<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.มุ่งสู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค เดินหน้าแหลมฉบังเฟส3รับอีอีซีเชื่อมอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐฐบาลเร่งเดินหน้ายกระดับและผลักดันประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง มุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่รัฐบาลหวังจะใช้ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ต้องเผชิญกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบไปทุกภาคส่วน แต่การก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลก็ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ การท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือ กทท. ก็ยังมีแผนเดินหน้าพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือ กทท. เปิดเผยว่า การท่าเรือฯ มีแผนจะยกระดับเป็นท่าเรือชั้นนำที่ได้มาตรฐานสากล โดยมียุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาบริการและโครงสร้างพื้นฐานให้มีมาตรฐานในระดับโลก การพัฒนาสู่การเป็นประตูการค้าหลักและศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งการพัฒนาสินทรัพย์ในเชิงธุรกิจให้มีมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาการให้บริการและยกระดับการทำงานมุ่งสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง ด้วยการนำระบบ Port Community System (PCS) หรือระบบศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลด้านขนส่งทางน้ำและโลจิสติกส์แบบไร้รอยต่อ ทั้งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านโลจิสติกส์ทั้งภาครัฐและเอกชนมาใช้เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการรองรับโครงข่ายการเชื่อมโยงด้าน Logistics ในระดับนานาชาติ&amp;rdquo;
เร่งพัฒนาท่าเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการท่าเรือฯ จะเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือของประเทศ ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือภูมิภาค โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ที่การท่าเรือฯ ต้องการผลักดันให้เป็นท่าเรือน้ำลึกหลักของไทย มีเนื้อที่รวมทั้งหมด 6,340 ไร่ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอีอีซี ดังนั้นการยกระดับให้ท่าเรือแหลมฉบังกลายเป็นท่าเรือหลักของภูมิภาคและเป็นเมืองท่าแห่งอนาคต และมีส่วนสำคัญในการอำนวยความสะดวกเรื่องของการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F วงเงิน 84,361 ล้านบาท ระยะเวลาสัมปทาน 35 ปี ตามแผนงานโครงการอีอีซี จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2568 และสอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โครงการเมืองการบินอู่ตะเภาที่จะแล้วเสร็จในปี 2568&amp;quot; เรือโทกมลศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งโครงการคือ การพัฒนาศูนย์การขนส่งสินค้าทางรถไฟ เพื่อก่อสร้างลานขนถ่ายตู้สินค้าทางรถไฟบนพื้นที่ 600 ไร่ ให้สามารถรองรับรถไฟได้ 12 ขบวน พร้อมติดตั้งเครื่องมือยกขนตู้สินค้าชนิดเดินบนราง (Rail Mounted Gantry Crane : RMG) ซึ่งจะรองรับตู้สินค้าได้ 2 ล้าน ที.อี.ยู.ต่อปี รวมทั้งโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ) ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งภายในประเทศ และระบบโลจิสติกส์ได้อย่างครบวงจร
สำหรับท่าเรือกรุงเทพ ได้มีการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องมือทุ่นแรง รวมถึงกระบวนการทำงานภายในองค์กรและการให้บริการ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีโครงการปรับปรุงและพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่ง 20G ส่งเสริมระบบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) และพัฒนาระบบขนส่งและการขนถ่ายสินค้าให้มีโครงข่ายเชื่อมโยง (Logistics Chain) ภายในประเทศ ให้สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้ 240,000 ที.อี.ยู.ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้ปรับปรุงท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ระนอง (ท่าเรือระนอง) จังหวัดระนอง เพื่อรองรับ โครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน และผลักดันให้ท่าเรือระนองเป็นประตูการค้าฝั่งตะวันตก ล่าสุด กทท.ได้ดำเนินการให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท กรีนเนอร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด ศึกษาและสำรวจออกแบบ (Detail Design) และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการพัฒนาศักยภาพท่าเรือระนอง และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมนำข้อเสนอต่างๆ ของภาคประชาชนไปประกอบการดำเนินโครงการปรับปรุงท่าเรือระนองให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินหน้าแหลมฉบังเฟส 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 นั้น ล่าสุดหลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบผลประโยชน์ตอบแทนภาครัฐของโครงการฯ ค่าสัมปทานคงที่มูลค่าสุทธิที่ 29,050 ล้านบาท และให้คณะกรรมการการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3&amp;nbsp;ดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศฯ กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาซองที่ 4 