<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งเดินหน้าแลนด์บริดจ์เคาะที่ตั้ง2ท่าเรือ มิ.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) &amp;nbsp;ว่า ในขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างการกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกทำเลที่ตั้งโครงการพัฒนา 2 ท่าเรือ คือ 1.ท่าเรือระนอง และ 2.ท่าเรือชุมพร โดยพิจารณาทั้งพื้นที่โครงการฝั่งอันดามันและอ่าวไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคัดเลือกทำเลที่ตั้งโครงการพัฒนาท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ คาดว่าจะสามารถสรุปผลการคัดเลือกได้ในช่วงประมาณเดือน มิ.ย. 2564 ก่อนที่กรมทางหลวง (ทล.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะศึกษาความเหมาะสม และออกแบบเบื้องต้น แนวเส้นทางโครงการมอเตอร์เวย์ และทางรถไฟตามกรอบดำเนินการโครงการแผนแม่บทโครงข่ายทางรถไฟร่วมกับมอเตอร์เวย์ (MR MAP) เชื่อมต่อท่าเรือ 2 ฝั่งทะเลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า แนวทางดำเนินการแลนด์บริดจ์นั้น ต้องคำนึงถึงภาพรวมการขนส่งทางทะเลของโลก ซึ่งในปัจจุบัน การขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบมะละกาเป็นเส้นทางหลัก โดยจากสถิติการขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันดิบในปี 2559 พบว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตจากพื้นที่เอเชียตะวันออกกลาง ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน ประมาณ 19.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผ่านทางช่องแคบมะละกา ประมาณ 16.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อขนส่งไปยังประเทศ แถบมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่มีการนำเข้ามากกว่า 80%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ การขนส่งสินค้าประเภทตู้คอนเทนเนอร์ผ่านช่องแคบมะละกาอยู่ที่ประมาณ 24.7 ล้านตู้ต่อปี คิดเป็น 4.3% ของปริมาณสินค้าที่ขนส่งทั่วโลก ดังนั้นทำให้ท่าเรือสิงคโปร์กลายเป็นท่าเรือที่มีคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ น้ำมันใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย และเป็นท่าเรือที่มีตู้สินค้าผ่านมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ของไทย จึงมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งจากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค สำหรับการเป็นประตูการขนส่งและแลกเปลี่ยนสินค้า เป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทวีปต่างๆ ของโลก อีกทั้งยังมีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากตำแหน่งที่ตั้งโครงการ ซึ่งสามารถลดเวลาและระยะทางการขนส่ง จากเดิมทำให้ประหยัดต้นทุนการขนส่งหลีกเลี่ยงปัญหาการติดขัดของช่องแคบมะละกา จึงมีแนวโน้มในการจูงใจผู้ประกอบการขนส่งและนักลงทุนให้ใช้ประโยชน์จากเส้นทางนี้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า จากข้อได้เปรียบดังกล่าว สนข. จึงกำหนดบทบาทโครงการแลนด์บริดจ์ &amp;ldquo;ชุมพร-ระนอง&amp;rdquo; ให้เป็นทางเลือกการขนส่งน้ำมันดิบ (Oil Bridge) โดยขนส่งน้ำมันทางเรือจากช่องแคบฮอร์มุซมายังท่าเรือระนอง และผ่านทางท่อไปยังท่าเรือชุมพร เพื่อขนส่งทางเรือไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค รวมถึงประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงการเป็นทางเลือกในการถ่ายลำการขนส่งสินค้า ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเชื่อมต่อทางรางและทางถนน และเป็นท่าเรือสำหรับการประกอบชิ้นส่วน ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาเขตพื้นที่เศรษฐกิจเสรี ดึงดูดนักลงทุน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมหลังท่าเรือระนอง และท่าเรือชุมพร ส่งเสริมแลนด์บริดจ์ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ประกอบด้วย 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการศึกษา ความเหมาะสม ออกแบบ เบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาแลนด์บริดจ์ มอบหมายให้ สนข. ดำเนินการ 2.การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่าง (มอเตอร์เวย์) เชื่อมแลนด์บริดจ์มอบหมายให้กรมทางหลวง (ทล.) ดำเนินการ และ 3.การพัฒนารถไฟทางคู่เชื่อมแลนด์บริดจ์ มอบหมายให้ รฟท. ดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือชุมพร, ท่าเรือระนอง, พัฒนาท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง, แลนด์บริดจ์ (Land Bridge)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f1cfcd891b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท.มั่นใจปี62มีตู้สินค้าผ่านท่ากว่า9 ล้านTEUเพิ่มขึ้น 3%  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทท.ชี้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ชัด การเมืองมีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศคาดปีงบประมาณ 2562 &amp;nbsp;จะมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวมที่ 9.790 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 3% &amp;nbsp;ประกาศเตรียมพร้อมเข้าบริหารท่าเรืออค์คลองใหญ่ หวังช่วยพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก เชื่อมโยง ทลฉ. - กัมพูชา - เวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
23 ก.ค.62 - เรือโทกมลศักดิ์ &amp;nbsp;พรหมประยูร &amp;nbsp;ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานให้บริการเรือ สินค้า และตู้สินค้าผ่านท่าเรือกรุงเทพ (ทกท.) ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน (ทชส.) ท่าเรือเชียงของ (ทชข.) และท่าเรือระนอง (ทรน.) ในช่วงระยะเวลา 7 เดือนประจำปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561 &amp;ndash; เมษายน 2562) โดยเปรียบเทียบกับปีก่อน มีแนวโน้มขยายตัวไม่มาก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่ม &amp;nbsp;ชะลอตัวมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 เนื่องจากการชะลอตัวของภาคการส่งออกของประเทศ ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อาจส่งผลดีต่อการเกิดเสถียรภาพ ทางการเมืองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ คาดในปีงบประมาณ 2562 &amp;nbsp;จะมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวมที่ 9.790 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 3% &amp;nbsp;จากปีที่ผ่านมา&amp;quot; เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2579) ได้กำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่เกี่ยวกับด้านคมนาคมขนส่งไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 7 คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์โดยมุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถ สนับสนุนให้เกิดความเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคและในอาเซียนอย่างเป็นระบบ มีโครงข่ายเชื่อมโยงภายในประเทศที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ จึงได้จัดทำแนวทางเพื่อใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นท่าเรือที่กระทรวงคมนาคมวางยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำชายฝั่งทะเลในภาคตะวันออก เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านรองรับสินค้าระหว่าง ไทย กัมพูชาและเวียดนามตอนใต้ ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2559เพื่อให้สอดรับกับนโยบายของรัฐที่ต้องการใช้ประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ และ มติคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ(กบส.) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ กทท. เป็นผู้บริหารท่าเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่ จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; กทท. ในฐานะหน่วยงานรัฐที่มีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการท่าเรือ และต้องดำเนินการภายใต้นโยบายรัฐบาล จึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและการเตรียมความพร้อมในการเข้าบริหาร พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมธนารักษ์ กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการเดินเรือและขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;quot;เรือโทกมลศักดิ์ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทกท. ยังได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นถนนในพื้นที่ ทกท. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการให้เกิดความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า ลดความแออัดของการจราจรที่ติดขัดในเส้นทางขาออก สร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน อีกทั้งลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และลดการเกิดฝุ่นละอองภายในท่าเรือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41710</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.), ตู้สินค้า, ท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน, ท่าเรือระนอง, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือ้ชียงของ, เรือโทกมลศักดิ์  พรหมประยูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d36ae56a102f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
