<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกที่ “อัตราเสี่ยง”มีแต่เพิ่มกับเพิ่ม!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮื่ออ์อ์อ์...ดูเหมือนว่าบรรดานักการเมือง พรรคการเมือง ท่านชักจะขยับเนื้อ-ขยับตัว กันมั่งแล้ว!!! เริ่มหันไปหาหัว ลงพื้นที่ ตั้งค่าย ย้ายค่าย ฯลฯ อย่างชนิดชุลมุน-ชุลเก อยู่ตามสมควร แต่นั่นดูจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการหมดสภาพ หมดยุค หมดสมัย ของผู้นำรัฐบาลอย่างท่านนายกฯ&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ของหมู่เฮาแต่อย่างใด ที่แถมทำท่าว่าน่าจะ&amp;ldquo;อยู่ยาวว์ว์ว์&amp;rdquo;ไปถึงปีนั้น ปีโน้น หรือปีไหนต่อปีไหนก็มิอาจคาดคำนวณได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ----------------------------------------------------
อันนี้นี่แหละ...ที่มันส่งผลให้เกิดสีสัน บรรยากาศ ที่ออกจะพิลึก พิกล และพะอืดพะอมไม่น้อยทีเดียวเจียว คือแทบไม่รู้ว่าสุดท้าย...มันจะออกอ่าว ออกทะเล หรือกำลังไปสู่จุดหมายปลายทางในแบบใด ในลักษณะใด กันแน่ เพราะขณะที่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;กำลัง&amp;ldquo;นอนมา&amp;rdquo;โดยไม่คิดจะให้มี &amp;ldquo;พระสวดนำหน้า&amp;rdquo; แต่ไม่ว่าจะเป็นพวกเดียวกันเอง หรือฝ่ายตรงข้าม กลับเริ่มพล่านไป พล่านมา ปานประดุจว่า...ไม่น่าจะเกินปีนี้-ปีหน้า หรือไม่น่าจะเลยกลางปีที่จะถึงเป็นต้นไป หนีไม่พ้นต้องหันไปใช้โอกาสทางการเมืองในช่วงประมาณ 4 วินาที ต้อง&amp;ldquo;เข้าคูหากาบัตร&amp;rdquo; ในการเลือกตั้งครั้งใหม่กันเลยถึงขั้นนั้น...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;----------------------------------------------------
แต่เอาเป็นว่า...อะไรจะเกิด-มันก็คงต้องเกิด อะไรไม่เกิด-มันก็คงไม่เกิด หรืออาจขึ้นอยู่กับการสวดมนต์ ภาวนา ไปจนการแช่งชัก หักกระดูก ของแต่ละฝ่ายนั่นแหละ ว่าอันไหนจะแรงกว่ากัน แต่ที่แน่ๆก็คือ...ไม่ว่าอะไรจะเกิด-ไม่เกิด สิ่งที่น่าจะทยอยตามมาอย่างเป็นระลอกนับแต่นี้เป็นต้นไป น่าจะหนีไม่พ้นไปจากเรื่อง &amp;ldquo;สึนามิทางเศรษฐกิจ&amp;rdquo;นั่นแหละทั่น ที่เริ่มส่งผลให้เห็นค่อนข้างชัดเจนบ้างแล้วในระดับโลก โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ความขาดแคลน&amp;rdquo; แทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าสินค้า แรงงาน ชิ้นส่วนอุปกรณ์ในการผลิต ไปจนถึงพลังงาน แก๊ซ น้ำมัน และถ่านหิน ฯลฯ ส่งผลให้ &amp;ldquo;ภาวะเงินเฟ้อ&amp;rdquo;เริ่มแผ่ซ่าน ครอบคลุมไปแทบจะทั่วทั้งโลก...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------------------------------------
ด้วยเหตุนี้...การตัดสินใจ &amp;ldquo;เปิดประเทศ&amp;rdquo;ของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ไม่ว่าจะถูก-ผิดอย่างไรก็แล้วแต่ แต่คงต้องยอมรับว่า ออกจะเหมาะสม สอดคล้อง กับฉากสถานการณ์ในอนาคตเบื้องหน้าอยู่ตามสมควร คือถ้าหากยังคงอั้นไป-อั้นมา ไม่คิดจะกินยาถ่าย หรือยาระบายใดๆก็ตามที โอกาสที่จะท้องผูก ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยว เนื้อตัวเขียวเป็นจ้ำๆ ย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงได้อยู่แล้วแน่ๆ โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย ที่ต้อง&amp;ldquo;พึ่งพา&amp;rdquo;รายได้จาก &amp;ldquo;รัสเซล โครว์&amp;rdquo; หรือจากบรรดา&amp;ldquo;นักท่องเที่ยว&amp;rdquo;มาโดยตลอด ยิ่งเมื่อได้แรงยุ แรงเชียร์ แบบบุญหล่นทับ บุญบังเอิญ หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่จะคิดแต่นั่นย่อมทำให้พอเกิด&amp;ldquo;โอกาส&amp;rdquo;ในการฉุดกระชากลากถู การประคับประคองตัวเอง ระหว่างออกอ่าว ออกทะเล ได้มั่ง แม้แต่เล็กๆ-น้อยๆก็ยังดี...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------------------
อย่างไรก็ตาม...การเปิดบ้าน เปิดเมือง เปิดประเทศนับจากนี้ ก็ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะสมพรปาก สมกับแรงยุ แรงเชียร์ ของ &amp;ldquo;รัสเซล โครว์&amp;rdquo;ไปโดยตลอดก็หาไม่ เพราะบางบ้าน บางเมือง อย่างเช่นระดับ&amp;ldquo;บาหลี&amp;rdquo;ก็เถอะ!!! ถึงจะเปิด จะถ่าง ทั้งประตู ทั้งหน้าต่าง เอาไว้ชนิดอ้าซ่าเพียงใด ปรากฏว่าไม่มีแม้แต่ตัวเดียว-อันเดียว ไม่มีเที่ยวบินแม้แต่เที่ยวเดียว ที่คิดจะขนใครต่อใครมาดูหน้าอก ดูนมต้ม ของสาวบาหลี เอาเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากโดยสีสัน บรรยากาศ ของโลกทั้งโลกในช่วงนี้ มันยังไม่ถึงกับครื้นเครง รื่นรมย์บรรเลง แถมยังเต็มไปด้วย &amp;ldquo;ความขาดแคลน&amp;rdquo;อะไรต่อมิอะไรดังที่กล่าวไปแล้ว โอกาสที่จะเกิดมหกรรมกินลูกชิ้นปิ้ง ตามแบบฉบับของคุณน้อง &amp;ldquo;ลิซ่า&amp;rdquo; มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สบายๆ แต่อย่างใด...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------------------
ดังนั้น...ระหว่างออกแรงยุ แรงเชียร์ โหมการโฆษณาเพียงใดก็ตาม คงต้องหันไประมัดระวังการใช้ การจ่าย ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณีให้มากๆเข้าไว้ อย่าให้ถึงกับต้องทำให้การเปิดบ้าน เปิดเมือง เปิดประเทศ กลายเป็นการเปิดหน้า เปิดการ์ด ไม่คิดจะยกนวมขึ้นสวมหัว หรือไม่คิดจะสวมหมวกกันน็อคต่อไปอีกแล้ว เพราะภายใต้แนวโน้มความเป็นไปของเศรษฐกิจในช่วงนี้ ไม่ว่าจะในระดับโลก หรือในระดับสังคมไทยก็ตาม โอกาสที่จะถูก&amp;ldquo;หมัดสวน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;หมัดที่มองไม่เห็น&amp;rdquo;ทิ่มเข้าใส่กระโดงคาง จับเข้าที่ขมับ หรือที่ปากครึ่ง-จมูกครึ่ง ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------------------------------------------
ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมีการจัดเกรด ลดเกรด ลดอันดับ &amp;ldquo;ความโปร่งใส&amp;rdquo;ในเรื่องการทุจริตและคอรัปชั่นของประเทศไทย ลงไปอยู่ระดับท้ายตารางกันเลยถึงขั้นนั้น ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจก็กลับเหนือไปกว่าประเทศบ้านใกล้-เรือนเคียง อย่างประเทศพม่า เพียงประเทศเดียวเท่านั้นเอง อันนี้...ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในด้านต่างๆยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะแม้ว่าท่านนายกฯ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;ของหมู่เฮา ท่านทำท่าว่าคิดจะ &amp;ldquo;อยู่ยาวว์ว์ว์&amp;rdquo;ชนิดไม่คิดยุบสภาโดยเด็ดขาด แถมยังอาจ&amp;ldquo;ตีตั๋ว&amp;rdquo;ต่อไปอีก 4 ปีในการเลือกตั้งครั้งหน้าอีกซะล่วย แต่ถ้าลองเจอเข้ากับ &amp;ldquo;หมัดสวน&amp;rdquo;หรือ &amp;ldquo;หมัดมองไม่เห็น&amp;rdquo;เข้าไปแบบเต็มๆ เนื้อๆ โอกาสที่จะหลับกลางอากาศ ก้นเตี้ย คายฟันยาง นับแปด นับสิบ ก็ยังคงละเมอ ไม่คิดจะตื่นเอาเลยแม้แต่น้อย...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------------------------------------------