ผลประโยชน์ตอบแทนด้านการเงินและมีมติเห็นชอบกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ประกอบด้วย บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์, บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด และบริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จากประเทศจีน ผ่านการประเมินซองที่ 4 และได้ทำการเปิดเอกสารข้อเสนอซองที่ 5 ซองข้อเสนอแนะในการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนการพิจารณาซองที่ 5 นั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้มีมติตั้งคณะทำงานช่วยพิจารณาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และพิจารณาร่างสัญญาร่วมทุนฯ โดยมีผู้แทนของกรรมการคัดเลือกฯ จากสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน จากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะพิจารณาร่างสัญญาฯ และสรุปเสนอต่ออัยการสูงสุดพิจารณาได้ประมาณกลางเดือน พ.ค. หลังจากนั้นจะเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามขั้นตอน คาดว่าในส่วนของคณะกรรมการคัดเลือกฯ และ กทท. จะดำเนินการตามกระบวนการเสร็จภายในเดือน มิ.ย. จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. เพื่ออนุมัติการลงนาม ซึ่งในขณะนี้ได้มีการเตรียมพร้อมเรื่องการลงนามคู่ขนานไปด้วยแล้ว&amp;rdquo; เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผุดสมาร์ทพอร์ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากแผนการพัฒนาท่าเรือแล้ว ทาง กทท.ยังมีแผนที่จะพัฒนาที่ดินในเชิงธุรกิจให้มีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะจะพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ ตั้งอยู่กลางเมือง มีพื้นที่ 2,353 ไร่ ให้เป็น สมาร์ทพอร์ต ซึ่งในส่วนนี้มีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่ที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีแผนที่จะพัฒนาเป็นโครงการสมาร์ทพอร์ต (Smart Port) แบบมิกซ์ยูส ประกอบด้วย ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม ศูนย์กลางการแพทย์ โรงแรม สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และท่าเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่ โดยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน PPP ระยะเวลา 30-35 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศักยภาพที่ดินปัจจุบันมีราคาประเมินประมาณ 200,000 บาทต่อตารางวา ให้การพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่า ทำให้เป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพฯ ดังนั้นแผนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ท่าเรือกรุงเทพ พื้นที่ทั้งหมด 2,353 ไร่ ซึ่งมีพื้นที่ 4 แปลง โดยจะเริ่มจากที่ดิน 17 ไร่ ติดอาคารสำนักงานของ กทท. ส่วนแนวทางการจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารทรัพย์สินนั้นจะดำเนินการคู่ขนานกับการแก้กฎหมาย พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 ก่อน อย่างไรก็ตามพื้นที่ 17 ไร่เป็นพื้นที่ว่าง มีความพร้อมในการดำเนินการ จะมีการทบทวนผลการศึกษาให้เป็นปัจจุบัน จากนั้นจะเสนอบอร์ด กทท.ขอดำเนินการ โดยจะพัฒนาเชิงพาณิชย์แบบ Mixed use เป็น สำนักงาน ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์แสดงสินค้า นิทรรศการ ศูนย์การประชุม พื้นที่ค้าปลีก เป็นต้น ขณะที่ประเมินมูลค่าที่ดินประมาณ 200,000 บาทต่อตารางวา&amp;quot; เรือโทกมลศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัดฝุ่นท่าเรือบกขนส่งสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าวว่า กทท.มีแผนยกระดับให้มีมาตรฐานในระดับโลก นำระบบ Port Community System (PCS) มาบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมาก หรือ Big Data ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านการขนส่งทางน้ำทั้งภาครัฐและเอกชน หรือระบบศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลด้านขนส่งทางน้ำและโลจิสติกส์แบบไร้รอยต่อมาให้บริการ รวมถึงพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) ซึ่งร่วมศึกษากับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา นครสวรรค์ และฉะเชิงเทรา (อีอีซี) รวมถึงลงนามความร่วมมือกับกลุ่มอมตะ ที่ได้เข้าไปลงทุน Dry Port ที่ สปป.ลาว เพื่อรับสินค้าจากจีนและลาวไปยังท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เป็นการต่อยอดในการเพิ่มปริมาณตู้สินค้าอีกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของการท่าเรือฯ ในไตรมาสแรกปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณสินค้าผ่านท่า ลดลง 6.24% หรือคิดเป็น 25.762 ล้านตัน และตู้สินค้าผ่านท่า ลดลง 2.81% หรือ 2.311 ล้าน ที.อี.ยู. ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเชื่อว่าหลังจากที่ประเทศไทยและหลายประเทศมีวัคซีนป้องกัน ส่งผลให้ปริมาณสินค้าและตู้สินค้าผ่านท่ามีทิศทางฟื้นตัว อย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญที่เป็นปัจจัยหลักสะท้อนการเติบโตของปริมาณสินค้า.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103107</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือ กทท., ท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือภูมิภาค, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3, สมาร์ทพอร์ต, เรือโทกมลศักดิ์ พรหมประยูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0f6a2da7c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.มั่นใจปี62มีตู้สินค้าผ่านท่ากว่า9 ล้านTEUเพิ่มขึ้น 3%  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทท.ชี้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ชัด การเมืองมีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศคาดปีงบประมาณ 2562 &amp;nbsp;จะมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวมที่ 9.790 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 3% &amp;nbsp;ประกาศเตรียมพร้อมเข้าบริหารท่าเรืออค์คลองใหญ่ หวังช่วยพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก เชื่อมโยง ทลฉ. - กัมพูชา - เวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
