<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 06:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อาคม&quot; จี้ระดมทุนผ่าน TFF ลุยโครงการเมกะโปรเจ็กต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาคม&amp;quot;สั่งลงทุนทีเอฟเอฟท่าเรือคลองเตย-ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 - ด่วน 4 เส้นทาง มูลค่า 1.8 แสนล้านบาท หวังเนรมิตท่าเรือคลองเตยเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22พ.ย. 61- นายกมลศักดิ์ พรหมประยูร รองผู้อำนวยการ สายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)เปิดเผยว่านายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมได้สั่งการให้กทท.ศึกษาแนวทางการลงทุนโดยใช้รูปแบบระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์(TFFIF)เพื่อลดภาระเพดานหนี้สาธารณะพร้อมไปกับการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือคลองเตยเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของกรุงเทพ วงเงิน 1 แสนล้านบาทนั้นจะพิจารณาแนวทางTFFIFและการเปิดให้เอกชนร่วมทุนพีพีพีเพื่อเดินหน้าพัฒนาต่อไปตามเป้าหมายของรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจาก การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)กล่าวว่าสำหรับแนวทางการระดมทุนTFFIFนั้นเป็นหนึ่งในแนวทางเลือกของการลงทุนงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 วงเงินลงทุน 4 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างสรุปแผนการเงินเพื่อลงทุน เช่นเดียวกับเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) ระยะทาง 2 กม. วงเงินราว 2 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)กล่าวว่าความคืบหน้าโครงการทางด่วนTFFIF เส้นทางพระราม3-ดาวคะนอง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดประมูล คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ภายในม.ค.-มี.ค. 2562 นอกจากนี้กทพ.ยังมีแผนพิจารณาคัดเลือกโครงการทางด่วนอีก 4 เส้นทางเพื่อเปิดระดุมTFFIF วงเงินลงทุนรวม 4.1 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.ทางด่วนสายเหนือ ตอนN2 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท 2.ต่อขยายทางด่วนบูรพาวิถี-ชลบุรี วงเงินราว 7-9 พันล้านบาท 3.ต่อขยายทางด่วนช่วงวงแหวนรอบนอกตะวันตก-สมุทรปราการ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท 4.เชื่อมมิสซิ่งลิงก์ช่วงทางด่วนศรีรัช-ทางด่วนสายเหนือตอน N2 ช่วงทดแทน N1 วงเงิน 6-7 พันล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22457</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือคลองเตย, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ, แหลมฉบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a92aa60068a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! ศุลกากรตรวจพบขยะพิษนำเข้าผิดกฎหมายอื้อซ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อึ้ง! ศุลกากรตรวจเข้มพบขยะพิษนำเข้าผิดกฎหมายจากจีน-ฮ่องกงอื้อซ่า ท่าเรือแหลมฉบังแชมป์พบสูงสุด 43 ตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือคลองเตยขยะเข้าข่ายพบน่าสงสัย 21 ตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมผลักดันกลับประเทศต้นทาง ลุยส่งข้อมูลให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบ ก่อนหาบทลงโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมศุลกากรตรวจพบผู้กระทำผิดนำเข้าขยะผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทยผ่านท่าเรือด่านศุลกากรอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนด่านท่าเรือกรุงเทพ หรือท่าเรือคลองเตยมีการตรวจพบการนำเข้าขยะที่เข้าข่ายน่าสงสัย 21 ตู้คอนเทนเนอร์ และได้มีการผลักดันกลับประเทศต้นทางแล้ว 1 ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นเศษพลาสติกของบริษัท ไฉ ฟู่ เทรดดิ้ง จำกัด ส่วนอีก 20 ตู้คอนเทนเนอร์ ได้ตรวจพบเป็นเศษโลหะของบริษัท โกลบอล เวนเจอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งได้มีการกักไว้เพื่อรอเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมาตรวจสอบว่ามีความผิดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการตรวจจับที่ด่านท่าเรือแหลมฉบัง ที่เป็นแหล่งนำเข้าขยะมากสุดในประเทศ ได้ตรวจพบการนำเข้าขยะมีพิษที่ผิดกฎหมายถึง 43 ตู้คอนเทนเนอร์ และขณะนี้ได้มีการผลักดันส่งขยะกลับประเทศต้นทางแล้ว 3 ตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนอีก 40 ตู้คอนเทนเนอร์ กำลังรอส่งกลับเนื่องจากต้องใช้เวลาในการจองเรือประมาณ 3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตรวจสอบรอบนี้พบว่า แหล่งที่ส่งขยะเข้ามาในประเทศแบบผิดกฎหมายส่วนใหญ่ยังมาจากประเทศจีน และฮ่องกง และหลังจากนี้กรมศุลกากร จะร่วมมือกับกรมโรงงานฯ ในการตรวจจับการนำเข้าขยะที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งรัดส่งขยะกลับโดยเร็วที่สุด เพราะหากเก็บไว้นานเกิดฝนตก อาจก่อให้เกิดชะล้างสารพิษลงสู่พื้นดิน และแหล่งน้ำในไทยได้ ขณะเดียวกันจะมีการประสานข้อมูลการจับกุมกับกรมโรงงานฯ ให้ดำเนินการตรวจสอบและหาบทลงโทษต่อไปด้วย&amp;rdquo; นายกุลิศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการตรวจเข้มการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะมีการตรวจสอบการนำเข้าขยะทุกตู้คอนเทนเนอร์แบบ 100% &amp;nbsp;ซึ่งเข้มงวดกว่าที่ผ่านมาที่จะสุ่มตรวจสอบประมาณ 70% ของตู้ที่นำเข้าทั้งหมด หากพบความผิดก็จะลงโทษปรับขั้นสูงสุด 500,000 บาท พร้อมกับให้ผลักดันส่งขยะกลับประเทศต้นทางทันที นอกจากนี้กรมศุลกากรจะร่วมกับกรมโรงงานฯ ใช้มาตรการตรวจสอบย้อนกลับ โดยนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบซ้ำว่า ขยะที่นำเข้ามามีการนำไปคัดแยกและปรับปรุงได้ตามมาตรฐานที่ความปลอดภัยที่กำหนดหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11262</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, กุลิศ สมบัติศิริ, ขยะพิษ, ท่าเรือคลองเตย, ท่าเรือแหลมฉบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fa3d046b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