สรุปรวมความแล้ว...ภายใต้โลกที่เต็มไปด้วย &amp;ldquo;ความเสี่ยง&amp;rdquo; สูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆเช่นนี้ ไม่ใช่โลกที่สามารถสนุกสนาน ร่าเริง บันเทิงใจ ได้มากมายซักเท่าไหร่...การ &amp;ldquo;ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท&amp;rdquo;เอาไว้ให้มากๆเข้าไว้ในทุกเรื่อง ทุกกรณีนั่นแหละ ถึงจะ &amp;ldquo;เข้าท่า&amp;rdquo;ที่สุด แม้แต่บรรดาพวกที่ถือหาง พวกที่เป็น &amp;ldquo;ติ่งบิ๊กตู่&amp;rdquo;ทั้งหลาย ก็อย่าถึงกับไปนิ่งนอนใจจนเกินไป เพราะระหว่างเฮไป-เฮมา ระหว่าง &amp;ldquo;บิ๊กตู่...ฉู้ฉู้&amp;rdquo;กันอย่างขะมักเขม้น กระเหี้ยนกระหือรือ ถ้าดันเผลอ...ไปทิ่มไม้จิ้มฟันใส่เหงือกแรงไปหน่อย โอกาสที่จะตาย...กับ...ตาย ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาเสียเลย!!!!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------------------------------------------
ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก &amp;ldquo;Jawaharlal Nehru&amp;rdquo; (อีกครั้ง)... &amp;ldquo;It is the difficult world, not a very gentle world; it does not care too much for the weak. And you have to be strong, in mind, in heart, in character and in technic and in modern ways of life. Otherwise, you go down. I have no doubt about it. - มันเป็นโลกที่ลำบาก ไม่ใช่โลกที่น่าอภิรมย์นัก โลกที่ไม่สู้เอื้ออาทรแก่ผู้ที่อ่อนแอ ท่านต้องเป็นผู้ที่แข็งแรงทั้งทางกาย ทางใจ อุปนิสัยใจคอและวิธีการต่างๆ ตลอดจนหนทางอันทันสมัยในการดำเนินชีวิต มิฉะนั้น...ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าท่านจะรอดปลอดภัยได้เลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;---------------------------------------------------
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, โลกที่ “อัตราเสี่ยง”มีแต่เพิ่มกับเพิ่ม!!!</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มี&#039;สูตรสำเร็จ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นข่าวแวบๆ...เมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานี่เอง ว่าการกู้หนี้ยืมสินของโลกทั้งโลกระหว่างนี้ หรือภายในสิ้นปีนี้ มันน่าจะใหญ่โตมโหฬาร กองพะเนินเทินทึก ยิ่งไปกว่าผลผลิตมวลรวมของโลกประมาณ 3 เท่า หรือปาเข้าไประดับ 260 เปอร์เซ็นต์ของ GDP โลก เอาเลยถึงขั้นนั้น นี่ถ้าว่ากันตามตัวเลข สถิติ ที่องค์กรอย่าง IIF (Institute of International Finance) เขาว่าไว้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; --------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไม่ว่าโลกจะผลิตโน่น ผลิตนี่ ได้มากมายมหาศาลถึงเพียงไหน แต่มันยังไม่น่าจะพอ หรือไม่น่าจะเหลือเอาไว้ใช้ หนี้ ที่กำลังไปไกล ไปโลด หรืออาจไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา เอาเลยก็ไม่แน่!!! แต่ทำไงได้ล่ะท่านเอ๋ยย์ย์ย์ ในเมื่อต้องเจอกับการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่องกันมาเป็นปีๆ ต้องล็อกดาวน์ ต้องเว้นระยะห่าง กันไปโดยตลอด ไม่เพียงแต่ต้องหาทางเยียวยา ปลอบประโลม บรรดาผู้ที่ได้รับผลกระทบในระดับทั่วทั้งโลก ยังต้องพยายามอัดๆ ฉีดๆ เพื่อหาทางฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ให้กลับมาเติบโตได้ดังเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เลยต้องเป็นไปตาม สูตร นั่นก็คือหนีไม่พ้นต้องกู้...กับ...กู้ ต้องเป็นหนี้ เป็นสิน มากกว่าผลผลิต หรือกำลังการผลิตของตัวเองไปถึง 3 เท่า หรือกี่เท่าก็แล้วแต่ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็นั่นแหละ...แม้จะกู้...กับ...กู้ พร้อมที่จะเป็นหนี้ เป็นสิน เพียงใดก็ตาม โอกาสที่จะฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจให้หวนกลับมาดังเดิม ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยู่แล้วแน่ๆ แม้ว่าการไล่ฉีด ไล่จิ้ม ไล่ทิ่มวัคซีนของแต่ละประเทศในช่วงนี้ จะเดินหน้าไปได้พอสมควรแก่อัตภาพ เหลือแต่ประเทศจนๆ ทั้งหลาย ที่ยังคงต้องถูกทิ้งห่าง ตาม ช่องว่าง ระหว่าง โลกรวย-โลกจน หรือ โลกเหนือ-โลกใต้ อันเป็นสิ่งที่มีมานานจนอาจกลายเป็นเรื่อง ปกติ-ธรรมดา ไปแล้วก็ว่าได้ ดังนั้น...โอกาสที่เศรษฐกิจแต่ละประเทศ จะเด้งดึ๋งกลับมาเป็นรูปตัว V มันจึงหายาก หาเย็น ยิ่งกว่าหาหนวดเต่า-เขากระต่าย ส่วนใหญ่แล้ว...น่าจะหนักไปในรูปตัว L นั่นแหละมากกว่า แม้แต่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาก็เถอะ เห็นว่า...อย่างน้อยอาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี ถึงอาจกลับมาสู่สังคม 4.0 โดยที่การเมืองยังคง O.4 หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่ ได้อย่างเป็นเรื่อง เป็นราว หรือเป็นจริง-เป็นจัง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;---------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนอกจากเรื่องการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัส-19 ที่ยังคงหัวไม่ตก ไม่เหี่ยวปลาย จนตราบเท่าทุกวันนี้ อันทำให้การกู้หนี้ ยืมสิน มันเลยพรวดๆ พราดๆ จนแทบนึกไม่ออกว่าจะหาทางชดใช้กันแบบไหน อย่างไร แต่เห็นว่าระหว่างนี้...มันยังมีเรื่องการขาดแคลนพลังงาน แนวโน้มภาวะเงินเฟ้อ ไปจนถึงเรื่องความไม่สมประกอบของบรรดาบริษัทผลิตชิ้นส่วน หรือบรรดา ธุรกิจห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ ทยอยเข้ามาสร้างปัญหา จนทำให้แต่ละประเทศแทบหาทางออก ทางไป กันไม่เจอ หรือไม่อาจเปล่งพลังขับเคลื่อนภาวะเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิม ได้อย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย แม้แต่ประเทศที่กำลังได้ชื่อว่าถือเป็น เบอร์ 1 ของโลก ในทางเศรษฐกิจ อย่างประเทศคุณพี่จีนก็เถอะ!!! เจอกับภาวะ ไฟฟ้าดับ ไปเป็นมณฑลๆ ต้องจุดเทียน จุดตะเกียง ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ กันแทนที่ ก่อให้เกิด ผลกระทบ ลุกลามไปยังโลกทั้งโลก อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะสินค้าราคาแพง อาหารแพง น้ำมันแพง แก๊สแพง ฯลฯ มันเลยเริ่มเห็นๆ กันมั่งแล้ว และแม้ว่าผู้อำนวยการบริหารของสถาบันระดับโลก อย่าง S&amp;amp;P Global Ratings นาง Vera Chaplin ท่านจะเชื่อๆ ของท่านว่า การหาทาง ลดอัตราดอกเบี้ย ระหว่างธนาคารให้ต่ำๆ เข้าไว้ น่าจะช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านไปได้ แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าหากต้องเจอกับ ปัญหาแทรกซ้อน อย่างปัญหาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่สมประกอบของธุรกิจห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ ตามมาอย่างเป็นระลอก โอกาสที่รัฐบาลแต่ละประเทศจะ เอาอยู่ มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือน่าจะยากเย็น แสนเข็ญ พอๆ กับ เข็นภูเขาขึ้นครก อะไรประมาณนั้น...