<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มเรือประมงพื้นบ้านระยอง 400 ลำ ยื่นหนังสือให้รัฐช่วยเยียวยาถมทะเลกว่า 1 พันไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64 - นายศรีนวน อักษรศรี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านตากวน อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมชาวประมงพื้นบ้านจำนวนมาก ได้นำเรือเล็กมาจอดรวมตัวกัน ที่บริเวณชายหาดบ้านตากวน ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อร่วมกันเดินทางไปยังหน้า ท่าเทียบเรือมาบตาพุด เพื่อยื่นหนังสือถึงภาครัฐ ให้ทราบถึงความเดือดร้อน และต้องการได้รับการเยียวยา หลังชาวประมงต่างได้รับความเดือดร้อนต่อโครงการถมทะเลชายฝั่งระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แผนที่วางไว้ต้องล้มเลิก เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทางด้าน นายเริงฤทธิ์ กุศลกรรมบถ ผู้อำนวยการ สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จึงได้ประสานกับกลุ่มประมงพื้นบ้าน ว่าฝนที่ตกลงมาเป็นอุปสรรค ไม่สะดวกที่จะลงทะเลไปรับหนังสือคำร้อง จึงขอเดินทางมารับหนังสือด้วยตัวเอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ชายหาดบ้านตากวน โดยมี ว่าที่ร้อยตรี พิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายสุพจน์ ต่ออาจหาญ นายอำเภอเมืองระยอง ตำรวจสภ.เมืองมาบตาพุด และหน่วยงานที่เกี่ยงข้องทางทะเล ได้เดินทางมาเป็นสักขีพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในการนี้ นายศรีนวน อักษรศรี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้าน บ้านตากวน ได้มอบหมายให้ นายอารักษ์ ศิริศรี ที่ปรึกษากลุ่มประมงพื้นบ้านระยอง เป็นผู้ส่งมอบหนังสือ เพื่อนำไปทบทวน และแก้ไขปัญหาให้กับชาวประมง โดยเนื้อหาในหนังสือมุ่งประเด็นให้ภาครัฐ เยียวยาชาวประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนหนัก โดยให้นำแนวทางของการท่าเรืออุตสาหกรรมแหลมฉบัง มาเป็นโมเดลในการเยียวยาให้กับชาวประมง ตามสัดส่วนของความเดือดร้อน และระยะเวลาในการดำเนินการของการถมทะเลท่าเรือมาบตาพุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การมารวมตัวของชาวประมงในวันนี้ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ทางกลุ่มประมงไม่ได้มีเป้าประสงค์ในการขัดขวาง หรือประท้วงไม่ให้มีการถมทะเล เพียงต้องการให้ภาครัฐหันมาพิจารณา ดูแล เยียวยาให้กับชาวประมงพื้นบ้านระยอง ที่กำลังเปลี่ยนวิถีประมง ที่ดำเนินวิถีทำมาหากินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หากเปลี่ยนอาชีพอื่นในเวลานี้ คงเป็นไปไม่ได้ยากแน่นอน เพราะด้วยปัจจัยหลายประการ สุดท้ายเพียงต้องการให้รัฐเข้ามาเยียวยาช่วยเหลือ แบบเดียวกับที่ทางท่าเรือแหลมฉบังดำเนินการ ให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน ชาวประมงก็พอใจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3, ประมงพื้นบ้าน, มาบตาพุด, ศรีนวน อักษรศรี, โครงการถมทะเลชายฝั่งระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a485b948ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลเกาะติดรัฐเอี่ยวสัมปทานปล่อย &#039;กัลฟ์-ปตท. &#039;ถมทะเลรุกล้ำที่ทำกินไม่เห็นหัวประชาชน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 2564 น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีชาวบ้านในพื้นที่ จ.ระยอง ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงตน จากกรณีโครงการถมทะเลเฟส 3 &amp;nbsp;ของบริษัทกัลฟ์ เอเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดย GULF จับมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อก่อสร้างโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 จากรณีที่เกิดขึ้น ชาวบ้าน และชาวประมงในพื้นที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากบริษัทเอกชนดังกล่าว &amp;nbsp;โดยกรณีนี้มีนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ นายกฤช ศิลปะชัย และนายปริตตา ศรีแก้ว &amp;nbsp;และทีมคณะทำงานพรรคก้าวไกล จ.ระยอง เข้าร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านระยองและรับหนังสือร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สีนวล อักษรศรี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านตากวน ละม่อม บุญยงค์ ประธานกลุ่มประมงปากน้ำบ้านเรา &amp;nbsp;สมหมาย ศรีวิชัย ที่ปรึกษากลุ่มประมงพื้นบ้านแหลมรุ่งเรืองฯลฯ พร้อมด้วยนายอารีรักษ์ ศิริศรี &amp;nbsp;ที่ปรึกษา และชาวบ้าน ชาวประมง ได้ร่วมประชุมกรณีการถมทะเลเฟส 3 นับพันไร่ การก่อสร้างท่าเทียบเรือโดยมีการวางท่อขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของกลุ่มประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางกลุ่มประมงพื้นบ้าน