<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมไฟเขียว &#039;ทอท.&#039; รับหน้าที่บริหารสนามบิน &#039;อุดรธานี-กระบี่-บุรีรัมย์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 2564 รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แจ้งว่า ทย. จะดำเนินการตามแนวทางการมอบความรับผิดชอบการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ใน 3 ท่าอากาศยาน ได้แก่ท่าอากาศยานอุดรธานี กระบี่ และบุรีรัมย์ เพื่อเพิ่มปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสาร ทั้งต่างประเทศและในประเทศ รวมถึงการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบินได้อย่างคล่องตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวเป็นการดำเนินงานเพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการท่าอากาศยานที่มีอยู่ของ ทย. ซึ่งเป็นท่าอากาศยานของภาครัฐ ให้มีความสามารถในการจัดหารายได้ให้มากขึ้น โดยที่ ทย. ยังได้รับเงินชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากการมอบความรับผิดชอบดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจะทำให้ ทย. จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการบริหารงานที่คล่องตัว ของ ทอท. ด้วย ซึ่งรายได้ชดเชยดังกล่าวทย. จะนำไปบริหารจัดการท่าอากาศยานที่เหลืออยู่ เพื่อลดการใช้เงินงบประมาณของภาครัฐในการดำเนินงานอย่างไรก็ตามการมอบความรับผิดชอบในบริหารจัดการดังกล่าว ไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินของรัฐไปให้กับทาง ทอท. แต่อย่างใด แต่เป็นการมอบความรับผิดชอบในการบริหารจัดการผ่านสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนรายได้ของ ทย. ที่หายไป ทาง ทอท. ก็มีการชดเชยให้ เหมือนในขณะที่ ทย. บริหารจัดการเอง โดยอยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมากำหนดรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งประเทศจะได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรรัฐร่วมกันระหว่างทย. และ ทอท. ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสาร รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการบินเพิ่มมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทย. ยังคงมีภารกิจในการพัฒนาและจัดสร้างสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับการเดินทางและการขนส่งทางอากาศของประเทศในอนาคต อาทิเช่น มุกดาหาร บึงกาฬ เป็นต้น ดังนั้นแนวทางการมอบความรับผิดชอบการบริหารจัดการท่าอากาศยาน ให้ ทอท. จะทำให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณในการลงทุน เนื่องจาก ทาง ทอท. จะเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการแทน ภายใต้ข้อกำหนดและกรอบระยะเวลาการลงทุนที่ชัดเจน อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายรัฐบาล ในการกำหนดยุทธศาสตร์ท่าอากาศยานของประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ด้วยการเสริมศักยภาพการบริหารจัดการ และใช้ทรัพยากรท่าอากาศยานของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116823</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน (ทย.), ทอท., ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานบุรีรัมย์, ท่าอากาศยานอุดรธานี, รับบริหารสนามบินภูมิภาค, สนามบิน 3 จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141e31bb6d1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามบินกะบี่ฮอต2แอร์ไลน์ขอเปิดบิน ดีเดย์มี.ค.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.2562 รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แจ้งว่า จากการส่งคณะผู้แทน ทย. เข้าร่วมประชุม IATA Slot Conference ครั้งที่ 145 ที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 12-14 พ.ย.62 เพื่อจัดสรรเวลาเที่ยวบินในกำหนดการบินประจำฤดูร้อน ปี 63 ของท่าอากาศยานกระบี่ และท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีผู้ประกอบการสายการบิน และสนามบินจากหลายประเทศเข้าร่วม ปรากฏว่า มี 2 สายการบินใหม่ จะเปิดทำการบินมายังท่าอากาศยานกระบี่ ประกอบด้วย สายการบินเวสต์แอร์ (จีน) เส้นทาง ฉงชิ่ง-กระบี่ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และสายการบิน โคเรียนแอร์ (เกาหลีใต้) เส้นทาง โซล-กระบี่ 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มทำการบินตั้งแต่เดือน มี.