<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ราชาเฟอร์รี่&#039; ชี้พิษโควิดกระทบสร้างท่าเทียบเรือพะลวยล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีการใช้มาตรการควบคุมโรคลักษณะ Bubble and Seal กำหนดให้เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาควบคุมพื้นที่แคมป์คนงานและสถานที่ก่อสร้าง เพื่อให้คนงานทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายออกไปสู่ภายนอก ควบคู่ไปกับการตรวจ Rapid Test ส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวย จ.สุราษฎร์ธานี ต้องล่าช้ากว่าแผนออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้จากเดิมผู้รับเหมาจะเข้าพื้นที่ เพื่อเริ่มก่อสร้างได้ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เนื่องจากบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ จ.ระยอง และการแพร่ระบาดของโรคยังรุนแรง ประกอบกับมาตรการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน บางส่วนถูกกักตัวภายในแคมป์คนงาน ทำให้ขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอภิชาติ กล่าวต่อว่า จากปัญหาความล่าช้าดังกล่าว เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยนอกเหนือการควบคุม บริษัทฯ ได้ประสานให้ผู้รับเหมาก่อสร้างท่าเทียบเรือเกาะพะลวยพิจารณาปรับแผนงานก่อสร้างใหม่ เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป ทั้งนี้ยอมรับว่าอาจจะส่งผลทำให้กำหนดการก่อสร้างท่าเทียบเรือเกาะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเดินเรือต้องเลื่อนออกไปจากเดิม ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนต้องรอผลการประเมินอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือเกาะพะลวยขนาดไม่เกิน 500 ตันกรอส 2 ท่าเทียบ ได้ทำการเปิดยื่นซองประมูลไปก่อนหน้านี้ และบอร์ดบริษัทได้อนุมัติว่าจ้างให้ บริษัท เดอะซีบอร์ด ดี แอนด์ ซี จากัด เป็นผู้รับเหมาในการดำเนินการก่อสร้าง ตามแผนงานจะเริ่มเข้าพื้นที่ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 14 เดือน หรือจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเทียบเรือเกาะพะลวย, ท่าเรือราชาเฟอร์รี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_604752d77a1f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิด-19ทำยอดผู้โดยสารวูบ ดึงรายได้ ‘ราชาเฟอร์รี่’   ลด 43.37%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค. 2564 นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/2564 บริษัทฯ มีผลประกอบการรายได้รวมอยู่ที่ 98.71 ล้านบาท ลดลง 43.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 174.30 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2563 ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยชะลอการเดินทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศก็ยังไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ ส่งผลให้รายได้หลักจากการให้บริการเดินเรือลดลงกว่าครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผลการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 1/2564 ขาดทุนทั้งสิ้น 29.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของวิด-19 ขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่ยากต่อการดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้พยายามปรับแผนการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น ปรับเวลาการเดินเรือ การจัดขนาดเรือให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารและรถบรรทุก ทำให้ต้นทุนการให้บริการเดินเรือโดยสารและต้นทุนค่าใช้จ่ายการขาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, ผลประกอบการไตรมาส 1, อภิชาติ ชโยภาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609ceaaa4a17f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชาเฟอร์รี่&#039;ผุดบัตรโดยสารแบบเหมารถ+ เรือทำได้สุดคุ้ม36บาท/เที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เมษายน 