<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบินพลเรือนฯ ออกประกาศฉบับที่ 5  ห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 63 - ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง ห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ๕)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ตามสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้มีการห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศ ไทยเป็นการชั่วคราวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID 19) ภายในประเทศรุนแรงยิ่งขึ้นและสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินข้างต้นให้ยุติลงโดยเร็ว โดย ล่าสุดได้ออกประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง ห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศ ไทยเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ๔) ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ &amp;nbsp;ซึ่งมีผลห้ามอากาศยานขนส่งคน โดยสารทำการบินเข้ามายังท่าอากาศยานในประเทศไทยจนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ &amp;nbsp;นั้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุผลและความจำเป็นในการคงความต่อเนื่องของมาตรการดังกล่าวต่อไปเพื่อประสิทธิผล ในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ แห่ง พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ผู้อำนวยการส านักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยจึงออก ประกาศเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ห้ามอากาศยานขนส่งคนโดยสารทำการบินเข้ามายังท่าอากาศยานในประเทศไทยเป็นการ ชั่วคราว ตั้งแต่วันทื่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา ๐๐.๐๑ น. &amp;nbsp;จนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp;๒๓.๕๙ น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;๒.การอนุญาตการบินที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ออกให้แก่อากาศยาน ขนส่งคนโดยสารสำหรับการบินเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงระยะเวลาตาม ๑. ให้เป็นอันยกเลิก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. ข้อห้ามตาม ๑. &amp;nbsp;ไม่รวมถึงอากาศยานดังต่อไปนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) อากาศยานราชการหรือที่ใช้ในราชการทหาร (State or Military aircraft)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) อากาศยานที่ขอลงฉุกเฉิน (Emergency landing)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) อากาศยานที่ขอลงทางเทคนิค (Technical landing) โดยไม่มีผู้โดยสารออกจากเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๔) อากาศยานที่ทำการบินเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ทำการบินทางการแพทย์ หรือการขนส่งสิ่งของเพื่อสงเคราะห์แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID 19) (Humanitarian aid, medical and relief flights) (๕) อากาศยานที่ได้รับอนุญาตให้ท าการบินรับส่งบุคคลกลับประเทศไทยหรือกลับภูมิลำเนา (Repatriation) &amp;nbsp;(๖) อากาศยานขนส่งสินค้า (Cargo aircraft)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. บุคคลหรือผู้โดยสารบนอากาศยานตาม ๓&amp;nbsp;จะต้องอยู่ภายใต้บังคับของมาตรการป้องกันและ ควบคุมโรคติดต่อตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ เช่น การกักตัวเป็นเวลา ๑๔ วัน และบรรดา ข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. &amp;nbsp;๒๕๖๓&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(นายจุฬา &amp;nbsp;สุขมานพ) &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66102</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, ท่าอากาศยาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7acc0d25b74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 07:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเร่งลงทุนพัฒนาสนามบินอัจฉริยะรับนักท่องเที่ยวโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคมเร่งลงทุนพัฒนาสนามบินรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว ด้าน ทอท.เตรียมผุดแอพยกระดับการให้บริการ เชื่อมข้อมูล 16 สนามบิน ทั่วโลก ยืนยันตัวเลขเติบโต 9-10%
&amp;nbsp;

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานการประชุมเชิงอภิปราย AOT Sister Airport CEO Forum 2018 จัดโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นฮับการบินของภูมิภาค จึงเป็นหนึ่งในภารกิจที่กระทรวงคมนาคมต้องเร่งลงทุนขยาย และพัฒนาสนามบินรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว ซึ่งจากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ พบว่า ปี 60 นักท่องที่เดินทางทั่วโลกอยู่ที่ 1,300 ล้านคน สูงขึ้น 7% จากปี 59 ถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 7 ปี คาดว่าปี 61 จะเพิ่มขึ้น 4-5% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้น 5-6% ซึ่งจีน และอินเดีย จะเป็นตัวอย่างการเติบโตที่เห็นได้ชัด

