<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2020 08:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>102 ภาพจากฟิล์มกระจก ย้อนเวลาสู่อดีต ร.5-ร.7 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมาชิกเริ่มแรกของกองเสือป่าฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากย้อนกลับไปในอดีต การถ่ายภาพในประเทศไทย ด้วยฟิล์มกระจก ได้เริ่มขึ้นในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 &amp;nbsp;และแพร่หลายมากขึ้นในรัชสมัย รัชกาลที่ 4 และ รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชนิยมถ่ายภาพมาก จนถึงรัชสมัย รัชกาลที &amp;nbsp;6 และรัชกาลที่ 7 ที่ได้ทรงมีภาพบันทึกภาพในสมัยนั้นมากมาย ถือเป็นหบักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บันทึกเรื่องราวทั้งในแง่ บุคคล สถานที่ การเมือง เหตุการณ์สาคัญทั้งระดับชาติและนานาชาติไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ รัชกาลที่ 5 เป็นภาพที่ราษฎรพายเรือมารอรับเสด็จ ที่วัดไลย์ เมืองลพบุรี ในปี 2449 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน ฟิล์มกระจกและภาพต้นฉบับชุดหอพระสมุด วชิรญาณ องค์การยูเนสโก จำนวน 35,427 แผ่นได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกความทรงจำโลก &amp;nbsp;ประจำปี 2560 &amp;nbsp;ล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้จัด นิทรรศการ &amp;ldquo;ฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา&amp;rdquo; จากชุดหอพระสมุดวชิรญาณ กล่องที่ 1-24 และ 50-52 จำนวน 102 ภาพ จาก 1,000 ภาพในชุดนี้ เพื่อนำพาผู้คนที่ได้เข้าชม เดินทางย้อนเวลาไปในอดีต &amp;nbsp;สัมผัสกับเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 7 โดยนิทรรศการจะจัดแสดงในวันที่ 10 กรกฎาคม &amp;ndash; &amp;nbsp;20 กันยายน 2563 ระหว่างเวลา 10.00 &amp;ndash; 18.30 น. ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ณ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขณะบูรณปฏิสังขร เมื่อปี 2422-2424&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในนิทรรศการได้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่1: ปฐมบรรพ การเสด็จประพาสหัวเมืองของ ในหลวงรัชกาลที่ 5 &amp;nbsp;และการเสด็จประพาสต้น ส่วนที่2 : ทุติยบรรพ สยามอันสุขสงบในรอยต่อของกาลเวลา เป็นภาพวิถีชีวิตที่ธรรมดาเป็นกิจวัตรของผู้คนในกรุงเทพฯ ให้บรรยากาศของความสุขสงบ เรียบง่ายของผู้คนและบ้านเมือง ส่วนที่3 : ตติยบรรพ ตะวันออกบรรจบตะวันตก เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นบทบาทของชาวตะวันตกที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวสยามในสมัยรัชกาลที่ 5 - รัชกาลที่ 7 และ ส่วนที่4 : จตุตถบรรพ เร่งรุดไปข้างหน้า สะท้อนให้เห็นถึงการรับอิทธิพลของชาติตะวันตกที่ทำให้สยามประเทศขณะนั้น เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการสร้างและเชื่อมโยงระบบเส้นทางรถไฟ ทั้งนี้ยังได้มีการคัดเลือกภาพจำนวน 205 ภาพ จัดทำคำบรรยายและตีพิมพ์ในหนังสือ ฟิล์มกระจกจดหมายเหตุ หนึ่งพันภาพประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เล่ม 2 อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ผู้ออกแบบนิทรรศการ ฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา กล่าวว่า การคัดเลือกภาพฟิล์มกระจกที่ถูกจัดแสดงภายในนิทรรศการและในการตีพิมพ์เป็นหนังสือ ที่ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญนั้นยากมาก เพราะแต่ละคนก็มีความสนใจในเรื่องราวที่แตกต่างกัน ก่อนนำภาพมาจัดเป็นกลุ่ม และดูว่าสามารถร้อยเชื่อมโยงเรื่องราวได้อย่างไร ดังนั้น จะเห็นว่าในแต่ละส่วนภาพจะสื่ออารมณ์ที่เป็นส่วนพระองค์ ซึ่งความท้าทายคือการจัดแสดงภาพที่จำกัดจำนวนภาพ และการเล่าเรื่องที่ต้องเชื่อมกันให้ได้ &amp;nbsp;ซึ่งในมุมมองฐานะช่างภาพ บทบาทของการถ่ายภาพ &amp;nbsp;ไม่ใช่เพียงแค่การบันทึกเหตุการณ์ แต่ยังเป็นการถ่ายทอดมุมมองการบันทึกของคนถ่ายภาพด้วย ภาพในการจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ จึงให้อารมณ์ ความรู้สึกและมีพลังในเวลาที่มองภาพ เพราะเราจะเห็นถึงวิถีชีวิต คน สังคม เหตุการณ์ต่างๆ ตามคอนเซ็ปของนิทรรศการ คือ การให้คนปัจจุบันได้เข้าใจและมีความรู้สึกผูกพันกับรูปภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นำชมนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างภาพในส่วนแรก เป็นการเล่าเรื่องการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 ตามหัวเมืองต่างๆ อย่างภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เป็นภาพที่ราษฎรพายเรือมารอรับเสด็จ ที่วัดไลย์ เมืองลพบุรี ในปี 2449 &amp;nbsp;หรือภาพของพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ที่ทรงมีความใกล้ชิดกับพระองค์ ทำให้เราได้สัมผัสความรู้ส่วนพระองค์ที่ถ่ายทอดความสุข แต่ก็ยังมีมุมที่พระองค์โศกเศร้า ในภาพถ่ายงานพระราชทานเพลิงพระศพของพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภชด้วย นอกจากนี้ ยังมีภาพขณะทรงเสด็จไปที่เกาะสีชัง หรือภาพระหว่างทางเไปพระนครคีรี ไปถ้ำหลวงที่ทุ่งเขาพนมขวด และในส่วนถัดๆไป เราก็จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต่างของประเทศในสมัยนั้น ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าด้วยภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; ท่านผู้หญิงสิริกิติยา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํากระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า &amp;nbsp; ภายในนิทรรศการผู้ที่เข้ามาชมจะได้ชมภาพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบรมวงศ์ ขุนนาง และช่างภาพ ซึ่งแต่ละท่านมีมุมมองในการถ่ายภาพ การจัดวางองค์ ประกอบ และการสื่อความหมายที่แตกต่างกันออกไป สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการด้านต่างๆ ทั้งการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ บุคคล สถานที่ และเหตุการณ์สําคัญในอดีตได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การเผยแพร่ &amp;nbsp;ศึกษา ค้นคว้า วิจัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถนนเจริญกรุงตัดกับถนนมหาชัยฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของนิทรรศการครั้งนี้มาจากการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์เอกสารจดหมายเหตุ โดยในปี &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp;กรมศิลปากร โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้ดำเนินงานอนุรักษ์ฟิล์มกระจกต้นฉบับ ชุด หอพระสมุดวชิรญาณ กล่องที่ 1-24 และ 50-52 จำนวนอีกกว่า 1,000 &amp;nbsp;ภาพ ที่มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาแปลงฟิล์มกระจกต้นฉบับ ให้อยู่ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล เพื่อลดการสัมผัสฟิล์มกระจกต้นฉบับ ที่มีลักษณะเปราะบาง เสี่ยงต่อการแตกหักเสียหาย จากนั้น จึงนำสำเนาไฟล์ดิจิทัลมากำหนดรหัส และจัดทำคำบรรยาย โดยมีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับภาพถ่ายโบราณ มาร่วมศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดคำบรรยายภาพที่ถูกต้องเหมาะสม คัดเลือก จำนวน 205 ภาพ มาจัดพิมพ์เป็นหนังสือฟิล์มกระจกจดหมายเหตุ หนึ่งพันภาพประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ เล่ม 2 และคัดเลือก102 ภาพมาจัดแสดงในนิทรรศการตรั้งนี้ &amp;nbsp;ที่สามารถชมนิทรรศการเสมือนจริง ด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality นำเสนอข้อมูลนิทรรศการแบบออนไลน์ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวแบบเสมือนจริง ได้ผ่านเว็บไซต์ www.nat.go.