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือพูดง่ายๆ ว่า... ปัญหาเศรษฐกิจ ภายในแต่ละประเทศ หรือในระดับโลกทั้งโลกช่วงนี้ มันคงไม่อาจอาศัย สูตรสำเร็จ ใดๆ เข้าไปแก้ไข เยียวยา และฟื้นฟูได้แบบสบายๆ เผลอๆ...อาจหนักไปทาง สูตรเตี๋ยว ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งพวง อย่างการแก้ปัญหาระหว่าง การป่วยตาย กับ การอดตาย อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิดนั่นแหละ โอกาสที่จะหา จุดสมดุล หรือ จุดลงตัว ชนิดไม่ถึงกับต้อง เสียวตูด แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย มีแต่ต้องหาทางปรับเนื้อ ปรับตัว ไปจนอาจต้อง ปรับโครงสร้าง กันใหม่หมดนั่นแหละ หรือต้องแหวกกรอบ แหวกสูตร กันเอาเอง ถึงอาจพออยู่ๆ กันไปได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาก็เช่นกัน...ถึงจำเป็นต้องเดินตาม สูตรสำเร็จ ด้วยการกู้หนี้ ยืมสิน มาใช้ในการเยียวยา ฟื้นฟู อะไรต่อมิอะไรต่างๆ อย่างมิอาจปฏิเสธ แต่ถ้าหาก ความสูญเสีย อันเนื่องมาจากรายจ่ายเหล่านี้ เป็นไปโดยละเอียด รอบคอบ พิถีพิถัน ไม่ใช่แบบหยาบๆ-ง่ายๆ ไม่ใช่แจกแหลก ใช้แหลก โดยไม่คิดตั้ง เป้าหมาย ใดๆ เอาไว้เลย แต่เป็นไปในแบบที่ ล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเคยมีพระราชดำรัสเอาไว้ประมาณว่า Our Loss is Our Gain อะไรประมาณนั้น โอกาสที่จะ บรรลุเป้าหมาย ด้วย สูตรใหม่ๆ หรือโอกาสนำพาประเทศไปสู่ สังคมพอเพียง หรือ &amp;ldquo;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;---------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้จาก Children&amp;rsquo;s Moral lessons (อีกครั้ง)... &amp;ldquo;Look backward, how much has been won, Look round, how much is yet to win, The watches of the night are done, The watches of the day begin.- จงเหลียวหลังดูว่าเราได้อะไรมาบ้างแล้ว-จงเหลียวมองรอบๆ ว่ามีอะไรที่เราจะได้มาอีก-การเฝ้ามองกลางคืนว่าจะสิ้นสุดลงไปเมื่อใด-การเฝ้ามองการมาถึงของกลางวันก็จะเริ่มต้นเมื่อนั้น...&amp;rdquo;.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มี&#039;สูตรสำเร็จ&#039;</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขออนุญาตว่าด้วยเรื่องพระๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้นสัปดาห์นี้...คงต้องขออนุญาตไปว่ากันเรื่อง &amp;ldquo;พระๆ&amp;rdquo; ก็แล้วกัน ไหนๆ ก็ออกอาการธรรมะ-ธัมโม มานานพอสมควรแล้ว จะด้วยเหตุเพราะความ &amp;ldquo;บาปหนา&amp;rdquo; จนต้องหันหน้าเข้าวัด หรือวิ่งหนีเข้าวัด ในช่วงยามแก่ ยามชรา ก็ตามที แต่เอาเป็นว่าหลังๆ นี้...ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องพระ-เรื่องเจ้า ไม่ว่าจะออกไปทางตลกโปกฮา หรือหนักไปทางเคร่งเครียด-ซีเรียส ชนิดทำท่าว่าถึงกับคิดจะก่อเหตุ ก่อการณ์ เข้าชื่อ ล่ารายชื่อ แบบหวิดๆ อาจเข้าทางเท้า-เข้าทางตีน ของพวก &amp;ldquo;ทะลุแก๊ส-ทะลุฟ้า&amp;rdquo; ยิ่งเข้าไปทุกที การหยิบเอาเรื่อง &amp;ldquo;พระๆ&amp;rdquo; มาพูดจาว่ากล่าวเอาไว้มั่ง จึงอาจถือเป็นสิ่งที่น่าจะเหมาะ น่าจะสมควรต่อกรณี อยู่ตามสมควร...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเรื่องของพระ ของเจ้านั้น...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า นับตั้งแต่กว่า 200 ปีที่แล้ว หรือตั้งแต่สมัยพระเจ้าตากสิน พระเจ้ากรุงธนบุรีโน่นเลย เป็นอะไรที่ต้องควบคุมดูแล ต้อง &amp;ldquo;ปกครอง&amp;rdquo; อย่างชนิดเข้มงวดมิใช่น้อย ถึงขั้นต้องจัดให้มีการ &amp;ldquo;ดำน้ำ&amp;rdquo; พิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ศีล พิสูจน์ธรรม ไปตามแบบฉบับ หรือตามสภาพของเมื่อครั้งอดีต ใครดำได้อึด ได้ทน ผ่านมาตรฐานที่พระเจ้าตากสินท่านทรงกำหนดเอาไว้ ก็อาจได้รับพระราชทาน &amp;ldquo;ผ้าไตร&amp;rdquo; ได้บวชต่อ ได้สืบสานพระพุทธศาสนา ตามแบบฉบับพระสงฆ์ทั้งหลาย แต่ถ้าใครอึดไม่ไหว ทนไม่ไหว ก็อาจถูก &amp;ldquo;จับสึก&amp;rdquo; เอาดื้อๆ!!! ถูกเสือกไสไล่ส่งจากบวรพระศาสนา หรือเผลอๆ...อาจถูกเฆี่ยน ถูกตี ถูก &amp;ldquo;ลงโทษ&amp;rdquo; ไม่ให้มาข้องแวะกับเรื่องศีล เรื่องธรรม ต่อไปอีก...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ---------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่ต้องมี &amp;ldquo;มาตรการ&amp;rdquo; ทำนองนี้ ไว้ในยุคนั้น สมัยนั้น...ก็คงไม่มีอะไรมากกว่าความ &amp;ldquo;เละเป็นขี้-เละเป็นโจ๊ก&amp;rdquo; ของวงการพระที่แทบไม่ต่างอะไรไปจากแวดวงฆราวาสเช่นกัน คือถึงขั้นระดับพระสังฆาธิการหันไปช่วยพม่า หันมาเล่นงานคนไทยด้วยกันเอง ชี้ช่อง ชี้หนทางยึดทรัพย์ ริบทรัพย์ หรืออะไรต่อมิอะไรต่างๆ หรือเกิดสภาพอย่างที่ &amp;ldquo;สมเด็จพระเทพฯ&amp;rdquo; ท่านได้ทรงพระราชนิพนธ์ เอาไว้ในงานวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;บันทึกการปกครองของไทย-สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; ตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้ว หรือตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ.2540 โน่นเลย...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประมาณว่า... &amp;ldquo;ภายหลังสมัยอยุธยาพม่าเข้าตี พระสงฆ์วุ่นวายมากอ่อนวินัยมานานแล้ว&amp;rdquo; ดังนั้น...แม้ว่า &amp;ldquo;ตามหลักปฏิบัติของพุทธศาสนานั้น ฆราวาสจะปกครองสงฆ์ไม่ได้ พระสงฆ์ต้องปกครองกันเองและถือพระวินัยเป็นกฎหมาย แต่มีข้อเสียอยู่ที่ว่าในการปกครองทั่วไป กฎหมายที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีบทลงโทษ (Sanction) แม้ว่าในพระวินัยจะบัญญัติโทษไว้ เช่น ให้พระสงฆ์ที่ประพฤติผิดวินัยร้ายแรง ขาดจากภิกขุภาวะ แต่โทษในพระวินัยก็ไม่หนักพอที่จะให้เกิดความหลาบจำ และถ้าต้องปาราชิกแล้ว แต่พระไม่ยอมสึก ทางคณะสงฆ์ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำให้พุทธศาสนาต้องเศร้าหมอง เพราะฉะนั้น...อำนาจของพระมหากษัตริย์จึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปกครองสงฆ์&amp;rdquo;...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; --------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่...