<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ผ้าบาติกสะสมในสมัย ร.5   หัตถศิลป์อันงดงามจากชวาสู่สยาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอดีตเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5ได้เสด็จพระราชดำเนินเจริญสัมพันธไมตรีในต่างแดน ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียถึง 3 ครั้ง ในปี 2413, 2439 และ 2444 ซึ่งในการเสด็จไปแต่ละครั้งได้มีการทอดพระเนตรการเขียนผ้าบาติก ซึ่งถือว่าเป็นงานหัตถศิลป์ที่มีคุณค่าและมีชื่อเสียงของชาวบ้านบนเกาะชวา อีกทั้งยังเป็นเครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ ที่ได้เห็นถึงวัฒนธรรม ความนิยม ความเชื่อ และประวัติศาสตร์ผ่านผืนผ้า และมีความพอพระทัยอย่างยิ่ง จึงได้มีการซื้อผ้าชนิดนี้ กลับมายังประเทศไทย และส่วนหนึ่งก็ได้รับทูลเกล้าฯถวายจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง จึงทรงมีผ้าบาติกสะสมทั้งสิ้น 307 ผืน ทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในเขตพระราชฐานชั้นในในพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อระลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และในโอกาสครบรอบ 70 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงจัดแสดง&amp;quot;นิทรรศการ ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ 2&amp;quot; จากการจัดแสดงทั้ง 3 ชุด โดยได้เปลี่ยนผ้าบาติกจากการจัดแสดงชุดแรกออกทั้งหมด และนำผ้าบาติกผืนที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อนมาจัดแสดงทั้งหมด 37 ผืน รวมกับผ้าบาติกลายสิริกิติ์อีก 1 ผืน &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมความงดงาม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์บนผืนผ้าบนเกาะชวา &amp;nbsp;จัดแสดงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเตรียมพบการจัดแสดงชุดที่ 3 ในเดือนกันยายน 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ (คนที่ 2 ซ้าย ) -ฯพณฯ อะฮ์หมัด(ขวาสุด) ชมผ้าบาติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวว่า ในการจัดแสดงนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราชฯ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นการวางรากฐานที่สำคัญในด้านศิลปวัฒนธรรม ที่ได้นำมาใช้เป็นองค์ความรู้ด้านงานศิลปะหัตถกรรมมา ความรู้ทางประวัติศาสตร์การแต่งกายของชวา ผ้าเหล่านี้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มีการให้หมายเลขกำกับผ้าแต่ละผืน และบันทึกข้อมูลรายละเอียดของผ้าแนบไว้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญยิ่ง เนื่องด้วยผ้าบาติกที่ทรงสะสมมีจำนวนถึง 307 ผืน และนำออกแสดงได้ประมาณครั้งละ 40 ผืน จึงมีการเปลี่ยนชิ้นงานผ้าบาติกจัดแสดงใหม่ในครั้งที่ 2 &amp;nbsp;จำนวน 37 ผืน &amp;nbsp;ให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมผ้าบาติกทรงสะสม พร้อมเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลวดลายผ้าบาติกสะสมในรัชกาลที่ 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯพณฯ อะฮ์หมัด รุสดี เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;อย่างที่ทราบประเทศไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนานถึง 70 ปี และในฐานะที่ตนก็เป็นชาวชวารู้สึกซาบซึ้งและเป็นเกียรติอย่างมากถึงความชื่นชม ความหลงใหล และความรักที่มีต่อผ้าบ้าติกของรัชกาลที่ 5 แม้กระทั่งนักสะสมผ้าบาติกเองก็ยังสะสมไม่ได้มากเท่าพระองค์ ซึ่งน้องชายของตนก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หลงใหลในผ้าบาติก และได้ทำการสืบสาน ประเพณีและวัฒนธรรมผ้าบาติกนี้ด้วย ผ้าบาติกถือเป็นงานศิลป์และงานหัตถกรรมที่รู้จักกันทั่วโลก ก็ได้มีการพัฒนามาอย่างยาวนาน จนยูเนสโกประกาศว่าผ้าบาติกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราชฯ แบ่งเป็น 2 ห้องจัดแสดง โดยห้องแรก จัดแสดงผ้าบาติกที่มาจากพื้นที่บริเวณชายฝั่งตอนเหนือของชวากลางและพื้นที่ชวาตะวันตก และห้องที่สอง จัดแสดงผ้าบาติกจากพื้นที่ชวากลาง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภัณฑารักษ์ เล่าถึงผ้าบาติกในรัชกาลที่ 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตรัตน์ มัดดิน ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ นำชมนิทรรศการเล่าว่า จากการศึกษาเรื่องลายผ้าบาติกในคอลเลกชั่นของ รัชกาลที่ 5 กว่า 5 ปี เพื่อจัดนิทรรศการ &amp;nbsp;พบว่ามี 6 ชนิด ได้แก่ ผ้าโพกศีรษะ ผ้าตัวอย่างลาย(คอนโลห์ โปลา) ผ้านุ่ง(กายน์ ปันจัง) ผ้านุ่ง(โสร่ง) และผ้าคาดอก ซึ่งในภาพถ่าย หรือในพระราชนิพนธ์ ยังทรงได้เซตหนึ่งของเครื่องแต่งกายสุลต่านมาด้วย แต่ไม่มีการพบของจริง พบเพียงโกรุก(หมวก) ที่เป็นของจริง ส่วนสำคัญที่นำมาจัดแสดงยังเป็น ป้ายคำอธิบายผ้าบาติกใน หลักฐานสำคัญที่มาพร้อมกับผ้าบาติก ซึ่งจะมีรอยของเข็มหมุดที่หมุดกับตัวผ้าเอาไว้ ซึ่งเราได้ค้นพบว่าผ้าคอลเลกชั่นนี้ไม่ใช่ผ้าที่พระองค์ทรงซื้อทั้งหมด &amp;nbsp;เพราะมีป้ายคำอธิบายอยู่หนึ่งใบที่บอกว่า ผ้าตัวอย่างลายอย่างสูงห้ามมิให้ราษฎรใช้ในเมืองโดยกยา(เมืองยอกยาการ์ต้า) &amp;nbsp;ที่ถวายโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายสิริกิติ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตรัตน์ เล่าต่อว่า ในห้องแรกจะให้เป็นสีโทนร้อน เพราะผ้าบาติกที่มาจากชวาตะวันตก เมืองจิเรบอน ที่นับว่าศูนย์กลางการทำผ้าบาติกที่สำคัญแห่งหนึ่งในแถบชวาตะวันตก และด้วยเป็นเมืองท่า ทำให้มีการติดต่อค้าขายกับจีนมากเป็นพิเศษ จึงมีโรงเขียนผ้าที่เป็นชาวจีนและชาวชวาเชื้อสายจีนอยู่หลายแห่ง เอกลักษณ์ของเมืองนี้คือพื้นหลังสีอ่อน และลวดลายย้อมด้วยสีเข้ม &amp;nbsp;ได้แก่ แดงและน้ำเงิน(รวมถึงสีม่วงเข้ม) หรือสีน้ำตาลและสีน้ำเงิน &amp;nbsp;ที่มีไฮไลท์อย่าง ผ้าโพกศีรษะ(อิแกต เคพาลา) หรือที่เรียกว่าปราดา ผ้าเขียนทอง ซึ่งผืนนี้เป็นผืนเดียวที่พบว่ามีการเขียนทองอย่างชัดเจนมากที่สุด ซึ่งผืนอื่นจะมีการพบในลักษณะของกาวที่เอาไว้โรยผงทอง และแท๊กที่ติดมากับผ้าตั้งแต่ในสมัยนั้น ที่ระบุชัดเจนว่า ผ้าโพกเขียนทอง &amp;nbsp;อีกผืนผ้านุ่ง (โสร่ง) บริเวณหัวผ้าเขียนลายนกสลับกับลายนกคู่ อยู่ท่ามกลางลายพรรณพฤกษา สื่อถึงความหมายอันเป็นมงคล หากย้อมด้วยสีแดงสามารถใช้ในโอกาสงานแต่งงานได้ แต่ผ้าบาติกผืนนี้ใช้โทนสีน้ำเงินและขาว ซึ่งเป็นสีที่ใช้ในโอกาสไว้ทุกข์จึงสันนิษฐานว่า เป็นผ้านุ่งสำหรับเจ้าสาวในคืนก่อนวันที่จะย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับครอบครัวเจ้าบ่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกลายลิกาโด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาในแถบชายฝั่งตอนเหนือของชวากลาง &amp;nbsp;ภัณฑารักษ์ ได้เล่าอีกว่า หรือในเมืองลาเซ็ม ผ้านุ่ง(โสร่ง) แบบบัง บังงัน ที่หมายถึงผ้าที่ย้อมด้วยสีแดงเพียงสีเดียว ซึ่งคาดว่าเป็นโรงเขียนชาวจีน &amp;nbsp;ที่เขียนลายด้วยมือและย้อมสีธรรมาติบนผ้าฝ้าย ที่แสดงถึงความความเชื่อ อย่างลายม้าที่ปรากฏอยู่บนผืนผ้าที่สื่อถึงผู้ที่สวมใส่เพื่ออวยพรให้ลูกชายสอบผ่านจอหงวน ถัดมาเมืองเปอกาลองงัน ผ้านุ่ง(โสร่ง)ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ สันนิษฐานว่ามาจากโรงเขียนนาง เอ.เจ.เอฟ. ยานส์ ชาวดัชต์ &amp;nbsp;ซึ่งเอกลักษณ์จะอยู่ที่บริเวณหัวผ้าและท้องผ้า และการเขียนสีพาสเทล รัชกาลที่ 5 ทรงมีผ้าจากโรงเขียนนี้ 8 ผืน ปัจจุบันลายดอกไม้ลักษณะนี้รู้จักกันในชื่อ บูเกต์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าโพกศีรษะ(อิแกต เคพาลา) หรือที่เรียกว่าปราดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผืนที่คาดว่ามีอายุมากที่สุดในคอลเลกชั่นกว่า 100 ปี คือผ้านุ่ง(โสร่ง) ที่ข้อสันนิษฐานว่ามาจากโรงเขียนผ้าของนางแคโรสินา โจเซฟินา วอน แฟรงเคอมองต์ เมืองเซมารัง ชวากลาง อีกข้อสันนิษฐานคือ รัชกาลที่ 5 ทรงซื้อผ้าบาติกผืนนี้เมื่อคราวเสด็จเยือนชวาครั้งแรกปี 2413 คาดว่าผ้าผืนนี้ผลิตเพื่อขายให้ลูกค้าชาวชวาเชื้อสายจีนและเชื้อสายยุโรป ด้วยลวดลายที่มาจากความเชื่อเรื่องสวนอีเดน เช่น งูและเถาองุ่น หรือจากความเชื้อของจีน เช่นผีเสื้อและตะขาบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่ง(โสร่ง) แบบบัง บังงัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่ง (โสร่ง) ลายนกสลับกับลายนกคู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนห้องที่สองเป็นแถบชวากลาง &amp;nbsp;ภัณฑารักษ์ บอกว่า แบ่งเป็นผ้าบาติกที่ใช้ในราชสำนักและใช้ทั่วไป ผ้าบาติกที่ใช้ในราชสำนักนั้นจะใช้สีที่มีคุณภาพในการผลิต และใช้ที่มีฝีมือในการเขียน ส่วนลายทั่วไปก็จะมีลายคล้ายแต่จะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เหมือน อย่าง เมืองยอกยาการ์ตา ที่มีมีลายผ้าบาติกเฉพาะตัว และมีเอกลักษณ์ในการย้อมคราม และส่วนใหญ่เป็นผ้าไม่มีเชิงหรือขอบ ทำให้เดียวทั้งผืน อาทิ ผ้าบาติกลายลิกาโด เป็นลายที่แสดงให้ถึงศิลปะของญี่ปุ่นที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในเกาะชวา ซึ่งเป็นลายของพัดในแบบที่ต่างๆ บริเวณท้องผ้า พื้นหลังเป็นกาวุง ลายดั้งเดิมของชาวชวากลาง ที่มีความปราณีตงดงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้าบาติกที่สงวนใช้ในพระบรมศานุวงศ์ ผ้าคาดอกงลายเซเมน อาลิค(ด้านบน)- ลายรูจัก ซองเต(ด้านล่าง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ้าบาติกที่มาจากโรงเขียนของ นางแวน ลาวิก แวน แพบสต์ ชาวดัตช์เชื้อสายจีนผ้าจากโรงเขียนนี้มีชื่อเสียงอย่างมาก นิยมใช้ในหมู่ชาวยุโรปและชาวชวาเชื้อสายยุโรปในแวดวงสังคมชั้นสูง &amp;nbsp;เพราะผลิตผ้าบาติกที่สวยงามและมีคุณภาพสูง ใช้เทคนิคการทำที่ซับซ้อน มีการลงขี้ผึ้งลวดลายทั้งสองด้านของผ้า สีน้ำเงินที่ใช้ย้อมก็สว่างสดใสเป็นธรรมชาติ ขณะที่สีน้ำเป็นสีน้ำตาลโซกะที่เป็นเอกลักษณ์ จากการลงพื้นที่พบว่าในพิพิธภัณฑ์โทแป้น ที่ประเทศเนเธอแลนด์ มีผ้าตัวอย่างลาย ไซต์ 100x100 ของโรงเขียนแห่งนี้จัดแสดงเยอะมาก แต่ รัชกาลที่ 5 ทรงมีผ้าติกของโรงเขียนนี้สะสมถึง 43 ผืน และเป็นแบบเต็มผืนอย่างผ้าโสร่ง &amp;nbsp;ส่วนที่จัดแสดงจะมีที่สงวนใช้ในพระบรมศานุวงศ์ อย่างผ้าคาดอกลายเซเมน อาลิค ที่สื่อความหมายถึงการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่มักจะประกอบด้วยลายปีกครุฑ หรือลายอื่นๆที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ อย่าง ดอกไม้ สัตว์ ภูเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่ง จากโรงเขียนผ้าของนางแคโรสินา โจเซฟินา วอน แฟรงเคอมองต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกผืนแบบเดียวกัน คือลายรูจัก ซองเต ลายนี้เป็นกลุ่มลายนิ้วในแนวทแยง ในหนึ่งจะประกอบด้วยหลายลายสลับกัน อีกส่วนคือผ้านุ่ง ซึ่งเป็นลายปารัง ซิงเดย์ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของกริช มักทำเป็นลักษณะของแถวในแนวทแยง แต่ละแถวจะแทรกด้วยสี่เหลี่ยนขนมเปียกปูนขนาดเล็ก ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังอำนาจและความแข็งแกร่ง ขุนนางชั้นสูงสามารถใส่ลายนี้ได้ด้วย และอีกลายที่อยู่ข้างกันคือลายจัมบลัง ที่มีรูปทรงคล้ายตะกร้าสาน ที่สื่อความหมายถึง ตะกร้าแห่งคำแนะนำที่ดี สีเหลืองของพื้นหลังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของผ้าบาติกจากเมืองบันยูมาส ที่นิยมย้อมสีเหลืองแบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ้านุ่งจากโรงเขียนนาง เอ.เจ.เอฟ. ยานส์ ชาวดัชต์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งเมืองในคอลเลกชั่นครั้งเมืองสุราการ์ตา มีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือจะเป็นสีน้ำตาล แบบโซกะ บราว ซึ่งโซกะนั้น ทำมาจากเปลือกต้นนนทรี และจะสังเกตได้ว่าผ้าจากเมืองนี้จะมีลายเต็มพื้นไม่ปล่อยให้มีพื้นที่วางของผ้า ถัดมาจากเมืองนี้ คือผ้าบาติกลายสิริกิติ์ จากเมืองยอกยาการ์ตา ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมผ้าบาติก เชอการ์ จากาด โดยดร.