<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามบินดอนเมืองเตรียมเปิด &#039;โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี&#039; รับผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียว 1,800 เตียง 12 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ พร้อมด้วย นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.), ร.ท.สัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง และผู้บริหารท่าอากาศยานดอนเมือง เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างไม่เป็นทางการ โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินแห่งที่ 3 ที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; ณ คลังสินค้าขาออกที่ 4 ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อเป็นฤกษ์ชัยให้แก่หน่วยปฏิบัติการ ในการต่อสู้ภัยโควิดเพื่อปกป้องรักษาชีวิตพสกนิกรของพระเจ้าแผ่นดิน โดยมี พลตรี นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ เป็นผู้กล่าวนำถวายพระพรฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี คลังสินค้าขาออกที่ 4 ทดม. ได้รับการสนับสนุนอาคารสถานที่จาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยความเห็นชอบของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ วางระบบโรงพยาบาลสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาคารคลังสินค้า 4 ทดม.สามารถปรับปรุงพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) จำนวน 1,800 เตียง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ขณะนี้อยู่ในระหว่างทดสอบระบบงานทั้งด้านการแพทย์และการสนับสนุน ทั้งความเรียบร้อยอื่นๆ เนื่องจากต้องรับผู้ติดเชื้อจำนวนมากโดยคาดว่าจะรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการน้อยได้ภายในวันที่ 12 ส.ค.64 นี้ และได้รับการอนุมัติตรวจและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการท่าอากาศยานและชุมชนโดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทอท.ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลเพื่อการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยมุ่งหวังให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และปลอดภัยจากโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ภายใต้แนวคิด การเป็นสนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน (Corporate Citizenship Airport)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานไทย, ยุทธนา หยิมการุณ, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102348f122b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.เล็งชง ครม.ไฟเขียวขยายดอนเมืองเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 2564 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาขยายท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 3.2 หมื่นล้านบาทว่า ในขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) หลังจาก ทอท. ได้เสนอรายงานการเปลี่ยนแปลงด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้พิจารณา โดยคาดว่า จะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน มี.ค. 2564 จากนั้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายใน ก.ค.64 และคาดว่า จะสามารถเปิดประมูลได้ภายในปี64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรห็ตามขณะที่ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ (North Expansion) วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาทนั้น ในขณะนี้ อยู่ระหว่างการทบทวนผลการศึกษา ควบคู่กับโครงการพัฒนาส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ด้านทิศตะวันตก (West Wings) และด้านตะวันออก (East Wings) วงเงิน 1.5 หมื่นบ้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หาก ทอท.สามารถเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ภายใน มี.ค. 2564 ก็คาดว่า จะเดินหน้าเปิดประมูลภายในปี 2564 โดยเป็นไปตามมติของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มขึดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2564 ที่ให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการทั้ง 3 แห่ง วงเงินรวมประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) นั้น เมื่อช่วงปลาย ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งบริษัทลูกภายใต้ชื่อ AOT TAFA Operator (AOTTO) มีทุนจดทะเบียนประมาณ 20-30 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นสัดส่วน 49% และสมาคมขนส่งสินค้าทางอากาศ (TAFA) ถือหุ้นสัดส่วน 51% โดยภายใน 6 เดือนหลังจากนี้ AOTTO จะดำเนินการปรับปรุง (รีโนเวท) ห้องตรวจสอบและรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรก่อนขึ้นเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศยุโรป (EU) จากนั้น จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายใน ก.ค.-ส.ค. 2564 และจะเป็นการสร้างรายได้กับ ทอท. โดยจะเห็นเป็นรูปธรรมภายในปี 2565 ส่วนจะสร้างรายได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ต้องรอดูในอนาคตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ AOTTO นั้น มีการรวมตัวของภาคเอกชนในสมาคมขนส่งสินค้าทางอากาศ ที่มีลูกค้าประกอบธุรกิจด้านสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่าย และต้องเก็บรักษาในระบบความเย็น ประมาณ 90% มาใช้บริการ เช่น สินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ อาหาร ยา เป็นต้น ขณะเดียวกัน ในเบื้องต้นจากการหารือกับกลุ่มลูกค้าเพื่อมาใช้บริการ AOTTO นั้น ลูกค้าในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งประกอบไปด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ได้ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93811</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสนามบินดอนเมือง, ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, พัฒนาขยายท่าอากาศยานดอนเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d346ea22fada.