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพเรือกลไฟสี่เสา ขนส่งสินค้าจากสยามไปทวีปยุโรปฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเสวนาวิชาการ 2 ครั้ง ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ คือ ​​ครั้งที่ 1 ในวันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2563 เวลา 13.30-15.30 น. ในหัวข้อ เบื้องหลังการอ่านภาพฟิล์มกระจก ครั้งที่ 2 ในวันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2563 เวลา 13.30-14.30 น. ในหัวข้อ เล่าเรื่องการเก็บรักษาฟิล์มกระจกและภาพเก่า ​​ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th หรือ facebook ของกรมศิลปากร และสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพขณะเสด็จประพาสทะเลตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลาเฉลิมกรุงฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
--------------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, ภาพถ่ายฟิล์มกระจก 102 ภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01aa6b93a8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56194</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Bangkok Desigh Week 2020 ผลงานดีไซน์ใหม่ในย่านเก่ากรุงเทพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการภาพถ่ายตามรอย ร.5 ของท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ภายในศุลกสถาน ย่านเจริญกรุง พื้นที่หลักจัดงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Design Week ไม่เคยทำให้ผู้มาเยี่ยมชมผิดหวัง เมื่อได้เห็นผลงานดีไซน์เด่นๆ ให้ความรู้และสร้างประสบการณ์ใหม่ ปีนี้กลับมาใช้งานออกแบบปลุกย่านเจริญกรุง ชุมชนเก่าแก่ของไทยให้ตื่นขึ้นมามีสีสันด้วยงานที่กลมกลืนกับพื้นที่อีกครั้ง ภายใต้การผลักดันของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศกว่า 60 หน่วยงาน รวมถึงนักออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์กว่า 2,000 ราย ร่วมนำเสนอไอเดียภายใต้ธีม &amp;ldquo;Resilience: New potential for living ปรับตัว &amp;gt; อยู่รอด &amp;gt; เติบโต&amp;rdquo; สื่อการออกแบบเป็นกลไกสำคัญต่อการขับเคลื่อน พัฒนา ปรับ เปลี่ยนความคิด และคุณภาพชีวิตของคนทั้งเมืองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มีงานดีไซน์โลดแล่นไปตามเส้นทางในพื้นที่ชุมชนและจัดแสดงกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นภายในและภายนอกอาคาร TCDC ที่อยู่ในบริเวณเดียวกับอาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก, ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย, ธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย, ศุลกสถาน อาคารประวัติศาสตร์อดีตโรงเก็บภาษีริมน้ำเจ้าพระยา, อาคารริมน้ำเจ้าพระยาทรงนีโอคลาสสิก, ที่ทำการเก็บภาษีสินค้าขาเข้า และมัสยิดชุมชนฮารูณ อายุกว่า 100 ปี ความพิเศษ ปีนี้ขยายพื้นที่จัดงานไปยังสามย่าน, อารีย์-ประดิพัทธ์ และทองหล่อ-เอกมัย โดยสามารถเข้าชมงานได้ตั้งแต่วันนี้-9 กุมภาพันธ์ 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ศุลกสถาน&amp;quot; อาคารประวัติศาสตร์คู่ย่านเจริญกรุง อีกพื้นที่ไฮไลต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA กล่าวว่า จากการจัดงาน 2 ปีที่ผ่านมาในย่านเจริญกรุง พื้นที่หลักจัดเทศกาลมียอดผู้เข้าชมงานทั้งไทยและต่างประเทศรวมแล้วไม่น้อยกว่า 400,000 คน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน อาทิ การท่องเที่ยว การลงทุนใหม่ๆ และการเติบโตของชุมชนที่มีการต่อยอดของสินค้าเก่าแก่ภายในชุมชน ซึ่งได้พัฒนารูปแบบการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ ให้เหมาะกับปัจจุบันมากขึ้น หนึ่งในพื้นที่ไฮไลต์ของงานอย่าง ศุลกสถาน ซึ่งปิดมานานนั้น มีชีวิตขึ้นอีกครั้งจากเทศกาลนี้ ก่อนอาคารจะได้รับการบูรณะใน 2-3 ปีข้างหน้า บวกกับในพื้นที่ที่ได้ขยายการออกแบบเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ภาพของย่านสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์เด่นชัด มีศักยภาพมากขึ้นในทุกปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ เราจึงจะขอพาไปศุลกสถาน อาคารอายุกว่า 130 ปีคู่ย่านเจริญกรุง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เคยเป็นที่ทำการเก็บภาษี ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสถานีตำรวจน้ำและสถานีดับเพลิง ปัจจุบันอาคารนี้อยู่ระหว่างการบูรณะ และไม่ได้เปิดให้ใครเข้ามานาน แต่ช่วงเทศกาลงานออกแบบประชาชนเข้าชมได้เป็นพิเศษ เพราะมีนิทรรศการภาพ Hundred Years Between ของท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนิทรรศการภาพถ่ายจำนวน 19 ภาพ จัดแสดงครั้งแรกภายในอาคาร โดยเป็นผลงานจากการเดินทางตามรอยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ เมื่อปี พ.ศ.2450 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมเสนอผลงานในอาคารประวัติศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเดินทางว่า ได้ศึกษาค้นคว้าพระราชหัตถเลขาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ร.5 ทรงมีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดา อย่างละเอียด ในพระราชนิพนธ์เรื่อง &amp;quot;ไกลบ้าน&amp;quot; นิทรรศการนี้ได้หยิบยกจดหมายบางฉบับที่รัชกาลที่ 5 ทรงเขียนถึงพระราชธิดามาร้อยเรียงไปกับจดหมายที่ตนนั้นได้เขียนถึงรัชกาลที่ 5 ประกอบกับภาพถ่ายในสถานที่ต่างๆ ที่ตนได้ตามรอยพระองค์ ช่วงเดือนสิงหาคม 2562 เป็นเวลา 11 วัน สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ที่ยังคงอยู่ เพียงแต่ซับซ้อนด้วยเรื่องของเวลา ภาพถ่ายทั้งหมดเป็นแนวภาพแลนด์สเคป และไม่คิดมาก่อนว่าจะได้นำมาจัดนิทรรศการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่ภาพถ่ายสามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของอาคารแห่งนี้ ซึ่งได้เคยจัดงานเลี้ยงตอนรับเมื่อครั้งพระองค์เสด็จฯ กลับจากนอร์เวย์ครั้งที่ 2 ภาพมีการปรับแต่งสีเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับโทนสีของอาคาร นิทรรศการนี้เน้นโทนสีเขียว ฟ้า และเทา ผสานกับการใช้แสงจากธรรมชาติ ที่ไม่ว่าจะมาชมงานในเวลากลางวันหรือกลางคืน จะได้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน&amp;quot; ท่านผู้หญิงสิริกิติยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยาเล่าต่อว่า ในฐานะที่เป็นโหลน จะสื่อสารให้เห็นถึงธรรมชาติที่โอบล้อมเรา