<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน Phuket Sandbox พร้อม 100% ตั้งเป้า 3 เดือนแรก สร้างรายได้ 9 พันล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เดินทางลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต สำรวจการเตรียมความพร้อม ก่อนการเปิด Phuket Sandbox 1 กรกฎาคม นี้ และเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังแผนการเปิดเมืองภูเก็ต ภายใต้หลักเกณฑ์เงื่อนไขและมาตรการที่กำหนด อาทิ โครงการ SHA Plus เกณฑ์การเดินทางเข้ามาของคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย การรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ การเดินทางออกจากภูเก็ตตามแผน Phuket tourism sandbox การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Phuket sandbox operator center) เพื่อติดตาม ควบคุม และสั่งการ แก้ไขสถานการณ์แบบ real time &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า &amp;quot;1 กรกฎาคม 2564 Phuket Sandbox พร้อมเปิด 100% ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยจากการประชุมร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงมหาดไทย ท่าอากาศยานภูเก็ต กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 สถานีตำรวจภูธร จ.ภูเก็ต สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดการณ์ว่าช่วง 3 เดือนแรก กรกฎาคม - กันยายน 2564 ประมาณการรายได้ 9 พันล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 100,000 คน ที่จะเดินทางท่องเที่ยวตามโครงการ Phuket Sandbox ภาพรวมจากนักท่องเที่ยวในเดือนแรก จะทำให้นักท่องเที่ยวที่กำลังตัดสินใจ หรือยกเลิกการเดินทางไปก่อนหน้านี้ จะตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยนักท่องเที่ยวต้องยึดถือหลักปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค. และการท่องเที่ยวแบบ New Normal อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งป้องกันตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 และมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยวโดยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐานด้านสุขอนามัย และ ด้านการบริการ ตามมาตรฐาน SHA และ&amp;nbsp;SHA Plus ที่จะช่วยยืนยันความพร้อมให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยไม่ต้องกักตัว อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การสื่อสารกับนักท่องเที่ยวให้เกิดความเข้าใจ และปฏิบัติตามมาตรการ D&amp;ndash;M&amp;ndash;H&amp;ndash;T&amp;ndash;T&amp;ndash;A อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108137</URL_LINK>
                <HASHTAG>D–M–H–T–T–A, Phuket Sandbox, Phuket sandbox operator center, Phuket Tourism Sandbox, SHA Plus, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงมหาดไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, จังหวัดภูเก็ต, ท่องเที่ยวแบบ New Normal, ท่าอากาศยานภูเก็ต, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ, มาตรฐานด้านสุขอนามัย, รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ศูนย์ปฏิบัติการติดตามและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สร้างรายได้ 9 พันล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbf17f08629.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ห่วงรถรับจ้างเก็บค่าโดยสารแพงเกินจริงกระทบท่องเที่ยว กำชับจนท.ดูแลเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - พล.ท.วีรชน สุคนธปฎิภาค คณะทำงานนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบกรณีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียร้องเรียนกรณีคนขับรถรับจ้างเรียกเก็บค่าโดยสารแพงเกินความเป็นจริง โดยนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย 2 คนเดินทางมาถึงท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต และได้เรียกรถตู้โดยสารเพื่อให้ไปส่งที่โรงแรมที่พัก เมื่อเดินทางถึงที่หมายคนขับรถเรียกค่าบริการ 3,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราสูงมากทำให้นักท่องเที่ยวดังกล่าวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯย้ำว่ารัฐบาลพยายามใช้ทุกมาตรการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆของโลก ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ผู้ประกอบการจำนวนมากมีรายได้จากการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามหากยังคงมีพฤติกรรมฉวยโอกาส เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในลักษณะนี้ ซึ่งนอกจากจะส่งผลลบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตแล้ว ยังส่งผลลบต่อชื่อเสียงของคนไทยและประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงอยากขอร้องให้ผู้ประกอบการช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตา ป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก ทั้งนี้ประเทศไทยนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแล้วน้ำใจไมตรีของคนไทย ยังเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกชื่นชม ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีความประทับใจ จึงอยากขอร้องให้คนไทยทุกคนรวมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย&amp;quot; พล.