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่า ในช่วงปี 61-64 จะเห็นมูลค่าการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของสนามบินทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 33 ล้านล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่ง 40% ของจำนวนนี้จะเป็นการลงทุนในเอเชียแปซิฟิก ขณะเดียวกันในปี 73 มูลค่าการลงทุนฯ ทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 66 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตามการพัฒนาสนามบินนั้น เทคโนโลยีถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อปรับปรุงการบริการต่างๆ เช่น การนำระบบปัญญาประดิษฐ์(AI : Artificial Intelligent) หรือหุ่นยนต์ เข้ามาใช้ภายในสนามบิน ตั้งแต่การขนกระเป๋าสัมภาระ งานทำความสะอาด และงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.)กล่าวว่า ทอท. ลงทุน 300-400 ล้านบาท จัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์ม ภายใต้แนวคิด 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีมายกระดับการให้บริการต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่ ทอท.จะสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้มาใช้บริการสนามบินได้รับความสะดวกมากที่สุด ทั้งนี้ในอนาคตแอพดังกล่าวจะเชื่อมโยงข้อมูลทั้ง 16 สนามบิน ใน 9 ประเทศทั่วโลกที่อยู่ในโครงการข้อตกลงความร่วมมือระหว่าท่าอากาศยาน ( Sister Airport )ด้วย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมัน จีน เมียนมา เวียดนาม ลาว เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเบลเยี่ยม

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

นายนิตินัย กล่าวต่อว่า สำหรับแอพฯ นี้มีความพิเศษมากมาย เช่น เมื่อผู้โดยสารขาเข้ามาถึงสนามบินเพียงกดแอพจะทราบทันทีว่ารับกระเป๋าที่สายพานใด รวมทั้งหากจะเข้าห้องน้ำ เพียงแค่กดแอพก็จะทราบว่าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดคนใช้บริการเต็มหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถจองแท็กซี่ล่วงหน้าได้ด้วย แม้จะอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็สามารถจองแท็กซี่ที่มิวนิก ประเทศเยอรมันได้ ขณะเดียวกันยังสามารถจองที่จอดรถที่สนามบินได้ด้วยแม้ว่าตัวเองยังอยู่ที่บ้าน เป็นต้น อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเริ่มให้บริการแอพฯนี้ได้ในไตรมาส 1 ปี 62 ในสนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง และภูเก็ตก่อน จากนั้นจะขยายไปยังสนามบินอื่นต่อไปทั้งในไทย และ 9 ประเทศ


&amp;quot;ยังยืนยันเป้าหมายการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารในงวดปีนี้ สิ้นสุด ก.ย.61 เติบโต 9-10% จากปีก่อน โดยในรอบ 8 เดือนของปี 60/61 ต.ค. 60- พ.ค.61เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผู้โดยสารใช้บริการท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท.จำนวน 95,536,222 คน เพิ่มขึ้น 9.88%&amp;quot;นายนิตินัยกล่าว