ชั้นแรกเกริ่นนำและแสดงจดหมายที่เราได้เขียนถึงพระองค์ เมื่อได้ใช้เส้นทางเดียวกับที่พระองค์เคยเสด็จฯ ซึ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก และได้เห็นถึงพลังของธรรมชาติที่ผู้คนในนอร์เวย์สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างใกล้ชิด ถัดมาเป็นส่วนของอาคารที่มีร่องรอยขุดค้น ซึ่งเป็นฐานของบ้านจีน ก่อนจะถูกสร้างเป็นศุลกสถาน แสดงภาพป่ากลางออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ เมื่อเข้าไปแล้วทำให้รู้สึกสงบ ใช้แสงธรรมชาติเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการภาพ Hundred Years Between&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นมาถึงส่วนของชั้นสอง ชั้นนี้ท่านผู้หญิงสิริกิติยาบอกว่ามีความเป็นตัวเองมากที่สุด ด้วยโทนสีทำให้รู้สึกนุ่มนวล เบาบาง และรู้สึกส่วนตัว เป็นภาพเมืองกู๊ดวังเงน (Gudvangen) &amp;nbsp;ซึ่งพระองค์เคยเสด็จฯ และทรงสงสัยเรื่องราวในอดีต เพราะเมืองนี้เคยชื่อว่า วีกกิ้งวัง (Viking Vang) พระองค์ได้ถ่ายรูปโรงแรมวีกกิ้งวังนี้เก็บไว้ แต่ปัจจุบันโรงแรมถูกทิ้งร้าง และชั้นสาม ที่ต้องการถ่ายทอดให้เห็นโครงสร้างของอาคาร เพื่อให้เรื่องราวเดิมยังคงอยู่ และสอดคล้องไปกับภาพ โดยห้องตรงกลางจะไปจดหมายที่เขียนเล่าถึงเมืองนอร์ทเคป เดินทางไปยังเกาะเล็กๆ ที่อยู่ออกไปจากเกาะสการ์สโวก เมืองที่พระองค์เคยเสด็จฯ ทรงเขียนถึงเมืองนี้ว่า คนนอร์เวย์มีความสามารถในการอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ อีกห้องย้อนกลับช่วงรัชสมัยของพระองค์ด้วยภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ร.5 จำนวน 25 ภาพ แสดงผ่านวิดีโอเชื่อมด้วยจดหมายที่แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่แตกต่างกันในสถานที่เดียวกัน ผู้เข้าชมจะเข้าใจประวัติศาสตร์และธรรมชาติมากขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจลงทะเบียนเข้าชมได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/Hundred-Years-Between ในวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ เปิดเข้าชมรอบแรก 11.00 น. และรอบสุดท้าย 20.30 น. และวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2563 เปิดเข้าชมรอบแรก 11.00 น. และรอบสุดท้าย 21.30 น. เข้าชมได้เพียงรอบละ 20 คนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาต่อที่งานดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อมบริเวณอาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง อย่าง หลุมหลบภัยทางอากาศ สร้างโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ได้ปรับพื้นที่ตรงส่วนทางเดินบันได ออกแบบแบบพาวิเลียนทรงออร์แกนิกให้เป็นพื้นที่สีเขียวเต็มไปด้วยต้นไม้สำหรับกรองอากาศ ผู้คนที่เดินทางเข้ามาพักจะได้พักอย่างสบายกาย ไร้กังวลเรื่องปัญหาเรื่องฝุ่นและอากาศร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีไซน์รักษ์โลก &amp;quot;หลุมหลบภัยทางอากาศ&amp;quot; อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งผลงาน Everlasting Forest by GC พิบูลย์ อมรจิรพร Director เล่าว่า ด้วยการออกแบบที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของวัสดุ คือ Fiberglass Reinforced Polymer (FRP) หรือไฟเบอร์กลาสที่เคลือบด้วยพอลิเมอร์ ที่คล้ายเหล็กเส้น แต่คุณสมบัติดีกว่าในการรับแรงดึง และยังสามารถผลิตให้ยาวเท่าไหร่ก็ได้ น้ำหนักเบา แม้จะม้วนมาก็สามารถคลี่ให้ตรงได้ง่าย ซึ่งเป็นวัสดุที่ผลิตในไทย และนิยมนำไปใช้งานในการผสมกับคอนกรีตในการก่อสร้าง และงานออกแบบอื่นๆ เกิดแนวคิดนำมาสร้างให้เป็นอุโมงค์คลุมทางเดิน มีป่าอยู่ตรงกลาง เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อคนอย่างเดียว แต่ทำเพื่อป่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับคู่ผลงานดีไซน์ชาวฝรั่งเศสกับไทยแสดงที่บ้านพักตำรวจน้ำ

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อที่บ้านพักตำรวจน้ำ ซึ่งใช้จัดแสดงผลงานการออกแบบในโครงการ D17/20 : Design in Southeast Asia โดยสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ระหว่างปี 2560-2562 โดยเป็นฝีมือการออกแบบจับคู่ทำงานระหว่างนักออกแบบชาวฝรั่งเศสและนักออกแบบไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มีผลงานกว่า 100 ผลงาน อาทิ ไทยจะเน้นสินค้าย้อมคราม ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า ของตกแต่งบ้าน หรืออินโดนีเซียมีงานออกแบบเครื่องใช้ในบ้าน อย่าง โคมไฟที่ตกแต่งด้วยลายผ้าบาติก และเวียดนามเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีดีไซน์เก๋ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดินลัดเลาะตามถนนไปต่อที่ O.P. Place Shopping Plaza สถานที่จัดแสดงงานออกแบบจากหลากหลาย เริ่มกันที่นิทรรศการ E!Room โดยบริษัท Asahi Kasei Microdevices จากประเทศญี่ปุ่น ที่จัดแสดงงานต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยการนำเสนอการคิดค้นวิจัยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่าในการผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยนวัตกรรม Sensor-less Sensor ที่แสดงให้เห็นถึงพลังงานที่ผลิตจากดิน ขนมปัง ผลไม้ น้ำ หรือวัสดุอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวัตกรรม Sensor-less Sensor ในนิทรรศการ E!Room&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีอีกหลายจุดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น BANGKOK SEALANDIA : SUMPHAT Gallery ได้ดีไซน์รูปแบบชีวิตในอนาคตปี 2050 ที่บ้านเหลียวแล ตลาดน้อย เขยิบไปที่ย่านทองหล่อ-เอกมัย จัดกิจกรรมธีม เพื่อนบ้านสร้างสรรค์ ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่-ประวัติศาสตร์ และธุรกิจคลื่นลูกใหม่ ถัดไปที่ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ โดยกลุ่มนักออกแบบนักวิจัยในย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ ร่วมกับ CEA รวมตัวกันเป็นกลุ่ม Tinkering Pot เสนอโครงการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์อารีย์-ประดิพัทธ์ เพื่อพัฒนาต้นแบบในพื้นที่จริงใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ การทำงาน การกินอยู่ และการเดินทางในย่าน ส่วนพื้นที่ชุมชนสามย่านสร้างสรรค์ผ่านผลงานอินสตอลเลชันดอกไม้ ในชื่อ PHKA: KARMA สื่อสารถึงวิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนที่เป็นปัญหาเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนุกสนานกับผลงาน Everlasting Forest by GC ไปรษณีย์กลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ยังมี 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1. Showcase &amp;amp; Exhibition 2.Talk &amp;amp; Workshop 3. Creative District 4. Event &amp;amp; Program และ 5. Creative Market นอกจากนี้ยังมี Pinkoi Market in Bangkok 2020 รวบรวมงานดีไซน์จากไทย ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ThaiGa Creative Market 2020 ตลาดสินค้าจากสตูดิโอออกแบบและนักสร้างสรรค์ไทย Meta Food market ตลาดอาหารกลายพันธุ์ การประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์กับอาหาร ตั้งแต่วิธีการคิด และผลิต เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 เปิดให้ร่วมกิจกรรมถึงวันที่ 9 ก.