<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’เผยประชาชนปลื้มแนวคิด’ลุงตู่’ปรับภูมิทัศน์ทางรถไฟ-ท่าเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ &amp;nbsp;2 ฝั่งถนนเขตทางรถไฟ และท่าเรือ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งถือเป็นโครงการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ เนื่องจากนายกฯ เห็นถึงประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทำให้เกิดความสวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น &amp;nbsp;และมีความปลอดภัยในการสัญจร โดยโครงการที่กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการเป็น 2 ระยะ รวม 767 โครงการ เช่น แผนงานปรับภูมิทัศน์ริม 2 ข้างทาง จำนวน 20 สายทาง ,แผนงานเพิ่มศักยภาพจุดพักรถบรรทุก จำนวน 40 จุด, แผนงานปรับปรุงหมวดทางหลวงทั่วประเทศ จำนวน 584 แห่ง เพื่อเป็นจุดบริการและแวะพักของประชาชนที่ขับรถทางไกล, โครงการจัดกิจกรรมสีสันประเทศไทย สะพานภูมิพล เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับสะพานของพ่อ ในช่วง พ.ย. 64-ม.ค. 65 และโครงการประดับไฟสะพานมหาเจษฎาบดินทรทนุสรณ์ &amp;nbsp;,โครงการเสริมทัศนียภาพริมทางรถไฟ จำนวน 9 เส้นทาง ด้วยพันธุ์ไม้สวยงามประจำถิ่น &amp;nbsp;พร้อมทั้งพัฒนาเส้นทางโดยสารสายหลักของประเทศ จำนวน 2 เส้นทาง เช่น แนวเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และช่วงบางซื่อ-รังสิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากการพัฒนาโครงการใหญ่ๆ ของประเทศแล้ว นายกฯยังมีแนวคิดพัฒนาโครงการต่างๆเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งนอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนอีกด้วย ขณะเดียวกันนายกฯยังไม่หยุดคิดที่จะแก้ไขปัญหาไปพร้อมๆกับการพัฒนา ให้กับประเทศเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน&amp;rdquo;นายสุภรณ์กล่าวและว่า หลังจากที่นายกฯ มีข้อสั่งการไปแล้ว รมว.คมนาคมได้สัมภาษณ์ให้ข่าวโครงการนี้มีเสียงตอบรับจากประชาชนทั่วประเทศว่าเป็นโครงการที่ดีขอสนับสนุน และชื่นชมฝากมาถึงท่านนายกฯ และรัฐบาลอยากให้รีบลงมือทำโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและการพัฒนาประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ท่าเรือ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, เขตทางรถไฟ, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152ded019023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ลุยตรวจท่าเรือกรุงเทพถกภาครัฐ-เอกชนแก้ปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) เปิดเผยภายหลังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเรือคลองเตย กรุงเทพฯ และหารือร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้สินค้าและอัตราค่าระวางเรือที่สูงขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกที่กำลังได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องจากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและะเอกชนด้านการพาณิชย์(กรอ.)พาณิชย์ในปัญหานี้จึงมาตรวจดูร่วมทุกฝ่ายโดยมีรายละเอียดในการดูจากท่าเรือกรุงเทพวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งและต้องหาข้อสรุปและหาทางบริหารจัดการและดูเรื่องกฎระเบียบที่สามารถจัดการได้โดยเร็ว ทั้งนี้ สถานการณ์การขาดแคลนตู้สินค้า มาจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ค่าระวางการขนส่งทางทะเลต่ำ ทำให้สายเรือหลายบริษัทได้ปิดตัวลง และมีการควบรวมกิจการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนการขาดแคลนตู้สินค้า เกิดจากสายเรือลดการให้บริการจากสถานการณ์โควิด-19 เพราะหลายประเทศชะลอหรือเลิกการนำเข้าส่งออกชั่วคราว และมีตู้สินค้าชะงักอยู่ที่จีนจำนวนมาก จากการเข้มงวดตรวจสอบสินค้า ติดค้างอยู่ที่สหรัฐฯ เพราะโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถขนส่งสินค้าได้ ระยะเวลาหมุนเวียนของตู้สินค้าไปสหรัฐฯ เพิ่มจาก 7 วันเป็น 14 วัน และเทศกาลคริสมาสต์ ปีใหม่ ตรุษจีน ทำให้มีความต้องการตู้สินค้ามากขึ้นในการขนส่งสินค้าไปสหรัฐฯ และยุโรป
