<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้พร้อมใช้ ถนน 4 เลน สายนครพนม - อ.ท่าอุเทนเชื่อมขนส่งไทย-สปป.ลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10มิ.ย.2564 รายงานข่าวจากกรมทางหลวง(ทล.) โดย สำนักก่อสร้างทางที่ 2 ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 212 สายนครพนม - อ.ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ระยะทาง 18.8 กิโลเมตร แล้วเสร็จ เพิ่มศักยภาพการคมนาคมขนส่งไทย-สปป.ลาวทางหลวงหมายเลข 212 เป็นทางหลวงสายรอง เริ่มต้นที่ อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นเส้นทางเชื่อมโยงไปสู่จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม&amp;nbsp; จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ และสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp; รวมระยะทาง 580.375 กิโลเมตร

สำหรับสายนครพนม-อ.ท่าอุเทน เป็นทางหลวงที่อยู่ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เป็นเส้นทางเลียบฝั่งแม่น้ำโขงเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมการลงทุน การค้าชายแดน การขนส่ง และการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีปริมาณการจราจรเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ให้กับประชาชน

กรมทางหลวงจึงดำเนินการก่อสร้างขยายทางหลวงสายดังกล่าว ระหว่าง&amp;nbsp; กม.284+571 ถึง กม.303+424 จากเดิมขนาด 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร (ไปกลับ) กว้างช่องละ 3.5 เมตรไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร ผิวทางแอสฟัลท์คอนกรีต ก่อสร้างศาลาทางหลวงเพื่อให้ประชาชนใช้หลบแดดหลบฝนระหว่างรอรถโดยสาร จำนวน 22 แห่ง รวมงานติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและงานติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดเส้นทาง งบประมาณ 644,155,495 บาท

ทั้งนี้เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ช่วยให้การคมนาคมขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัดนครพนม เพิ่มศักยภาพในการเชื่อมโยงกับกลุ่มสมิกอาเซียน และสนับสนุนการพัฒนาด้านเศษฐกิจพิเศษของประเทศให้มีเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105913</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, ถนน 4เลน, ท่าอุเทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1b50dc57d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดรถกระบะยอดนิยมคาแพริมโขงโยงจนท.รัฐรู้เห็น  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.61-เมื่อเวลา 08.00 น.บริเวณหน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237(ตชด.237) บ้านนาเพียง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พ.ต.อ.ดร.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง.ผบก.ตชด.ภาค 2 &amp;nbsp;พ.ต.อ.สิปปนันท์ &amp;nbsp;สรณ์คุณแก้ว &amp;nbsp;ผกก.ตชด.23 &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรงค์ วงศ์ธรรม รักษาการแทน ผกก.สภ.บ้านแพง พ.ต.ท.ทวี &amp;nbsp;ภาน้อย &amp;nbsp;ผบ.ร้อย ตชด.ที่ 237 &amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดรถยนต์กระบะวีโก้ สีเทา หมายเลขทะเบียน ถธ 2622 กรุงเทพมหานคร พร้อมเรือกีบไม้ขนาดใหญ่(เรือหาปลา) ติดเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ โดยจับยึดได้ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโพธิ์ไทร หมู่ 2 ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง จ.นครพนม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการลักลอบนำรถยนต์ที่ผิดกฎหมายข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านโพธิ์ไทร หมู่ 2 ต.