ลาราสาติ สุไลมาน ให้นำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นลายเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการเสด็จพร้อมกับในหลวงรัชกาลที่ 9 เยือนอินโดนีเซีย เมื่อกุมภาพันธ์ 2503 &amp;nbsp;ในส่วนลายบนผืนผ้าซึ่งเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความงาม จากแรงบันดาลใจความงามของพระบรมราชชนนีพันปีหลวงฯ และโรงเขียนไหนที่จะทำลายนี้ขายต้องมีการลงทะเบียนด้วย และทางทีมงานก็เพิ่งทราบว่าผ้าบาติกลายนี้ในตอนลงพื้นที่ทำการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นผ้าที่ร่วมสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ทางสถานทูตอินโดนีเซียฯ ยังได้จัดกิจกรรม เขียนลายผ้าบาติกแบบชวา จากช่างผู้เชี่ยวชาญจากเมืองยอกยาการ์ตาที่สิ้นสุดไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรม เขียนลายผ้าบาติกแบบชวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถเข้าชมนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ 2 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ณ ห้องจัดแสดง 3-4 พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาท &amp;nbsp;เด็กอายุต่ำว่า 12 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55816</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;นิทรรศการ ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ 2&quot;, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อะฮ์หมัด รุสดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e31732036852.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิธีคำนับครูนาฏศิลป์ ก่อนซ้อมการแสดงโขน  ตอน “สืบมรรคา”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มซ้อมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ๒๕๖๒ ตอน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สืบมรรคา&amp;rdquo; ที่หลอมรวมศิลปะของชาติหลากหลายแขนง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้จัดพิธีคำนับครูนาฏศิลป์ โดยมีคณะครู อาจารย์ ผู้อาวุโสด้านนาฏศิลป์ และนักแสดง ร่วมพิธีดังกล่าว พร้อมซ้อมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ๒๕๖๒ ตอน &amp;ldquo;สืบมรรคา&amp;rdquo; ร่วมกันเป็นครั้งแรก ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ตุลาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;ณ วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี &amp;nbsp;พันปีหลวง ทรงปลาบปลื้มพระราชหฤทัยที่การแสดงโขนประสบความสำเร็จเกินคาด &amp;nbsp;และทรงมีพระราชประสงค์ที่จะกระตุ้นให้คนไทยเห็นความสำคัญของนาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย และช่วยกันอนุรักษ์การแสดงโขนอันงดงามให้คงอยู่ อีกทั้งเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเกือบจะเลือนหายไปให้คงอยู่อย่างวิจิตรงดงามสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ กล่าวก่อนการเริ่มพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ๒๕๖๒ ตอน &amp;ldquo;สืบมรรคา&amp;rdquo; เผยว่า &amp;nbsp;พิธีคำนับครู เป็นพิธีไหว้ครูแบบโบราณของผู้เรียนนาฏศิลป์ หรือนักแสดงโขน มักจะประกอบพิธีก่อนเริ่มแสดงชุดสำคัญหรือการต่อท่ารำที่สำคัญ เพื่อแสดงความเคารพต่อครูผู้สอนวิชา และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักแสดงทุกคน หลังจากพิธีนี้นักแสดง ทั้งตัวพระ นาง ยักษ์ และลิง จะได้ซ้อมร่วมด้วยกันเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้แยกกันนำบทไปฝึกซ้อมในวิทยาลัยนาฏศิลปต่าง ๆ &amp;nbsp;จากนั้นนักแสดงทั้งหมดจะไปซ้อมใหญ่ที่เวทีจริง ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งการแสดงโขน ตอน สืบมรรคา นั้น เป็นตอนที่มีความสนุกสนาน หลากรส และเต็มไปด้วยสีสัน รวมถึงการดำเนินเรื่องกระชับ ฉับไว และตื่นเต้น เข้ากับรสนิยมของผู้ชมรุ่นใหม่ ทั้งยังมีความพิเศษของท่วงท่าการรำ ที่ได้มีการรื้อฟื้นท่ารำแม่บทเก่าแก่ขึ้นมาใหม่ ซึ่งยังไม่เคยแสดงในการโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ครั้งใดมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มีการเรียนเชิญครูผู้เชี่ยวชาญระดับศิลปินแห่งชาติมาเป็นผู้ฝึกสอนบทการแสดงตอนสำคัญ อาทิ &amp;ldquo;รำฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน&amp;rdquo; ในฉากทศกัณฐ์ลงสวน ซึ่งเป็นท่ารำที่ยาก และไม่ค่อยได้แสดงบ่อยนัก กระบวนท่ารำแสดงให้เห็นถึงลีลาท่ารำของทศกัณฐ์ที่แสดงถึงความเจ้าชู้ กรุ้มกริ่ม แต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง ยิ่งใหญ่ตามลักษณะของพญายักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รวมถึง &amp;ldquo;ท่าขึ้นลอยหนุมานรบนางอังกาศตไล&amp;rdquo; ที่จะได้ชมกระบวนท่าขึ้นลอยพิเศษ ที่ครูโขนได้ออกแบบไว้เมื่อ ๔๐ ปีก่อน โดยมีการสร้างท่ารำใหม่ให้เหมาะสมกับอาวุธต่าง ๆ ของนางอังกาศตไล รวมทั้งได้เห็นความซุกซนของหนุมานที่เข้าหยอกล้อนางอังกาศตไลหลากหลายกระบวนท่ารำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูโขนด้านต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างการแสดงในฉากหนุมานรบนางอังกาศตไล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ๒๕๖๒ ตอน &amp;ldquo;สืบมรรคา&amp;rdquo; จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ ๖ พฤศจิกายน ถึง ๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ www.khonperformance.com และเฟซบุ๊ก Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การซ้อมแสดงส่วนของตัวลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้กำกับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ๒๕๖๒ ตอน &amp;ldquo;สืบมรรคา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49202</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ปี 2562, ดร.