ท.วีรชนระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกำชับให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง คอยสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41271</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวไทย, จังหวัดภูเก็ต, ท่าอากาศยานภูเก็ต, นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย, นายกฯและรมว.กลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc7ae9cc770d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 เอกชนยักษ์ใหญ่แห่ชิงประมูลดิวตี้ฟรีภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2562 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้ อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) ทอท. เปิดเผยว่ารายชื่อผู้ซื้อซองประมูล ดิวตี้ฟรี ท่าอากาศยานภูมิภาค ท่าอากาศยานภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ หลังการปิดขายซอง 25 เม.ย. 62 เวลา 16.00น. 4 ราย ได้แก่ 1.บจก. คิงพาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี 2.บมจ. การบินกรุงเทพ 3.บมจ. โรงแรมรอยัลออคิด เชอร์ราตัล (ประเทศไทย) และ4.บจก. สรรพสินค้าเซ็นทรัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ที่จะยื่นซองจะต้องบอกรายชื่อ Joint Venture ที่จะร่วมประมูลกับ ทอท. ก่อนกำหนดวันยื่นซอง วันที่ 3 มิ.ย. 62 ไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ ภายใน 22 พ.ค.62 โดย ทอท. ได้เชิญ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)และ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เข้าร่วมสังเกตุการณ์ทั้งในวันชี้แจงคุณสมบัติและวันเปิดซอง เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาลที่ ทอท. ดำเนินการมาโดยตลอด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของ โครงการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษีภายในท่าอากาศยานภูมิภาค 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ภูเก็ตและหาดใหญ่ นั้นมีกำหนดเปิดขายซองTOR ระหว่างวันที่ 5-25 เม.ย. โดยมีกำหนดเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอเอกชนในวันที่ 26 เม.ย. และมีกำหนดเปิดให้เอกชนยื่นซองข้อเสนอในวันที่ 3 มิ.ย. กำหนดเปิดซองด้านเทคนิควันที่ 4 มิ.ย.และ 5 มิ.ย. กำหนดประกาศผลวันที่ 10 มิ.ย. โดยมีอายุสัมปทานตั้งแต่ ก.ย. 63- 74มี.ค. รวมระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากทอท.ระบุว่าหนึ่งในเกณฑ์ให้น้ำหนักตัดสินผลประมูลโดยให้น้ำหนักคะแนนค่อนข้างมากในเรื่องของผลประโยชน์ด้านการรับประกันขั้นต่ำ หรือ Minimum Guarantee ถ้าเขาขายไม่ดีไม่เกี่ยวกับเรา คือเอกชนต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่ตายตัวแม้จะขายขาดทุน แต่พอมีรายได้มากขึ้นกว่าที่เกณฑ์กำหนดก็ต้องเพิ่มส่วนแบ่งรายได้และตัวการันตีให้กับทอท. ดังนั้นใครเสนอส่วนแบ่งรายได้จากการขายให้สูงสุดและเสนอตัวเลขMinimum Guarantee ดีที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะ นอกจากนี้ยังให้คะแนนความหลากหลายของสินค้าแบรนด์เนม เช่นเดียวกับราคาของสินค้าที่แข่งขันกับสนามบินอื่นทั่วโลกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติด้านประสบการณ์ทำงานในด้านใดด้านหนึ่งต่อไปนี้ 1.มีประสบการณ์บริหารห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีขนาดไม่ต่ำกว่า 5,000 ตร.ม. เปิดบริการต่อเนื่องมากกว่า 5 ปีและยังเปิดบริการอยู่ในปัจจุบัน2.มีประสบการณ์บริหารร้านค้าปลอดภาษี(ดิวตี้ฟรี)ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีขนาดไม่ต่ำกว่า 500 ตร.ม. เปิดบริการต่อเนื่องมากกว่า 5 ปีและยังเปิดบริการอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเวช องอาจสิทธิกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการรับความช่วยเหลือทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ภายใต้วงเงินกู้ยืมจำนวน 3,000 ล้าน เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำรอง ในการดำเนินงานธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงินครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานทั่วไป ทำให้นกแอร์มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินกิจการเพื่อเดินหน้าแผนพลิกฟื้นธุรกิจต่อไป ซึ่งเงื่อนไขการกู้ยืมเงินผ่อนปรนกว่าสถาบันการเงิน เป็นการลดภาระของผู้ถือหุ้น เพราะไม่ต้องทำการเพิ่มทุนอีกและถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของแหล่งเงินทุน&amp;rdquo; นายประเวชกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นกแอร์กำลังเร่งเดินหน้าตามแผนพลิกฟื้นธุรกิจ (TURNAROUND PLAN) เพื่อหยุดขาดทุนให้ได้โดยเร็ว ซึ่งในปี 2561 แม้ว่าบริษัทจะได้ดำเนินการตามแผนการพลิกฟื้นธุรกิจอย่างเต็มความสามารถ แต่เนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจสายการบินทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวน ทำให้ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจหลายด้าน ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการต้นทุน อันเห็นได้จากผลประกอบการของสายการบินส่วนใหญ่รวมถึงนกแอร์ประสบปัญหาขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเวชกล่าวด้วยว่า แนวทางในการบริหารจัดการจากนี้ไป บริษัทฯยังคงมุ่งเน้นบริหารจัดการเส้นทางบินให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำกำไรในแต่ละเส้นทางบิน รวมถึงการบริหารจัดการเครื่องบิน (Aircraft Utilization) โดยเฉพาะเส้นทางบินระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดที่สร้างรายได้และกำไรจากการขายบัตรโดยสารได้ดีกว่าตลาดภายในประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34507</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิวตี้ฟรี, ท่าอากาศยานภูเก็ต, นิตินัย ศิริสมรรถการ, บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน), รายชื่อผู้ซื้อซองประมูล ดิวตี้ฟรี, หาดใหญ่, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามบินภูเก็ตโกยรายได้ทะลุ6พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามบินภูเก็ตโกยรายได้3ไตรมาสทะลุ 6,000 ล้านบาท กดปุ่มลงทุนเฟส 2 ปีหน้า 2.7 พันล้านบาท เผยเที่ยวบินจีนลดลงช่วง2เดือนที่ผ่านมา มั่นใจไฮซีซั่นกลับมาโตยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต &amp;nbsp;บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือทอท. เปิดเผยว่าปัจจุบันท่าอากาศยานภูเก็ต(ทภก.)ในปีนี้นั้นมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ คาดว่าในอนาคตตัวเลขนักท่องเที่ยวยังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่โครงการงานปรับปรุงอาคารอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในช่วงกลางปีที่ผ่านมาทำให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ล้านคนต่อปี &amp;nbsp;จากเดิม 6.5 ล้านคนต่อปี &amp;nbsp;แบ่งเป็นอาคารระหว่างประเทศ 5 ล้านคนต่อปี และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 7.5 ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับแผนลงทุนต่อเนื่องนั้นจะดำเนินโครงการภูเก็ตเฟส 2 วงเงินลงทุน 2.7 พันล้านบาทอาทิ แผนก่อสร้างอาคารจอดรถเพิ่มเติมอีกมากกว่า 1,000 คันและแผนขยายหลุมจอดเครื่องบินเพิ่มเติม โดยในปี 2562 จะเริ่มทยอยจะย้ายบ้านพักของพนักงานที่อยู่ในสนามบินออกมาอยู่ด้านนอกเพื่อเปิดหน้างานก่อสร้างต่อไป นอกจากนี้สนามบินภูเก็ตยังมีแผนลงทุนเฟส 3 (อัลติเมทเฟส) วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทเพื่อขยายปริมาณรองรับ 100% เป็น 25 ล้านคนต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเพ็ชร กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์เรือล่มนั้นพบว่าปริมาณเที่ยวบินจีนและนักท่องเที่ยวชาวจีนลดลงอย่างเห็นได้ชัดสอดคล้องกับภาคท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวและการยกเลิกทริปเดินทาง แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่กระทบกับทอท.มากนักเนื่องจากตัวเลขที่ลดลงนั้นไม่ถึงกับขนาดมีนัยยะสำคัญ อีกทั้งยังเป็นการลดลงตามรอบของปีด้วยเนื่องจากในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค.นั้นเป็นช่วงโลว์ซีซั่นทำให้ตัวเลขที่ลดลงไม่ได้มาจากสาเหตุนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมด อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าในช่วงฤดูท่องเที่ยว 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนและเที่ยวบินต่างชาติจะกลับมาเติบโตอย่างมากอีกครั้งอย่างแน่นอน
ด้านแหล่งข่าวจากทอท.เปิดเผยว่า ในสามไตรมาสที่ผ่านมา หรือในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาพบว่าท่าอากาศยานภูเก็ต(ทภก.)มีรายได้ค่าธรรมเนียมผู้โดยสานทั้งสิ้น 6,348 ล้านบาทแบ่งเป็นรายได้ผู้โดยสารต่างชาติ 5,740 ล้านบาทและรายได้ผู้โดยสารในประเทศ 608 ล้านบาท ถือว่าขยายตัวอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปัจจัยสนับสนุนด้านปริมาณผู้โดยสารรวมที่กลับมาเพิ่มขึ้นอย่สงมีนัยยะสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้มีผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 14.28 ล้านคนขยายตัว 16.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนแบ่งเป็นผู้โดยสารต่างชาติ 8.2 ล้านคน ขยายตัว 24.17% ถือเป็นสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการขยายตัวเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับทั้งหมด 6 สนามบินโดยมีท่าอากาศยานหาดใหญ่ขยายตัวมากสุดที่ 51% ขณะที่ปริมาณผู้โดยสารในประเทศของทภก.อยู่ที่ 6.08 ล้านคน ขยายตัว 8.