<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อู่ตะเภา&#039; แจงขั้นตอนคัดกรองโรคไม่พบภาวะผิดปกติก่อนส่งคณะ &#039;ทหารอียิปต์&#039; เข้าที่พัก-มี 1 คนหนีออกข้างนอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.63 - พล.ร.ท.กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวถึงกรณีทหารอียิปต์เข้าพักในโรงแรมจังหวัดระยองระหว่างเครื่องบินแวะพักเติมน้ำมันสนามบินอู่ตะเภาตรวจพบการติดเชื้อโควิด -19 ว่า ขั้นตอนการปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในท่าอากาศยานอู่ตะเภาต้องปฏิบัติการตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด โดยการท่าอากาศยานอู่ตะเภาจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่แต่งตั้งขึ้นโดยผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามคำสั่งของ ศบค. ที่นายกรัฐมนตรีลงนามไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการออกกฎ กติกา การบริหารจัดการต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอู่ตะเภาจะมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีคณะทำงาน ที่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขมาปฏิบัติงาน ร่วมกับทาง ตม.ทำการคัดกรองโรคหรือสอบสวนโรค PUI หากไม่พบผู้ต้องสงสัย หรือ ไม่มีผู้ใดพฤติการณ์ที่เสี่ยงต่อการติดต่อของโรค หรือไม่พบภาวะผิดปกติใดๆ ขั้นตอนก็จบลง และส่งต่อไปเข้าที่พัก ส่วนที่รับผิดชอบคือสาธารณสุขจังหวัดระยอง เพื่อรอการประเมินการคัดกรองทาง State Quarantine ก็จะรับไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.กฤชพล กล่าวว่า คณะดังกล่าวมีทั้งหมด 31 คน คาดว่ามีเพียงหนึ่งคนในคณะนั้นหนีออกมาข้างนอกระหว่างที่เข้าพัก แต่ข้อมูลที่ถูกต้องขอให้ตรวจสอบกับทาง ศบค.อีกครั้ง เมื่อถามว่า คาดว่าคนที่หนีออกมาคือ คนที่ตรวจพบเชื้อหรือไม่ พล.ร.ท.กฤชพล กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงต้องถามรายละเอียดจากทาง ศบค.ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่าขั้นตอนการตรวจสนามบินไม่พบความผิดปกติ ซึ่งการตรวจสอบก็ทำด้านนอกเทอร์มินอล ไม่ได้เข้ามาปะปนกับในอาคารผู้โดยสาร เพราะเป็นลักษณะของ State aircraft มีการแจ้งเข้า-ออก ในประเทศล่วงหน้าและต้องรับอนุญาตในเรื่องแผนการบิน และตารางการอยู่ในประเทศ ซึ่งมีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้วที่ประเทศต้นทางจะต้องประสานมาทางกระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตในประเทศไทย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เป็นขั้นตอนทางการทูต หรือ diplomatic clearance ซึ่งการท่าอากาศยานฯ ไม่มีอำนาจไปยับยั้ง แต่มีอำนาจในการตรวจสอบตามมาตรการที่กำหนดเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71323</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารอียิปต์, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, พล.ร.ท.กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์, โควิด - 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c369627043.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีอีซี’เร่งสร้างเมืองการบิน เตรียมเซ็นสัญญาพัฒนาอู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เมษายน 2563 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือ สกพอ. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่&amp;nbsp;2/2563&amp;nbsp;โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีการพิจารณาความก้าวหน้าของการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และจะมีการเสนอมีมติให้นำเสนอในการประชุม กพอ. โดยเร็วที่สุด

ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดของโครงการดังกล่าวคือเมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ทางกองทัพเรือไทย(ทร.) ที่เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้มีการประเมินและเจรจากับเอกชนที่ยื่นข้อเสนอ รวมถึงคัดเลือกผู้ที่ผ่านการประเมินแล้วเสร็จ โดยเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เม.ย. ได้ส่งร่างสัญญาให้กับสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจ และล่าสุดได้มีการตรวจร่างสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งมีการนำเสนอที่ประชุม กบอ. เห็นชอบในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เม.ย. นี้ และเตรียมเสนอให้กับ กพอ. เห็นชอบผลคัดเลือกและร่างสัญญา ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และทำการลงนามสัญญากับเอกชนผู้ชนะต่อไป โดยโครงการดังกล่าวจะใช้เวลาพัฒนาประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีครึ่ง ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี&amp;nbsp;2567