สุรัตน์ จงดา, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ๒๕๖๒ ตอน         “สืบมรรคา”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db97f755a1a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 19:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างคนโขนรุ่นใหม่ แสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ &quot;สืบมรรคา&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยาวชนร่วมคัดเลือกนักแสดงโขนรุ่นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่า 10 ปีที่ผ่านมา การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้นำเสนอชุดการแสดงในตอนต่างๆ ของเรื่องรามเกียรติ์สู่สายตาผู้ชมชาวไทยและต่างชาติอย่างยิ่งใหญ่งดงาม ช่วยสืบสานนาฏศิลป์ชั้นสูงอันมีคุณค่าของไทย โดยการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดต่อเนื่อง ปีนี้ตอน &amp;ldquo;สืบมรรคา&amp;rdquo; มีนักเรียนและนักศึกษานาฏศิลป์จากทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมคัดเลือกเกือบ 800 คน เพื่อก้าวสู่นักแสดงโขนละครพระ, ละครนาง, โขนพระ, โขนลิงและโขนยักษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีคัดเลือกนักแสดงรอบตัดสิน ณ ห้องเทเวศร์ อาคารหอประชุมสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มีทั้งนักเรียน นักศึกษา ทั้งที่มาเป็นครั้งแรกและเคยพลาดการคัดเลือกครั้งที่ผ่านมา คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขน, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดงโขน, ดร.เกิดศิริ นกน้อย ผู้ช่วยกำกับการแสดงโขน, ประสิทธิ์ ปิ่นแก้ว ศิลปินแห่งชาติ ปี 2551, จตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2552, รัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2554, ดร.สุรัตน์ จงดา ศิลปินและครูนาฏศิลป์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คัดคนโขนรุ่นใหม่เน้นท่ารำถูกต้อง สานต่อนาฏศิลป์ชั้นสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักแสดงแต่ละคนต้องแสดงสดต่อหน้าคณะกรรมการ มีการทดสอบความรู้เบื้องต้นด้านนาฏศิลป์ไทยอย่างเข้มข้น ตลอดจนพิจารณาบุคลิกลักษณะ ความสมบูรณ์ของสรีระร่างกายให้เหมาะสมกับตัวละคร โดยละครพระมีผู้สมัคร 186 คน ละครนาง มีผู้สมัคร 210 คน โขนพระมีผู้สมัคร 113 คน โขนลิง มีผู้สมัคร 149 คน และโขนยักษ์ มีผู้สมัคร 123 คน ซึ่งกว่าจะฝ่าแต่ละด่านไม่ง่ายเลย ทุกคนล้วนมุ่งมั่นตั้งใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรรมการคัดเลือก การได้เห็นคนรุ่นใหม่มากมายเข้าคัดตัวเป็นความงอกงามของโขนโทย ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า การคัดเลือกนักแสดงโขนมีเยาวชนไทยให้ความสนใจมาก มีการตื่นตัวสมัครแสดงโขนมากขึ้นทุกปี ดังพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งหวังไว้ว่าต้องการกระตุ้นให้ประชาชนนึกถึงวัฒนธรรมของชาติ การคัดเลือกเป็นการส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้มีโอกาสฝึกฝีมือ และมีใจรักในการแสดงโขน โดยคนที่เข้ามาจะได้ประโยชน์ติดตัวไป เพราะอาจารย์ที่เป็นกรรมการล้วนมีความรู้ความสามารถ นำข้อแนะนำติชมไปปรับปรุงการแสดงของตัวเองต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, ดร.สุรัตน์ จงดา, ดร.อนุชา ทีรคานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเมษฐ์ บุณยะชัย กล่าวว่า ปีนี้กำหนดแสดงโขนตอน &amp;quot;สืบมรรคา&amp;quot; มีเนื้อหาสนุกสนานชวนติดตามไปกับการผจญภัยของหนุมาน ยอดวานรทหารเอกของพระราม ด้วยปฏิภาณไหวพริบ สรรพวิชา และพละกำลังอันแกร่งกล้า จะส่งผลให้ปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นตามเป้าประสงค์หรือไม่ อีกทั้งการต่อสู้กับอริราชศัตรูมากมายที่เฝ้าคอยอยู่เบื้องหน้า โดยมีความไว้ใจของพระรามเป็นเดิมพัน ปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าชมเต็มในทุกรอบเพราะที่ผ่านมาคนไทยสนใจมาก ส่วนการคัดเลือกนักแสดง เปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้มีส่วนร่วม แต่ต้องมีคุณสมบัติการแสดงโขนหรือพื้นฐานความรู้นาฏศิลป์ เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกยังต้องฝึกฝนการแสดงต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.เกิดศิริ นกน้อย กรรมการอีกท่าน กล่าวว่า การคัดเลือกนักแสดงมีโจทย์ในการทดสอบ รอบตัดสินใช้เพลงใน ตอน &amp;quot;สืบมรรคา&amp;quot; คัดเลือก เป็นเพลงที่อยู่ในหลักสูตรการเรียนโขน นักแสดงที่ผ่านการคัดเลือกนอกจากมีฝีมือยังต้องมีไหวพริบในการแก้ปัญหา ตลอดจนมีรูปร่าง สัดส่วนโครงหน้าได้รูป เปล่งประกายเหมาะกับการเป็นนักแสดง ปีนี้ส่วนใหญ่นักแสดงที่เข้าคัดยังใหม่มาก มีความตื่นเต้น เมื่อผ่านเข้าไปยังต้องฝึกหนัก แสดงร่วมกับฉาก ดนตรี หรือนักแสดงคนอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการคัดนักแสดง ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจ

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ได้รับการคัดเลือกตัวละครพระ นางสาวนงลักษณ์ กลับศรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กล่าวว่า โขนถือว่าเป็นศิลปะชั้นสูงของไทย ตนได้เรียนนาฏศิลป์โขน ศึกษาท่าทางการรำที่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ได้เข้าคัดเลือกนักแสดงโขนในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 4 ครั้ง ไม่ผ่าน 2 ครั้ง กลับมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 สิ่งสำคัญคือ มีสติ เพราะคณะกรรมการจะเรียกเพลงขึ้นมา เราก็แสดงอย่างเต็มที่ รู้สึกดีใจมากที่สำเร็จผ่านการคัดเลือก เพราะตั้งใจและเป็นความภาคภูมิใจของชีวิตได้สืบทอดนาฏศิลป์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวละครนางต้องใบหน้างดงาม เยื้องกรายได้อย่างน่าประทับใจ ผู้ได้รับการคัดเลือกตัวละครนาง นางสาวชาลินี วรรณโนนาม วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ เผยความรู้สึกว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เป็นความฝัน การคัดเลือกตัวแสดงครั้งนี้เป็นครั้งแรก เดิมมีความกังวล เราเป็นคนต่างจังหวัด ส่วนใหญ่เพื่อนนักศึกษามาจากภาคกลาง บวกกับการแสดงต่อหน้าคณะกรรมการ กดดัน พยายามอย่างเต็มที่ จากนี้ไปจะฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้การแสดงโขนตอนสืบมรรคาสมบูรณ์ที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ได้รับการคัดเลือกรอบตัดสิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สร้างคนโขนรุ่นใหม่ สืบสาน รักษาวงการโขนละครให้มั่นคง สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 2562 ตอน &amp;quot;สืบมรรคา&amp;quot; จะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าร่วมแสดง 158 คน กำหนดเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมเป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com มาร่วมให้กำลังคนโขนเลือดใหม่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40106</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแสดงโขนตอนสืบมรรคา, ดร.