ต้องเรียกว่าตั้งแต่ยุคนั้น สมัยนั้น มาแล้ว ที่ทำให้ผู้ที่คิดฟื้นฟู บูรณะบ้านเมือง อย่างสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท่านเลยหนีไม่พ้นที่จะต้องทรงจัดให้มีการ &amp;ldquo;ดำน้ำ&amp;rdquo; พิสูจน์ตนเอง ของพวกพระๆ กันไปเป็นรายๆ ไม่ต่างไปจากยุคต่อมาหรือในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงป่าวประกาศไว้แบบเสียงดัง-ฟังชัด ประมาณว่า &amp;ldquo;ตั้งใจจะอุปถัมภก-ยอยกพระพุทธศาสนา-จะป้องกันขอบขัณฑสีมา-รักษาประชาชนและมนตรี&amp;rdquo; ดังที่ &amp;ldquo;สมเด็จพระเทพฯ&amp;rdquo; ท่านระบุเอาไว้ในพระราชนิพนธ์ด้วยข้อเขียนประโยคที่ว่า...&amp;ldquo;มาถึงแผ่นดินพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จึงจัดระเบียบการปกครองสงฆ์เสียใหม่ ออกกฎพระสงฆ์ ใช้พระราชอำนาจปกครอง ทรงเอาพระทั้งหมดมาขึ้นกับกรมธรรมการ ก่อนขึ้นกับกรมสังฆการี แต่เดิมเมื่อเกิดอธิกรณ์ตามพระวินัยให้สงฆ์พิจารณากันเอง ในสมัยรัตนโกสินทร์เลิกหลักการนี้ ยกมาให้กรมสังฆการีพิจารณา มีเจ้าหน้าที่ต่างๆ เช่น ขุนอธิกรณ์วิจัย หลวงวินัยวิจารณ์ ฯลฯ กรมนี้...ขู่พระ ดุพระได้...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือสำหรับการฟื้นฟู บูรณะบ้านเมืองแล้ว...สิ่งต่างๆ เหล่านี้ต้องถือเป็นความ &amp;ldquo;จำเป็น&amp;rdquo; อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเหตุเพราะ &amp;ldquo;พระศาสนา&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์&amp;rdquo; นั้น ไม่เพียงแต่มีความเกี่ยวข้อง ผูกพัน ยึดโยงซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ยังมี &amp;ldquo;ปฏิสัมพันธ์&amp;rdquo; กับความสุข ความสงบ ความร่มเย็น ในสังคมนั้นๆ บ้านเมืองนั้นๆ อย่างมิอาจแยกออกจากกันได้เลย หรือโดยคุณค่าทางศีลธรรมในศาสนา กับความเป็นพระราชา อันมีความหมายถึงผู้ที่ทำความอิ่มใจ สุขใจ ให้แก่ผู้อื่น ย่อมมีความสอดคล้อง ต้องกัน จนก่อให้เกิดความเกี่ยวข้อง ผูกพัน และยึดโยงซึ่งกันและกัน ชนิดไม่ต่างอะไรไปจาก &amp;ldquo;เสาหลัก&amp;rdquo; ในการค้ำจุนโครงสร้างของสังคมทั้งสังคมเอาไว้นั่นเอง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ &amp;ldquo;พระราชา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์&amp;rdquo; ในรัชกาลปัจจุบัน...ค่อนข้างแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิด ผูกพัน กับวงการสงฆ์ไม่ว่าในทางส่วนตัว หรือส่วนรวมก็แล้วแต่ จึงต้องเป็น &amp;ldquo;โชคดี&amp;rdquo; ของสังคมไทย!!! เพราะคุณค่าทางศีลธรรมทั้งหลาย ทั้งปวง ในพระพุทธศาสนา กับความมุ่งมั่น ปรารถนา ในอันที่จะสร้างความอิ่มใจ สุขใจ ให้แก่ผู้อื่น ถ้าสามารถผสมกลมกลืน จนเกิด &amp;ldquo;จุดลงตัว&amp;rdquo; ขึ้นมาได้เมื่อไหร่ โอกาสที่จะนำมาซึ่งความสุข ความสงบ ความร่มเย็น ภายในสังคมไทย ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น หรือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ยิ่งไปกว่ากฎ ระเบียบ หรือกฎหมายใดๆ ก็ตามที...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้...เอาเป็นว่า ใคร? ที่คิดจะหยิบเอาเรื่องราวในวงการพระ มาทะลุแก๊ส-ทะลุฟ้ากันในช่วงนี้ หรือช่วงไหนๆ ก็แล้วแต่ คงต้องหันไปคิดใหม่-ทำใหม่ซะแต่เนิ่นๆ หรืออย่างน้อย...ก็น่าจะหันไปสำรวจตรวจสอบบรรดาพระๆ ที่ตัวเองเคารพ-นับถือให้จริงๆ จังๆ ขึ้นมาอีกซักหน่อย แม้ไม่ถึงกับต้องให้ &amp;ldquo;ดำน้ำพิสูจน์&amp;rdquo; เอาเลยก็ตาม เพราะถ้าองค์กรสงฆ์ตามตัวบทกฎหมายอย่าง &amp;ldquo;มหาเถรสมาคม&amp;rdquo; ท่านไม่ &amp;ldquo;เข้าถึง-เข้าใจ&amp;rdquo; ต่อปัญหาในวงการพระอย่างลึกซึ้งถึงแก่น ยอมให้สำนักพระพุทธศาสนาออกมาชี้แจง แถลงไข ถึงรายละเอียดของ &amp;ldquo;พระ&amp;rdquo; ในแต่ละรูป แต่ละราย แบบเป็นเรื่อง เป็นราว โอกาสที่ &amp;ldquo;พุทธศาสนาต้องเศร้าหมอง&amp;rdquo; หรือโอกาสเสียพระ เสียสุนัข ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;------------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก &amp;ldquo;Mother Teresa&amp;rdquo;... &amp;ldquo;The fruit of silence is prayer. The fruit of prayer is faith. The fruit of faith is love. The fruit of love is service. &amp;ndash; ผลบุญแห่งความสงบคือการสวดมนต์ไหว้พระ ผลบุญแห่งการสวดมนต์ไหว้พระคือศรัทธา ผลบุญแห่งศรัทธาคือความรัก-ความเมตตา ผลบุญแห่งความรัก-ความเมตตาคือการบริการรับใช้ (หรือการสร้างความอิ่มใจ สุขใจ) ให้ผู้อื่น...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขออนุญาตว่าด้วยเรื่องพระๆ, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คงต้อง “วัดดวง” กันเอาเอง!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างว่า...มันอาจถึงช่วงจังหวะ ช่วงเวลา ที่จะต้อง เสี่ยง ต้อง วัดดวง อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้อีกแล้วนั่นแหละทั่น!!! สำหรับการเปิดบ้าน เปิดเมือง เปิดประเทศ ภายในต้นเดือนหน้า หรือนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยจะออกหมู่ ออกจ่า หรือออกสารวัตรกันแน่ นั่นคงขึ้นอยู่กับเราๆ-ทั่นๆ ที่จะต้องระมัดระวัง ต้องเตรียมตัว เตรียมใจ เอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือแม้ว่าการ ป่วยตาย ในช่วงนี้...มันยังไม่ถึงกับลดความน่าเกลียด น่ากลัว มากมายซักเท่าไหร่ หรือยังคง ติดเชื้อ วันละเป็นพันๆ หมื่นๆ แต่ก็นั่นแหละ...มันยังอาจไม่น่าขนพอง สยองเกล้า เท่ากับแนวโน้มการ อดตาย ที่ชักเริ่มมาแรง แซงโค้งซะเหลือเกิน ไม่ว่าในระดับโลก หรือในประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาทั้งหลาย อันเนื่องมาจากผลพวง หรือผลกระทบ จากการสู้รบ ปรบมือ กับท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 มาเป็นปีๆ มาถึง ณ ขณะนี้...มันเริ่มปรากฏเค้าลาง แห่งความน่าขนลุก ขนพอง เพิ่มขึ้นๆ ไปตามลำดับ โดยจะต้องตายโหง ตายห่ากันในตอนไหน เมื่อไหร่ ประมาณราวๆ ช่วง ไตรมาส 2 ของปีหน้านั่นแหละ ที่บรรดา กูรู-กูรู้ ท่านประมาณการเอาไว้ว่า น่าจะโช้ะเช้ะ โป๊ะเช้ะ กันในช่วงนั้น...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแม้แต่ทุกวันนี้ก็เถอะ...