เรียกร้องหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ความสำคัญวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านบ้าง แต่รัฐกลับไม่เห็นความสำคัญของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ชาวบ้าน-ชาวประมง ไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับโครงการถมทะเลมาบตาพุดเฟส 3 นี้ กลุ่มบริษัท กัลฟ์ กลายเป็นกลุ่มทุนที่คว้าสัญญาแรกในพื้นที่ EEC โดยโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ตกเป็นของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดย GULF จับมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ท่ามกลางสถานการณ์ไร้คู่แข่งในการประมูลจนทำให้โครงการนี้ตกอยู่ในมือของสองกลุ่มทุน ความน่าสนใจจึงอยู่ที่ว่าทำไมสองยักษ์ใหญ่ในวงการพลังงานของไทยและพลังงานทดแทน จึงสนใจเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ ขุมทรัพย์จากโครงการถมทะเลส่งผลอย่างไรต่อทั้งสองกลุ่ม ภาพที่ชัดเจนคือกลุ่ม ปตท. ย่อมได้ประโยชน์อย่างชัดเจนจากการเป็นขาใหญ่ในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหญ่ของกลุ่มปตท. &amp;nbsp;เนื่องจากทั้งเครือบริษัทนี้มีการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจก๊าซ ท่อก๊าซ มูลค่ามหาศาล นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบริหารท่าเรือขนส่งสินค้าเหลว ท่าเรือรับ-ส่งก๊าซธรรมชาติ และท่าเรือตู้สินค้า ที่สำคัญ ปตท. ยังเป็นรายเดียวที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG แต่เพียงผู้เดียว ขุมทรัพย์ที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะปล่อยให้หลุดมือ จึงอาจจะทำให้ปตท. กล้าที่จะเสี่ยงในการประมูลในโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่ กัลฟ์ ประกาศชัดเจนว่าต้องการเข้ามาเพิ่มพอร์ตรายได้จากการลงทุนใน EEC และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่- กาญจนบุรี (M81) ซึ่งร่วมกับกลุ่มบีทีเอสและพันธมิตร โดยเฉพาะธุรกิจ LNG ที่แทบไม่มีคู่แข่งมีเพียงแค่ ปตท. ที่กินส่วนแบ่งทั้งหมด ซึ่งจะกลายเป็นสตอรี่ให้กับธุรกิจเชิงหุ้นเติบโตในอนาคต &amp;nbsp;ซึ่งระหว่างนี้กัลฟ์ยังมีประเด็นขยายกำลังผลิตไฟฟ้า ทะลุ 5,000 เมกะวัตต์ ใน 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย&amp;quot; น.ส.เบญจา ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถมทะเล, ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084f9d2160ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2018 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย 3 เอกชนซื้อซองประมูลมาบตาพุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.เผย 3 เอกชนเข้าซื้อซองประมูลท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 แล้ว หลังเปิดขายวันแรก มั่นใจได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทย-เทศเพียบ เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ อีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 พ.ย. 2561 กนอ.ได้เริ่มเปิดขายซองประกวดราคาโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะ 3 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเปิดขายจนถึงวันที่ 21 พ.ย.2561 ซึ่งในวันแรกของการเปิดขายซอง มีเอกชนเข้ามาซื้อแล้ว 3 ราย เนื่องจากการเข้าร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าวนี้ ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลที่มีมูลค่าการลงทุนสูงกว่า 50,000 ล้านบาท และยังเป็นกลไกสำคัญในการ พัฒนาเศรษฐกิจให้กับประเทศและขับเคลื่อนการลงทุนมายังพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภายหลังจากที่ประกาศอย่างเป็นทางการในขั้นตอนการเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทเอกชน เข้ามาติดต่อสอบถามรายละเอียดในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อเข้าซื้อซอง ทั้งบริษัทจากไทย ญี่ปุ่น และจีน อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีของกลุ่มนักลงทุนไทยและต่างประเทศ&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แผนการพัฒนาท่าเรือฯ มาบตาพุด ระยะ 3 คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี 2562-2568 โดยใน 3 ปีแรกจะเริ่มงานถมทะเล และก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค และที่เหลืออีก 2 ปี เป็นการพัฒนาส่วนท่าเรือสาธารณะ การขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี)- รองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21687</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., ซื้อซองประมูล, ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3, นักลงทุนสนใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb96369d650b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