พ.นี้ ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ ได้ทางเว็บไซต์: bangkokdesignweek.com เฟซบุ๊ก: BangkokDesignWeek อินสตาแกรม: bangkokdesignweek #BKKDW2020 และ #bangkokdesignweek.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56194</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, เจริญกรุง, เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37efd341287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ 60 ปี วิถี แสง” จับสังคมวัฒนธรรมไว้ในภาพถ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 262&amp;nbsp;ภาพถ่ายในนิทรรศการภาพถ่าย&amp;nbsp;&amp;quot; 60&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;วิถี แสง&amp;quot;&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ที่จัดแสดง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;BAB BOX (ONE BANGKOK)&amp;nbsp;ทำให้ผู้ชมตระหนักถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์&amp;nbsp;วิถีวัฒนธรรมและสภาพสังคมที่ซุกซ่อนในภาพและช่วยให้เรามองภาพถ่ายเชิงของการสื่อสารอย่างลึกซึ้งไม่ใช่แค่นิทรรศการรวมภาพสวยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;การนี้&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมาร&amp;nbsp;ทรงเปิดงานนิทรรศการภาพถ่าย&amp;quot;60&amp;nbsp;ปีวิถีแสง&amp;quot;&amp;nbsp;และพระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์&amp;nbsp;เป็นภาพสุนัขและแมวทรงเลี้ยงที่วังสระปทุมเพื่อแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วยนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา&amp;nbsp;เจนเซน&amp;nbsp;พระธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;สิริวัฒนาพรรณวดี นำภาพถ่ายเป็นภาพใบบัวร่วมแสดงด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เป็นภาพสุนัขและแมวทรงเลี้ยงในวังสระปทุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคุณหญิงวรรณา&amp;nbsp;สิริวัฒนภักดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองประธานกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจจำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;นายฐาปน&amp;nbsp;สิริวัฒนภักดี&amp;nbsp;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท&amp;nbsp;ไทยเบฟฯ&amp;nbsp;ในนามประธานมูลนิธิบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ ศ.ดร.อภินันท์โปษยานนท์&amp;nbsp;ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์บางกอกอาร์ตเบียนนาเล่&amp;nbsp;นายนิติกร กรัยวิเชียร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมบริษัทไทยเบฟฯ&amp;nbsp;และคณะผู้จัดงานเฝ้าฯรับเสด็จ&amp;nbsp;ณBAB BOX&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพถ่ายของศิลปินนักถ่ายภาพทุกๆรุ่นที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ&amp;nbsp;ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันในช่วงเวลา60&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;นับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมฯ&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;ได้รวบรวมไว้ในงานใหญ่ครั้งนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วยศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์(ภาพถ่าย)&amp;nbsp;จำนวน6&amp;nbsp;คนดังนี้&amp;nbsp;ศ.พูน&amp;nbsp;เกษจำรัส&amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2531&amp;nbsp;นายจิตต์&amp;nbsp;จงมั่นคง&amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2538&amp;nbsp;นายไพบูลย์&amp;nbsp;มุสิกโปดกศิลปินแห่งชาติปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2547&amp;nbsp;นายยรรยงโอฬาระชิน&amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2550&amp;nbsp;นายวรนันทน์&amp;nbsp;ชัชวาลทิพากร&amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2552&amp;nbsp;นายเดโช&amp;nbsp;บูรณบรรพต&amp;nbsp;ศิลปินแห่งชาติปี2559&amp;nbsp;รวมไปถึงผู้บริหารสมาคมฯและสมาชิกอื่นๆ&amp;nbsp;รวมจำนวน262&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระอันสำคัญและเพื่อบันทึกไว้เป็นแหล่งข้อมูลให้คนรุ่นหลังได้ย้อนกลับมาศึกษาถึงความคิดมุมมองจินตนาการผ่านเลนส์ที่มีต่อสังคมวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมในประเทศไทยในยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายของท่านผู้หญิงสิริกิติยา&amp;nbsp;เจนเซน&amp;nbsp;ร่วมแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดาว&amp;nbsp;วาสิกศิริ&amp;nbsp;ศิลปินภาพถ่ายที่ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักกว้างขวางในเวทีนานาชาตินายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีวงการถ่ายภาพพัฒนาไปมากทั้งด้านเทคนิคกล้องอุปกรณ์บันทึกภาพจากภาพที่ถ่ายจากกล้องฟิลม์สู่กล้องดิจิตอลเช่นเดียวกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;พัฒนาไม่หยุดยั้งทโดยสร้างเสริมความรู้และประสบการณ์แก่สมาชิกและนักถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเสริมความรู้ถ่ายภาพ&amp;nbsp;จัดนิทรรศการภาพถ่ายจัดประกวดภาพถ่ายและการร่วมบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ&amp;nbsp;รวมถึงอนุรักษ์ภาพถ่ายโบราณเพื่อเฉลิมฉลองครบ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สมาคมฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ภาพ262&amp;nbsp;ภาพที่คัดมาแสดง&amp;nbsp;ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญให้คนรุ่นหลังได้ย้อนกลับมาศึกษาถึงความคิดมุมมองจินตนาการผ่านเลนส์ที่มีต่อสังคมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;คำว่า&amp;ldquo;วิถีแสง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นการบันทึกแสงทุกรูปแบบศิลปิน ในอดีตกว่าจะจับแสงได้แต่ละภาพมีกระบวนการคิดและวางแผน ฃต่างจากยุคดิจิตอล&amp;nbsp;ผลงานของศิลปินแห่งชาติที่ถือเป็นสุดยอดในยุคสมัยได้นำมาแสดงรวมถึงงานภาพถ่ายร่วมสมัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผมพูดเสมอว่า&amp;nbsp;ในบ้านเราแชร์เรื่องความสวยงามของภาพเป็นหลัก&amp;nbsp;ภาพสวยๆ&amp;nbsp;คนกดไลค์&amp;nbsp;อยากให้คนรักการถ่ายภาพนึกถึงเนื้อหาของภาพเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ปัจจุบัน&amp;nbsp;แต่สำหรับอนาคต&amp;nbsp;ทุกการกดชัตเตอร์เป็นบันทึกประวัติศาสตร์&amp;nbsp;คนเจนเนอเรชั่นต่อไปได้อะไรจากภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ดาว&amp;nbsp;ย้ำคิดเยอะๆก่อนลั่นชัตเตอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐาปน&amp;nbsp;สิริวัฒนภักดี&amp;nbsp;ผู้บริหารไทยเบฟฯ ในนามประธานมูลนิธิบางกอกอาร์ตเบียนนาเล่ และ ดาว วาสิกศิริ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิถีแสงผ่านภาพถ่ายในนิทรรศการยังถ่ายทอดอารมณ์&amp;nbsp;ความรู้สึก&amp;nbsp;สะท้อนจินตนาการไม่สิ้นสุดของศิลปิน&amp;nbsp;อาจารย์ตุลย์&amp;nbsp;หิรัญญลาวัลย์&amp;nbsp;ศิลปินผู้หลงรักการบันทึกภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯกล่าวว่าแสงคือวัตถุดิบสำคัญของการทำงานถ่ายภาพและภาพถ่ายเป็นตัวแทนวัตถุพยานที่มีอยู่จริงในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพที่แสดงร้อยเรียงเล่าเรื่องแต่แรกตั้งสมาคมฯ&amp;nbsp;อย่างภาพขาวดำเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์โดย&amp;nbsp;ศ.