ข่าวคราวประเภทน่าขนลุก ขนพอง มันน่าจะเริ่มๆ ขึ้นมามั่งแล้ว ไม่ว่าเรื่อง ราคาสินค้า ทั้งประเภทอาหารและการบริการ ที่พุ่งจู๊ด พุ่งกระฉูด ทำสถิติระดับ สูงสุดในรอบ 40 ปี เอาเลยก็ว่าได้ อันเนื่องมาจากผลผลิตที่ลดน้อย ถอยลง ระหว่างที่การแพร่ระบาดของท่านเชื้อโควิด ท่านยังไม่จางหาย เหี่ยวปลายลงไป การขาดแคลนแรงงานที่จะใช้ในการผลิต ไปจน ค่าขนส่ง อันเนื่องมาจาก ราคาน้ำมันและแก๊ส ที่ดันพุ่งพรวดๆ พราดๆ ทำสถิติเพิ่มขึ้นถึง 64 เปอร์เซ็นต์ภายในปีนี้ หรือพุ่งแตะระดับ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมา เพราะการหาแก๊ส หาถ่านหิน มาปั่นพลังงานไฟฟ้า มันช่างหายาก หาเย็น พอๆ กับหาหนวดเต่า เขากระต่าย ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ----------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดรัฐมนตรีพลังงานของประเทศที่ได้ชื่อว่าผลิตแก๊สธรรมชาติ รายใหญ่ที่สุดในโลก อย่างประเทศกาตาร์ เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Saad al-Kaabi ยังอดไม่ได้ต้องออกมาเปล่งเสียงแหบโหยประมาณว่า หมดเรี่ยว-หมดแรง ที่จะเร่งผลิตแก๊สธรรมชาติป้อนตลาดเพื่อช่วยรักษาระดับราคาอีกต่อไปแล้ว การเปลี่ยนมาใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้าให้กับบรรดาบริษัท โรงงาน ร้านค้าและครัวเรือน ฯลฯ จึงกลายเป็นตัวเพิ่มระดับราคาน้ำมันไปโดยปริยาย...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นยังไม่รวมไปถึง...การขาดแคลน ชิ้นส่วน เพื่อเอามาประกอบเป็นสินค้าต่างๆ หรือเกิดความ ไม่สมประกอบ ของบรรดาบริษัทธุรกิจประเภท ห่วงโซ่อุปทาน ทั้งหลาย ไม่ว่าเพราะขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากถูกโละออกไปในช่วงโควิด หรือเพราะการขาดแคลนพลังงาน ระดับ ไฟฟ้าดับ นับเป็นชั่วโมงๆ เป็นวันๆ ในมณฑลต่างๆ ของประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็น โรงงานของโลก อย่างประเทศจีน ศูนย์รวมแห่งบริษัทห่วงโซ่อุปทานจำนวนไม่น้อย ด้วยเหตุนี้...ภายใต้ภาวะที่สินค้าต่างๆ ชักจะแพง...แสน...แพงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก็คงไม่น่าแปลกใจอะไรกันมากมาย ที่ ภาวะเงินเฟ้อ มันเลยอุบัติขึ้นมาในแต่ละซีกโลก ไม่ว่าอเมริกา ยุโรป ที่ถือเป็น เครื่องยนต์เศรษฐกิจ รายสำคัญๆ ทั้งสิ้น ชนิดตัวเลขเงินเฟ้อของยุโรปช่วงนี้ น่าจะพอๆ กับช่วง วิกฤตเศรษฐกิจ ปีค.ศ 2008-2009 หรือเผลอๆ...อาจยิ่งกว่าไปแล้วก็ไม่แน่!!!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น...ประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่ต้อง พึ่งพาโลก แทน พึ่งพาตัวเอง มาโดยตลอด ต้องอาศัย รายได้หลัก จากการท่องเที่ยว เดินทาง ของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย ไม่ก็จากการรับจ้างทำของ รับจ้างผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ให้กับโรงงานโลกในแต่ละส่วน แต่ละภูมิภาค...จะไปเหลืออะไร??? ไม่ว่าจะมี ทองคำสำรอง ของ หลวงตามหาบัว เก็บเอาไว้ซักกี่ก้อนต่อกี่ก้อน ไม่ว่าจะพยายามรักษาวินัยทางการเงิน การคลัง ในระดับไหนก็ตาม แนวโน้มที่บรรดาราษฎรบรรดาชาวบ้าน ชาวช่อง ทั้งหลาย กำลังใกล้ อดตาย จึงมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ เพราะอะไรที่ทำให้เคยอิ่ม เคยอุ่น เคยมีรายได้แบบเป็นกอบ เป็นกำ มันหายวับไปกับตา นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิดเป็นต้นมา...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;----------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้...แม้ว่าบรรดา ผู้ติดเชื้อ จะยังคงปาเข้าไปวันละเป็นหมื่นๆ ลดลงมา 9 พัน เดี๋ยวเดียวก็เด้งกลับไปถึงหลักหมื่นสลับไป-สลับมาในแต่ละวัน แต่ทำไงได้ล่ะทั่น!!! จะโชคดี-โชคร้าย ถูกหวย-ไม่ถูกหวย นับแต่นี้คงต้องไป วัดดวง กันเอาเอง จะเข้าผับ เข้าบาร์ เข้าภัตตาคาร ลิ้มรสสุรามัชฌิมาปฏิปทาไปเป็นระยะๆ หรือจะแก้ขบแก้เมื่อย ด้วยการกระทำ หัตถการ ตั้งแต่ช่วงต่ำกว่าเอวลงไป ฯลฯ ก็คงต้องขออนุญาตเตือนด้วยปรารถนาดีเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าคงต้องระมัดระวัง คงต้องหมั่นป้องกันตัวเองให้มากๆ เข้าไว้ เพราะโอกาสที่จะ ป่วยตาย หรือ อดตาย มันคง 50-50 ไปโดยตลอดนั่นแหละท่าน...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปเอาเป็นว่า...ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมต้องเป็นไปในแบบ ไฟต์บังคับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือปุถุชนคนธรรมดาประเภททวยไทยทั้งหลาย การหันมาตั้งอยู่ใน ความไม่ประมาท หันมาเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตในทุกๆ ขั้นตอน รวมทั้งหันมาสร้างความร่วมมือ-ร่วมไม้ หรือ ความสามัคคี เอาไว้เผชิญหน้ากับ อันตราย ในทุกๆ ก้าวย่าง ไม่ว่าด้วยเหตุเพราะ ป่วยตาย หรือ อดตาย ก็แล้วแต่ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญเอามากๆ ทั้งในแง่ ส่วนตัว หรือ ส่วนรวม ก็ตามที...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ----------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้...จาก Robert Frost... &amp;ldquo;In three words I can sum up everything I&amp;rsquo;ve learn about life. It goes on. - ข้าพเจ้าสามารถสรุปทุกสิ่งทุกอย่างจากการเรียนรู้ชีวิต ด้วยถ้อยคำเพียง 3 คำนั่นคือ...ชีวิต-ดำเนิน-ต่อไป...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119664</URL_LINK>
                <HASHTAG>คงต้อง “วัดดวง” กันเอาเอง!!!, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มี “สูตรสำเร็จ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นข่าวแวบๆ...เมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานี่เอง ว่าการกู้หนี้ยืมสินของโลกทั้งโลกระหว่างนี้ หรือภายในสิ้นปีนี้ มันน่าจะใหญ่โตมโหฬาร กองพะเนินเทินทึก ยิ่งไปกว่าผลผลิตมวลรวมของโลกประมาณ 3 เท่า หรือปาเข้าไประดับ 260 เปอร์เซ็นต์ของ GDP โลก เอาเลยถึงขั้นนั้น นี่ถ้าว่ากันตามตัวเลข สถิติ ที่องค์กรอย่าง IIF (Institute of International Finance) เขาว่าไว้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;--------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไม่ว่าโลกจะผลิตโน่น ผลิตนี่ ได้มากมายมหาศาลถึงเพียงไหน แต่มันยังไม่น่าจะพอ หรือไม่น่าจะเหลือเอาไว้ใช้ หนี้ ที่กำลังไปไกล ไปโลด หรืออาจไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี กุศลาธัมมา อกุศลาธัมมา เอาเลยก็ไม่แน่!!! แต่ทำไงได้ล่ะท่านเอ๋ยย์ย์ย์ ในเมื่อต้องเจอกับการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อเนื่องกันมาเป็นปีๆ ต้องล็อกดาวน์ ต้องเว้นระยะห่าง กันไปโดยตลอด ไม่เพียงแต่ต้องหาทางเยียวยา ปลอบประโลม บรรดาผู้ที่ได้รับผลกระทบในระดับทั่วทั้งโลก ยังต้องพยายามอัดๆ ฉีดๆ เพื่อหาทางฟื้นฟูภาวะเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ให้กลับมาเติบโตได้ดังเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เลยต้องเป็นไปตาม สูตร นั่นก็คือหนีไม่พ้นต้องกู้...กับ...กู้ ต้องเป็นหนี้ เป็นสิน มากกว่าผลผลิต หรือกำลังการผลิตของตัวเองไปถึง 3 เท่า หรือกี่เท่าก็แล้วแต่ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------------------------------------