ดังนั้น จึงส่งผลต่อการปรับเพิ่มขึ้นของค่าระวาง โดยอัตราค่าระวาง (Freight) ค่าบริการภายในประเทศ (Local Charge) และค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Surcharge) มีการปรับตัวในอัตราที่สูงขึ้น และการจองพื้นที่จัดสรรระวาง (ตู้สินค้า) มีความไม่แน่นอน อาจดำเนินการจองแล้วถูกยกเลิก เนื่องจากพื้นที่เรือไม่เพียงพอต่อความต้องการ (Space Allocation)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการหารือในครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ส่งออก โดยในส่วนของค่าบริการภายในประเทศ (Local Charges) จะใช้พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เข้าไปกำกับดูแล และขอให้คงอัตราค่าบริการภายในประเทศตามอัตราปี 2561 อัตราค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Surcharge) ขอให้เป็นไปตามค่าธรรมเนียมตลาดโลก แต่ต้องเป็นธรรม และห้ามมีการยกเลิกการจองตู้สินค้า ส่วนเรื่องการผูกขาดการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการจำกัดปริมาณตู้สินค้าที่มาจากสายการเดินเรือ ได้มอบให้ สขค. เข้าไปดูแล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86804</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ตู้สินค้า, ท่าเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd6ef816cd35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปป.ลาวผวา!โควิด-19จากไทยสั่งปิด4ด่านแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;มีรายงานว่าสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ตม.นครพนม) เผยแพร่หนังสือด่วน มีใจความว่า &amp;ldquo;ได้รับแจ้งจากหัวหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าเรือเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ว่า วันที่ 17 มีนาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ทาง สปป.ลาวจะทำการปิดท่าเรือเมืองท่าแขก จนกว่าสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรนา(COVID-19) จะดีขึ้น&amp;rdquo; ดังนั้นจึงให้ไปใช้สะพานมิตรภาพ 3 ในเวลาทำการตั้งแต่ 06.00-22.00 น. แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังทางการลาวมีหนังสือดังกล่าวออกมาในวันเดียวกัน นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ นพ 0017.3/ว1079 มีเนื้อหาดังนี้ ด้วยแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) แจ้งว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา 2019 ได้เริ่มแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในหลายประเทศทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยมีปริมาณเพิ่มขึ้นในทุกวัน และปัจจุบันได้ลุกลามเข้าสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน ควบคุม และสกัดกั้นไม่ให้มีการแพร่ระบาดสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศ (ไทย &amp;ndash; ลาว,จังหวัดนครพนม และแขวงคำม่วน) แขวงคำม่วนขอความร่วมมือจังหวัดนครพนม ในการปิดด่านท้องถิ่น จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.1 &amp;nbsp;ด่านท่าเรือเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ตรงข้ามกับด่านท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองนครพนม 1.2 ด่านปากน้ำเซบั้งไฟ เมืองหนองบก ตรงข้ามกับอำเภอธาตุพนม 1.3 ด่านปากน้ำ เมืองหินบูน ตรงข้ามกับอำเภอท่าอุเทน และ 1.4 ด่านผ่อนปรน ปากเบ็ง ตรงข้ามกับบ้านหนาดท่า อำเภอเมืองนครพนม จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ จึงจะแจ้งให้จังหวัดนครพนมทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายนพรัตน์ รื่นภิรมย์ เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน ด่านตรวจพืชนครพนม ได้แปลหนังสือของทางการลาวออกมาดังนี้ สถานกงสุลใหญ่แห่งราชอาณาจักรไทยประจำแขวงสะหวันนะเขต ขอแสดงความนับถืออย่างสูงมายังแผนกการต่างประเทศแขวงคำม่วน และขอถือเป็นการแจ้งแขวงคำม่วน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 เวลา 09.30 น. ผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งเป็นคนไทยและคณะ รวม 5 คน เดินทางข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 จากจังหวัดนครพนมไปแขวงคำม่วน ระหว่างที่อยู่แขวงคำม่วน คณะดังกล่าวได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านจันสถิต และร้านพรเทพ แขวงคำม่วน ก่อนเดินทางกลับจังหวัดนครพนมในวันเดียวกัน ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 พนักงานของร้านอาหารทั้งสองดังกล่าวที่ให้บริการแก่คณะเป็นผู้อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในโอกาสนี้ สถานกงสุลใหญ่แห่งราชอาณาจักรไทยประจำแขวงสะหวันนะเขต ขอความอนุเคราะห์แผนกการต่างประเทศแขวงคำม่วน กรุณาพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย ขอขอบคุณอย่างยิ่ง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังประกาศหนังสือปิดพรมแดนไทย-ลาว ออกมาอย่างเป็นทางการ เวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองนครพนม ถนนสุนทรวิจิตร พบเรือโดยสารข้ามฟากของไทยแล่นมาจากฝั่งประเทศลาวพอดี ทราบจากผู้ขับเรือว่าเป็นเรือไทยลำสุดท้ายที่พาผู้โดยสารมาขึ้นฝั่งไทย เพราะขณะนี้ฝั่งประเทศลาวได้ปิดด่าน 100 % แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสาเหตุที่ทางการลาวปิดด่านพรมแดนท่าเรือ สืบเนื่องจากฝ่ายแขวงคำม่วนมีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนจำกัด ไม่เพียงพอที่จะต้องแบ่งมาตรวจคัดกรองที่ด่านท่าเรือ (ขณะที่ฝ่ายไทย จังหวัดนครพนมมีความพร้อม) จึงประกาศขอปิดด่านพรมแดนตามที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไม่มีกำหนด &amp;nbsp;หรือจนกว่าจะมีความพร้อมด้านบุคลาการทางการแพทย์ แต่ผู้ต้องการจะเดินทางข้ามไปยังฝั่งลาว สามารถไปข้ามได้ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 เพียงแห่งเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันที่ 18 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังท่าเทียบเรือเทศบาลเมืองนครพนมอีกครั้ง พบว่าบรรยากาศเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนวันก่อนๆ ศาลา ที่นั่งม้าหินอ่อน จากเคยเนืองแน่นของพี่น้องชาวไทยและลาว ที่ใช้ท่าเรือดังกล่าวข้ามฝั่งกันไปมา ไม่เว้นแม้แต่ร้านขายของกินที่มีอยู่หลายร้าน จำต้องปิดไปตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแจ๊คคนขับรถสามล้อเครื่องประจำท่าเรือฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คิวรถสามล้อเครื่องมีทั้งหมด 23 คัน ปกติจะมีรายได้วันละ 500 บาทขึ้นไป หลังปิดด่านพรมแดนวันนี้เพิ่งได้เงินค่าโดยสารเพียง 20 บาท และไม่รู้ว่าจะเปิดด่านในวันไหน แต่ก็ต้องหาวิธีเอาตัวรอดประทังไปพลางๆก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม(สสจ.ฯ) ได้เปิดเผยตัวเลขกลุ่มบุคคลที่ถือเป็นผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งใกล้ชิดกับนายนราธิเบต ทองดำ เซียนมวยชื่อดัง มีจำนวนทั้งสิ้น 45 คน สามารถติดตามบุคคลเหล่านั้นได้แล้ว 40 คน ส่วนที่เหลืออีก 5 คน ยังติดตามตัวไม่เจอ และมีชาวต่างชาติอยู่ด้วย 1 คน สาเหตุที่ยังไม่พบตัวเบื้องต้นทราบว่าให้เบอร์โทรศัพท์ไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60131</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือ, ปิดด่าน, สปป.ลาว, เมืองท่าแขก, โรคระบาด, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e7184353b920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสรีพิศุทธ์โอดถูกคุกคาม!คดีท่าเรือรุกเจ้าพระยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2563 - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีการร้องเรียนเรื่องท่าเรือในพื้นที่บ้านรุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่าเป็นคนที่ทำอะไรถูกกฎหมายทั้งหมด การสร้างท่าเรือต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่า และจ้างผู้รับเหมามาสร้างตามแบบที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อสร้างเสร็จทางกรมเจ้าท่าก็มาตรวจสอบ ผ่านมาประมาณกว่า 20 ปีแล้ว ถ้ามาตรวจสอบอีกก็ถูกต้อง แต่เมื่อปี 2552 หลังพ้นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผบ.ตร.ที่มารับตำแหน่งต่อก็ใช้ลูกน้องไปแจ้งความดำเนินคดีจนกรมเจ้าท่าก็เข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งก็พบว่าถูกต้องตามแบบ ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการ ซึ่งอัยการก็ไม่สั่งฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คดียุติเด็ดขาดแล้ว แล้วใครจะบอกว่าไม่ถูกต้อง หากทำแบบนี้กฎหมายบ้านเมืองก็ไม่มีความหมาย อย่างนี้มันเป็นการหาเรื่องกลั่นแกล้ง และคุกคามกันมากกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือ, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e27bbd8677a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยประมูลแหลมฉบังเฟส3 มูลค่า 1.2 แสนล้าน ชูเป้าติดอันดับท็อป20ของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คมนาคม ลุยประมูลแหลมฉลังเฟส 3 วงเงิน 1.2 แสนล้าน ภายในปีนี้ หนุนการลงทุนอีอีซี ตั้งเป้าเป็นฮับการขนส่งติด1ใน20ท่าเรือที่ดีที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค. 2561 นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนารับฟังความเห็นจากภาคเอกชนในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (อีอีซี) ว่า