พูน&amp;nbsp;เกษจำรัส&amp;nbsp;สะท้อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่สืบทอดมายาวนานซึ่งคนไทยจะมีโอกาสร่วมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้อีกครั้งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลายในหลวงเสด็จเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารควันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธันวาคมนี้&amp;nbsp;จนถึงภาพของศิลปินรุ่นใหม่&amp;nbsp;เชื่อว่า&amp;nbsp;262&amp;nbsp;ภาพต้องมีสักภาพเป็นแรงบันดาลใจให้อยากหยิบกล้องไปถ่ายภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;สมาคมฯ&amp;nbsp;สนับสนุนการถ่ายภาพแก่ทุกกลุ่มที่สนใจ&amp;nbsp;บางคนได้ยินชื่อสมาคมฯนึกถึงผลงาน&amp;nbsp;Old School&amp;nbsp;เป็นงานแบบเก่า&amp;nbsp;ในมุมของผมเก่าไม่ใช่ไม่ดี&amp;nbsp;เราอนุรักษ์ภาพถ่ายของครูบาอาจารย์&amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้&amp;nbsp;ตอนนี้เทรนด์ที่มาแรงเด็กยุคใหม่หันกลับมาถ่ายรูปด้วยกล้องฟิลม์&amp;nbsp;แต่ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างเราจึงจัดกิจกรรมทอล์กเพื่อให้กลุ่มคนรักถ่ายภาพมาแลกเปลี่ยนกันการใช้แสงเงา&amp;nbsp;รวมถึงเข้ามาดูผลงานของศิลปินช่างภาพที่บันทึกผ่านกล้องฟิล์มขาวดำสมาคมฯ&amp;nbsp;ตั้งเป้าจะเป็นบ้านหลังใหญ่อันอบอุ่น&amp;nbsp;ไม่ได้สนับสนุนแค่มืออาชีพ&amp;nbsp;แต่รุกเข้าหาคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;นิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;คนด้อยโอกาสที่สนใจถ่ายภาพ&amp;nbsp;อยากให้คนรุ่นใหม่เปิดใจร่วมกิจกรรมกับเรา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อาจารย์ตุลย์&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;catwalk&amp;rdquo;&amp;nbsp;ภาพถ่ายของ อ.ตุลย์&amp;nbsp;หิรัญญลาวัลย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อคนรุ่นใหม่อยากอยู่บนเส้นทางภาพถ่ายที่เป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;ศิลปินชื่อดังกล่าวว่า&amp;nbsp;สิ่งที่ควรเกิดขึ้นในภาพถ่ายยุคใหม่&amp;nbsp;เป็นภาพสื่อเรื่องราวและมีแง่มุมช่วยให้ภาพหนึ่งภาพสมบูรณ์มากขึ้น&amp;nbsp;โอกาสที่คนจะถ่ายภาพให้สวยในหนึ่งภาพนั้นง่ายแต่ภาพที่เสนอความคิดและมีความเป็นสากลหายาก&amp;nbsp;รวมทั้งฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ทุกวันนี้ผมก็ยังค้นหาตัวเองสร้างงานทุกวัน&amp;nbsp;ไม่มีวันไหนไม่จับกล้อง&amp;nbsp;รวมถึงสอนหนังสือสร้างความรู้การถ่ายภาพตามสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;แม้กระทั่งการจัดนิทรรศการภาพถ่าย&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีวิถี แสง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลายภาพน่าสนใจเป็นแรงผลักดันให้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกครั้งที่กดชัตเตอร์&amp;nbsp;ถามตัวเองรู้สึกอะไร&amp;nbsp;งานปัจจุบันถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ภายในมากกว่าความงามที่อยู่ตรงหน้า&amp;nbsp;อย่างผลงานชื่อ&amp;ldquo;Catwalk&amp;rdquo;&amp;nbsp;ของผมที่ได้รับเลือกแสดงงาน&amp;ldquo;&amp;nbsp;อาจารย์ตุลย์&amp;nbsp;กล่าวและฝากให้ติดตามภารกิจของสมาคมฯจะมีนิทรรศการใหญ่ต้นเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51058</URL_LINK>
                <HASHTAG>60ปีวิถีแสง, กรมสมเด็จพระเทพรัตนฯ, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย), สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddb78f0effbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ท่านผู้หญิงสิริกิติยา”ดึงGoogleเผยแพร่ข้อมูลประวัติศาสตร์”วังหน้า” บนแพลตฟอร์มออนไลน์   Google Arts &amp; Culture </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.62-ที่ศาลาสำราญมุขมาต์ยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมภายใต้การสนับสนุนจากท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนพระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมกับ Google Arts &amp;amp; Culture เปิดตัวนิทรรศการ&amp;ldquo;วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา&amp;rdquo;ในรูปแบบดิจิทัลบนเว็บไซต์ &amp;nbsp;Google Arts &amp;amp; Culture หรือแอปพลิเคชัน Google Arts &amp;amp; Culture ทั้งบนระบบ iOS และAndroid โดยรวบรวมผลงานสร้างสรรค์จำนวน138 รายการถ่ายทอดเรื่องราวของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือ &amp;nbsp;&amp;ldquo;วังหน้า&amp;rdquo; และแสดงสภาพแวดล้อมเสมือน( Street View) สำหรับการสำรวจพื้นที่วังหน้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ &amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ในฐานะผู้อำนวยการโครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า Google Arts &amp;amp; Culture เป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยแบ่งปันอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยออกสู่สายตาชาวโลกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเรื่องราวของวังหน้าผ่านGoogle Arts &amp;amp; Culture เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สำรวจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และชื่นชมอนุสรณ์สถานอันล้ำค่าของไทยในหลากหลายมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา กล่าวว่าโครงการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยีเกิดขึ้นครั้งแรกเพื่อสร้างความรู้จักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า &amp;nbsp;เราเติบโตเมืองนอกก็พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับวังหน้าโชคดีได้ทำงานที่กรมศิลปากรเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญนักประวัติศาสตร์จำนวนมากได้ความรู้จากการแลกเปลี่ยนและพูดคุยถึงอดีตและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่วังหน้าร่องรอยวังหน้าอยู่ตรงไหนประวัติศาสตร์ไทยอ่านได้แต่อยากนำข้อมูลในพื้นที่ให้คนเข้าถึงประวัติศาสตร์ได้ง่ายขึ้นและเข้าใจได้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่ห่างไกลจากประวัติศาสตร์ของไทย &amp;nbsp;เราเข้าไปค้นหาข้อมูลวังหน้าที่จดหมายเหตุและหาหนังสือภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องในร้านเอเชียบุ๊คสร้านคิโนะคุนิยะ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ข้อมูลยังไม่เพียงพอเกิดความคิดจะขยายข้อมูลต่างๆเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา กล่าวว่า จากการศึกษาโครงการฯดังกล่าวกรมศิลปากรได้จัดนิทรรศการ&amp;rdquo;วังน่านิมิต&amp;rdquo; ครั้งแรกที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครปีที่แล้วเน้นเทคโนโลยีกระจายข้อมูลวังหน้ามีผลงานสร้างสรรค์จำนวน11 ชิ้นเป็นหอจมหมายเหตุอีกรูปแบบหนึ่งมีพันธมิตรเผยแพร่ในสื่อออนไลน์แม้นิทรรศการจบไปแล้วแต่ก็ยังเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนของโลก &amp;nbsp;ถัดมาเป็นนิทรรศการ&amp;rdquo;วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา&amp;ldquo; ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ &amp;nbsp;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครเชิญคนเข้าไปในพื้นที่วังหน้าเพื่อสัมผัสกับข้อมูลผ่านการเห็นได้ยิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับนิทรรศการวังหน้าในรูปแบบดิจิทัลผ่านGoogle Arts&amp;amp;Culture &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผลจากการติดตามผลงานของ &amp;nbsp; &amp;nbsp;Google Arts&amp;amp;Culture ซึ่งรวบรวมข้อมูลและผลงานศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญต่างๆทั่วโลกไว้บนโลกออนไลน์​ สนใจประวัติศาสตร์ได้ดูพิพิธภัณฑ์เบอร์ลินและชมตัวอย่างผลงานสำคัญแม้ไม่ได้ไปสถานที่จริงแต่ก็ยังได้เห็นสิ่งของจัดแสดงคิดในใจอยากให้คนทั่วโลกเห็นศิลปวัฒนธรรมไทยในรูปแบบนี้เพราะเมืองไทยมีของดีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครมีโบราณวัตถุและสิ่งของล้ำค่าจัดแสดงอยากให้คนได้เห็นและเข้าถึงความเก่งกาจของคนในอดีตจึงชวน &amp;nbsp;Google Arts&amp;amp;Culture &amp;nbsp; มาทำงานร่วมกันเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและเสนอข้อมูลจากนิทรรศการวังหน้านฤมิตในรูปแบบดิจิตอลและอินเทอร์แอคทีฟถือเป็นจดหมายเหตุอีกรูปแบบหนึ่งที่มีมิติทุกคนสามารถเข้าไปจับต้องเล่นกับมันโดยไม่ต้องเข้ามาที่วังหน้าประเทศไทยเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่คนเข้าถึงได้ตลอดเวลาโปรเจ็กต์ต่อไปจะเกิดขึ้นใน2 เดือนข้างหน้าเตรียมใช้เทคโนโลยีต่างประเทศเปิดข้อมูลวังหน้าในรูปแบบทันสมัยและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น&amp;ldquo; ท่านผู้หญิงสิริกิติยากล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมากรมศิลปากรพยายามนำเทคโนโลยีระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยเผยแพร่งานของกรมศิลปากร &amp;nbsp;ซึ่งประสบผลสำเร็จหลายด้านอาทิระบบคิวอาร์โค้ดและระบบเออาร์โค้ดนำชมพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุศิลปวัตถุ &amp;nbsp;ทำให้ผู้ชมเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วรวมถึงโครงการสมาร์ทมิวเซียมเป็นระบบนำชมพิพิธภัณฑ์แบบเสมือนจริงนอกจากนี้สำนักหอสมุดแห่งชาติและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติมีการพัฒนาระบบหนังสืออิเล็กทรอนิก(E book) และระบบสืบค้นเอกสารโบราณผ่านระบบD-Library &amp;nbsp;ตนได้รับรายงานจากฝ่ายเทคโนโลยีว่าข้อมูลออนไลน์เหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างมาก &amp;nbsp;แต่ละเดือนมีผู้เข้าชมล้านกว่าคนก็เป็นความภาคภูมิใจสำหรับการดำเนินโครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคลฯก่อนหน้านี้เคยจัดเป็นนิทรรศการที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครและนิทรรศการพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยสำหรับครั้งนี้เป็นการนำเสนอในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลช่วยกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว หัวหน้าฝ่ายนโยบายและความสัมพันธ์ภาครัฐบริษัทกูเกิ้ล(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หัวข้อนิทรรศการในรูปแแบบดิจิตัลแบ่งเนื้อหาเป็น4 ตอนมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้แก่ตอนที่1 รู้จักวังหน้าเป็นการกกล่าวถึงประวัติความเป็นมาและประวัติศาสตร์วังหน้าความคิดดั้งเดิมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดีย &amp;nbsp;ตอนที่2 กว่าจะเป็นนัยระนาบนอกอินซิทูณพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยเป็นการรวบรวมผลงานของศิลปินแต่ละท่านที่ได้รังสรรค์ไว้ในช่วงนิทรรศการเมื่อต้นปีที่ผ่านมาตอนที่3 ชุบชีวิตทางมรดกทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้อินซิทูเป็นการกล่าวถึงสิ่งปลูกสร้างที่เป็นร่องรอยของวังหน้าไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคชกรรมประเวศพลับพลาสูงและสิ่งอื่นๆที่ได้จัดแสดงไปแล้ว &amp;nbsp;ตอนที่4 ผัสสะของสิ่งที่จับต้องไม่ได้อินซิทูกล่าวถึงส่วนที่จับต้องไม่ได้เช่นเพลงพระปรมาภิไธยรวมถึงภาพวาดเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นิทรรศการทั้ง4 เรื่องนำเสนอผ่านภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงการซูมและวิดีโอเล่าเรื่องนิทรรศการเช่นประวัติของวังหน้าเพื่อให้เกิดความเข้าใจขั้นพื้นฐานในแง่มุมทางประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์การจัดพื้นที่เชื่อมโยงแนวคิดการจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามการนำเสนอเรื่องราวของสิ่งที่จับต้องไม่ได้ให้ผู้ชมได้สัมผัสและมีประสบการณ์ร่วมกันราวกับได้เดินชมวังหน้าด้วยตนเอง&amp;ldquo; นายจิระวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45985</URL_LINK>
                <HASHTAG>google, Google Arts &amp; Culture, กระทรวงวัฒนธรรม, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, วังน่านิมิต, วังหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c1ae7f3d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทยใต้ร่มพระบารมี” มรดกเชิงช่างชั้นสูง หาชมยากกว่า 500 ชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเชี่ยนหมากสุดวิจิตรบรรจง อีกงานหัตถศิลป์ชั้นสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญและส่งเสริม อนุรักษ์งานศิลปะและหัตถศิลป์ จนสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนคนไทย และเป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก &amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จึงได้จัดนิทรรศการ &amp;ldquo;หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทยใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมเปิดงานและชมนิทรรศการ ภายในงานได้จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ชั้นสูงหลากหลายแขนง นับตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยามาถึงกรุงรัตนโกสินทร์กว่า 500 ชิ้น เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้าชม และได้เห็นถึงงานช่างชั้นสูงที่มีคุณค่า อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการสืบสานและอนุรักษ์สืบต่อไปด้วย โดยสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้-30 สิงหาคม 2562 