สุรัตน์ จงดา, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, นาฏศิลป์ชั้นสูง, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย, โขนพระราชทาน, โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c985568b19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โขนพระราชทาน ตอน &quot;พิเภกสวามิภักดิ์&quot;  ยิ่งใหญ่อลังการ สะท้อนเที่ยงธรรมสุจริต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์ องก์ที่ 1 สุบินนิมิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดแสดงโขน สมบัติอันล้ำค่าของชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย และฟื้นฟูศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงของชาติ ทำให้การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แต่ละปีเปิดฉากการแสดงอย่างสวยงามและมีประชาชนเฝ้ารอทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2561 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้เลือกบทโขนรามเกียรติ์ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; อันเป็นการสื่อความหมายของความจงรักภักดีและการรักษาความเที่ยงธรรมสุจริต มาจัดแสดงระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค.2561 โดยเมื่อวันที่ 4 ก.ย.2561 มีการจัดแสดงโขน ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; องก์ที่ 1 สุบินนิมิตขึ้น ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อโชว์ความพร้อมก่อนจัดแสดงจริง พร้อมแถลงข่าวเตรียมเปิดม่านแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; กล่าวว่า ที่มาของการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี 2546 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 การแสดงโขนซบเซา ไม่มีผู้นิยมมากนักในสังคม ผู้คนตื่นเต้นกับการแสดงที่ทันสมัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สืบสานและอนุรักษ์โขนอีกทางหนึ่ง ทรงเริ่มจากการแต่งหน้าตัวละครชายและหญิงให้แตกต่างกันชัดเจน ต่อมาสนพระทัยการแต่งกายงดงามเช่นในอดีต นำมาสู่การศึกษา ค้นคว้า ทรงสนับสนุนให้นักเรียนศิลปาชีพฯ ฝึกงานด้านช่าง ทั้งช่างปัก ช่างทอ ช่างหัวโขน รวมถึงช่างวาดเขียน ช่างแกะสลัก เป็นที่มาของเครื่องแต่งกายโขนและฉากที่อลังการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รับสั่งคนไทยมีสายเลือดความเป็นช่าง หากมีช่องทางฝึกฝน แสดงออกจะพัฒนาได้เร็ว จากการแสดงโขนพระราชทาน ทำให้ผ้ายกเมืองนครฯ ฟื้นฟูกลับมา เครื่องแต่งกายตัวละครเอกเป็นผลงานของนักเรียนศิลปาชีพอ่างทอง, สิงห์บุรี, อยุธยา, ราชบุรี, กาญจนบุรี และสกลนคร โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาดูแล ถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวงวิชา ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย เกิดนักแสดงรุ่นใหม่ๆ ก้าวขึ้นมา ทรงทำให้โขนอยู่คู่แผ่นดินไทย ทรงปลื้มพระทัยที่มีผู้ชมทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงวัย ช่วยให้สถาบันครอบครัวอบอุ่น&amp;quot; ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดการแสดงโขนรามเกียรติ์ 7 ตอนด้วยกัน ได้แก่ ชุด &amp;ldquo;ศึกพรหมาศ&amp;rdquo; ในปี 2550 และ 2552, ชุด &amp;ldquo;นางลอย&amp;rdquo; ในปี 2553, ชุด &amp;ldquo;ศึกมัยราพณ์&amp;rdquo; ในปี 2554, ชุด &amp;ldquo;จองถนน&amp;rdquo; ในปี 2555, ชุด &amp;ldquo;ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์&amp;rdquo; ในปี 2556, ชุด &amp;ldquo;ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ&amp;rdquo; ในปี 2557 และชุด &amp;ldquo;ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ&amp;rdquo; ในปี 2558 ปีนี้ทางมูลนิธิฯ เลือกแสดงตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; ขึ้น มีนักแสดงกว่า 300 ชีวิตร่วมการแสดง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ได้นำบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ฉบับต่างๆ อาทิ บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1, รัชกาลที่ 2, รัชกาลที่ 6 และบทโขนของกรมศิลปากรที่เคยจัดแสดงมาประมวลในส่วนที่มีชั้นเชิงในการแสดง และความไพเราะของบทเพลงมาเรียงร้อยปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยแบ่งเป็นตอนต่างๆ ได้แก่ องก์ที่ 1 สุบินนิมิต ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พิเภกถูกขับ, ตอนที่ 2 พิเภกลาชายาและธิดา, ตอนที่ 3 เนรเทศ และองก์ที่ 2 ประกอบด้วย ตอนที่ 1 พบนิลเอก, ตอนที่ 2 สวามิภักดิ์, ตอนที่ 3 มณโฑทูล ตัดศึก, ตอนที่ 4 สนามรบ และตอนที่ 5 แก้หอกกบิลพัท โดยที่ผู้ชมจะได้ชมการแสดงที่ยังคงความวิจิตรและกระบวนท่ารำตามแบบฉบับโขนหลวงไว้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ แสดงถึงคุณธรรมของพิเภก ประชาชนอยากดู และมีคำถามมากว่า พิเภกเป็นยักษ์ ทำไมมาอยู่ข้างพระราม การมาดูโขนตอนนี้จะได้คำตอบ บทพระราชนิพนธ์ทั้ง 3 ฉบับ วิธีเนรเทศพิเภกจากกรุงลงกาจะต่างกัน รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 6 เหาะไป แต่การแสดงครั้งนี้ใช้บทพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 2 พิเภกลงสำเภาไป ก็เป็นบทที่ผู้ชมไม่เคยเห็นและสวยงาม ครั้งนี้นับเป็นฉากสำคัญ การบรรจุเพลงก็ทำด้วยความประณีต ได้นำการขับร้องเพลงวาซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ใกล้จะสูญหาย เป็นงานของคุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ ใช้แทนเพลงร้องช้าปี่ของเดิม รวมถึงเพลงสาธุการ นำมาแสดงด้วย ขณะที่การแสดงมีครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายยักษ์ ฝ่ายลิง ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติร่วมฟื้นฟูกระบวนท่าและประดิษฐ์ท่ารำ ทำของเก่าให้มีความงดงามมากขึ้น&amp;quot; อาจารย์ประเมษฐ์&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้กำกับการแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้ ได้จัดให้มีการคัดเลือกนักแสดงตัวเอกรุ่นใหม่เมื่อปี 2559 เพื่อร่วมการแสดงอันยิ่งใหญ่ โดยคัดเลือกจากนักเรียน นักศึกษา ทั้งจากวิทยาลัยนาฏศิลป และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันมาร่วมสืบสานศิลปวัฒนธรรมชาติ ซึ่งจัดให้มีคัดเลือกนักแสดง จำนวน 5 ตัวละคร คือ โขนพระ มีผู้สมัคร 73 คน ละครพระ มีผู้สมัคร 198 คน ละครนาง มีผู้สมัคร 204 คน โขนยักษ์ มีผู้สมัคร 137 คน และโขนลิง มีผู้สมัคร 160 คน รวมทั้งสิ้นมีผู้สมัคร จำนวน 772 คน ซึ่งแต่ละประเภทตัวละครจะมีเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเพียง 5 คน รวมจำนวน 25 คน สำหรับปีนี้มีตัวละครโขนยักษ์ได้คะแนนเท่ากันในลำดับที่ 5 จึงมีผู้ที่ได้รับคัดเลือกและรับทุนการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 26 คนจากผู้สมัครทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือสำเภา&amp;nbsp;หนึ่งในฉากสำคัญเนรเทศพิเภกจากกรุงลงกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงานแถลงข่าวจากนางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ยังประกาศความพร้อมของสถานที่จัดแสดงโขนพระราชทาน โดยหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมฯ ซึ่งมีระบบแสง สี เสียง เป็นเลิศในระดับอาเซียน การแสดงโขนจะยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน สวธ.ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เผยแพร่ศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับโขน เป็นการนำงานวิจิตรศิลป์ให้ต่างชาติได้ชื่นชมและรับรู้เอกลักษณ์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร.0-2262-3456 หรือ www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 420, 620, 820, 1,020, 1,520 และ 1,820 บาท รอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคา 220 บาท (หยุดการแสดงทุกวันจันทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, การแสดงโขน ชุด พิเภกสวามิภักดิ์, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อาจารย์ประเมษฐ์ บุณยะชัย, โขนพระราชทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180905/image_big_5b8f76a4d40a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พระราชินี&#039;โปรดเกล้าฯท่านผู้หญิงจรุงจิตต์รับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ส.ค.61-เวลา 09.09 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ออกรับเครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ณ บริเวณหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ เดินทางโดยรถยนต์หลวงจากอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เมื่อมาถึงหน้าประตูพระวรุณอยู่เจน พระราชวังดุสิต ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เปิดกรวยกระทงธูปเทียนแพ จากนั้น พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงกลาโหมกล่าวรายงานการเชิญเครื่องราชสักการะและถวายพระพรชัยมงคล จากนั้น ผู้อยู่ในพิธีร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีพระแม่เจ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ปลัดกระทรวงกลาโหมเชิญเครื่องราชสักการะ 5 ชิ้น ประกอบด้วย ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ มอบให้แก่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้น ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา เชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ตามลำดับ โดยมีนักเรียนนายร้อย 4 เหล่า เป็นผู้ถือพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน ให้กับหน่วยงานต่างๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อจากนั้นคณะสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และคณะสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ &amp;nbsp;นำองค์กรสมาชิก 19 องค์กร พร้อมชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อาทิ สมาคมสตรีนครเชียงใหม่ สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนไทยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมาคมสตรีไทยมุสลิมแห่งประเทศไทย สมาคมสตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมาคมนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-ปทุมนนท์ สมาคมแม่บ้านอาสาสมัครแห่งประเทศไทยเชิญพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน มอบให้แก่ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ จากนั้นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ถวายความเคารพที่หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วเดินทางกลับอาคารกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15290</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, พระราชวังดุสิต, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, เครื่องราชสักการะถวายพระพรชัยมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b712306baffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิตรกรรมศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ใต้ร่มพระบารมี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ชาวไทยเห็นชินตา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเยี่ยมพสกนิกรทุกหนแห่งของประเทศ ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จฯ เยือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่กันเป็นส่วนใหญ่ ทรงเล็งเห็นว่าชาวบ้านมีฝีมือด้านหัตถกรรม จึงมีพระราชดำริส่งเสริมอาชีพให้แก่ชาวบ้านเพื่อได้มีรายได้เพิ่มเติมจากการทำเกษตรที่อาจเสียหายจากภัยธรรมชาติ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการกำเนิดมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หนุนงานหัตถกรรมไทยให้พัฒนาจนปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่งานฝีมือด้านจิตรกรรมและหัตถกรรมให้เป็นที่รู้จัก ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงานนิทรรศการ &amp;ldquo;ความหลากหลายทางจิตรกรรม ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ&amp;rdquo; เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม เพื่อสืบสานพระราชปณิธานที่ทรงอนุรักษ์งานฝีมือของไทยและเผยแพร่ผลงานชิ้นเยี่ยมกว่า 1,000 ชิ้น ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 เป็นประธานเปิดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เธียรศักดิ์ พะลายานนท์ รองประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ กล่าวว่า นิทรรศการจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ของศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ ที่มีการสืบทอดสกุลช่างและพัฒนางานถึงปัจจุบัน เป็นผลงานของครูและนักเรียนศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ คนไทยจะเห็นถึงความงดงาม และตระหนักถึงการอนุรักษ์ศิลปะประจำชาติ ภายในงานจัดแสดงผลงานของแผนกต่างๆ ในศูนย์ศิลปาชีพฯ อาทิ แผนกช่างวาดภาพสีน้ำมันแสดงพระสาทิสลักษณ์สีน้ำมัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยอาจารย์สมาน คลังจัตุรัส แผนกช่างจิตรกรรมประยุกต์ แสดงผลงานจานกลมทะเลอันดามันที่ทำจากกระเบื้อง 2 มิติ มีภาพท้องทะเลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนแผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผานำประติมากรรมสื่อผสมยุ้งข้าวมาให้ชม แล้วยังมีภาพลายไทย ล้วนเป็นสุดยอดผลงานระดับประเทศ นอกจากนี้ มีการจำหน่ายผลงานเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนการฝึกอบรมศิลปาชีพแก่บุตรหลานเกษตรกรผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการทั่วประเทศอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, พล.อ.เธียรศักดิ์ พะลายานนท์ และวิเวก อรุณรัตน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์สุธีร์ สัตตบุษย์ อาจารย์หัวหน้าแผนกช่างเขียนภาพลายไทย กล่าวว่า ลายไทยลายรดน้ำเป็นศิลปะที่มีเสน่ห์และใช้จินตนาการของผู้วาดในการถ่ายทอดเรื่องราวลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ไทย การลงเส้น การลงสีด้วยการปิดทองเป็นเทคนิคดั้งเดิม มีบ้างใช้วัสดุอุปกรณ์สมัยใหม่ หรือนำเอาเรื่องราวในสังคมปัจจุบันมาประยุกต์เพื่อให้ภาพน่าสนใจมากขึ้น ผู้ทำหน้าที่สืบสานน้อยลง ตนเกษียณแล้ว แต่ยังทำหน้าที่ให้ความรู้ที่ศูนย์ศิลปาชีพฯ ดังพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 ให้อนุรักษ์และถ่ายทอดศิลปะเหล่านี้แก่ลูกหลานไทย เพื่อนำไปต่อยอดเป็นอาชีพ ทำให้ตนมีกำลังใจและมีแรงสอนจนกว่าจะหมดลมหายใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกตุวลี นภาศัพท์ และพาสินี ลิ่มอติบูลย์ กรรมการ บ.สยามพารากอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกศริน บางทราย ผู้ช่วยครูในแผนกช่างเครื่องเคลือบดินเผา เล่าว่า อดีตพ่อแม่ของตนมีอาชีพก่อสร้าง รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ได้ฝึกงานในศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ เลือกเรียนรู้การทำเครื่องเคลือบดินเผาและทำเป็นอาชีพ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ศิลปาชีพฯ ไม่ได้ให้แค่อาชีพและความรู้ แต่ให้อิสระในการออกแบบสร้างสรรค์ผลงานหรือผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เครื่องเคลือบดินเผามีหลายขนาดและพัฒนาลวดลายจากใบไม้วางทับเป็นแบบพิมพ์ ปัจจุบันมีลายลูกไม้จากผ้าได้รับความนิยม ผลงานแต่ละชิ้นมีจุดเด่น สร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงชาวบ้านอีกมากมายคุณภาพชีวิตดีขึ้น โชคดีที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใย ไม่เคยทอดทิ้งคนยากจน&amp;rdquo; เกศรินเล่าด้วยความสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมดื่มด่ำจิตรกรรมและหัตถกรรมชั้นเยี่ยมของประเทศได้ในนิทรรศการ &amp;quot;ความหลากหลายทางจิตรกรรม ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ&amp;quot; ตั้งแต่วันนี้-12 ส.ค.ณ &amp;nbsp;ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายในงานมีการสาธิตเขียนลายผ้าบาติก การทำเครื่องเคลือบเซรามิกและวาดลวดลายบนกระเบื้องให้ได้ชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14917</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, นิทรรศการ “ความหลากหลายทางจิตรกรรม ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ”, วันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม, ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สยามพารากอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b6989d77010f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดแสดงรำถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมศิลป์ร่วมกับ สบศ.จัดแสดงรำถวายพระพร &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ธ สถิตหทัยไทย&amp;quot; &amp;nbsp;และละครดึกดำบรรพ์เรื่องนางเสือง สื่อถึงพระราชจริยาวัตรงดงามของพระบรมราชินีนาถใน ร.9 ยิ่งใหญ่!! ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรร่วมพารากอนจัดนิทรรศการงานช่างชิ้นเอกนับพันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 ส.ค.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วันที่ 12 สิงหาคม &amp;nbsp;2561 กระทรวงวัฒนธรรม โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) ร่วมกับสำนักการสังคีต กรมศิลปากร &amp;nbsp;จัดการแสดงรำถวายพระพร &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ธ สถิตหทัยไทย&amp;quot; และการแสดงละครดึกดำบรรพ์ เรื่องนางเสือง ในวันที่ 10 ส.