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., ท่าอากาศยาน, นิตินัย ศิริสมรรถการ, แอพพลิเคชั่น, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ฟุ้งรายได้ปีนี้ทำนิวไฮ6เดือนแรกกำไรทะลุ1.1หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอท.คาดรายได้ปีนี้ทำนิวไฮหลังนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลัก 40 ล้านคนโกยรายได้แค่ค่าธรรมเนียมเฉียด 3 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ารายได้โต 100% ภายใน 4 ปีหลังอัพเกรดดอนเมือง-สุวรรณภูมิ โชว์กำไร 6 เดือนแรกทะลุ 1.1 หมื่นล้านบาทโต 17% ผู้โดยสารตลอดปี 143 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.)เปิดเผยว่าปริมาณผู้โดยสารต่างประเทศเติบโตขึ้นอย่างมากในปีนี้จึงคาดว่ารายได้จะเติบโตตามการขยายตัวของนักท่องเที่ยว ดังนั้นจึงตั้งเป้าหมายปริมาณผู้โดยสารตลอดปีไว้ที่ 143 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 130 ล้านคน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 2560 &amp;ndash; พ.ค. 2561) นั้นการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารที่ 9.9% แบ่งเป็น ผู้โดยสารต่างชาติขยายตัว 14% และผู้โดยสารภายในประเทศขยายตัว 4.7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ ได้รับปัจจัยสนับสนุนของการปลดธงแดงหมดปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญรวมถึงการเลื่อนชั้นเอฟเอเอที่กำลังจะมาถึง ส่งผลให้สายการบินต่างเพิ่มความถี่เที่ยวบินและเพิ่มขนาดของตัวเครื่อง โดยเฉพาะสนามบินที่เป็นรายได้หลัก เช่น สนามบินดอนเมือง สนามบินภูเก็ต และสนามบินสุวรรณภูมิ มีอัตราเติบโตของผู้โดยสารจากต่างประเทศจำนวนมาก แบ่งเป็น สนามบินดอนเมืองขยายตัว 25% สนามบินภูเก็ตขยายตัว 24% สนามบินเชียงรายขยายตัวมากกว่า 200% และสนามบินสุวรรณภูมิขยายตัว 8.4% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเติบโตมากกว่า 45% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัยกล่าวต่อว่า ดีมานต์หรืองานในมือ(Backlog) ของทอท.นั้นมีค่าเป็นอนันต์(Infinity) หลังพบว่าการขยายสนามบินในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยว การเปิดอาคารใหม่ของสนามบินดอนเมืองและภูเก็ตในช่วงที่ผ่านมานั้นมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นภายในสนามบินมากถึง 50% ทำให้อาคารใหม่ใช้เต็มศักยภาพภายใน 1 ปี ควบคู่ไปกับรายได้ด้านเชิงพาณิชย์ที่รับรู้เพิ่มขึ้นจากการขยายอาคารผู้โดยสารในแต่ละสนามบิน &amp;nbsp;ดังนั้นภายใน 4 ปีนับจากนี้สนามบินที่มีสัดส่วนรายได้หลักอย่างสุวรรณภูมิจะเพิ่มศักยภาพการรองรับผู้โดยสารได้เกือบ 100% จากปัจจุบัน 75 ล้านคนเป็น 140 ล้านคน (สุวรรณภูมิ 30 ล้านคน ดอนเมือง 40 ล้านคน) เช่นเดียวกับตัวเลขรายได้ที่จะเติบโตเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณผู้โดยสาร อีกทั้งยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซีซึ่งจะมาสนับสนุนรายได้ของสนามบินหลักให้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท.ปีนี้ทอท.จะมีรายได้สูงมากที่สุดตั้งแต่ดำเนินการมา(นิวไฮ) จากการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารต่างประเทศ เนื่องจากอัตราราคาค่าบริการผู้โดยสารต่อหัว(PSC) ของชาวต่างประเทศสูงกว่าชาวไทยถึง 7 เท่าหรืออยู่ที่คนละ 700 บาท ส่งให้ปริมาณการเติบโตของผู้โดยสารต่างชาติ 14% จะคิดเป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้เป็น 98% เมื่อเทียบกับรายได้PSCผู้โดยสารคนไทย จากสถิติตัวเลขผู้โดยสารพบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีบประมาณนี้มีผู้โดยสารต่างชาติราว 40 ล้านคนคิดเป็นรายได้เฉพาะค่าPSCถึง &amp;nbsp;2.8 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผลกำไรสุทธิไตรมาสที่สอง (ม.ค.-มี.ค.) บันทึกสถิตินิวไฮ 7.26พันล้านบาท ขยายตัว 12.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 6.47 พันล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 1.14 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 17.34%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., ท่าอากาศยาน, นักท่องเที่ยว, นิตินัย ศิริสมรรถการ, รายได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงบอร์ด ทอท. ทุบอาคารผู้โดยสารหลังเก่าสร้างใหม่ แก้ปัญหาดอนเมืองแออัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมชง บอร์ด ทอท. พิจารณา 25 เม.ย.นี้ &amp;nbsp;ปรับแผนพัฒนาดอนเมือง เฟส 3 วงเงิน 3.4 หมื่นล้าน ลุยทุบอาคารในประเทศหลังเก่า ใช้เป็นอาคาร 3 รองรับเที่ยวบินอินเตอร์ หลังตัวเลขพุ่ง 14% ทุ่ม 200 ล้าน สร้างอาคารหลังใหม่ใช้เช็คอินสำหรับกรุ๊ปทัวร์โดยเฉพาะ แก้ปัญหาแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด ) ทอท. วันที่ 25 เม.ย.