2564 นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และเติมเต็มไลฟ์สไตล์สังคมไร้เงินสด และเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับลูกค้าที่เดินทางกับราชาเฟอร์รี่เป็นประจำ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการออกบัตรโดยสารรายสัปดาห์และรายเดือน &amp;ldquo;RP ทำได้&amp;rdquo; ออกมา ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งบัตรโดยสารรถเส้นทางดอนสัก-ตัวเมือง &amp;nbsp; สุราษฎร์ธานี (ตลาดศรีราชา1) และตั๋วเรือเฟอร์รี่จากดอนสักไปเกาะสมุยหรือเกาะพะงัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเล็งเห็นถึงจุดแข็งด้านศักยภาพของการให้บริการที่มีครบวงจรทั้งรถและเรือ บวกกับมีฐานลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ใช้บริการเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ เพื่อรักษาฐานลูกค้าระยะยาว พร้อมกับสร้างความแตกต่างในการให้บริการที่เหนือระดับกว่า บัตรโดยสารรายสัปดาห์/รายเดือนนี้จึงคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะเส้นสมุยเฉลี่ยเพียงเที่ยวละ 36 บาทเท่านั้น จากปกติ 230 บาท ส่วนเส้นพะงันเฉลี่ยเที่ยวละ 58 บาท จากปกติ 330 บาท&amp;rdquo; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบัตรโดยสาร &amp;ldquo;RP ทำได้&amp;rdquo; เส้นทางตัวเมืองสุราษฎร์ธานี-เกาะสมุย-ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี แบบรายสัปดาห์จะอยู่ที่ใบละ 500 บาท แบบรายเดือนจะอยู่ที่ใบละ 2,500 บาท ส่วนเส้นทางตัวเมืองสุราษฎร์ธานี-เกาะพะงัน-ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี แบบรายสัปดาห์จะอยู่ที่ใบละ 800 บาท แบบรายเดือนอยู่ที่ใบละ 4,000 บาท &amp;nbsp;บัตร 1 ใบ สามารถเดินทางได้ 1 เส้นทาง/ครั้ง/วัน ภายในระยะเวลาบัตร &amp;nbsp; 7 วัน (รายสัปดาห์) และ 30 วัน (รายเดือน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อซื้อได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วหน้าท่าเรือทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือดอนสัก &amp;ndash; ท่าเรือเกาะ &amp;nbsp;สมุย &amp;nbsp; &amp;nbsp; (ลิปะน้อย) ท่าเรือพะงัน (ท้องศาลา) และจุดจำหน่ายตั๋วตลาดศรีราชา 1 (ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี) โดยเริ่มจำหน่าย 1 พ.ค.2564 นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101306</URL_LINK>
                <HASHTAG>RP ทำได้, ตั๋วเหมา, ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, รถ+ เรือ, อภิชาติ ชโยภาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608bc869cdf2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82068</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กู้เรือราชา4สำเร็จแล้วลากเข้าท่าดอนสักประเมินความเสียหาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.2563 นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำการกู้เรือราชา 4 ขึ้นมา และลากจูงกลับไปยังฝั่งท่าเรือดอนสักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนจากนี้จะเป็นเรื่องของทีมวิศวกรรมลงตรวจประเมินความเสียหายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปฏิบัติการครั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำชับและเตรียมมาตรการป้องกันอย่างรัดกุม ทั้งตาข่ายคลุม ม่านดักตะกอน และบูมกันน้ำมัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ว่าเราให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ&amp;rdquo; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯ ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุย กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รวมทั้งพี่น้องเรือประมงอวนลากที่ให้ความร่วมมือในปฏิบัติการครั้งนี้ด้วยดี ดังจะเห็นว่า ตลอดระยะเวลาการกู้เรือ บริษัทฯ ป้องกันอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับก้อนขยะที่ทางคู่สัญญาแจ้งขนลงเรือมานั้น ระหว่างปฏิบัติการกู้เรือได้เก็บก้อนขยะขึ้นมา