ไผ่ล้อม โดยคนร้ายจะซุกซ่อนรถยนต์ไว้ในพื้นที่ใกล้ริมฝั่งโขง ก่อนที่จะนำออกมาเตรียมส่งลูกค้าในฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง จึงได้ทำการวางกำลังดักชุ่มใกล้บริเวณต้องสงสัย พบกลุ่มชายฉกรรจ์ 5-7 คน ช่วยกันนำรถคันดังกล่าวขึ้นเรือกีบขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ ที่ดัดแปลงต่อเป็นแพ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวได้ไหวตัวกระโดดลงไปในแม่น้ำโขงและว่ายน้ำหนีไปทันที ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นรถกระบะติดหลังคา ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น HILUX VEGO สีเทา หมายเลขทะเบียน ถธ 2622 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน จอดอยู่บนเรือกีบที่มีไม้ต่อเป็นแพใช้สำหรับบรรทุกรถยนต์ข้ามฟากโดยเฉพาะ ก่อนนำของกลางไปทำบันทึกจับกุมที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 &amp;nbsp;ส่งของกลางให้กับ สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินติดต่อผู้ครอบครองรถ นำเอกสารสำคัญมาแสดง และสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลักลอบนำรถยนต์จากขบวนการโจรกรรม จะนำมาลงเรือที่ต่อเป็นแพ เตรียมส่งข้ามไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีการตรวจยึดจับกุมบ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ที่ตลาดฝั่งเพื่อนบ้านต้องการเป็นอันดับหนึ่งคือ ยี่ห้อโตโยต้า ยกสูง ฟอร์จูนเนอร์ รองลงมาจะเป็นยี่ห้อฟอร์ด และมาสด้า แบบยกสูง 4 ประตู เพราะเป็นที่นิยมของตลาดรถโจรกรรมข้ามชาติ มีราคาซื้อขายกัน คันละประมาณ 3 &amp;ndash; 5 แสนบาท ตามสภาพ แต่ปัจจุบันจะไม่เน้นการโจรกรรมแล้ว โดยส่วนมากจะนำรถยนต์มาจากบ่อนการพนัน ที่มีลูกค้าไปจำนำเพื่อเล่นการพนัน แล้วไม่มาไถ่ถอนคืน รวมถึงรถหนีไฟแนนซ์ &amp;nbsp;และมีโจรกรรมบ้างเพียงบางส่วน &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่มีมาตรการเข้มในการสกัดกั้นปราบปรามจับกุมต่อเนื่อง แต่ยังมีการลักลอบบ่อยครั้ง &amp;nbsp;เนื่องจากมีปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน เข้าไปพัวพันทำให้ยากต่อการจับกุม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24205</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครพนม, ตชด.237, ท่าอุเทน, ยึดรถ, ริมโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c133d717c5a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวแบงก์ ธ.ก.ส.ฉาว! โกงเงินลูกค้ากว่า 12 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;ชาวบ้านอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมกลุ่มหนึ่งได้ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า ถูกสาวแผนกสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โกงเงินลูกค้ารวมแล้วกว่า 12 ล้านบาท มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน ตั้งแต่เดือน ก.ย.2560 แต่ถึงวันนี้คดียังไม่คืบหน้า โดยสาขาต้นสังกัดยังคงส่งใบแจ้งเรียกเก็บหนี้กับลูกค้าอย่างปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประหยัด เจริญราษฎร์ อายุ 41 ปี บ้านเลข 33 หมู่ 3 ต.ท่าอุเทน เป็นแกนนำพาชาวบ้านพน้อมเอกสารใบแจ้งหนี้และสำเนาใบแจ้งความของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่าในฐานะเป็นลูกค้า ธ.ก.ส.สาขาท่าอุเทน มีการรวมกลุ่มกันไม่น้อยกว่า 10 คน เพื่อเสนอขอกู้เงินโดยใช้วิธีค้ำประกันกันไปมา มีน.ส.ศศิธร หรือปุ๋ย หอมดวง อายุ 36 ปี คน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของ ธ.ก.ส.กว่า 5 ปี คอยบริการเรื่องต่างๆให้ทุกอย่าง ประมาณเดือน มี.ค.2560 กลุ่มได้ยื่นเรื่องขอกู้เงินขั้นต่ำคนละ 20,000 - 250,000 บาท มีการเซ็นสัญญาจะทำกันบนชั้น 2 ของอาคาร ธ.ก.ส.ท่าอุเทน &amp;nbsp;ซึ่งจะมีพนักงานนั่งทำงานอยู่ 5 คน หนึ่งในนั้นก็คือ น.ส.ศศิธรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประหยัดเล่าต่อว่าได้ขอกู้เงินแค่ 50,000 บาท แต่เมื่อเรื่องแดงขึ้นมา กลับมียอดหนี้มากถึง 400,000 บาท ขณะที่คนอื่นในกลุ่มก็กู้มากบ้างน้อยบ้างคละเคล้ากัน โดย น.ส.ปุ๋ยจะนัดลูกค้ามารับเงินที่ธนาคาร แต่นัดจะไม่ตรงกัน บางคนเซ็นชื่อรับเงินไปก่อนครึ่งหนึ่ง เงินส่วนที่เหลือ น.ส.ปุ๋ยอ้างจะนำไปส่งให้ที่บ้าน &amp;nbsp;เช่น นางสินธ์ มณีลุน อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 39 หมู่ 11 บ้านปากทวย ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน ขอกู้ 80,000 บาท ไปเซ็นรับเงินที่ธนาคารในตอนเช้า น.