ค.61 เวลา 14.00 น. ณ โรงละครแห่งชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงพสกนิกรในทุกถิ่นทุกแดน และถวายพระพรให้พระองค์มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน แสดงโดยนาฏศิลปินสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ประพันธ์บทโดยนายสมรัตน์ ทองแท้ นาฏศิลปินอาวุโส บรรจุเพลงโดยนายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญ คีตศิลปินอาวุโส นายชวลิต สุนทรานนท์ นักวิชาการละครและดนตรีทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาและออกแบบการแสดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแสดงเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้จะเป็นการอนุรักษ์และสืบสานการแสดงละครดึกดำบรรพ์ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับชมการแสดงที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพราะเห็นเหตุสำคัญแห่งนางเสืองที่ละม้ายเหมือนพระราชจริยาวัตรในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งในพระราชอิสริยยศแห่งพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระราชมารดา ตลอดจนความภักดีเทิดทูนบูชาที่ทรงได้รับจากอาณาประชาราษฎร์ แสดงโดยนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และนาฏศิลปินจากสำนักการสังคีต สำหรับนางเสือง บทประพันธ์ของอาจารย์สมภพ จันทรประภา กำกับการแสดงโดย ศ.กิตติคุณ ดร.สุรพล วิรุฬรักษ์ แสดงโดย ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป สบศ. และศิลปินจากสำนักการสังคีต&amp;quot; นายอนันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีรพน พิสณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ศมส.สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 จึงกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติขึ้น โดยร่วมกับชุมชนในพื้นที่เขตตลิ่งชัน จัดกิจกรรมเทศมหาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ณ ชุมชนวัดจำปา เ ขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ในวันที่ 11-12 ส.ค. เวลา 07.00-20.00 น. นอกจากจะเป็นกิจกรรมเพื่อถวายพระพรชัยมงคลแล้ว ยังเป็นการสืบสานพระราชปณิธาน &amp;quot;ธรรมราชินี&amp;quot; ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริให้ประชาชนได้ปฏิบัติธรรมเป็นมงคลแก่ชีวิต อีกทั้งยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมไทยตามแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานไว้ 9 แนวทางให้รัฐบาลและประชาชนยึดเป็นหลักปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กิจกรรมเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ เป็นการจัดการเทศน์มหาชาติแบบโบราณร่วมกับชุมชนวัดจำปา โดยใช้บทประพันธ์ที่เป็นบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเทศน์เป็นทำนอง เรียกว่าเทศน์มหาชาติ หรือเรียกเต็มว่าเทศน์มหาชาติเรื่องเวสสันดรชาดก แปลว่าชาติที่ยิ่งใหญ่, การเกิดครั้งยิ่งใหญ่ &amp;nbsp;หมายถึงการเกิดของพระเวสสันดรโพธิสัตว์ ถือเป็นการเกิดครั้งสำคัญยิ่งใหญ่กว่าทุกชาติที่ผ่านมา ทั้งยังมีการแสดงเพลงทรงเครื่องเรื่องพระเวสสันดร โดยแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติประกอบด้วย เพื่ออนุรักษ์การแสดงพื้นบ้านมรดกของชาติ โดยจะมีการบันทึกพิธีกรรมไว้เป็นฐานข้อมูลของ ศมส. สำหรับประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้าในอนาคต&amp;quot; นายพีรพนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกันที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นประธานเปิดนิทรรศการความหลากหลายทางจิตรกรรมศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ซึ่งศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ร่วมกับมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;และภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ร่วมสืบสานพระราชปณิธานด้านอนุรักษ์งานช่างฝีมือไทย และเผยแพร่ผลงานจิตรกรรมที่หลากหลายของครูและนักเรียนศิลปาชีพแผนกต่างๆ จัดแสดงและจำหน่าย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำทูลเกล้าฯ &amp;nbsp;ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยเสด็จพระราชกุศลเพื่อสมทบทุนโครงการศิลปาชีพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเวก อรุณรัตน์ กรรมการบริหารศูนย์ศิลปาชีพบางไทร กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระราชประสงค์ให้ก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางภูมิปัญญาด้านศิลปหัตกรรมของไทย มุ่งเน้นการฝึกและส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรในชนบท เพื่อเป็นรายได้เสริมยามว่างจากการทำการเกษตร และสืบทอดภูมิปัญญาศิลปะไทยทุกแขนง ที่ผ่านมาได้สร้างสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่าจนเป็นที่ประจักษ์ในชื่อสกุลช่าง นิทรรศการครั้งนี้ได้รวบรวมผลงานจำนวนกว่า 1,000 ชิ้นมาจัดแสดงและจำหน่าย อาทิ งานวาดสีน้ำมัน จิตรกรรมประยุกต์ เครื่องเคลือบดินเผา &amp;nbsp;ภาพเขียนลายไทย โดยจะมีการนำผลงานชุดใหม่ผลัดเปลี่ยนมาจัดแสดงและจำหน่าย ถือเป็นผลงานชิ้นเอก เช่น งานเซรามิก โดยช่างเซรามิกของศูนย์ฯ ชนะเลิศการประกวดในไทยและระดับนานาชาติทางด้านศิลปกรรม ด้านหัตถกรรม และอุตสาหกรรมดีเด่น และจิตรกรรมประยุกต์ในสหรัฐอเมริกา และสวิตเซอร์แลนด์ ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ ณ ไลฟ์สไตล์ฮอล ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน &amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 12 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งานจิตรกรรมของศูนย์ศิลปาชีพบางไทรโดดเด่นเป็นงานศิลปะบริสุทธิ์ มีเทคนิคหลากหลาย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมของไทย เห็นได้จากผลงานผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผา ภาพสีน้ำมัน จิตรกรรมประยุกต์ และลายไทย ลายรดน้ำ สร้างผลิตภัณฑ์สกุลช่างให้เป็นที่จดจำและมีเอกลักษณ์ว่ามาจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ภายในงานนำผลงานจิตรกรรมไทยชิ้นเอกมาจัดแสดง อาทิ ภาพสีน้ำมันรังสรรค์พระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดย อ.สมาน &amp;nbsp;คลังจัตุรัส งานประติมากรรมสื่อผสมยุ้งข้าว งานเครื่องเคลือบดินเผา &amp;#39;ดินแดนแห่งความสุข&amp;#39; ภาพลายไทยที่คัดลอกภาพวัดสุทัศนเทพวรารามฯ เพื่อการเรียนรู้ตามครูช่างโบราณ โดยใช้เทคนิคสีฝุ่น ปิดทอง&amp;quot; &amp;nbsp;นายวิเวกกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14844</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ, นายอนันต์ ชูโชติ, พีรพน พิสณุพงศ์, วิเวก อรุณรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b6857c867619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