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทสภ.แจ้งผู้โดยสารจอดรถฟรีวันหยุดยาวบริเวณโซนC</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 พ.ย. 2563 นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้มีวันหยุดเพิ่ม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน และวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563 เป็นวันหยุดราชการพิเศษ ส่งผลให้มีวันหยุดยาว 4 วัน ตั้งแต่ วันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ทสภ. จึงทำการยกเว้นอัตราค่าบริการจอดรถยนต์ระยะยาว โซน C ซึ่งสามารถจอดรถยนต์ได้จำนวน 718 คัน โดย ทสภ. จะทำการยกเว้นค่าบริการจอดรถตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2563 จนถึง วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2563 เวลา 17.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ ในช่วงดังกล่าว ทสภ. ได้จัดรถ Shuttle Bus สาย A วิ่งให้บริการรับ - ส่งผู้โดยสารทุกๆ 15 นาที ตลอด 24 ชั่วโมง โดยรถ Shuttle Bus สาย A จะวิ่งให้บริการรับ - ส่งผู้โดยสารจากศูนย์ขนส่งสาธารณะ (Bus Terminal) ไปยังลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน C เพื่อรับผู้โดยสารไปส่งยังอาคารผู้โดยสาร ชั้น 1 ประตู 3 และประตู 8 และวนขึ้นไปที่ชั้น 2 ประตู 5 ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถ Shuttle Bus ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า ทสภ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการยกเว้นอัตราค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน C ในครั้งนี้เป็นอีกช่องทางที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้โดยสารผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารผู้ใช้บริการเผื่อเวลาในการเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้า 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84143</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b1b80a1114.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาคารSAT-1 สนามบินสุวรรณภูมิคืบ 95% ศักดิ์สยามยันได้ใช้แน่ปี65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ( ทสภ.)ระยะที่ 2 พร้อมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ว่า ขณะนี้ภาพรวมการก่อสร้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1 : SAT-1) คืบหน้าประมาณ 95% เหลืองานตกแต่งภายใน และติดตั้งระบบต่างๆ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือน เม.ย.65 โดยในส่วนของรถไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) คืบหน้าประมาณ 71% ขณะนี้รับมอบรถไฟฟ้าแล้ว 4 ขบวน จากทั้งหมด 6 ขบวน ส่วนอีก 2 ขบวนที่เหลือจะทำการรับมอบในเร็วๆ นี้ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มทดสอบเดินรถเสมือนจริงได้ในเดือน ก.พ.64 และเปิดให้บริการเดือน เม.ย.65 พร้อมกับการเปิดใช้งานอาคาร SAT1 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า เมื่อเปิดให้บริการ SAT 1 จะทำให้ ทสภ. สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มมากขึ้นเป็น 60 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันรองรับได้ 45 ล้านคนต่อปี ส่วนการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) เส้นที่ 3 นั้น ซึ่งมีบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR จอยต์เวนเจอร์กับบริษัท ถนอมวงศ์บริการ จำกัด เป็นผู้รับจ้างวงเงินประมาณ 9,600 ล้านบาท ได้เริ่มก่อสร้างแล้วประมาณ 1 เดือน ตามแผนงานจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 66 ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน ได้เป็น 900 เที่ยวบิน/วัน หรือรับผู้โดยสารได้ถึง 90 ล้านคน/ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องการก่อสร้างอาคาร North Expansion พื้นที่ประมาณ 4 แสนตารางเมตร (ตร.ม.)วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ &amp;nbsp;เบื้องต้นสภาพัฒน์เห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องก่อสร้าง จึงมอบให้กระทรวงคมนาคมจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกครั้ง เพื่ออธิบายถึงความจำเป็นในการก่อสร้าง รวมถึงข้อมูลความต้องการของสายการบินต่างๆ และการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำให้ ทอท. ชี้แจงถึงเรื่องการปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) กับสภาพัฒน์ด้วย เพราะการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าาวจะยิ่งทำให้ต้องใช้พื้นที่ในการรองรับผู้โดยสารมากขึ้น ดังนั้นหากไม่มีการก่อสร้างอาคาร North Expansion จะสามารถรองรับผู้โดยสาร 90 ล้านคนได้อย่างไร&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังมอบให้ ทอท. ไปศึกษาการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังปัจจุบัน ด้านตะวันออก (East Expansion) พื้นที่ 1.2 แสนตร.ม.วงเงิน 8 พันล้านบาท และส่วนต่อขยายด้านตะวันตก (West Expansion) พื้นที่ 1.2 แสนตร.ม. วงเงิน 8 พันล้านบาท ว่าจะสามารถดำเนินการพร้อมกันกับการก่อสร้างอาคาร North Expansion ได้หรือไม่ เพื่อให้เพียงพอต่อการรองรับผู้โดยสารแบบวิถีใหม่การเดินทาง (Transport New Normal)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.กล่าวว่า การก่อสร้างอาคาร North Expansion วงเงินลงทุน 42,000 ล้านบาท จะเป็นตัวหลักสำคัญในการรองรับการเดินทางของผู้โดยสารในปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะต้องมีการบริหารจัดการสนามบิน ตามมาตรการสาธารณสุข โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่รองรับการทางสังคม (Social Distancing) เนื่องจาก หลังเกิดโควิด-19 คาดว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จะออกมาตรการ วิถีใหม่การเดินทาง (Transport New Normal)&amp;nbsp;