ค.63 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สายการบินที่ทำการบินอยู่เดิม ได้ขอเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ประกอบด้วย สายการบินไชน่า อีสเทิร์น (จีน) เส้นทาง อุรุมซี-เหอเฟ่ย-กระบี่ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส (กาตาร์) เส้นทาง โดฮา-กระบี่ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกันมีสายการบินที่สนใจสอบถามข้อมูลแผนพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่ เพื่อนำไปทำแผนเปิดทำการบินเส้นทางบินใหม่ด้วย ได้แก่ สายการบินเวียตเจ็ท (เวียดนาม) เส้นทาง กระบี่-ดานัง, สายการบินไทเกอร์แอร์ (ไต้หวัน) เส้นทาง ไทเป-กระบี่, สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ (เวียดนาม) เส้นทาง โฮจิมินห์-กระบี่ และสายการบินสปริงแอร์ไลน์ (จีน) เส้นทาง เซินเจิ้น-กระบี่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ทย. แจ้งด้วยว่า สำหรับข้อมูลที่คณะผู้แทน ทย. นำเสนอให้กับสายการบินต่างๆ ประกอบด้วย นโยบายการให้ส่วนลดสายการบินใหม่ และเส้นทางการบินใหม่ ทั้งการลดอัตราค่าธรรมเนียมการขึ้นลง และจอดอากาศยาน นอกจากนี้ยังนำเสนอข้อมูลการพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะมีหลุมจอดอากาศยานได้ถึง 40 ลำ ทำให้สามารถเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ให้กับสายการบินได้ เช่น ไทยเวียตเจ็ท, ไทเกอร์ และเวียดนามแอร์ไลน์ เป็นต้น ส่วนท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ก็มีสายการบินสนใจเปิดเส้นทางบินใหม่ ซึ่งจะจัดทำแผนเปิดทำการบินต่อไป อาทิ ไทเกอร์ เปิดบิน ไทเป-สุราษฎร์ธานี เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานกระบี่, สายการบิน โคเรียนแอร์, สายการบินเวสต์แอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e3334aed73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2019 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2019 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถาวร เปิดเที่ยวบินฤดูหนาวสนามบินกระบี่ ชวนนักท่องเที่ยวมาไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 พ.ย.62-นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม &amp;ldquo;เบิกฟ้ารับท่องเที่ยวสู่ท่าอากาศยานกระบี่ Welcome High Season Krabi International Airport&amp;rdquo; ว่าเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวและสายการบินได้ทราบถึงเส้นทางการท่องเที่ยวของไทยอีกเส้นทางหนึ่ง ที่ผ่านมาท่าอากาศยานกระบี่ถือเป็นท่าอากาศยานอันดับหนึ่งของกรมท่าอากาศยานที่มีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารทั้งจากในและต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวว่าถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะเน้นย้ำและช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมายังจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่าย ก่อให้เกิดรายได้ในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระดับชาวบ้านในชุมชน ผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่พัก สายการบิน และการบริการขนส่งด้านต่างๆ เช่น รถเช่า เรือโดยสาร เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานในได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกภาคส่วนทั้งในด้านการขนส่งทางอากาศ เช่น ผู้ประกอบการสายการบินที่มาแสดงถึงความพร้อมให้บริการ และแนะนำเส้นทางบินใหม่แก่นักท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ ทั้งในส่วนของส่วนราชการ และวิสาหกิจชุมชนที่นำผลิตภัณฑ์สินค้าจากฝีมือของชาวบ้านมาจัดจำหน่ายและจัดแสดง รวมไปจนถึงผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ที่มาร่วมประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นความร่วมมือที่ดี ที่จะมีส่วนสนับสนุนให้บรรยากาศการท่องเที่ยว รวมถึงเศรษฐกิจในภาพรวมเป็นไปอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงคมนาคม และกรมท่าอากาศยานได้ดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมากรมท่าอากาศยานได้เน้นย้ำในเรื่องของภารกิจนอกจากการให้บริการด้านการขนส่งทางอากาศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลแล้ว ยังส่งเสริมให้ท่าอากาศยานมีส่วนสนับสนุนกิจกรรมต่างๆของชุมชนและส่งเสริมให้ชุมชนเกิดรายได้อีกด้วย&amp;rdquo;นายถาวรกล่าวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีนายเจือ ราชสีห์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พันตำรวจโท หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายสมัย โชติสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายสมเกียรติ มณีสถิตย์ รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่ ผู้บริหารกรมท่าอากาศยาน ผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม ภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ เข้าร่วม เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ณ ท่าอากาศยานกระบี่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, ท่าอากาศยานกระบี่, นักท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191102/image_big_5dbd473a45564.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44025</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมระอุ ทอท.-ทย.เปิดศึกแย่งชิงบริหารสนามบินกระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22ส.