั่งรถอื่นๆ คงไม่ได้เห็นอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างนั่ง เรามองเห็นผู้คนแถวนั้นมองเราด้วยความสุขผ่านรอยยิ้ม บ้างก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย บ้างก็ตะโกนเสียงทักทายแซวพวกคุณตาที่ถีบสามล้อให้นั่ง ทำให้อดยิ้มตามไม่ได้ ขณะที่นั่งพอหันซ้ายหันขวามองเห็นศาลเจ้าเรียงไล่ตามๆ กันไป เท่าที่นับได้ก็ประมาณ 9 ศาล มีศาลเจ้าแม่ทับทิม โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว ศาลเจ้ากลาง (ปุนเถ้ากง) ศาลเจ้าพ่อกวนอู ฯลฯ สมกับเป็นชุมชนหลักๆ ที่จัดงานเทศกาลกินเจ ไหว้ศาลเจ้า 9 แห่ง จริงๆ เคยได้ยินมาว่าที่นี่มีศาลเจ้า มีวัดวาอารามเยอะมาก ถ้านับดูทั้งจังหวัดสมุทรสาครก็น่าจะเป็นร้อย เพราะเป็นเมืองอยู่ริมน้ำเลยมีคนมาตั้งถิ่นฐานเยอะ โดยเฉพาะชาวจีนที่อพยพมาอยู่ &amp;nbsp;เพราะเป็นเมืองติดแม่น้ำเป็นเมืองแรกๆ ที่สามารถขึ้นฝั่งเพื่อเข้าสู่ประเทศสยามในสมัยนั้น เมื่อชาวจีนมาตั้งรกรากกันมากขึ้นก็เกิดการรวมตัวกันเพื่อสร้างศาลเจ้าเป็นศูนย์รวมพบปะสังสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศาลเจ้าโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลเจ้าแห่งแรกของท่าฉลอมคือ &amp;ldquo;ศาลเจ้าโรงเจเช็งเฮียงตั๊ว&amp;rdquo; ที่ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญของชุมชน ในช่วงตุลาคมทุกๆ ปีจะมีงานประเพณีถือศีลกินเจ 10 วัน จุดเด่นของเทศกาลกินเจที่นี่จะมีพิธีเผาเรือมังกร&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ ด้วยการนำกระถางธูปไปไว้บนเรือ แล้วไฟจะลุกขึ้นเอง ไม่ใช่จุดไฟเผา ชาวจีนเขามีความเชื่อว่าพิธีกรรมนี้เป็นการนำเรือไปส่งเจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในศาลเจ้ากว้างขวาง สวยงามด้วยศิลปะการก่อสร้างของจีน เช่นเดียวกับศาลเจ้าอื่นๆ ก็สวยโดดเด่นไม่แพ้กัน&amp;nbsp;


แทงสล็อต ใครที่ถือศีลกินเจ มาที่นี่น่าจะได้พบเจอผู้คนมากมาย มาไหว้เจ้าแล้วก็นั่งสามล้อปั่นไปยังศาลอื่นๆ ต่อ น่าจะเป็นอีกกิจกรรมด้านศาสนา วัฒนธรรมที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทำลูกประคบสมุนไพรด้วยตนเองที่ท่าฉลอม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้นก็แวะไปดูการผลิตลูกประคบของชาวท่าฉลอมที่บ้านป้าแป๊วที่อยู่ละแวกเดียวกัน หรือเยื้องๆ โรงเจนี่แหละ บ้านป้าแป๊วเป็นแหล่งผลิตลูกประคบ แล้วก็มีบริการนวดแผนไทยด้วย ลูกประคบนี้เป็นภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษเราที่ใช้พืชสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่นนำมาใช้ในการรักษา หรือเพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือด หรือรักษาบาดแผล แต่ละยุค แต่ละที่ ก็จะมีการพัฒนาต่างกันไป&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ อย่างสูตรป้าแป๊วมีผสมสมุนไพร 8 ชนิด ก็มีไพล ขมิ้นชัน ตะไคร้ ใบมะขาม มะกรูด เกลือ การบูร พิมเสน แต่ละอย่างก็มีสรรพคุณต่างกัน ทั้งขัดผิว แก้แผลอักเสบบ้าง แก้เส้นเอ็นที่แข็ง บางอย่างก็บำรุงหัวใจ นำไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกัน ห่อด้วยผ้าขาวทำเป็นลูกประคบกลมๆ เวลาจะใช้ก็เอาไปนึ่งหรือทำให้ร้อน ใช้ประคบร่างกายได้เลย เราว่าสมุนไพรพื้นบ้านช่วยอะไรหลายๆ อย่าง บางครั้งป่วยรักษาไม่หายก็ได้สมุนไพรมาช่วยก็ดีขึ้น ส่วนลูกประคบนี้น่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่วัยทำงานที่นั่งทำงาน เป็นโรคออฟฟิศซินโดรม ก็สามารถมาแตะประคบผ่อนคลายในเวลานั่งทำงานได้ง่ายๆ ด้วย