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เยี่ยมชมนิทรรศการในวันเปิดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT กล่าวว่า เนื่องในเดือนมหามงคลเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 12 สิงหาคม 2562 ด้วยเห็นถึงความสำคัญในการทรงงานของทั้งสองพระองค์ ที่แสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชีวิตใหม่ให้อาณาประชาราษฎรมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ด้วยงานศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นับเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นความภาคภูมิใจที่ได้รวมผลงานชิ้นเอกของนักสะสมชั้นนำหลากหลายวงการอาชีพให้เกียรตินำมาจัดแสดง เพราะผลงานบางชิ้นมีอายุเกินกว่า 200 ปี และสูญหายไปแล้ว สำหรับผลงานบางชิ้นเป็นของประจำตระกูลที่ได้รับพระราชทานเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษจากรุ่นสู่รุ่น ผลงานบางชิ้นมีคุณค่าทางจิตใจและเป็นความผูกพันของผู้สะสม ไปจนถึงรายการของสะสมที่เป็นทรัพย์สมบัติที่ล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ แต่ละชิ้นก็เป็นของรักของสะสมอันเป็นทรัพย์สมบัติในครอบครองที่ล้ำค่า และไม่เคยปรากฏสู่สายตาสาธารณชนที่ใดมาก่อน ซึ่งอาจจะเป็นการจัดแสดงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น&amp;rdquo; ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตื่นตาตื่นใจกับผลงานชิ้นเอกของนักสะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนักสะสม ครูวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ที่ได้นำเครื่องถมปัด ของสะสมที่เปรียบเสมือนครูต้นแบบในการเรียนรู้งานหัตถศิลป์ ได้บอกว่า ตั้งแต่สมัยยังเรียนได้เริ่มเก็บสะสมของเก่าโบราณเพื่อนำมาศึกษาลวดลายและความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานของช่างในอดีต นำมาต่อยอดประยุกต์เป็นผลงานเขียนหรือลวดลายลงบนผืนผ้า อย่าง เครื่องถมปัดที่นำมาจัดแสดง ซึ่งอยู่ในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-5 จะมีลวดลายหน้ากระดานและลายดอกไม้ต่างๆ แม้กระทั่งการ-วางคู่สี ที่นับว่ามีความสวยงามและเป็นงานชั้นครูทีเดียว นับว่าเป็นโชคดีของคนไทยที่พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์และส่งเสริม อีกทั้งพระองค์ยังทรงมีรสนิยมที่ดีเยี่ยมในการผสมผสานความเป็นไทยได้อย่างร่วมสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งนักสะสม ปัญญา พูนศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานหัตถกรรมสิ่งทอและเครื่องปั้นดินเผาที่พบในเขตจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ได้เล่าว่า ในงานครั้งนี้ได้นำผ้าทอปะลางิงมาจัดแสดง และเครื่องถ้วยฮอลแลนด์ จานมลายู ซึ่งจะพบในจังหวัดสงขลาและปัตตานี เพราะในอดีตเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญ และยังบ่งบอกฐานะของผู้ใช้ด้วย ซึ่งแหล่งต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอังกฤษและประเทศเนเธอร์แลนด์ ส่งเข้ามาขายในแถบเอเชีย อย่างจานที่เป็นรูปสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเล็มที่ 3 แห่งเนเธอร์แลนด์ และเจ้าหญิงโซเฟีย แห่งรัสเซีย ที่ทรงใช้เป็นของชำร่วยในงานอภิเษกสมรสมอบให้แก่ บาจินดาและบาจินดาราตู แห่งชวา ซึ่งปรากฏชื่อด้านล่างรูปเป็นภาษายาวี คาดว่าอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1839 ประเมินค่าไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออีกชิ้นเป็นจานอักษรมลายูสีแดงที่มีอายุราวๆ 150 ปี ไม่ได้มีไว้ใช้ แต่มีเพื่อประดับ เพราะบนจานเป็นอักษรของบทสรรเสริญพระเจ้าในศาสนาอิสลาม และยังระบุศาสนทูตของศาสนาอิสลามด้วย สำหรับนิทรรศการได้ถูกจัดแสดงแบ่งเป็น 4 ชั้น โดยนิทรรศการหัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี จะจัดแสดงที่ชั้น 3 และชั้น 4 ที่มีผลงานสะสมเก่าแก่มากมาย อาทิ ชิ้นงานสะสมส่วนบุคคล ซึ่งเป็นฉลองพระองค์ครุยที่มีอายุประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากเปอร์เซียและอินเดีย ทำจากผ้าบุหงาโปร่งจากยุโรป ตัดเย็บและปักเงินและทองปักนูนด้วยมือทั้งองค์ ส่วนด้านหน้าและด้านหลังเป็นลายพันธุ์พฤกษาที่มีความเก่าแก่แต่ยังคงงดงามด้วยลวดลายที่วิจิตรประณีต, ผ้าชั้นสูงที่ ศักดิ์ชัย กาย ได้สะสม เช่น ผ้าลายอย่าง นับว่าเป็นผ้าชั้นสูงที่นิยมอย่างยิ่งตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จานอักษรมลายูสีแดง อายุ 150 ปี&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีชุดเครื่องดินเนอร์เซตของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ที่พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา เป็นผู้สะสม แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมตะวันตกที่ได้เข้ามาเผยแพร่ในไทย และความนิยมของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงมาใช้เครื่องเคลือบกระเบื้องอีกด้วย, เครื่องเงิน-ในวัฒนธรรมกัมพูชาที่สะสมโดย ณัฐพร อุลปากร นับว่าเป็นเครื่องเงินที่สวยและมีรายละเอียด เพราะเป็นการทำจากช่างฝีมือชั้นสูงของไทยและกัมพูชา มีทั้งเทคนิคการฉลุ สลักดุนเป็นลายดอกไม้หรือลายสัตว์, เครื่องเขิน สะสมโดย โกมล พานิชพันธ์, กริชสกุลช่างสงขลา-นครศรีธรรมราช สะสมโดย สมพงษ์ พรหมมณี และอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเครื่องดินเนอร์เซตของช่วง บุนนาค

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของชั้นที่ 1 ก็จะมีการถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนชั้นที่ 2 นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ใต้ร่มพระบารมี และนิทรรศการความผูกพันที่น่ารักและน่าประทับใจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะ สมเด็จแม่ ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะ พระราชโอรส ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานศิลปหัตถกรรมแขนงต่างๆ กิจกรรม เช่น การสาธิตการทำงานคร่ำ การสลักดุน การเขียนหน้าโขน การตอกหนังตะลุง เป็นต้น ส่วนกิจกรรมการแสดง เช่น การเชิดหุ่นกระบอกการแสดงโนรา-หน้าพราน (ศิลปะการแสดงของภาคใต้) และการจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมอีกมากมายภายในนิทรรศการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถชมนิทรรศการ &amp;ldquo;หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-30 สิงหาคม 2562 เวลา 10.00-19.