23 ก.ค.62 - เรือโทกมลศักดิ์ &amp;nbsp;พรหมประยูร &amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานให้บริการเรือ สินค้า และตู้สินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน (ทชส.) ท่าเรือเชียงของ (ทชข.) และท่าเรือระนอง (ทรน.) ในช่วงระยะเวลา 7 เดือนประจำปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 &amp;ndash; เมษายน 2562) โดยเปรียบเทียบกับปีก่อน มีแนวโน้มขยายตัวไม่มาก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่ม &amp;nbsp;ชะลอตัวมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 เนื่องจากการชะลอตัวของภาคการส่งออกของประเทศ ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อาจส่งผลดีต่อการเกิดเสถียรภาพ ทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ คาดในปีงบประมาณ 2562 &amp;nbsp;จะมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวมที่ 9.790 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 3% &amp;nbsp;จากปีที่ผ่านมา&amp;quot; เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) ได้กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่เกี่ยวกับด้านคมนาคมขนส่งไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 7 คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์โดยมุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถ สนับสนุนให้เกิดความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและในอาเซียนอย่างเป็นระบบ มีโครงข่ายเชื่อมโยงภายในประเทศที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ จึงได้จัดทำแนวทางเพื่อใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นท่าเรือที่กระทรวงคมนาคมวางยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำชายฝั่งทะเลในภาคตะวันออก เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านรองรับสินค้าระหว่าง ไทย กัมพูชาและเวียดนามตอนใต้ ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2559เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐที่ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ และ มติคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ(กบส.) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ กทท. เป็นผู้บริหารท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; กทท. ในฐานะหน่วยงานรัฐที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการท่าเรือ และต้องดำเนินการภายใต้นโยบายรัฐบาล จึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและการเตรียมความพร้อมในการเข้าบริหาร พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมธนารักษ์ กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการเดินเรือและขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทกท. ยังได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นถนนในพื้นที่ ทกท. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการให้เกิดความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า ลดความแออัดของการจราจรที่ติดขัดในเส้นทางขาออก สร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และลดการเกิดฝุ่นละอองภายในท่าเรือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41710</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), ตู้สินค้า, ท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน, ท่าเรือระนอง, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือ้ชียงของ, เรือโทกมลศักดิ์  พรหมประยูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ae56a102f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.โชว์ตัวเลขขนส่งตู้สินค้าโต 4.717%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทท.เผยผลดำเนินงาน 5 ท่าเรือหลัก ในรอบ 6 เดือน ขนตู้สินค้า โต 4.717% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังได้รับอนิสงค์จากปัจจัยเชิงบวกต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือตรีทรงธรรม จันทประสิทธิ์ รองผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายวิศวกรรม รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานให้บริการเรือ สินค้า และตู้สินค้า ผ่านท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน (ทชส.) ท่าเรือเชียงของ (ทชข.) และท่าเรือระนอง (ทรน.) ในช่วงระยะ 6 เดือนประจำปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 2560 &amp;ndash; มี.ค. 2561) ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบเฉพาะท่าเรือสำคัญ 2 ท่า คือ ทกท. และ ทลฉ.