ถ้ามาก็อย่าลืมมาอุดหนุนป้า&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชิมขนมเทียนสำหรับเทศกาลตรุษจีน สูตรเฉพาะของชาวท่าฉลอม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เสร็จจากการทำลูกประคบ เราก็ได้ชิมขนมเทียนสูตรท่าฉลอม ของไหว้ที่ขาดไม่ได้ในวันตรุษจีนและเทศกาลกินเจ ซึ่งขนมเทียนดั้งเดิมเป็นขนมที่ปรับปรุงขึ้นจากสูตรของชาวจีนโพ้นทะเล แล้วนำมาดัดแปลงด้วยขนมท้องถิ่นของไทย รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลม มีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์ อย่างพี่น้องชาวท่าฉลอมมีสองไส้คือเค็มและหวานเหมือนกัน แต่ความแปลกของขนมเทียนที่นี่ซึ่งไม่เหมือนใครอยู่ที่แป้งที่ใช้ทำ ที่เราเคยกินจะเป็นแป้งนุ่มๆ แต่ที่นี่ทั้งเหนียวและนุ่มมากกว่า เพราะว่าใช้แป้งผสมกับหญ้านางนวล หรือชิวคัก หรือหญ้าฉือคัก ตามชื่อที่ชาวจีนเรียกกัน เพื่อให้มีกลิ่นหอม เนื้อเหนียวนุ่ม และรสชาติอร่อยไม่แพ้แบบที่เราเคยกิน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน บางคนไม่เคยกินถึงกับต้องซื้อกลับบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(องค์เจ้าแม่กวนอิมสูงเด่นเห็นชัด ที่อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงเวลาที่เราต้องอำลาคุณตาผู้ถีบสามล้อพาเรามาเที่ยวแล้ว เพราะได้เวลาที่เราจะมุ่งไปยังสถานที่อื่นต่อ โดยไปไหว้องค์เจ้าแม่กวนอิมที่อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อปี 2539 จุดเด่นของที่นี่สามารถมองเห็นองค์เจ้าแม่กวนอิมได้แต่ไกล ด้วยความสูง 9.85 เมตร ฐานล่างสูง 8.8 เมตร หล่อด้วยทองเหลืองหนัก 15 ตัน ประทับยืนบนฐานดอกบัว พระหัตถ์ขวาเทน้ำจากคนโทเป็นน้ำมนต์ เมื่อเข้าไปด้านในก็สามารถกราบสักการะรูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา หล่อด้วยทองเหลืองปิดด้วยทองคำเปลวขนาดใหญ่ จากนั้นก็พบเทพเจ้าจีนที่ให้โชคลาภต่างๆ ด้านในสุดเป็นถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมปางต่างๆ หลายปาง จำนวนหลายองค์ ใครมาก็แวะมาขอพรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กุ้งเสียบไม้ทาด้วยเนยชีส ย่างหอมน่าทาน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนกลับยังมีเวลาอีกมาก เราได้ไปกินกุ้งที่ตลาดไทย แต่วันที่เราไปเป็นเพียงแค่วันซ้อมแถลงข่าว เพราะวันจริงเริ่ม 15-17 มิ.ย.นี้ ซึ่งถือว่าจัดเป็นครั้งแรก เพราะว่าสถานการณ์ราคากุ้งถูกลง เลยนำกุ้งมาจัดเทศกาลให้คนมากิน โดยในงานจะมีการรังสรรค์อาหารที่ทำจากกุ้งหลายอย่างเลย ทั้งกุ้งเผา กุ้งอบ กุ้งชีส กุ้งอบวุ้นเส้น ในราคาเมนูละ 50 บาทเอง แต่ถ้าจะซื้อกุ้งสดๆ กลับไป เขาขายกิโลกรัมละ 150 บาท ถูกมากๆ โดยเฉพาะกุ้งแวนนาไม หรือกุ้งที่ชุมชนนำมาเลี้ยงเอง ซึ่งทางหอการค้าก็รับประกันคุณภาพเลยว่ากุ้งที่นี่ปลอดสารพิษ เพราะว่าตอนที่ส่งออกไปต่างประเทศตรวจไม่พบสารตกค้างหรือสารเคมีอะไรเลย ไว้ใจกุ้งไทยได้เลย ใครสนใจก็อย่าลืมไปกินกุ้งที่นี่ เราไปชิมวันซ้อมมาแล้ว อร่อยชนิดท้องแน่นพุงป่องเลย เรียกได้ว่ามาเที่ยวสมุทรสาครครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11379</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบูร, ขมิ้นชัน, ชรินทร์ นันทนาคร, ท่องเที่ยว, ท่าฉลอม, น้ำตะไคร้, พิมเสน, มหาชัย, มะกรูด, ลูกประคบ, ศาลเจ้าแม่ทับทิม, สุวันชัย แสงสุขเอี่ยม, เกลือ, โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว, ใบมะขาม, ไพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b226fdc5e04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