ทั้งนี้โครงการอื่น ๆ ที่ต้องทำควบคู่กันไปกับการพัฒนาสนานบินอู่ตะเภามี 6 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ 1)อาคารผู้โดยสารหลังที่สาม&amp;nbsp;2)ศูนย์ธุรกิจการค้าและการขนส่งภาคพื้นดิน 3) ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)&amp;nbsp;4) เขตประกอบการค้าเสรี และเขตธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 5) ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ และ 6) ศูนย์ฝึกอบรมการบิน ซึ่งปัจจุบัน โดยมั่นใจว่าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจะเป็นโครงการสำคัญที่จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในประเทศ เกิดการจ้างงานเพิ่ม 15,640 ตำแหน่งต่อปี ในระยะ 5 ปีแรก โดยการลงทุนของโครงการรวมเป็นเงินลงทุนรวมประมาณ 290,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐได้ประโยชน์ คือภาษีอากรเพิ่มมากกว่า 60,000 ล้านบาท

นายคณิศ กล่าวว่าความสำคัญของเมืองการบินภาคตะวันออก อีอีซีได้วางยุทธศาสตร์ให้เป็นเมืองที่มีภารกิจสำคัญ 3 ประการคือ 1.เป็นสนามบินกรุงเทพฯ แห่งที่ 3 เชื่อมสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ด้วยรถไฟความเร็วสูง 2.เป็นศูนย์กลางการพัฒนาธุรกิจเป้าหมายโดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของอีอีซี และ 3.เป็นศูนย์กลางของมหานครการบินภาคตะวันออก ที่จะครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่เมือง ประมาณ 30 ก.ม. โดยรอบสนามบิน ต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;

อย่างไรก็ตามผู้ที่จะเข้ามาดำเนินงานในโครงการดังกล่าวได้แก่ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture) (กลุ่มบีบีเอส) ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (Lead Firm)&amp;nbsp;บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64476</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณิศ แสงสุพรรณ, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, เมืองการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8910070014f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดซองราคาประมูลเมืองการบิน ซีพี ผ่านฉลุย ประกาศผล มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.63-รายงานข่าวจาก อาคารนาวีคลับ กองบัญชาการกองทัพเรือคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ได้เรียกประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อเวลา 09.00น. เพื่อเปิดซอง 3 ซองราคา ของกลุ่ม ธนโฮลดิ้ง และพันธมิตร ล่าสุดการเปิดซองได้เสร็จสิ้นแล้ว เอกชนทยอยเดินลงมาจากอาคารที่เป็นห้องเปิดซอง แต่เบื้องผลการเปิดซองรายใดนั้น ที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับรัฐ ต้องรอคณะกรรมการคัดเลือก และกองทัพเรือ ออกประกาศอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คณะกรรมการคัดเลือก ได้มีการเปิดซอง ของกลุ่ม BBS และกลุ่มแกรนด์คอนโซเตียมไปแล้ว ได้มีกระแสข่าวตัวเลขข้อเสนอของทั้ง 2 รายออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีใครรับรองตัวเลขที่ออกมาจะเป็นข้อเสนอที่แท้จริง&amp;nbsp; ส่วนของกลุ่มธนโฮลดิ้งก็คงต้องรอผลการเปิดซองในวันนี้

ทั้งนี้หลังจาก การประชุมคณะกรรมการในวันนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือการเจรจากับเอกชนที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุดให้แก่รัฐ ซึ่งนั้นหมายถึงเป็นชนะการประมูลของโครงการในเบื้องต้น เพราะต้องมีการเจรจากันต่อ โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงได้แต่งตั้งคณะทํางานเจรจา 2 ชุด ได้แก่ คณะทํางานเจรจาเงื่อนไขสัญญา และคณะทํางานเจรจาด้านเทคนิค และเมื่อเจรจากันสิ้นสุด เป็นข้อเสนอที่ยอมรับกันทั้งสองฝ่าย ทั้งเอกชนและภาครัฐ ที่เป็น คู่สัญญาร่วมลงทุนโครงการ จะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการและ นัดหมายเซ็นสัญญาโครงการกันต่อไป