ค.62 O นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)กล่าวว่าตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ออกมาชี้แจงภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด ทอท. เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2562 มีมติเห็นชอบปรับแผนการขอรับการโอน 4 สนามบินใหม่ ได้แก่ สนามบินกระบี่ สนามบินบุรีรัมย์ สนามบินตาก และสนามบินอุดรธานี จากเดิมเป็นสนามบินชุมพร สนามบินสกลนคร สนามบินตาก และสนามบินอุดรธานี หรือมีการเปลี่ยน 2 สนามบินที่จะขอรับโอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทย. เห็นว่า หากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)มีมติมอบความรับผิดชอบในการบริหารจัดการให้ ทอท. เข้าไปดูแลและบริหารจัดการแทน ทย. โดยมีท่าอากาศยานกระบี่ เป็น 1 ใน 4 นั้น จะทำให้ ทย. ประสบปัญหาการบริหารจัดการและซ่อมแซมบำรุงรักษาในอีก 24 ท่าอากาศยานที่เหลือ เนื่องจาก ในปัจจุบัน ทย. มีรายได้จากการให้บริการท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 28 แห่ง ในปี 2561 เป็นเงินจำนวนประมาณ 852 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการดำเนินงานของท่าอากาศยานกระบี่ ในปี 2561 เป็นเงินจำนวนประมาณ 469 ล้านบาท คิดเป็น 55.05% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ให้บริการประชาชนครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ และรัฐบาลได้ให้งบประมาณลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่ไปมากแล้ว เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการ เช่น การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และการขยายลานจอดอากาศยานซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ อีกทั้งในปีงบประมาณ 2563 นั้น ทย.ขอรับงบประมาณในการก่อสร้างทางขับขนานด้วย รวมงบประมาณทั้งสิ้นในการพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่เป็นจำนวน 6,000 กว่าล้านบาท ซึ่งคาดหวังว่าจะนำรายได้ที่จัดเก็บเข้ากองทุนหมุนเวียนของกรมท่าอากาศยาน โดยรัฐบาลมีแนวโน้มจะลดภาระงบประมาณในส่วนนี้ของ ทย.ลง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอัมพวัน กล่าวต่ออีกว่า รายได้จากการดำเนินการของ ทย. รวมทั้งรายได้จากการดำเนินงานของท่าอากาศยานกระบี่ ตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศกำหนดให้ ทย. นำรายได้จากการให้บริการท่าอากาศยานเข้ากองทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและซ่อมแซมบำรุงรักษาท่าอากาศยาน เช่น จ้างพนักงานให้เพียงพอเนื่องจาก ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ มีกรอบอัตรากำลังจำกัด การซ่อมบำรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ลิฟท์ บันไดเลื่อน สายพานลำเลียงซึ่งมีข้อขัดข้องไม่สามารถตั้งงบประมาณไว้ล่วงหน้าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายได้ที่เข้าสู่กองทุนฯ จึงเป็นกลไกในการบริหารจัดการท่าอากาศยานให้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันต่อการให้บริการผู้โดยสาร ประกอบกับขณะนี้ ทย อยู่ในระหว่างจัดทำโครงสร้างเงินทุนหมุนเวียนเพื่อปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการพึ่งพางบประมาณของรัฐปีละ 1,000 ล้านบาท และใช้สำหรับแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของผู้โดยสารในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่เพียงพอ การซ่อมบำรุงล่าช้าและการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานสนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทย. จึงขอสอบถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในผลกระทบที่เกิดขึ้น อีกทั้งคำขอของพื้นที่ในการสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ เพื่อบริการประชาชนในพื้นที่ที่ห่างไกลอาจจะต้องขอทบทวนหรืออาจจะมีขึ้นได้ยาก เนื่องจาก ทย. ไม่สามารถรับภาระในการบริหารจัดการและซ่อมบำรุงท่าอากาศยานที่เหลือทั้ง 24 แห่งได้ ดังนั้น ทย. อาจจะเสนอกระทรวงคมนาคมให้พิจารณาเรื่อง Management Contract หรือ PPP เพื่อความโปร่งใส โดย ทย. จึงไม่เห็นด้วยในการส่งมอบการบริหารจัดการท่าอากาศยานกระบี่ให้ ทอท. เนื่องจากมีผลกระทบในทางลบต่อประชาชนและผู้ใช้บริการท่าอากาศยานต่าง ๆ ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับท่าอากาศยานกระบี่นั้น มีผู้โดยสารที่ใช้บริการ 4 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นจังหวัดสำคัญ ตามนโยบายการเชื่อมโลกมาเมืองรอง รองรับนักท่องเที่ยวจากจังหวัดภูเก็ตและมีความแออัด ขณะเดียวกัน ในอนาคตกระบี่ไม่ใช่เมืองรอง และจะกลายเป็นเมืองหลัก เนื่องจากรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ พบว่าเป็นอันดับ 5 ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ท่าอากาศยานกระบี่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลชุดที่แล้วประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อขยายลานจอดเครื่องบินจาก 11 ลำ เพิ่มเป็น 14 ลำ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอีก 7-8 ปีข้างหน้า หรือเพิ่มเป็น 8 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ ยังมีแผนการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารเพิ่มอีก 1 แห่ง รองรับผู้โดยสารประมาณจาก 3 หมื่นตารางเมตรเป็น 6 หมื่นตารางเมตร และขยายรันเวย์ให้มีระยะทางยาวขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44025</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทย., ทอท., ท่าอากาศยานกระบี่, อธิบดีกรมท่าอากาศยาน, อัมพวัน วรรณโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e3334aed73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2019 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2019 20:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เซ็นแล้ว! ทอท.