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ถนนราชดำเนินบริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าฯ) โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT, สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง, หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทยใต้ร่มพระบารมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d5263f32fffe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศิลปาชีพสร้าง &quot;ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี&quot; พระราชชนนีพันปีหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟชั่นผ้าชาวปกาเกอะญอในงานแถลงข่าว &amp;ldquo;ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกลหรือคนชายขอบที่ต้องมีชีวิตไม่มั่นคง มาถึงวันนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีงาน มีอาชีพ ด้วยพระบารมีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่งเสริมงานด้านศิลปาชีพแก่ราษฎรทั่วประเทศ ที่ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะพระราชโอรส ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริของ &amp;ldquo;สมเด็จแม่&amp;rdquo; เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; อย่างยิ่งใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานแรก รวบรวมเรื่องราวหัตถศิลป์จากภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์มาจัดแสดง พร้อมให้คนไทยได้สนับสนุนช่วยเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้ชื่องาน &amp;ldquo;ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี ครั้งที่ 2&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม ณ ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ งานที่สอง &amp;ldquo;หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; จุดเด่น คัดสรรผลงานหัตถกรรมชิ้นเอกของนักสะสมชั้นนำที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ และไม่เคยปรากฏสู่สายตามาก่อนมาแสดงจำนวนกว่า 500 ชิ้นอยู่ในงานครั้งนี้ ทั้งเครื่องถมปัด, งานศาสตราวุธล้านนา, งานผ้าโบราณ, เครื่องกระเบื้องเก่าแก่หายาก โดยยึดพื้นที่ทั้ง 5 ชั้นของหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ระหว่างวันที่ 8-30 สิงหาคมนี้ เปิดนิทรรศการวันที่ 8 สิงหาคม โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างงานหัตถศิลป์กลุ่มชาติพันธุ์ในงาน &amp;ldquo;ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี ครั้งที่ 2&amp;rdquo; วันที่ 8-12 สิงหาคมนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (SACICT) กล่าวว่า เดือนกรกฎาคมต่อเนื่องเดือนสิงหาคมเป็นเดือนมหามงคล การจัดงาน &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; จะบอกเล่าพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมุ่งมั่นสืบสานงานศิลปาชีพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสร้างงาน สร้างอาชีพให้ชนทุกกลุ่ม ทุกภูมิภาค โดยใช้งานศิลปหัตถกรรมสร้างรายได้ที่มั่นคง กลุ่มคนในพื้นที่ทุรกันดารได้รับพระมหากรุณาธิคุณมายาวนาน ทั้งกลุ่มคนบนที่สูง ชาวเขาเผ่าต่างๆ แม้ว เย้า มูเซอ ลีซอ ชาวปกาเกอะญอ อยู่ใต้ร่มพระบารมีอย่างมีความสุข สืบสานศิลปหัตถกรรมแต่ละชาติพันธุ์มีเอกลักษณ์และเสน่ห์แตกต่างกัน รวมทั้งกลุ่มชนชาติพันธุ์ที่อยู่ตามที่ราบลุ่ม เช่น ไทยวน ไทดำ ไทลื้อ ได้พัฒนางานศิลปหัตถกรรมมากขึ้น และนำเอกลักษณ์มาเผยแพร่ให้คนได้รู้จัก เรายกย่องเชิดชูครูช่างศิลปหัตถกรรมทั่วประเทศ และเปิดโอกาสให้ครูช่างพบกับผู้ซื้อหรือตลาด เกิดการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้อง ตอบโจทย์การใช้งานทันสมัย ชุมชนช่างทอโดยรอบก็ได้ประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; จากวิถีที่พึ่งพาเกษตร ราคาไม่แน่นอน ก็มีชีวิตใหม่ ยึดศิลปหัตถกรรมเป็นอาชีพหลัก มีตัวอย่างทั้งแม่สมศรี ปรีชาอุดมการณ์ ชาวปกาเกอะญอ พัฒนาผ้าทอปกาเกอะญอเป็นชุดเก๋ๆ เดิมใช้สีแดง ครีม เขียว ก็ปรับการใช้สีและลวดลายให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับย่ามหางยาวที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างรายได้ให้กลุ่มปกาเกอะญอเกือบพันคน หรือแม่ศรีนวล พร้อมใจ จ.เชียงใหม่ ช่างทอเส้นใยกัญชง หลังจากศึกษาดูงาน SACICT แล้ว พัฒนาจนมีแบรนด์ของตัวเอง &amp;ldquo;ทรายทอง ใยกัญชง&amp;rdquo; ได้สืบทอด ต่อยอดองค์ความรู้&amp;rdquo; อัมพวัน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการ SACICT ชมสาธิตการทอผ้าภูมิปัญญาปกาเกอะญอ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานด้านศิลปาชีพนั้น ผอ.SACICT เน้นย้ำว่า หลักในการขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนจะต้องรักษาคุณค่างานศิลปหัตถกรรม ทั้งเรื่องราว ความเป็นมา ตลอดจนทักษะฝีมือ และภูมิปัญญาดั้งเดิมยังคงอยู่ ไม่ทิ้งสิ่งเหล่านี้ให้สูญหายไป ส่งต่ออัตลักษณ์ให้คนรุ่นหลัง ทำให้ลูกหลานได้เห็น งานศิลปหัตถกรรมสร้างรายได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนตามพระราชดำริพระราชชนนีพันปีหลวง สำหรับ SACICT จะปฏิบัติงานสนองแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ โปรดเกล้าฯ ให้พระราชินีรับผิดชอบสานต่องานด้านศิลปาชีพ ถือเป็นคุณูปการใหญ่หลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมศรี ปรีชาอุดมการณ์ ครูทอผ้าปกาเกอะญอ จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากช่างทอปกาเกอะญอสู่ครูช่างศิลปหัตถกรรม สมศรี ปรีชาอุดมการณ์ ครูทอผ้าปกาเกอะญอ จ.เชียงใหม่ วัย 50 ปี กล่าวว่า เดิมชาวปกาเกอะญอทอผ้าใช้ในครัวเรือนและมอบผ้าให้คนที่รัก ลวดลายที่ปักนำมาจากธรรมชาติและสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ใบไม้ ดอกไม้ นาขั้นบันได จนกระทั่งแมงมุม ค้างคาว และรูปคน ลายผ้ายิ่งละเอียดก็แสดงถึงฝีมือคนทอ ส่วนสีใช้สีแดง เหลือง สีบานเย็น ที่ชาวบ้านดูว่าสวย จุดเด่นคือ ยังทอผ้าตามภูมิปัญญาดั้งเดิม แต่เมื่อศึกษาดูงานศิลปาชีพ ได้เรียนรู้จากวิทยากรดีๆ ก็พัฒนาฝีมือมากขึ้น ประยุกต์ลวดลายต่างๆ ให้หลากหลาย ทำให้รู้คุณค่าการทอผ้าปกาเกอะญอยิ่งขึ้น สินค้าชุมชนจากเสื้อผ้าปกาเกอะญอแบบดั้งเดิมปัจจุบันมีชุดแฟชั่นที่ทันสมัย สวย เซ็กซี่ ดึงดูดให้คนต้องการสวมใส่ ดูแล้วไม่น่าเบื่อ ซึ่งผลตอบรับดีมาก อยากสืบสานไม่ให้สูญหาย ถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกกลุ่มทอผ้าชาวเขาแม่แจ่ม ทั้งยังรับเชิญเป็นวิทยากรอบรมให้หน่วยงานต่างๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระราชชนนีพันปีหลวง เคยเฝ้ารับเสด็จ ได้เห็นพระองค์ท่านไกลๆ ก็ปลื้มใจ และซาบซึ้งเป็นที่สุดได้รับพระราชทานทุน 20,000 บาท นำมาปรับปรุงบ้านพักและรักษาลูกที่ป่วยด้วยโรคหอบหืด ทำให้เรามีพลังใจ มีชีวิตที่ดี อีกทั้งได้ทอผ้าถวายพระองค์ทุกปี อยากตอบแทนพระองค์ท่าน จะสืบสานไม่ให้งานทอผ้าปกาเกอะญอหายไป ส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ เป็นภูมิปัญญาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของผู้สร้างสรรค์ แม้คนทอผ้าจากโลกนี้ไป แต่ลายผ้ายังคงอยู่&amp;rdquo; สมศรี ครูทอผ้าชาวปกาเกอะญอสุดปลื้มปีติ และชวนคนไทยร่วมกิจกรรม &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบารมี&amp;quot; ทั้งสองงานในเดือนมหามงคลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42835</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชีวิตใหม่ ใต้ร่มพระบารมี, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, นางอัมพวัน พิชาลัย, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT, หัตถกรรมแห่งบรรพชนไทย ใต้ร่มพระบารมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d4918c31cde2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