แต่ก็นั่นแหละ...แม้จะกู้...กับ...กู้ พร้อมที่จะเป็นหนี้ เป็นสิน เพียงใดก็ตาม โอกาสที่จะฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจให้หวนกลับมาดังเดิม ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อยู่แล้วแน่ๆ แม้ว่าการไล่ฉีด ไล่จิ้ม ไล่ทิ่มวัคซีนของแต่ละประเทศในช่วงนี้ จะเดินหน้าไปได้พอสมควรแก่อัตภาพ เหลือแต่ประเทศจนๆ ทั้งหลาย ที่ยังคงต้องถูกทิ้งห่าง ตาม ช่องว่าง ระหว่าง โลกรวย-โลกจน หรือ โลกเหนือ-โลกใต้ อันเป็นสิ่งที่มีมานานจนอาจกลายเป็นเรื่อง ปกติ-ธรรมดา ไปแล้วก็ว่าได้ ดังนั้น...โอกาสที่เศรษฐกิจแต่ละประเทศ จะเด้งดึ๋งกลับมาเป็นรูปตัว V มันจึงหายาก หาเย็น ยิ่งกว่าหาหนวดเต่า-เขากระต่าย ส่วนใหญ่แล้ว...น่าจะหนักไปในรูปตัว L นั่นแหละมากกว่า แม้แต่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาก็เถอะ เห็นว่า...อย่างน้อยอาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี ถึงอาจกลับมาสู่สังคม 4.0 โดยที่การเมืองยังคง O.4 หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่ ได้อย่างเป็นเรื่อง เป็นราว หรือเป็นจริง-เป็นจัง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;---------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนอกจากเรื่องการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัส-19 ที่ยังคงหัวไม่ตก ไม่เหี่ยวปลาย จนตราบเท่าทุกวันนี้ อันทำให้การกู้หนี้ ยืมสิน มันเลยพรวดๆ พราดๆ จนแทบนึกไม่ออกว่าจะหาทางชดใช้กันแบบไหน อย่างไร แต่เห็นว่าระหว่างนี้...มันยังมีเรื่องการขาดแคลนพลังงาน แนวโน้มภาวะเงินเฟ้อ ไปจนถึงเรื่องความไม่สมประกอบของบรรดาบริษัทผลิตชิ้นส่วน หรือบรรดา ธุรกิจห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ ทยอยเข้ามาสร้างปัญหา จนทำให้แต่ละประเทศแทบหาทางออก ทางไป กันไม่เจอ หรือไม่อาจเปล่งพลังขับเคลื่อนภาวะเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิม ได้อย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย แม้แต่ประเทศที่กำลังได้ชื่อว่าถือเป็น เบอร์ 1 ของโลก ในทางเศรษฐกิจ อย่างประเทศคุณพี่จีนก็เถอะ!!! เจอกับภาวะ ไฟฟ้าดับ ไปเป็นมณฑลๆ ต้องจุดเทียน จุดตะเกียง ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ กันแทนที่ ก่อให้เกิด ผลกระทบ ลุกลามไปยังโลกทั้งโลก อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะสินค้าราคาแพง อาหารแพง น้ำมันแพง แก๊สแพง ฯลฯ มันเลยเริ่มเห็นๆ กันมั่งแล้ว และแม้ว่าผู้อำนวยการบริหารของสถาบันระดับโลก อย่าง S&amp;amp;P Global Ratings นาง Vera Chaplin ท่านจะเชื่อๆ ของท่านว่า การหาทาง ลดอัตราดอกเบี้ย ระหว่างธนาคารให้ต่ำๆ เข้าไว้ น่าจะช่วยประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านไปได้ แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าหากต้องเจอกับ ปัญหาแทรกซ้อน อย่างปัญหาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่สมประกอบของธุรกิจห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ ตามมาอย่างเป็นระลอก โอกาสที่รัฐบาลแต่ละประเทศจะ เอาอยู่ มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือน่าจะยากเย็น แสนเข็ญ พอๆ กับ เข็นภูเขาขึ้นครก อะไรประมาณนั้น...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ---------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือพูดง่ายๆ ว่า...ปัญหาเศรษฐกิจ ภายในแต่ละประเทศ หรือในระดับโลกทั้งโลกช่วงนี้ มันคงไม่อาจอาศัย สูตรสำเร็จ ใดๆ เข้าไปแก้ไข เยียวยา และฟื้นฟูได้แบบสบายๆ เผลอๆ...อาจหนักไปทาง สูตรเตี๋ยว ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งพวง อย่างการแก้ปัญหาระหว่าง การป่วยตาย กับ การอดตาย อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิดนั่นแหละ โอกาสที่จะหา จุดสมดุล หรือ จุดลงตัว ชนิดไม่ถึงกับต้อง เสียวตูด แทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย มีแต่ต้องหาทางปรับเนื้อ ปรับตัว ไปจนอาจต้อง ปรับโครงสร้าง กันใหม่หมดนั่นแหละ หรือต้องแหวกกรอบ แหวกสูตร กันเอาเอง ถึงอาจพออยู่ๆ กันไปได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาก็เช่นกัน...ถึงจำเป็นต้องเดินตาม สูตรสำเร็จ ด้วยการกู้หนี้ ยืมสิน มาใช้ในการเยียวยา ฟื้นฟู อะไรต่อมิอะไรต่างๆ อย่างมิอาจปฏิเสธ แต่ถ้าหาก ความสูญเสีย อันเนื่องมาจากรายจ่ายเหล่านี้ เป็นไปโดยละเอียด รอบคอบ พิถีพิถัน ไม่ใช่แบบหยาบๆ-ง่ายๆ ไม่ใช่แจกแหลก ใช้แหลก โดยไม่คิดตั้ง เป้าหมาย ใดๆ เอาไว้เลย แต่เป็นไปในแบบที่ ล้นเกล้าฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านเคยทรงมีพระราชดำรัสเอาไว้ประมาณว่า Our Loss is Our Gain อะไรประมาณนั้น โอกาสที่จะ บรรลุเป้าหมาย ด้วย สูตรใหม่ๆ หรือโอกาสนำพาประเทศไปสู่ สังคมพอเพียง หรือ เศรษฐกิจพอเพียง ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเลย...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;---------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Children&amp;rsquo;s Moral lessons (อีกครั้ง)...&amp;ldquo;Look backward, how much has been won, Look round, how much is yet to win, The watches of the night are done, The watches of the day begin.- จงเหลียวหลังดูว่าเราได้อะไรมาบ้างแล้ว-จงเหลียวมองรอบๆ ว่ามีอะไรที่เราจะได้มาอีก-การเฝ้ามองกลางคืนว่าจะสิ้นสุดลงไปเมื่อใด-การเฝ้ามองการมาถึงของกลางวันก็จะเริ่มต้นเมื่อนั้น...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มี “สูตรสำเร็จ”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักยาวให้บั่น-รักสั้นให้ต่อ!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่ถึงกับเป็นอะไรที่...ชัดเจน!!! ว่าท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ของหมู่เฮา ท่านคิดจะ อยู่ยาวว์ว์ว์ ไปอีก 4 ปี 5 ปี นับจากบัดนี้กันเลยหรือไม่? อย่างไร? เพราะเท่าที่ไปพูดๆ แถวปักษ์ใต้ แถวจังหวัดหน่ะคอนซี้ทำหมะหร่าด ท่านเพียงแต่บอกเอาไว้แบบกว้างๆ หลวมๆ ประมาณว่า...ในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า อะไรต่อมิอะไรที่ท่านทำเอาไว้ น่าจะส่งผลให้เห็นแบบแจ่มแจ้ง ชัดเจน อะไรทำนองนั้น...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ----------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือพูดง่ายๆ...