ลงนามให้คิงเพาเวอร์บริหารดิวตี้ฟรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอท.ได้ฤกษ์ นัดคิงเพาเวอร์เซ็นสัญญาโครงการใหญ่3สัญญาบริหารดิวตี้ฟรีและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้เตรียมส่งมอบพื้นที่ปลายเดือน ก.ย.63 เพื่อเข้าพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.62-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า วันที่ 4 ก.ค.นี้ ได้นัดบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด มาลงนามในสัญญา เป็นผู้รับสิทธิการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ และร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ในท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูมิภาค ซึ่งได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต มาลงนามในสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนหลังจากลงนามในสัญญาทอท. จะต้องส่งมอบพื้นที่ทั้ง 3 สัญญาให้กับคิงเพาเวอร์ภายในปลายเดือน ก.ย. 2563 นี้ เพื่อให้คิงเพาเวอร์เข้าไปตกแต่งพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าในการเปิดประมูลร้านค้าปลอดอากรที่สนามบินดอนเมืองนั้น จะต้องเร่งดำเนินการทันทีหลังจากเซ็นสัญญาสัมปทาน 3 สัญญา แต่ทั้งนี้ จะต้องรอนโยบายจากรัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่ก่อน คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในสิ้นปี 2562 นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40193</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิงเพาเวอร์, ดิวตี้ฟรี, ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10881669633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.สั่งปิดสนามบินสุราษฎร์ธานีต่อหนีพายุปาบึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมท่าอากาศยานปักหลัก ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก แจ้งปิดการให้บริการท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 - เวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 ม.ค.พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ม.ค.62-นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่าได้ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก ณ ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โดยได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบ Video Conference กับศูนย์ปฏิบัติการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ท่าอากาศยานระนอง &amp;nbsp;ท่าอากาศยานชุมพร ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ท่าอากาศยานนราธิวาส ท่าอากาศยานกระบี่ และท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โดยได้สรุปสถานการณ์ช่วงเวลา12.00 น. ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ ภาพรวมของผู้โดยสารขาออกทั้งเที่ยวบินปกติและเที่ยวบินพิเศษเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2562 มีจำนวน 3,009 คน ซึ่งไม่มีผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ในวันที่ 4 มกราคม 2562 จากการประเมินสถานการณ์ผ่านข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าเส้นทางของพายุและความเร็วลม อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงขอประกาศปิดการให้บริการท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม &amp;nbsp;&amp;ndash; เวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินนกแอร์ 2 เที่ยวบิน สายการบินไทยสมายล์ 4 เที่ยวบิน และสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ 3 เที่ยวบิน โดยได้ออกประกาศ NOTAM และแจ้งสายการบินเพื่อประสานกับผู้โดยสารต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 00.01 น. - 24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2562 เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ระดับน้ำภายในและโดยรอบท่าอากาศยานอยู่ในสถานการณ์ปกติ สภาพอากาศมีลมและฝนค่อนข้างแรง โดยประสานกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพายุจะขึ้นฝั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันนี้ โดยไม่มีผู้โดยสารตกค้างแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริษัทขนส่งได้เตรียมความพร้อมในการจัดส่งรถมาให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช หากได้รับการร้องขอ เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารไปยังจุดต่างๆในตัวเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์การเปิดให้บริการของท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชจะได้ประเมินสถานการณ์ในช่วงบ่าย (14.00น.) และจะออกประกาศ NOTAM และแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ท่าอากาศยานชุมพร ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ สภาพอากาศมีเมฆครึ้มไม่มีฝน ไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่ท่าอากาศยาน มีการสำรวจและเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆเพื่อการให้บริการได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ท่าอากาศยานระนอง ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ สภาพอากาศมีเมฆครึ้มไม่มีฝน ไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่ท่าอากาศยาน มีการสำรวจและเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆเพื่อการให้บริการได้ตามปกติ5. ท่าอากาศยานกระบี่ ยังสามารถเปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ สภาพอากาศมีลมและฝนเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ท่าอากาศยานตรัง ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ สภาพอากาศมีฝนตกเล็กน้อย มีผู้โดยสารบางส่วนจากท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชที่เปลี่ยนเส้นทางการเดินทางมาขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานตรัง และบางส่วนเดินทางโดยรถขนส่งเรียบร้อยแล้ว สามารถเดินทางได้ตามปกติไม่มีตกค้างแต่อย่างใด แลเ7. ท่าอากาศยานนราธิวาส ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ สภาพอากาศมีลมเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานจะได้ติดตามและรายงานความคืบหน้่าของสถานการณ์พายุปาบึกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมมือในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25761</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน (ทย.), ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี, พายุปาบึก, อัมพวัน วรรณโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2de613a121a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตม.กระบี่&#039; ปรับแผนใหม่รับนักท่องเที่ยวจีนหลังเหตุเรือล่มภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp; ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต.เหนือคลอง&amp;nbsp; จ.กระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรรถพงษ์ แสนใจวุฒิ สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางในเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลท์ จากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน บินตรงมายัง จ.กระบี่ จำนวน 138 คน ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของทางรัฐบาล ภายหลังเกิดเหตุเรือล่มใน จ.ภูเก็ต&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงร้อยละ 40&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกระบี่ได้มีการแต่งชุดไทยและชุดหนุมาน คอยต้อนรับสร้างสีสัน และได้รับความสนใจนักท่องเที่ยวต่างขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยเฉพาะตัวหนุมาน ได้รับความสนใจจากเด็กๆชาวจีน ช่วยสร้างรอยยิ้ม และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ เปิดเผยว่า ภายหลังสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงต่อเนื่อง ทางรัฐบาล และกองบัญชาการ ตม. ได้มีนโยบายให้หน่วย ตม.ในพื้นที่ท่องเที่ยว ปรับการทำงาน โดยในส่วนของ ตม.กระบี่ ได้สั่งปรับขั้นตอนการยื่นขอวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นกรณีพิเศษ สามารถยื่นขอที่ด่านตม.ภายในท่าอากาศยานได้ โดยเพิ่มช่องให้บริการตรวจสอบวีซ่าเข้าเมืองสำหรับชาวจีน 4 ช่องทาง จากเดิมที่เปิดเพียง 2 ช่องทาง เพื่ออำนวยความสะดวกโดยใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ในแต่ละกรุ๊ปทัวร์ พร้อมกับประสานตำรวจท่องเที่ยวที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้ คอยช่วยแนะนำอำนวยความสะดวกในเรื่องการตรวจสอบเอกสารสำคัญ รวมถึงแนะนำการปฏิบัติตัวตลอดเวลาการท่องเที่ยวในเมืองไทย และมาตรการดูแลความปลอดภัย โดยนำคู่มือภาษาจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานกงสุลจีน ประจำ จ.ภูเก็ต แจกจ่ายให้นักท่องเที่ยวได้พกพาติดตัว และการติดต่อขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยวเอง เพื่อต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยว&amp;nbsp; ซึ่งจะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้จีนให้เข้ามาเที่ยวกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการสอบถามนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาพบว่า ชอบเที่ยวทะเล&amp;nbsp; แม้ว่าจะมีข่าวเหตุเรือล่มใน จ.ภูเก็ตแต่เข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ และภัยจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังชื่นชอบอาหารทะเลไทยที่มีรสชาติถูกใจนักท่องเที่ยวจีนอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14886</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด่านตรวจคนเข้าเมือง, ตม.กระบี่, ตร.ท่องเที่ยวกระบี่, ท่าอากาศยานกระบี่, นักท่องเที่ยวจีน, เรือล่มภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b693c1d17fe7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