พบว่า มีอัตราเติบโตเพิ่มสูงขึ้นทั้งด้านปริมาณตู้สินค้าและสินค้าผ่านท่าที่ 4.717% และ 4.634% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากมีการเปรียบเทียบรายท่ากับปีก่อนจะเห็นว่าทกท. เรือเทียบท่า 1,550 เที่ยว เพิ่มขึ้น 5.370% สินค้าผ่านท่า 10.934 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.474% ตู้สินค้าผ่านท่า 0.750 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 1.426%,ทลฉ. เรือเทียบท่า 6,598 เที่ยว ลดลง 1.990% สินค้าผ่านท่า 40.733 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4.151% ตู้สินค้าผ่านท่า 3.972 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 5.363%ทชส. เรือเทียบท่า 2,166 เที่ยว เพิ่มขึ้น 6.752% สินค้าผ่านท่า 150,850 ตัน เพิ่มขึ้น 71.368%, ทชข. เรือเทียบท่า 247 เที่ยว ลดลง 31.198% สินค้าผ่านท่า 38,546 ตัน ลดลง 3.214% และทรน. เรือเทียบท่า 156 เที่ยว เพิ่มขึ้น 22.835% สินค้าผ่านท่า 40,712 ตัน เพิ่มขึ้น 55.728%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ทั่วโลกประสบกับความผันผวนและความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง โดยเฉพาะสองประเทศอย่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ อีกทั้งความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน แต่ในรอบเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ลดลง ส่งผลให้เศรษฐกิจโลก คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นเป็นลำดับและต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางของประเทศต่างๆ รวมถึงราคาสินค้า ราคาน้ำมัน ราคาทองคำ ทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ส่งผลต่อการค้าขายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือตรี ทรงธรรม กล่าวว่าองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้เท่ากับ 3.8% ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.9% เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางการค้าและราคาน้ำมันที่พุ่งตัวสูงขึ้น จากปัจจัยเชิงบวกต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้น ส่งผล เชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าลง รวมทั้งคาดว่าจะได้รับ แรงส่งจากภาคส่งออกสินค้าและบริการ รวมถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่ถือเป็นแรงสนับสนุนหลักให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโต ได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ระดับ 4%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11645</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทท., การท่าเรือแห่งประเทศไทย, ท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน, ท่าเรือเชียงของ, ท่าเรือแหลมฉบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b2863ad3fbaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทกท.เข้มขนส่งสินค้าปลอดภัยใส่ใจล็อกสลักตู้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การท่าเรือฯเดินหน้ารณรงค์ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าปลอดภัย ใส่ใจล็อกสลักตู้ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ &amp;nbsp;หวังกระตุ้นเตือนและสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ดีเดย์ 1.เม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นายโกมล ศรีบางพลีน้อย ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) เปิดเผยว่า ทกท.ร่วมรณรงค์ความปลอดภัย &amp;ldquo;ขนส่งสินค้าปลอดภัย ใส่ใจล็อกสลักตู้&amp;rdquo; ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะประชาสัมพันธ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอความร่วมมือผู้ขับขี่รถบรรทุกสินค้าขับขี่ด้วยความระมัดระวังปลอดภัยในการขนส่งสินค้าออกจาก ทกท. จนถึงปลายทาง ตามมาตรการของกระทรวงคมนาคม &amp;ldquo;ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด และใส่ใจตรวจสอบอุปกรณ์สลักล็อกตู้สินค้าให้มีสภาพใช้งานได้ดี ผูกรัดสินค้าให้แน่นหนาก่อนนำสินค้าเข้า - ออก จากเขต รั้วศุลกากร ทกท. โดยจะเริ่มรณรงค์ในวันที่ 1 เมษายน 2561 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน และเพิ่มมาตรการตั้งด่านตรวจสอบรถบรรทุกสินค้าที่จะผ่านเข้า - ออก จากเขต ทกท. เพื่อตรวจสอบการล็อกสลักตู้สินค้า การผูกรัดตู้สินค้าของรถบรรทุกสินค้าให้เกิดความปลอดภัย ของทั้งชีวิตทรัพย์สิน อีกทั้งยังสามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี
​
นอกจากนี้ ในส่วนของ ทกท. ยังจัดเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ในการป้องกันอุบัติภัย อุปกรณ์ดับเพลิง และรถดับเพลิง ตลอดจนพนักงานดับเพลิง เพื่อให้สามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างทันท่วงทีรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการจัดเจ้าหน้าที่ ออกตรวจบริเวณหน้าท่าเทียบเรือและพื้นที่อื่นๆ ภายในเขตรั้วศุลกากร ทกท. ด้วย และหากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4566</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนส่ง, คมนาคม, ด่านชั่ง, ตู้สินค้า, ท่าเรือกรุงเทพ, สงกรานต์, สินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa1030f4ddec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