และส่งให้บริษัทคู่สัญญานำไปจัดการอย่างถูกต้องแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82068</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เรือราชา 4, ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, อภิชาติ ชโยภาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9933930dbeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กู้ซากเรือราชา4คืบมั่นใจเสร็จตามแผนสิ้นเดือนก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2563 นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ได้รับแจ้งความคืบหน้าจากทางบริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส ผู้รับจ้างกู้เรือ ว่า ล่าสุดสามารถยกรถพ่วงขึ้นมาได้แล้ว 3 พ่วง (หัว 2 หาง 1) โดยหัวรถพ่วงที่ยกขึ้นมาวันนี้ (22 ก.ย.2563) อยู่ในสภาพมีผ้าใบคลุมอยู่ภายในพ่วงพบก้อนขยะอยู่จำนวนมาก จึงได้แจ้งประสานไปยังบริษัทค้าร่วม ปัญจะ ลัคกี้ คลีน เอ็นไวรอนเมนทอล ให้มารับขยะที่นำขึ้นมาให้ไปดำเนินการต่อให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การปฏิบัติการกู้เรือราชา 4 ได้เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา และได้ทำการพลิกเรือให้กลับมาอยู่สภาพหงายพร้อมลอยลำช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา แต่จากสภาพอากาศคลื่นลมแรง เนื่องจากมีมรสุมพัดผ่านพื้นที่ภาคใต้ ทางบริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จึงแจ้งขอพักปฏิบัติการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย ก่อนกลับมาเริ่มปฏิบัติการอีกครั้งในวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฯ ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า เราตั้งใจที่จะรีบดำเนินการกู้เรือให้แล้วเสร็จตามแผนที่แจ้งไว้ว่า ภายในสิ้นเดือนนี้อย่างจริงใจ และยืนยันว่าที่ผ่านมาได้เตรียมมาตรการป้องกันและอุปกรณ์ต่างๆ ไว้รองรับทั้ง บูมกันน้ำมัน ม่านดักตะกอน ผ้าซับน้ำมัน และสารสลายคราบน้ำมัน พร้อมทั้งติดตั้งอวนล้อมรอบบริเวณจุดปฏิบัติการและเรือประมงเล็ก เพื่อดักเก็บขยะบางส่วนที่อาจหลุดลอยออกมาทันที จึงอยากให้ทุกท่านสบายใจได้ว่าเราป้องกันอย่างเต็มที่&amp;rdquo; นายอภิชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านบริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด ได้ส่งแผนปฏิบัติการกู้เรือล่าสุด หลังมีการปรับแผนจากช่วงพายุโนอึลพัดผ่าน โดยแจ้งรายงานว่า เมื่อวันที่ 21-22 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ทำการยกรถบรรทุกสิบล้อพร้อมพ่วง 1 คัน และหัวรถบรรทุกสิบล้อพ่วง 1 หัว ขึ้นจากน้ำได้แล้ว และจะดำเนินการยกรถบรรทุกพ่วงที่เหลือต่อไป ทั้งนี้ เพื่อทอนน้ำหนักเรือ ก่อนทำการยกเรือราชา4 ขึ้นสู่ผิวน้ำ สูบน้ำออกและส่งมอบเรือให้บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ที่ฝั่งดอนสัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางบริษัท เอ็ม.เอส เซอร์วิส ได้แจ้งเพิ่มเติมว่า การทำงานรอบนี้ จะเริ่มเข้าสู่ช่วงมรสุม ที่มีผลกระทบต่อการทำงาน ซึ่งจะทำให้ชั่วโมงการทำงานของทีมลดน้อยลง เนื่องจากมีคลื่นลม และกระแสน้ำแรง อย่างไรก็ดี บริษัท เอ็ม.เอส เซอร์วิส ยืนยันว่าจะสามารถกู้เรือราชา4 ขึ้นสู่ผิวน้ำ และส่งมอบให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78332</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ซากเรือราชา 4, ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, อภิชาติ ชโยภาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ac392cf8a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2020 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชาเฟอร์รี่เตรียมส่งนักประดาน้ำลงสำรวจพร้อมส่งแผนกู้เรือ 26 ส.ค.2563 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2563 &amp;nbsp;นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ว่าจ้าง บริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้รับเหมาในการกู้เรือราชา4 แล้ว โดยทางบริษัทเอ็ม.เอส.