<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดับเพลิง-กู้ภัยท่าอากาศยานเชียงใหม่ ติดโควิด 11 ราย &#039;ผอ.&#039; ยืนยันไม่มีการสัมผัสผู้โดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย. 64 - นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีมีพนักงานและลูกจ้างส่วนดับเพลิงและกู้ภัยฝ่ายปฏิบัติการท่าอากาศยาน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จำนวน 11 คน ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า จากการสอบสวนโรคเบื้องต้น พบว่าเป็นการติดเชื้อจากการใช้ชีวิตประจำวัน แต่เนื่องจากเป็นการติดเชื้อ ที่ไม่แสดงอาการจึงไม่รู้ตัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งลูกจ้างคนหนึ่งมีอาการป่วย และได้ไปรับการตรวจที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา และพบว่า​ ผลเป็นบวก จากนั้นพนักงานและลูกจ้างทั้งหมดจำนวน 81 คน ได้ทยอยเข้ารับการตรวจเป็นลำดับ เนื่องจากถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผลการตรวจ ณ วันที่ 23 เม.ย.มีพนักงานและลูกจ้างที่ผลเป็นบวกทั้งสิ้น 11 ราย และรอผลการตรวจอีก 13 ราย นอกนั้นอีก 57 ราย ผลเป็นลบ ซึ่งกลุ่มพนักงานลูกจ้างที่ติดเชื้อดังกล่าว ขณะนี้ทั้งหมดได้เข้ารับการรักษาและดูแลในระบบสาธารณสุขเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวด้วยว่า เนื่องจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย เป็นการปฏิบัติงานในลักษณะของการเตรียมความพร้อม ณ ที่ตั้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดและเป็นพื้นที่หวงห้าม จึงไม่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลภายนอก รวมถึงผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ จึงไม่มีความเสี่ยงกับอาคารผู้โดยสารที่บริการ​ แต่หากต้องให้พนักงานและลูกจ้างที่ผลตรวจเป็นลบทั้งหมดกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน จะส่งผลกระทบต่อการให้บริการของท่าอากาศยาน จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในส่วนดับเพลิงและกู้ภัยให้พนักงานและลูกจ้างส่วนหนึ่งกักตัวสังเกตอาการ และยังสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดทีมระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้ามาตรวจสอบและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคแล้ว นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลนครเชียงใหม่ และเทศบาลตำบลช้างเผือกเข้ามาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งจะมีรถพระราชทานมาดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกให้กับกลุ่มผู้มีความเสี่ยง ในวันจันทร์ที่ 26 เม.ย. 2564 อีกด้วย
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100477</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานเชียงใหม่, เชียงใหม่, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082c441b5af7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทอท.เร่งแก้แออัด3สนามบิน ย้ายจุดตรวจค้นที่สุวรรณภูมิ เพิ่มอาคารกรุ๊ปเช็คอินในดอนเมือง-เชียงใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอท.ลุยแก้แออัด 3 สนามบิน ส.ค.นี้เตรียมใช้จุดตรวจค้นภายในประเทศใหม่ ขณะที่ดอนเมือง-เชียงใหม่ จัดอาคาร กรุ๊ปเช็คอินโดยเฉพาะ รองรับกรุ๊ปทัวร์ สงกรานต์ 62 ประเดิมที่ดอนเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มหาชนเปิดเผยว่า ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้ ทอท.เร่งแก้ปัญหาความแออัดของผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานเชียงใหม่นั้น ขณะนี้คณะกรรมการ(บอร์ด) ทอท. ได้เห็นชอบในหลักการให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ปรับย้ายจุดตรวจค้นสัมภาระผู้โดยสารภายในประเทศ จากเดิมอยู่บริเวณ ROW A และ B ให้ไปอยู่บริเวณทางออกขึ้นเครื่องบริเวณสะพานอาคารเทียบเครื่องบิน A และ Bซึ่งจะทำให้ได้จุดตรวจค้นฯ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 6 จุด เป็น 14 จุด โดยเวลานี้อยู่ระหว่างการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่จะมาประจำจุดดังกล่าว คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่เดือน ส.ค.61 เป็นต้นไป ทั้งนี้การย้ายจุดตรวจดังกล่าวจะช่วยลดความหนาแน่นของผู้โดยสารได้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่อว่า ส่วนท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น เตรียมก่อสร้างอาคารกรุ๊ปเช็คอินระหว่างประเทศ ขนาด 2 ชั้น บริเวณลานจอดรถบัส ระหว่างอาคารสำนักงานฯ และอาคาร 1 ระหว่างประเทศ ใช้งบประมาณเร่งด่วนปี 61 กว่า 200 ล้านบาท โดย ทอท. จะดำเนินการก่อสร้างเอง ไม่เปิดประมูล ซึ่งระยะแรก ปี 61 จะใช้เป็นจุดเช็คอินสำหรับกรุ๊ปทัวร์อย่างเดียวก่อน คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการก่อนเทศกาลสงกรานต์ เดือน เม.ย.62 จากนั้นในระยะยาว ปี 62 จะติดตั้งสายพานลำเลียงกระเป๋า เพื่อให้บริการครบวงจรสำหรับกรุ๊ปทัวร์ ทั้งเช็คอิน และลำเลียงกระเป๋า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวอีกว่า สำหรับท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีแผนก่อสร้างอาคารกรุ๊ปเช็คอินเช่นกัน โดยจะเป็นอาคารขนาด 5-6 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่จอดรถ ซึ่ง ทอท. จะเปิดประมูลแบบพีพีพี ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างทีโออาร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และเปิดประมูลต้นปี 62 ใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการได้ภายในปี 64 ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องสร้างอาคารกรุ๊ปเช็คอินนั้น เนื่องจากปัจจุบันผู้โดยสารที่มาเป็นกรุ๊ป โดยเฉพาะทัวร์จีนที่มาใช้บริการท่าอากาศยานเป็นจำนวนมาก เมื่อมาถึงอาคารจะมีการจัดกระเป๋าใหม่เพื่อบรรจุสัมภาระลงกระเป๋าก่อนโหลด ทำให้พื้นที่หน้าช่องเคาน์เตอร์เช็คอินหนาแน่น และบางช่วงเวลามีปริมาณผู้โดยสารล้นไปจนถึงประตูทางเข้าอาคาร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวด้วยว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-เม.ย.61) ท่าอากาศยานของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีปริมาณผู้โดยสารเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 49.9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.4% แบ่งเป็น ผู้โดยสารภายในประเทศ 20.85 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.85% และระหว่างประเทศ 29.03 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.92%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับท่าอากาศยานที่มีปัญหาแออัดก็ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 22.41 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.67% แบ่งเป็น ระหว่างประเทศ 18.19 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.16% ภายในประเทศ 4.21 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.61%, ท่าอากาศยานดอนเมือง 14 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.85% แบ่งเป็น ระหว่างประเทศ 5.42 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.86% ภายในประเทศ 8.55 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.85% และท่าอากาศยานเชียงใหม่ 3.84 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9.05% แบ่งเป็น ระหว่างประเทศ 9.33 แสนคน เพิ่มขึ้น 16.16% ภายในประเทศ 2.91 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.95%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11258</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง, ทอท., ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานไทย, นักท่องเที่ยว, นิตินัย ศิริสมรรถการ, สนามบิน, สนามบินแออัด, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1685d3f05d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