โครงการนี้เป็น 1 ใน 5 โครงการสำคัญในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ภายใต้วิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังให้สามารถรองรับการขนส่งตู้สินค้าผ่านทางรถไฟและเพิ่มระบบจัดการขนตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation) เพื่อให้มีการเชื่อมต่อขนส่งสินค้าไปยังภูมิภาค ประเทศลาว เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา และประเทศจีนตอนใต้ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งและกระจายสินค้าที่สำคัญของภูมิภาค โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การขนส่งทางน้ำของภูมิภาค และยังเตรียมผลักดันให้ท่าเรือของไทยติดอันดับ 1 ใน 20 ท่าเรือ ที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการนี้จะใช้เงินลงทุนราว 1.2 แสนล้านบาท แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 โครงการคือ 1. โครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในท่าเรือ วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ภาครัฐโดยการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) จะเป็นผู้ลงทุนขุดลอกร่องน้ำเดินเรือ และนำดินมาถมทำท่าเรือเบื้องต้น, ติดตั้งระบบไฟฟ้า, ประปา และก่อสร้างถนนและ 2. โครงการพัฒนาท่าเรือและระบบการบริหารจัดการท่าเรือ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท จะเปิดให้นักลงทุนและผู้สนใจจากภาคเอกชน ทั้งจากภายในและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนในโครงการตามรูปแบบพีพีพี ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุน สิงคโปร์ ญี่ปุ่นและจีนได้แสดงความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาแหลมฉบับเฟส 3 วงเงิน 1.2 แสนล้านบาทนั้น เป็นการเตรียมความพร้อมระบบสาธารณูปโภคและขนส่งเพื่อรองรับการลงทุนในอีอีซี ซึ่งในอนาคตจะมีการขยายตัวสูง ตั้งเป้าจะเปิดประมูลทั้ง 2 โครงการให้ได้ภายในปีนี้ เพื่อให้สามารถก่อสร้างได้ในปี 2562 ทันกับแผนพัฒนาพื้นที่อีอีซีของรัฐบาล&amp;rdquo;นายไพรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผอ.กทท. เปิดเผยว่า กทท. จะลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบริเวณท่าเรือ วงเงินลงทุน 4 หมื่นล้านบาท ภายในในเวลา 5 ปี เบื้องต้นมีเงินสดในมือ 1 หมื่นล้านบาท พร้อมที่จะลงทุนแต่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องในช่วง 1-2 ปีแรก กทท. อาจจะมีระดมเงินทุนเพิ่มปีละ 1 หมื่นล้านบาท ด้วยการกู้เงินจากภายในประเทศ หรือออกพันธบัตรซึ่งต้องพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมต่อไป สำหรับงานก่อสร้างส่วนนี้ กทท. จะใช้วิธีการเปิดประมูลหาผู้รับเหมาตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง คาดว่าจะได้ตัวผู้ชนะการประมูลและลงนามสัญญาในเดือนก.พ. 62
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทท., การท่าเรือแห่งประเทศไทย, ท่าเรือ, ท่าเรือแหลมฉบัง, รมช.คมนาคม, อีอีซี, เปิดประมูล, แหลมฉลัง, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a883da6c6990.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรือประมงนับพันลำยังจอดสนิท  รอผลเจรจารัฐบาล-เล็งถวายฎีกา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 61 - ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่าจากกรณีชาวประมงจังหวัดปัตตานี นำเรือประมงจอดสองฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานีและหยุดทำการประมงไม่มีกำหนดเนื่องจากเห็นว่าข้อกฏหมายเกี่ยวข้องการทำประมงสุ่มเสี่ยงในการประประกอบกิจการการประมงและการออกหาปลา ทำให้ชาวประมงเดือดร้อนส่งผลกระทบต่อรายได้ และเกี่ยวพันถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องไม่สามารถขับเคลื่อนได้ และรัฐยังไม่ได้ช่วยเหลือ จึงจำเป็นที่เรือประมงปัตตานีและทั่วประเทศ22จังหวัด หยุดทำประมงพร้อมกันในวันที่ 9 เมษายนตามที่รายงานข่าวไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผุ้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันที่10เมษายน ที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี &amp;nbsp; ยังมีเรือประมงไม่ออกทำการประมงตามมติของชาวประมง ทำให้บรรยากาศที่ท่าเทียบเรือปัตตานีตั้งแต่ช่วงเช้าที่เคยนำปลาขึ้นท่าเงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนปกติ ปลาที่มาขึ้นเทียบท่ามีน้อยมาก และมีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน เรือประมง ขนาดใหญ่ ขนาดกลางขนาดเล็ก &amp;nbsp;2 &amp;nbsp;พันลำ ยังคงจอดสนิทที่สองฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานี เป็นจำนวนมาก เพื่อหยุดการทำประมง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับชาวประมง และข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำประมง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าชาวประมง รอดูมติของสมาคมประมงที่เดินทางไปที่ทำเนียบพบกับตัวแทนรัฐบาลในวันนี้ เพื่อหาข้อยุติ &amp;nbsp;ซึ่งถ้าหากไม่มีแนวทางแก้ปัญหาชาวประมงก็จะหยุดทำการประมงอย่างไม่มีกำหนด &amp;nbsp;และเตรียมทำหนังสือความเดือดร้อนของชาวประมง เพื่อยื่นถวายฎีกาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวเล, ทำประมง, ท่าเรือ, ปลาทะเล, ปัตตานี, สัตว์ทะเล, เรือประมงหยุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc453a6c7e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบถ่านหินยอมยุติชุมนุมหลัง&quot;ศิริ&quot;ยอมเซ็นเอ็มโอยูม็อบ5 ข้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศิริ&amp;rdquo; ยอมเซ็นเอ็มโอยูม็อบหนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา5 ข้อ &amp;nbsp;กำหนดให้นำอีเอชไอเอของโรงไฟฟ้า-ท่าเรือมาประกอบการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี &amp;nbsp;หากสรุปว่าสร้างได้ ต้องให้ กฟผ.เสนอรายงานต่อ สผ. ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มี.ค. 61 - นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู) กับเครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารกระทรวงพลังงานเป็นพยานว่าเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม ในการตัดสินใจก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อำเภอเทพา โดยจะดำเนินตามข้อตกลงที่มีสาระสำคัญดังนี้ 1.ฝ่ายสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา ยินดีให้มีการจัดทำการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (เอสอีเอ) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ โดยมีคณะกรรมการที่เป็นกลางและมีกระบวนการทำงานตามหลักสากลที่เป็นกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การทำเอสอีเอจะต้องให้ความสำคัญไปที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาเนื่องจากถูกพิจารณาให้เป็นพื้นที่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) มาตั้งแต่ต้นตามนโยบายของรัฐบาล 3.ให้กระทรวงพลังงานนำข้อมูลรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และของท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่ดำเนินการแล้ว มาเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำเอสอีเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.หากผลการศึกษาเอสอีเอได้ข้อสรุปให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาได้ ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)นำอีเอชไอเอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาที่มีอยู่แล้ว ยื่นต่อ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และดำเนินการศึกษาอีเอชไอเอของท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี และ 5.หากผลการศึกษาเอสอีเอไม่เห็นชอบกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพาให้ กฟผ.พิจารณาพื้นที่อื่นที่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลี สาเมาะ ประธานเครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่าเราชาวเทพาได้คลี่คลายความเครียด เพราะเราต้องการมาหลายวันแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ วันนี้เราสามารถดึงโรงไฟฟ้าเทพากลับมาได้ เท่ากับเราดึงความเจริญเข้ามาสู่เทพา เราขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือและดูแลเรามาตลอด พวกเราที่มาอยู่ตรงนี้ถ้าไม่มีพวกท่านดูแลเราก็อยู่ไม่ได้ ขอขอบคุณ กฟผ. และพวกเรามีภารกิจที่ยังต้องรับผิดชอบอยู่ เราขอขอบคุณที่ให้การดูแลเราตลอดมา เราไม่ประสบปัญหาเรื่องความอดอยาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6005</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ่านหิน, ท่าเรือ, ม็อบโรงไฟฟ้า, เทพา, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าถ่านหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb8cb6cb9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