ยังไม่คงถึงกับต้อง กลั้นใจตาย กันไปซะก่อนล่วงหน้า เพราะแค่จะอยู่ให้ ครบเทอม หรืออยู่ไปประมาณเดือนมีนาคม ปีพุทธศักราช 2566 ตามกำหนดอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ก็น่าจะต้องหายใจทางปาก ทางเหงือก ไม่ก็ต้องต่อท่อออกซิเจนให้สูด ให้พ่น ประมาณนักดำน้ำ นักประดาน้ำ เอาเลยก็ไม่แน่ หรือถึงแม้บรรดา ขาเชียร์ ทั้งหลาย จะออกมายืนยัน นั่งยัน ว่ายังไงๆ ก็ไม่มี ยุบสภา ไม่มี เลือกตั้งใหม่ ก่อนกำหนดการที่ได้วางเอาไว้ แต่โดยลักษณะอาการ โดยรูปมวย ทางมวย โอกาสที่จะเต้นย็อกๆ แย็กๆ กลางเวทีต่อไปได้เรื่อยๆ จนถึงช่วงกรรมการรวบรวมคะแนน ช่วงหมดยก ครบยก ไปตามกฎ กติกานั้น ออกจะเป็นอะไรที่ ยากซ์ซ์ซ์ซ์ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะแค่ผลสรุปของ นิด้าโพล เมื่อช่วงวันวานที่ผ่านมา...ก็ลำบากแล้ว!!! ไม่ว่าจะน่าเชื่อ-ไม่น่าเชื่อ มีงาน-ไม่มีงานก็แล้วแต่ แต่การสรุปรวมความว่า ผู้คนถึง 40.35 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าควร ยุบสภา กลับไปเลือกตั้งกันใหม่ได้แล้ว หรือ 30.05 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าหลังแก้กฎหมายเลือกตั้งไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์แล้ว ก็น่าจะ ยุบสภา ให้สิ้นเรื่อง สิ้นราว กันไปซะที เมื่อนำมารวมๆ กันแล้ว ก็ปาเข้าไปถึงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย มีอยู่แค่ 22.12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ที่อยากให้อยู่ยาวว์ว์ว์ตามแบบฉบับ เราจะทำตามสัญญา...ขอเวลาอีกไม่นาน ฮึ้มฮึม ฮึ้มหึ่ม ไปจนกว่าจะครบเทอม ครบวาระ ตามที่ ขาเชียร์ ปรารถนาและต้องการ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;--------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือคงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า...ภายใต้ความเป็นไทยๆ หรือภายใต้วาสนาและสันดาน ของบรรดาปวงชนชาวไทยทั้งหลาย ค่อนข้างไม่ค่อยจะเปิดโอกาสให้กับใครต่อใคร ได้ อยู่ยาวว์ว์ว์ แบบชนิดอีเหลนเป๋นมากมายเกินไปนัก หรือด้วยเหตุเพราะความเบื่อง่าย ความอยากได้ของใหม่ อยากลองของใหม่ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ขนาดอดีตรัฐบุรุษ และประธานองคมนตรี อย่าง ป๋าเปรม ของหมู่เฮา ยังต่อตั๋ว ต่ออายุ ได้เพียงแค่ 8 ปีเท่านั้นเอง จากนั้น...ก็ต้องถึงจังหวะ ถึงวาระที่ ผม...พอแล้ว ไม่คิดจะไปต่อ ณ ที่ไหนๆ อีกแล้ว ส่วนจะส่งผลให้เหตุการณ์บ้านเมือง เป็นไปในทิศไหนต่อทิศไหนค่อยไปว่า ค่อยไปแก้กันอีกที...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;----------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น...ถ้าหากท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านคิดทำลายสถิติ แบบประเภท โนวัก ยอโควิช คิดจะแซงหน้า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ หรือ ราฟาเอล นาดาล อะไรประมาณนั้น ถ้าว่ากันในแง่ ความคิด อาจพอคิดได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ แต่ในแง่ของ ความจริง หรือในแง่ ข้อเท็จจริง แล้ว ออกจะยากซ์ซ์ซ์ฉิบหาย ยากซ์ซ์ซ์ตายโหง และอาจนำมาซึ่งความยุ่งฉิบหาย ยุ่งตายห่า ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ คือแค่ต่อตั๋วยาวมาจนผ่าน 7 ปี ใกล้ๆ จะถึง 8 ปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หรือในช่วงปีหน้า โดยลักษณะอาการก็น่าจะ กะรุ่งกะริ่ง พอสมควรแล้ว หรือน่าจะได้จังหวะ เวลา ที่ ผม...พอแล้ว ตามแบบฉบับ ป๋าเปรม โดยไม่คิดทำลายสถิติ ไม่คิดจะทาบรัศมี น่าจะเหมาะ น่าจะเข้าท่ากว่า ไม่ถึงกับเสียๆ หายๆ อะไรกันมากมาย...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าหากยังคิดจะ เดินหน้า ยังคงทุรนทุราย กะจะให้ไปถึงช่วงครบเทอม หรือลากต่อไปอีก 4 ปี 5 ปี ไปจนกว่าจะถึงปีพุทธศักราช 2570 โน่นเลย โอกาสที่จะ ตาย...กับ...ตาย หรือ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต กลายเป็น ผัก นอนติดเตียงไปโดยตลอด ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ คือแค่เจอกับท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ดอกเดียว ก็น่าจะต้อง หยอดน้ำข้าวต้ม กันไปอีกตราบนานเท่านาน แถมยังต้องมาเจอกับ น้ำท่วม เข้าไปอีกดอก จะ บิ๊กตู่...ฉู้ฉู้ (สู้ๆ) กันไปอีกถึงขั้นไหน ต่อขั้นไหน ก็น่าจะมีแต่ลำบากยิ่งเข้าไปทุกที ยิ่งถ้าหากต้องเจอกับ คลื่นยักษ์สึนามิทางเศรษฐกิจ ที่กำลังจะอุบัติขึ้นมาภายในปีหน้าหรือไม่เกินไปกว่านี้มากมายนัก...เข้าไปอีกดอก ต่อให้อยากจะ ฉู้ฉู้ กันไปในแบบไหน อย่างไร สุดท้าย...ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้อง ตาย...กับ...ตาย ลูกเดียวเท่านั้นเอง โอกาสเหลือรอด เหลือเศษ เหลือซาก ออกจะยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรู้จักประมาณการ ประมาณตน รู้ถึงจังหวะและโอกาส ว่าอะไรเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร ย่อมถือเป็น คุณสมบัติ ที่สำคัญเอามากๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ รวมทั้งความรับผิดชอบทั้งหลาย คือไม่ว่าจะเก่ง-แสนเก่ง ฉลาด-แสนฉลาด ตื๊อ-แสนตื๊อ ทน-แสนทน ฯลฯ เพียงใดก็เถอะ แต่ถ้าหากจังหวะและโอกาสมันไม่เอื้ออำนวยให้ ความพยายามฉุดกระชากลากถูให้ตัวเองยังคงมี อำนาจ ต่อไป มันอาจส่งผลให้เกิดการฉุดกระชากลากถูประเทศชาติ ให้ต้อง กะรุ่งกะริ่ง ตามลักษณะอาการเดียวกันกับตัวเอง อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ และนั่นเองที่ทำให้คำพูดประโยคสั้นๆ ง่ายๆ คือคำว่า ผม...พอแล้ว จึงกลายเป็นคำอธิบายที่สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนัก สำนึก ต่ออำนาจ หน้าที่ และสิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือ ความรับผิดชอบ ที่ผู้นำชาติบ้านเมืองในทุกๆ ราย พึงต้องตระหนัก และสำนึก เอาไว้อย่างเป็นที่สุด...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;----------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้...จาก Anais Nin... &amp;ldquo;Life shrinks or expands in proportion to one&amp;rsquo;s courage. - ชีวิตจะหดสั้น หรือแผ่ขยายขอบเขต ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนแห่งจิตใจที่ห้าวหาญของคนเรา...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;--------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, รักยาวให้บั่น-รักสั้นให้ต่อ!!!</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จังหวะแห่งการเปลี่ยนแปลง!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นพวก กูรู-กูรู้ ในทางเศรษฐกิจ...เค้าคาดการณ์ ประมาณการณ์ เอาไว้ทำนองว่า น่าจะเป็นซักช่วงไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ของปีหน้านั่นแหละ ที่แรงกระเพื่อมจาก คลื่นยักษ์สึนามิ หรือผลกระทบต่างๆ นานา ไม่ว่าจากเรื่องการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ดี ไปจนถึงเรื่องน้ำท่ง น้ำท่วม มันน่าจะ โป๊ะเชะ กันในช่วงระหว่างนั้น...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ---------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริง-ไม่จริง...