นี้ ท่าอากาศยานดอนเมือง จะเสนอแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 (ปี 63-68) วงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุงจากแผนเดิมที่บอร์ด ทอท. มีมติเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ โดยเดิมมีแผนจะพัฒนาอาคารภายในประเทศหลังเก่าที่ปิดให้บริการตั้งแต่ปี 49 ให้กลับมาใช้งานเป็นอาคาร 3 รองรับเที่ยวบินภายในประเทศ แต่ขณะนี้เมื่อพิจารณาตัวเลขเที่ยวบิน และผู้โดยสารแล้วพบว่า อัตราการเติบโตของเที่ยวบิน และผู้โดยสารระหว่างประเทศสูงขึ้นมากกว่าภายในประเทศหลายเท่าตัว โดยข้อมูลปี 60 พบว่า เที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 14% ขณะที่ภายในประเทศเพิ่มขึ้น 1% ดังนั้นจึงต้องปรับแผนด้วยการพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังเก่าให้กลับมาใช้งานสำหรับรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ทอท. กล่าวด้วยว่า การปรับแผนครั้งนี้ ได้ตัดสินใจที่จะทุบอาคารผู้โดยสารหลังเก่า เพื่อก่อสร้างเป็นอาคารหลังใหม่เลย จากเดิมมีแผนเพียงแค่ปัดฝุ่น และทาสีใหม่เท่านั้น แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างแล้วพบว่าหากดำเนินการแค่ปัดฝุ่นอาจต้องประสบปัญหาเหมือนกับอาคาร 1 ที่ปัจจุบันมีทางเดินที่คับแคบ และแออัดมาก จึงจำเป็นต้องทุบทิ้งและสร้างใหม่เลย อย่างไรก็ตามการดำเนินการครั้งนี้จะใช้เวลาในการออกแบบอาคารหลังใหม่ประมาณ 10 เดือน และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 2 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ประมาณปี 64 รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 40 ล้านคนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ทอท. กล่าวอีกว่า ในระหว่างการก่อสร้างอาคารหลังใหม่นั้น เพื่อบรรเทาปัญหาแออัดของผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทางสนามบินดอนเมืองจะดำเนินการตามแผนระยะสั้น โดยจะเสนอบอร์ด ทอท. เพื่อพิจารณาเห็นชอบการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท บริเวณลานจอดรถข้างๆ อาคาร 1 เพื่อใช้เป็นจุดเช็คอินสำหรับกรุ๊ปทัวร์ด้วย เพราะปัจจุบันสาเหตุที่อาคาร 1 ระหว่างประเทศค่อนข้างแออัด เนื่องจากกรุ๊ปทัวร์ โดยเฉพาะทัวร์จีนมาต่อแถวเช็คอินพร้อมๆ กัน ซึ่งขณะนี้จำนวนที่เป็นกรุ๊ปเช็คอินจะมีประมาณ 30-40% ของผู้โดยสารทั้งหมด อย่างไรก็ตามอาคารดังกล่าวจะรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 3,000 คนต่อชั่วโมง โดยตั้งเป้าว่าจะเร่งก่อสร้างอาคารหลังนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการบรรเทาอาการสาหัสภายในอาคาร 1 ซึ่งมีความหนาแน่นมาก คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 6-8 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7819</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง, ทอท., ท่าอากาศยาน, นักท่องเที่ยวจีน, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), สนามบิน, สนามบินดอนเมือง, อาคารผู้โดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5adffb2ee1139.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดียังมีอยู่ &#039;ดร.อาทิตย์&#039; โพสต์บอกประชาชนอดทนอีกหน่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;28 มี.ค. 61 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต&amp;nbsp; ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp; Arthit Ourairat ถึงกรณี 13 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)ถูกอายัดบัญชีว่า &amp;quot;ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่เป็นสังคมธรรมาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันธมิตรที่ไปชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปปิดสนามบินหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปชุมนุมที่นั่นเพราะอะไร เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำความเสียหายต่อสนามบินจริงหรือไม่&amp;nbsp; คนที่สั่งปิดจริงคือใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดทนอีกหน่อยนะประชาชนเจ้าของอธิปไตยของประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6028</URL_LINK>
                <HASHTAG>13แกนนำพันธมิตร, กรมบังคับคดี, ชุมนุมสนามบิน, ดร.อาทิตย์, ทอท., ท่าอากาศยาน, พธม., พันธมิตรฯ, สนามบินสุวรรณภูมิ, อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต, อายัดบัญชี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abbafad12423.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุคลากรการบินขาดแคลนหนัก  เร่งปั้นคนด่วนหวั่นแผนฮับการบินสะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวั่นขาดแคลนนักบิน-ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน ส่อปัญหาดันไทยขึ้นฮับการบินในภูมิภาคฯ เร่งปั้นบุคลากรเพิ่ม&amp;nbsp; ด้าน &amp;quot;APDI&amp;quot; รุกหนัก เปิดหลักสูตรการบินครบวงจรแห่งแรกในไทย หวังช่วยแก้ปัญหา ปูพรมสู่ตลาด AEC