อย่างไรก็ตามยังต้องจับตา การที่คณะกรรมการคัดเลือก ฯ เตรียมยื่นเรื่องขอให้สํานักงานอัยการสูงสุดยื่นคําร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ ในคดีข้อพิพาทระหว่างกลุ่มธนโฮลดิ้งและคณะกรรมการคัดเลือกโครงการฯ ที่ไม่รับซองข้อเสนอ กล่องที่ 6 ซองเทคนิคและแผนธุรกิจ และกล่องที่ 9 ซองราคา แต่ผลปรากฎว่า ศาลปกครองสูงสุด ให้คณะกรรมการคัดเลือกรับซองดังกล่าว กลับสู่ขั้นตอนการคัดเลือก ซึ่งต้องรอดูสำนักงานอัยการจะดำเนินการหรือไม่


ทั้งนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ มีการตั้งเป้า ได้ผู้ชนะโครงการนี้อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ซึ่งหากการเปิดซองในวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี จะใช้เวลาเจรจาประมาณ 2 เดือน และกำหนดวันเซ็นลงนามสัญญากันต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้ง, ซีพี, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, เมืองการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e2155aca1aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยามกลการ ทุ่ม 2,122 ล้าน ผุดสนามกอล์ฟแห่งที่ 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
สยามกลการ ปักหมุด&amp;rdquo;พัทยา&amp;rdquo;ทุ่ม 2,122 ล้านบาท จ่อเปิดสนามกอล์ฟแห่งที่ 4 &amp;ldquo;สยามคันทรี คลับ พัทยา นิวคอร์ส&amp;rdquo;เปิดให้บริการในเดือน ก.ย.ปี 62 คาดในปีแรกที่เปิดมีจำนวนนักกอล์ฟใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 36,000-40,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;08 ต.ค. 61 นายพรเทพ พรประภา กรรมการผุ้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนในการพัฒนที่ดินในพื้นที่ พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ขณะที่การลงทุนภาครัฐมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้มีแผนในการพัฒนาการคมนาคมเพิ่มระหว่างกรุงเทพถึงท่าอากาศยานอู่ตะเภา (ระยอง-พัทยา) รวมไปถึงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ทำให้พื้นที่ในภาคตะวันออกได้รับอานิสงส์จากการลงทุนของภาครัฐ ส่งผลให้การท่องเที่ยวเติบโตได้ดีและมีการลงทุนจากภาคเอกชนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเข้าไปลงทุนในพื้นที่ พัทยา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เริ่มพัฒนาที่ดินกว่า 6,000 ไร่ ในรูปแบบต่างๆ โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้เข้าไปลงทุน เช่น ธุรกิจโรงแรม และ สนามกอล์ฟ ปัจจุบันบริษัทที่ดินที่จะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อื่นๆอยู่ประมาณ 1,000 ไร่ ทั้งนี้ที่ดินส่วนหนึ่งหรือประมาณ 565 ไร่ได้มอบให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนาเป็นสถานศึกษาศูนย์พัทยา สำหรับธุรกิจสนามกอล์ฟ บริษัทได้เริ่มพัฒนาและเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2515 ภายใต้ชื่อ สยามคันทรีคลับ ซึ่งนับเป็นสนามกอล์แห่งแรกของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้บริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 2,122 ล้านบาท ในการพัฒนาสนามกอล์ฟแห่งที่ 4 เพิ่มเติม ซึ่งจะพัฒนาบนพื้นที่กว่า 660 ไร่ ภายใต้ชื่อ สยามคันทรีคลับ พัทยา นิวคอร์ส ขนาด 18 หลุม ระยะทาง 7,259 หลา 72 พาร์ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักซึ่งในปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 75% จะเป็นลูกค้าชาวต่างชาติ ทั้งนี้คาดว่าในปีแรกที่เปิดให้บริการจะมีจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 36,000-40,000 คน โดยจะเปิดให้บริการในเดือน ก.ย. ปี 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, พรเทพ พรประภา, พัทยา, สนามกอล์ฟ, สยามกลการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb07baba705.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