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับตัวเลขเที่ยวบินในรอบ 9 เดือนแรกพบว่ามีทั้งหมด 88,373 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 12.28% แบ่งเป็นเที่ยวบินภายระหว่างประเทศ 47,767 เที่ยวบินเพิ่มขึ้น 24% ขณะที่เที่ยวบินภายในประเทศอยู่ที่ 40,606 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16060</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานภูเก็ต, นักท่องเที่ยวต่างชาติ, รายได้, สนามบินภูเก็ต, เพ็ชร ชั้นเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f7645c4a79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2018 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2018 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่าอากาศยานภูเก็ตตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเรือล่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าอากาศยานภูเก็ตบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเรือล่มที่ภูเก็ตพร้อมประสานญาติผู้เสียชีวิต ในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา ด้านAIS สนับสนุนโทรศัพท์2เครื่องให้ญาติใช้ติดต่อไปจีนฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ซึ่งมีการประสานงานแบบบูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, บริษัทสายการบิน, ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทภก., ศุลกากร, สถานกงสุลจีน, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรสาคู, สมาคมโรงแรมไทย (THA), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (PTA) และชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุเรือล่มและการประสานญาติผู้เสียชีวิต ในการดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา โดยศูนย์ดังกล่าวฯ จัดตั้ง 3 จุด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ห้องโถงเช็คอินผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 7635 2363 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ &amp;nbsp; 0 7635 2363 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 0 7635 1005 และสามารถส่งข้อมูลผ่าน E-mail: pornpawee.n@airportthai.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาถึง ทภก.สามารถมาติดต่อที่จุดประสานงานของด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) บริเวณด้านหน้าจุดตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่นำผ่านช่องตรวจพิเศษ (Fast Track) และนำประสานต่อไปยังศูนย์ฯ ทั้ง 3 แห่ง และนำขึ้นรถพร้อมไกด์ (สามารถสื่อสารภาษาจีนได้) 1 คนต่อครอบครัว ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ATTA, PTA และชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนจังหวัดภูเก็ต ในการนำส่งโรงพยาบาล และต่อหรือที่พัก พร้อมทั้งให้บริการที่พักสำหรับญาติผู้เสียชีวิตโดยไม่คิดค่าบริการ&amp;nbsp;
นอกจากนี้ บริษัท AIS ได้สนับสนุนนำโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวน 2 เครื่อง มาติดตั้งบริเวณใกล้ประตูทางออกหมายเลข 5 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตได้ได้ติดต่อประสานงานไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยไม่คิดค่าบริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานภูเก็ต, นักท่องเที่ยวจีน, นักท่องเที่ยวเรือล่มที่ภูเก็ต, เรือล่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40c421e7773.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ดีเดย์ 25 มิ.ย.นี้เปิดใช้อาคารผู้โดยสารฯสนามบินภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอท.ดีเดย์ 25 มิ.ย.นี้เปิดใช้อาคารผู้โดยสารภายในประเทศสนามบินภูเก็ต อย่างเป็นทางการ ฟุ้งรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ล้านคนจากเดิม 6.5 ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.61-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ &amp;nbsp;ทอท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางทอท.ได้ทำการปรับปรุงอาคารอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศที่ท่าอากาศยานภูเก็ต &amp;nbsp;(ทภก.) เสร็จเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2561 เป็นต้นไป &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ ทภก.สามารถรองรับเที่ยวบินได้ถึง 20 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 12.5 ล้านคนต่อปี &amp;nbsp;จากเดิม 6.5 ล้านคนต่อปี &amp;nbsp;แบ่งเป็นอาคารระหว่างประเทศ 5 ล้านคนต่อปี และอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 7.5 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ยังมีมีหลุมจอดเพิ่มเป็น &amp;nbsp;34 หลุมจอด และที่จอดรถยนต์สามารถรองรับเพิ่มเป็น 1,500 คัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพัฒนา ทภก.ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ การปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเดิมให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ การขยายลานจอดอากาศยาน การก่อสร้างอาคารคลังสินค้า อาคารจอดรถยนต์ และสำนักงาน พร้อมระบบสาธารณูปโภค โดยเมื่อเดือนก.ย.2559 ได้เปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และจากนั้นได้ปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของ ทภก.เพิ่มขึ้น สามารถรองรับผู้โดยสารในชั่วโมงคับคั่งได้สูงสุด 7,200 คน และสามารถเพิ่มเก้าอี้พักคอยสำหรับผู้โดยสารได้มากถึง 2,660 ที่นั่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., ท่องเที่ยว, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานไทย, ภูเก็ต, อาคารผู้โดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