ก็คงต้องคอยดูกันอีกที แต่โดยแรงกระเพื่อม แรงซัด แรงสาด ในลักษณะที่ว่า จะถึงขั้นส่งผลให้รัฐบาลพี่น้อง 3 ป. เอาอยู่-เอาไม่อยู่ หรือไม่? อย่างไร? อันนี้นี่แหละ...ที่น่าสนใจเอามากๆ!!! เพราะเท่าที่ดูจากลักษณะอาการ ไม่ว่าจะเป็น ป.บิ๊กตู่ หรือ ป.ประยุทธ์ ไปจน ป.บิ๊กป้อม หรือ ป.บิ๊กป๊อก ท่านน่าจะยังคงเรื่อยๆ มาเรียงๆ นกบินเฉียงไปทั้งหมู่ซะเป็นหลัก คือยังคงมั่วๆ อยู่กับเรื่องลงไปเพชรบุรี ขึ้นไปอยุธยา สนุกสนานเมามันซ์ซ์ซ์อยู่กับเรื่อง แป้งมันตราปลามังกร อะไรทำนองนั้น หรือเรื่องปัญหาในมุ้ง นอกมุ้ง ทางการเมืองซะล่ะมากกว่า...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; --------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในเรื่องเศรษฐกิจนั้น...จะเป็นเพราะพื้นฐานทางเศรษฐกิจประเทศไทย ค่อนข้างดีในสายตาใครต่อใครมาโดยตลอด หรือเพราะการเคยผ่านประสบการณ์แรงๆ ระดับ ต้มยำกุ้ง ระดับ วิกฤตเงินบาท มาอย่างเคี่ยวกรำพอประมาณ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ชัดเจน บรรดา แรงกระเพื่อม ต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เศรษฐกิจไทย จึงอาจไม่ได้ถือเป็นเรื่องคอขาด-บาดตาย เท่ากับเรื่อง แป้งมันตราปลามังกร เอาเลยก็ว่าได้ แม้ว่าล่าสุด...องค์กรระดับโลกอย่าง ธนาคารโลก ท่านเพิ่งจะ ปรับลด ตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศไทย จากที่เคยแย่ๆ อยู่แล้ว หรือจากประมาณ 2.2 เปอร์เซ็นต์ ลงมาเหลือแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ---------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือการโตในระดับ 2.2 เปอร์เซ็นต์นั้น...ถ้าหากเอาไปเทียบกับช่วงภาวะ ปกติ ก็น่าจะยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับภาวะที่ต้อง ติดลบ เพราะท่านเชื้อไวรัสโควิด แบบชนิดแทบตกจากหอคอย่น ก็ต้องถือเป็นการโตที่ออกจะ น่าเกลียด เอามากๆ เรียกว่า...แทบไม่ได้ออกอาการเงยหน้า-อ้าปากใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น...ถ้าหากจาก 2.2 เปอร์เซ็นต์ยังดันต้องลดลงมาเหลือแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง บรรดาความน่าเกลียด ทั้งหลาย ทั้งปวง จะไปไกลถึงขั้น น่าทุเรศ หรือไม่ อย่างไร ก็แล้วแต่จะลองไปคิดกันเอาเอง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ถ้าหากมันส่งผลให้เห็นแบบชัดเจน หรือแบบเป็นจริง-เป็นจัง ขึ้นมาเมื่อไหร่ อันนี้นี่แหละ...ที่น่าจะทำให้ พี่น้อง 3 ป. ไม่น่าจะ ลั้นลา ได้แบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; --------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งการหาทางออก ทางไป หรือทางแก้ต่อบรรดา ปัญหา ในทำนองนี้...ออกจะเป็นอะไรที่ยากเย็นแสนเข็ญ ยิ่งกว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำรอระบาย ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า คือไม่ใช่แค่การขุดบ่อ ลอกคู ลอกคลอง หาพื้นที่รับน้ำ เก็บกักน้ำระบายน้ำ กันไปตามสภาพ แต่อาจถึงขั้นต้องลงมือ ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เปลี่ยนทิศทาง หรือเปลี่ยนพื้นฐานเศรษฐกิจ ซะใหม่!!! เอาเลยถึงขั้นนั้น คือจะจมอยู่กับ รายได้ จากการส่งออก การ รับจ้างทำของ หรือการท่องเที่ยว เดินทาง ฯลฯ ไปโดยตลอด โอกาสที่จะ เจ๊ง...กับ...เจ๊ง ในวันใด-วันหนึ่ง ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...
-------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งโดยเฉพาะใครต่อใครต่างหันไป เว้นระยะห่าง หันไปงด ไปชะลอ การท่องเที่ยว เดินทาง เปลี่ยนไป ซูม ไป วิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ซะแทนที่ ฯลฯ กว่าจะมั่นอก-มั่นใจว่าจะไม่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อ ติดเชื้อก็อาจลากยาวเป็นปีๆ เอาเลยถึงขั้นนั้น โอกาสแห่งการเงยหน้า-อ้าปากของเศรษฐกิจไทย จึงอาจพอๆ กับ เพลงไทยเดิม หรืออาจต้อง เอ่อ...เอ้อ...เอิง...เงย ชนิดแมลงวันบินเข้าปากเอาง่ายๆ และภายใต้ความเชื่องช้าแบบไทยๆ หรือแบบไทยเดิมนี่แหละ ย่อมนำมาซึ่ง รายจ่าย ซึ่งมีแต่จะทับทวีคูณยิ่งเข้าไปทุกที อันเนื่องมาจาก ความไม่ลงตัว ระหว่าง สภาพโครงสร้างทางเศรษฐกิจ กับ สภาพความทันสมัยทางสังคม นั่นเอง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากันว่า...แค่เฉพาะ รายจ่าย ที่รัฐบาลต่างๆ ทั่วทั้งโลก ต้องนำมาใช้เยียวยา รักษาสภาพ หรือฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ก็น่าจะปาเข้าไปไม่ต่ำกว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกี่ร้อยล้านล้านบาทก็ลองเอา 30 ไปคูณดูอีกที และแม้จะพยายาม แก้ปัญหา ในวิธีการเดียวกัน ตาม สูตรสำเร็จ เดียวกัน แต่สุดท้ายกลับน่าจะนำมาซึ่งการ สร้างปัญหา ให้ยิ่งแก้ยาก แก้เย็น เข้าไปใหญ่ หรือแบบที่เรียกๆ กันว่า Cobra Effect อะไรประมาณนั้น เกิดแนวโน้มภาวะเงินเฟ้อ ภาวะขาดแคลนพลังงาน ไปจนถึงภาวะวิกฤตการณ์การเงิน ที่อาจไม่น้อยไปกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือวิกฤตซับไพรม์ ในอีกไม่นาน-ไม่ช้านับจากนี้ ฯลฯลฯ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;----------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น...ภายใต้การมาถึงของ คลื่นยักษ์สึนามิ ทางเศรษฐกิจ ในอีกปี-สองปีข้างหน้า อาจถือเป็นช่วงจังหวะ เวลาแห่งการ ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือเปลี่ยนพื้นฐาน เปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจเอาเลยก็ไม่แน่!!! และงานนี้...คงไม่อาจหันไปพึ่งบริการ พี่น้อง 3 ป. ผู้เชี่ยวชาญด้านแป้งมันตราปลามังกรได้อีกต่อไปแล้ว มีแต่ต้องมองหาอะไรใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ หรือคนใหม่ๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีความ เข้าถึง-เข้าใจ อย่างลึกซึ้งต่อสิ่งที่เรียกว่า เศรษฐกิจพอเพียง อันถือเป็น ทางรอด ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ท่านได้ชี้แนะ ชี้นำ เอาไว้ก่อนล่วงหน้านั่นเอง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Epictetus (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)...&amp;ldquo;Fortify yourself with contentment. For this an impregnable fortress. &amp;ndash; จงสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวท่านด้วยความสันโดษ (พอเพียง) เพราะนี่คือป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก...&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ---------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119090</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวะแห่งการเปลี่ยนแปลง!!!, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