โดยอาคาร North Expansion ที่จะมีพื้นที่ เพิ่มอีก 170,000งเมตร และพื้นที่ส่วนอาคารเทียบเครื่องบิน (Airside) อีก 125,000 ตารางเมตร มีพื้นที่เพิ่มสำหรับตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และช่องตรวจค้นผู้โดยสาร รวมทั้งหลุมจอดประชิดอาคารอีก 14 หลุม จะรองรับการเดินทางของผู้โดยสารได้อย่างสะดวกและปลอดภัยเมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านตะวันออก (East Expansion) ซึ่งจะเพิ่มเพียงพื้นที่อาคารผู้โดยสาร 66,000 ตารางเมตร ไม่พียงพอต่อ การรองรับผู้โดยสารแบบ New Normal คน ซึ่งหากเริ่มดำเนินการในต้นปี 2564 จะแล้วเสร็จในปี 2567 ทันต่อสถานการณ์ในการรองรับผู้โดยสารที่จะกลับสู่การเดินทางอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานไทย, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ( ทสภ.)ระยะที่ 2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9bb6628032b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.อ่วมโควิดทำพิษฉุดผู้โดยสารลดลง33.94%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.2563 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) &amp;nbsp;เปิดเผยว่าปัจจุบันมีสนามบินภายใต้การบริหารของ ทอท. จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ซึ่งในปีงบประมาณ 2563 ปริมาณการจราจรทางอากาศของ ทอท. ในภาพรวมรอบ 8 เดือน (ตุลาคม 2562 &amp;ndash; พฤษภาคม 2563) เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเที่ยวบิน 425,900 เที่ยวบิน ลดลง 29.80% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 229,400 เที่ยวบิน ลดลง 30.20% และเที่ยวบินภายในประเทศ 196,500 เที่ยวบิน ลดลง 29.33%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะที่มีผู้โดยสาร 64.20 ล้านคน ลดลง 33.94% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 37.24 ล้านคน ลดลง 34.72%และผู้โดยสารภายในประเทศ 26.96 ล้านคน ลดลง 32.83% โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563(ต.ค.- ธ.ค.62) ปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารยังคงมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงต้นปี 63 ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่รวมถึงการห้ามเครื่องบินขนส่งคนโดยสารทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้มีจำนวนผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินของปี63 โดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง คือ ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค. &amp;ndash; 31 พ.ค.63 เที่ยวบินลดลงกว่า 55.28% และผู้โดยสารลดลงกว่า 66.32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ด้านปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศของ ทอท.ในภาพรวมรอบ 8 เดือนของปีงบประมาณ 63 ก็ลดลงเช่นกัน คือ มีสินค้าและไปรษณียภัณฑ์จำนวน 825,665 ตัน ลดลง 17.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งสาเหตุที่ปริมาณการขนส่งสินค้ามีอัตราลดลงไม่มากดังเช่นจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารนั้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินขนส่งสินค้าเป็นหลัก โดยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ก.พ.- พ.ค.63) แม้ว่าเที่ยวบินโดยสารจะลดลงมาก จากเดิมเฉลี่ย 6,500 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เหลือเพียง 500 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ซึ่งทำให้ปริมาณสินค้าที่ลำเลียงโดยเที่ยวบินโดยสารลดลงถึง 74.22%)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินขนส่งสินค้ากลับมีอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 127.22% (เพิ่มจาก 160 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 360 เที่ยวบินต่อสัปดาห์) ซึ่งสายการบินมีการปรับตัวโดยหันมาทำการบินแบบเที่ยวบินขนส่งสินค้าทดแทนเที่ยวบินโดยสารที่ต้องหยุดบินชั่วคราวตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินขนส่งสินค้าอาจช่วยชดเชยปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศได้เพียงบางส่วนเนื่องจากในอดีตนั้นกว่า 80% ของการขนส่งจะถูกดำเนินการผ่านเที่ยวบินโดยสารเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทอท.ยังคงเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อให้สามารถรองรับการจราจรในอนาคต โดยในส่วนของโครงการพัฒนา ทสภ. ระยะที่ 2 มีความคืบหน้าในการดำเนินงานก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1 : SAT-1) 88% ปัจจุบัน ทอท. ดำเนินงานโครงสร้างแล้วเสร็จอยู่ระหว่างดำเนินงานสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน งานภูมิทัศน์ และติดตั้งงานระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระไฟฟ้า เครื่องกล สุขาภิบาล และระบบสารสนเทศภายในอาคาร ซึ่งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดฯทำให้ภาพรวมการทดสอบการเตรียมความพร้อมการเปิดให้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70204</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนวนผู้โดยสารลดลง, ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8e981692c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิด-19 ฉุดเที่ยวบิน-ผู้โดยสาร ทอท.ลดฮวบ 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 เม.ย.63-นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. ครั้งที่ 5/2563 วันนี้ (22 เมษายน 2563) ว่า ฝ่ายบริหาร ทอท. ได้รายงานประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศในปีงบประมาณ 2563 (ตุลาคม 2562-กันยายน 2563) โดยจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นั้น คาดว่าจะมีเที่ยวบินประมาณ 493,800 เที่ยวบิน หรือลดลง 44.9% และมีผู้โดยสารประมาณ 66.58 ล้านคน หรือลดลง 53.1%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากระยะเวลาในการฟื้นตัวของธุรกิจการบินนั้น จำเป็นต้องมีการพึ่งพาการฟื้นตัวของประเทศปลายทาง ซึ่งสำหรับประเทศไทยมีประเทศปลายทางที่สำคัญ คือ กลุ่มประเทศจากทวีปเอเชียแปซิฟิก ที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% และคาดว่า การฟื้นตัวของเที่ยวบินภายในประเทศ จะเกิดขึ้นก่อนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมการแพร่ระบาดฯ ในแต่ละประเทศ การค้นพบยาหรือวัคซีนสำหรับรักษาหรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้สำเร็จ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากสามารถควบคุมการระบาดทั่วโลกได้ เศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศหลักๆ เริ่มฟื้นตัว ปริมาณการจราจรจะกลับมามีปริมาณปกติที่ระดับเดิมของปี 2562 ในเดือนตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า การประชุมบอร์ด ทอท. ในวันนี้ ยังได้มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทจำกัด เพื่อบริหารโครงการเกี่ยวกับสินค้าเน่าเสียง่าย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Perishable Premium Lane หรือ PPL) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub) โดย ทอท.จะถือหุ้น &amp;nbsp;9% และเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าว ถือหุ้น 51% เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการสินค้าเกษตรของไทยให้คงคุณภาพและมีมาตรฐานตามหลักสากล โดยช่องทาง PPL จะมีพื้นที่สำหรับจัดเตรียมสินค้าแยกออกจากอาคารขนถ่ายสินค้า พร้อมเจ้าหน้าที่ตรวจและเตรียมสินค้าเกษตร เปรียบเสมือนการให้บริการชั้นธุรกิจ (Business Class)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้า โดยสินค้าในช่องทาง PPL จะได้รับการดูแล และจัดเตรียมสินค้าโดยผู้ที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อนำส่งให้อาคารขนถ่ายสินคดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ในเดือนมิถุนายน 2563 และเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63934</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, เที่ยวบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97c61626353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีดีบินไทย-ผอ.สุวรรณภูมิ&#039;ลาออกหลังทนพิษโควิดไม่ไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 2563 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน(ทอท.) กล่าวว่า ขณะนี้ น.ท.สุธีวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) (ทอท.)โดยหนังสือลาออกขอให้มีผลบังคับ16 เม.ย.63 โดยเหตุผลที่ขอลาออก คือขอแสดงความรับผิดชอบที่บริหารจัดการศูนย์ EOC ไม่ดีจนมีกรณีผีน้อยหลุดออกไปจากการคัดกรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าตนจะลาออกจากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ด้วยนั้นในเรื่องนี้ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะยังมีภาระรับผิดชอบที่จะต้องเร่งดำเนินการในการผลักดันโครงการขยายขีดความสามารถสนามบินสุวรรณภูมิ ประกอบกับ ขณะนี้ต้องเร่งช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายๆประการในขณะนี้ ประกอบกับคนยังอยู่ในช่วงสัญญาจ้างนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานจาก ทอท. ว่า ผอ.สุวรรณภูมิ ลาออก แต่ได้รับรายงานจาก คณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ว่า ขณะนี้ นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้ยื่นหนังสือลาออกแล้ว และจะมีผลในวันที่1เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคม ว่า ภายหลังจากที่เกิดปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พนักงานของทอท.ระดับผู้ปฏิบัติงานที่สนามบินของ ทอท.ทั้ง 6 แห่ง โดยเฉพาะสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นประตูหลักในการเดินทางเข้าออกประเทศต้องทำงานอย่างหนัก และแบกรับความเสี่ยงในการดำเนินการเพื่อคัดกรองผู้โดยสาร ในขณะที่การประสานงานจากหน่วยงานหลัก อย่างกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังไม่มีความชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59587</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานไทย, น.ท.สุธีวัฒน์ สุวรรณวัฒน์, ลาออก, สุเมธ ดำรงชัยธรรม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd234e955506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