17 มี.ค.2561 นายเสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า ในปี 2561 ประเทศไทยมีนักบินจำนวนประมาณ 4,000 คน และสามารถผลิตนักบินได้จำนวน 300 คนต่อปี แต่มีความต้องการจำนวน 400-500 คนต่อปี เช่นเดียวกับบุคลากรด้านช่างซ่อมบำรุงในปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 9,000 คน ยังต้องการเพิ่มขึ้นอีกจำนวนประมาณ 1,000 คนต่อปี แต่สามารถผลิตได้เพียง 300-400 คนต่อปีเท่านั้น ซึ่งอาจจะส่งผลเสียหายและการเติบโตในอนาคต สอดคล้องกับสถานการณ์แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินของโลก


อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของบริษัทแอร์บัสได้คาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะมีความต้องการเครื่องบินกว่า 4,000 ลำ&amp;nbsp; และมีความต้องการนักบินจำนวน 5.3 แสนคน และช่างซ่อมบำรุงจำนวน 5.5 แสนคน ในขณะที่บริษัทโบอิ้งระบุว่าทั่วโลกจะมีความต้องการเครื่องบินกว่า 41,000 ลำ และมีความต้องการนักบินจำนวน 6.17 แสนคน ตลอดจนช่างซ่อมบำรุงจำนวน 6.79 แสนคน

&amp;nbsp;นอกจากนี้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ได้คาดการณ์ไว้ว่า ความต้องการบุคลากรด้านการบิน บุคลากรด้านการควบคุมการจราจรทางอากาศ และช่างอากาศยานในภูมิภาคเอเชียจะมีมากถึง 40,000 คน


นายเสนีย์ กล่าวต่อว่า จากแนวโน้มข้างต้น รัฐบาลไทยได้ผลักดันให้มีการขยายท่าอากาศยานภายใต้การดูแลของท่าอากาศยานไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้โดยสารจากเดิม 83.5 ล้านคนต่อปี เป็น 184 ล้านคนต่อปี โดยการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิจากเดิม 45 ล้านคนต่อปีเป็น 60 ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;


นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติการขยายสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติหลัก (แห่งที่ 3) ของประเทศไทย ตลอดจนใช้เป็นเขตส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ EEC และเชื่อมโยงการขนส่งผู้โดยสารกับสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ ในขณะเดียวกันสายการบินต่างๆ ทั่วโลกก็มีการขยายตัวเช่นกันโดยมีแนวโน้มจะสั่งซื้ออากาศยานเพิ่มมากขึ้น ทำให้การผลิตบุคลากร ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะจะต้องผ่านการฝึกอบรมและได้ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี (Commercial Pilot Licence หรือ CPL) เพื่อให้สามารถเริ่มทำงานได้ทันที


ทั้งนี้ เพื่อรองรับแผนการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินอย่างมีประสิทธิผล สถาบันพัฒนาบุคลากรการบิน มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต หรือ APDI ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและความพร้อมด้านการพัฒนาการบินที่ครบวงจร จึงเดินหน้าเปิดหลักสูตรการบินครบวงจร (One Stop Total Solutions) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย และเสริมทัพความเข้มแข็งด้วยการเปิดหลักสูตรเพิ่ม 2 หลักสูตร คือ นักบิน และช่างซ่อมบำรุง ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอย่างหนัก&amp;nbsp; พร้อมปักธงขึ้นแทนเป็น 1 ใน 3 สถาบันการบินคุณภาพของประเทศปูพรมสู่ตลาด AEC
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5201</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, ทรัพยากรบุคคล, ท่าอากาศยาน, แอร์บัส, โบอิ้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aac6f883eca5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 00:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างเอกลักษณ์สนามบินหัวหิน หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของท่าอากาศยานหัวหิน ระหว่างการร่วมประชุมครม.สัญจร ที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งในโอกาสนี้มีการหารือถึงแนวทางการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมด้านการบิน ณ ท่าอากาศยานหัวหินเพิ่มมากขึ้น และได้เน้นย้ำให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) สร้างเอกลักษณ์ท่าอากาศยานหัวหินให้มีจุดเด่นเป็นที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน สนามบินหัวหิน สามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนขาเข้า - ออก ได้จำนวน 300 คน/ชั่วโมง และอาคารที่พักผู้โดยสารสามารถรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมดจำนวน 864,000 คน/ปี ในปี 2560 รองรับเที่ยวบินพาณิชย์ จำนวน 278 เที่ยว มีผู้โดยสาร จำนวน 2,780 คน และรองรับเที่ยวบินฝึกบิน ทหาร ราชการฝนหลวง จำนวน 26,330 เที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนเมษายน 2561 จะมีเที่ยวบินพาณิชย์ของสายการบินแอร์เอเชีย (มาเลเซีย) ทำการบิน เส้นทางกัวลาลัมเปอร์ - หัวหิน โดยให้บริการวันละ 2 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้โครงการพัฒนา สนามบินหัวหิน ได้มีการกำหนดไว้ อาทิ การแก้ไขข้อบกพร่อง ด้านการรักษาความปลอดภัย ประกอบด้วย 1)ระบบจัดการรักษาความปลอดภัยพื้นที่การบินและเครือข่ายดาวเทียม 2)เครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ EDS พร้อมสายพานลำเลียงสัมภาระ ห้องควบคุมและอุปกรณ์ วงเงินทั้งหมดจำนวน 123,400,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2562 และงานปรับปรุงขยายความกว้างทางวิ่งและลานจอดเครื่องบิน เพื่อขยายความกว้างทางวิ่งจากเดิม 35x2,100 เมตร เป็น 45x2,100 เมตร และขยายลานจอดให้สามารถรองรับเครื่องบินขนาด B737 จากจำนวน 2 ลำ เป็นจำนวน 5 ลำ ในเวลาเดียวกัน ใช้วงเงินทั้งหมดจำนวน 350,000,000 บาท ขณะนี้เตรียมจัดทำแผนงานโครงการสำหรับปีงบประมาณ 2563 และงานซ่อมแซมและปรับปรุงภายในอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4367</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, ท่าอากาศยาน, นักท่องเที่ยว, สนามบินหัวหิน, เอกลักษณ์, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9d7d2e827ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