ส.ปุ๋ยจ่ายให้แค่ 50,000 บาท อ้างว่าที่เหลือจะเอามาให้ถึงบ้าน ตอนบ่ายในวันเดียวกัน น.ส.ปุ๋ยก็มาขอเงิน 50,000 บาทคืน อ้างจะเอาไปส่งคืนธนาคาร แล้วจะทำเรื่องเบิกใหม่ให้ครบ &amp;nbsp;80,000 บาทเต็ม ด้วยความไว้วางใจจึงมอบเงินจำนวนดังกล่าวคืน &amp;nbsp;และ น.ส.ปุ๋ยนัดไปรับเงินอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.2560 ซึ่งได้รับเงิน 80,000 บาทจริง แต่ปรากฏยอดหนี้เป็นเงิน 130,000 บาท และได้พยายามสอบถาม น.ส.ปุ๋ยก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าระบบข้อมูลผิดเดี๋ยวจะแก้ไขให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางเสมอ กิติศรีวรพันธุ์ ขอกู้ 240,000 บาท น.ส.ปุ๋ยนำเงินมามอบให้ 120,000 บาท ที่เหลืออ้างเอาไปปิดหนี้เก่า แล้วจะเอาใบเสร็จมาส่งให้ที่บ้าน หลังเกิดเรื่องไปขอดูยอดหนี้ น.ส.ปุ๋ยไม่ได้ชำระหนี้แต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางไคศรี ยะสา อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 36 หมู่ 7 บ้านกุดสะกอย ต.โนนตาล มีหนี้อยู่กับ ธ.ก.ส. 500,000 บาท ส่งต้นและดอกเบี้ยสม่ำเสมอ ต่อมาได้ทำประกันชีวิตให้ลูกสาวที่ไปทำงานต่างประเทศปีละ 12,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันทุกปีไม่เคยขาด ภายหลัง น.ส.ปุ๋ยอาสารับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยและเงินประกันชีวิตส่งธนาคารแทน จึงมอบเงินให้ไปครั้งละ 47,000 บาท ปรากฏว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงานนิ้วขาด 3 นิ้ว จึงยื่นเรื่องขอสินไหมจาก ธ.ก.ส. พนักงานคนหนึ่งบอกว่าไม่ได้ส่งเบี้ยประกันมาหลายปีแล้ว จึงหมดสิทธิ์ในการจะได้สินไหมทดแทน และเงินที่ใช้หนี้ก็ยังเหมือนเดิม น.ส.ปุ๋ยไม่ได้นำมาชำระหนี้ให้แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางประหยัดกล่าวต่อว่า หลังมีการรับเงินก็ยังไม่ได้ใบแจ้งยอดหนี้ จนถึงเดือน ส.ค.2560 ผู้ใหญ่บ้านมาบอกให้ไปดูยอดหนี้ที่ธนาคาร เพราะ น.ส.ศศิธรหรือปุ๋ยปฏิบัติหน้าที่ทุจริต จึงชักชวนเพื่อนในกลุ่มพากันไปขอดู แต่ละคนเห็นยอดหนี้ถึงกับเป็นลม เพราะมียอดหนี้สูงเกินจริงทุกราย ระหว่างเกิดเรื่อง ธ.ก.ส.ก็ไม่ได้แจ้งความใดๆ แค่สั่งย้าย น.ส.ปุ๋ยไปประจำอยู่ที่สาขานครพนมแทน ซึ่งเห็นความไม่ชอบมาพากลจึงโทรศัพท์ไปบอกนักจัดรายการสถานวิทยุคลื่นหนึ่ง ให้ออกข่าวว่ามีพนักงานสินเชื่อ ธ.ก.ส.สาขาท่าอุเทน โกงเงินลูกค้า และธนาคารยังเพิกเฉย จากนั้น น.ส.ปุ๋ยก็หายหน้าหายตาไปเลย จึงพากันแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชนไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน รวมผู้เสียหาย 39 ราย มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นิรมล กิติศรีวรพันธุ์ &amp;nbsp;อายุ 38 ปี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นลูกสาวของนายจรูญ กิติศรีวรพันธุ์ อายุ 70 ปี เผยว่าพ่อมียอดหนี้ 50,000 บาท ก่อนหน้านี้พ่อได้มอบเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้ น.ส.ปุ๋ยไปปิดหนี้ แต่ไม่ได้นำเงินไปชำระหนี้ พ่อจึงมียอดหนี้เหมือนเดิม หลัง น.ส.ปุ๋ยถูกย้ายไปอยู่ที่ ธ.ก.ส.นครพนม ได้ไปนั่งประจันกันแล้วซักถามข้อเท็จจริง ว่าโกงเงินนับสิบล้านบาทไปทำอะไร น.ส.ปุ๋ยสารภาพว่าติดการพนันอย่างหนัก โดยจะข้ามไปเล่นการพนันที่บ่อนคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อไม่มีเงินก็ซิกแซกเอาเงินลูกค้าไปเล่นจนหมดตัว และจะกลับบ้านไปขายนามาใช้หนี้คืน ถึงปัจจุบัน น.ส.ปุ๋ยปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ ธ.ก.ส.ก็ไม่ยอมให้ความกระจ่าง อ้างว่าต้องรอทางส่วนกลางมาสอบสวน มีมาสอบปากคำแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ทุกอย่างก็ยังเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทางตำรวจก็อ้างว่าออกหมายจับไปแล้ว จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน, ท่าอุเทน, ธ.ก.ส., ธนาคาร, นครพนม, แจ้งความ, โกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee8cd30c60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