จะส่งทีมประดาน้ำมืออาชีพลงไปสำรวจใต้น้ำ ทั้งบนเรือและรัศมีรอบตัวเรือ 50 เมตร เพื่อทำถ่ายภาพและทำแผนที่ และจะทำแผนกู้เรือส่งให้กับบริษัทฯ ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฯ จะเร่งดำเนินการกู้เรือขึ้นมาให้เร็วที่สุด โดยได้ว่าจ้างบริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้ และบริษัท เอ็ม.เอส. ได้เตรียมทีมงานประดาน้ำมืออาชีพไว้แล้ว โดยวางแผนที่จะเริ่มส่งทีมประดาน้ำลงสำรวจใต้น้ำในวันที่ 15 ส.ค.นี้ และสรุปแผนงานส่งให้ ก่อนเริ่มปฏิบัติการกู้เรือภายในวันที่ 26 ส.ค.นี้&amp;rdquo; นายอภิชาติ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิชาติ กล่าวว่า บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งเฉย แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาครั้งนี้คือ การค้นหาคน และการกู้เรือ เมื่อการค้นหาเสร็จ ก็จะเริ่มดำเนินการกู้เรือขึ้นมา แต่การดำเนินการจะเข้าไปแบบไม่มีแผนเลยไม่ได้ เพราะมีเรื่องของสภาพอากาศ คลื่นลมแรง จึงต้องมีการวางแผนที่รัดกุมและเป็นมืออาชีพจริงๆ เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิโรจ กุลวิโรตตมะ ผู้จัดการ บริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับการว่าจ้างจากบริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เพื่อทำการกู้เรือ โดยจะส่งทีมประดาน้ำพร้อมอุปกรณ์ 7-8 คน ลงไปสำรวจสภาพเรือและสิ่งของรัศมี 50 เมตรรอบตัวเรือ เพื่อทำแผนที่และสรุปแผนกู้เรือให้ทางบริษัทฯ คาดว่า จะใช้เวลาในการดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 3-4 สัปดาห์ &amp;nbsp;นับตั้งแต่วันที่ส่งทีมประดาน้ำลงสำรวจ โดยความยากของงานอยู่ที่สภาพอากาศ กระแสน้ำ และลักษณะชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนัก แต่มั่นใจว่าสามารถดำเนินการได้ ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการทำงานเบื้องต้น จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.นี้ โดยเตรียมอุปกรณ์ นักประดาน้ำและทีมงานประมาณ &amp;nbsp;15-20 คน ลงพื้นที่ไปสำรวจพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ใต้น้ำ และจะนำเรือเครนใหญ่ 2 ลำ ขนาดกำลังยก 600 ตัน และ 200 ตัน พร้อมอุปกรณ์ลิฟต์ติ่ง เกียร์ และเรือลากจูง (TUG BOAT) 2 ลำขนาด &amp;nbsp;1,600 แรงม้าและขนาด 500 แรงม้ามาจากชลบุรี คาดจะถึงพื้นที่ (เกาะสมุย) ประมาณ 5 วัน &amp;nbsp;จึงพร้อมเริ่มงานภายใต้การสนับสนุนของท่าเรือราชาเฟอร์รี่&amp;nbsp;
ทั้งนี้ บริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด &amp;nbsp;ตั้งอยู่ในอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2535 มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินกู้เรือให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งของเอกชนและราชการ มีกองเรือเครน เรือลากจูง เรือบาร์จ และทีมประดาน้ำมืออาชีพที่ได้รับการรับรองจาก PADI&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เรือราชา4, ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, ส่งทีมประดาน้ำ, อภิชาติ ชโยภาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32b60c04e72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา7ผู้สูญหายอีกครั้งด้านราชาเฟอร์รี่ประกาศพร้อมดูแลลูกเรือผู้โดยสารเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 2563 หลังจากเกิดเหตุการณ์ เรือเฟอร์รี่ราชา 4 ได้จมลงในทะเลบริเวณหมู่เกาะสี่เกาะห้า หมู่ที่ 2 ตำบลลิปะน้อย อำเภอเกาะสมุย เมื่อเวลาประมาณ 21.57 น. (1 ส.ค.63) &amp;nbsp; ซึ่งเป็นเรือเช่าเหมาลำ พร้อมลูกเรือ 12 คน และผู้โดยสาร 4 คน &amp;nbsp;ซึ่งเรือตำรวจน้ำได้เร่งเข้าช่วยเหลือพร้อมด้วยเรือ ต.112 จากทัพเรือภาคที่ 2 กองทัพเรือ จากการเข้าช่วยเหลือสามารถช่วยเหลือพนักงานประจำเรือเฟอร์รี่ราชา 4 ได้จำนวน 9 ราย ประกอบด้วย นายชัยกิจ ฉิมพลี , นายจำเนียน บุรีมาศ , นายสุทธิรักษ์ เมืองอินทร์ , นายเจริญพงศ์ พรรณเจริญ , นายเกรียงศักดิ์ ไชยวงศ์ , นายอนุพล จันทร์เกษม , นายวิโรจน์ เจ๊าะหวาง , นายบุญช่วย พรหมน่วม และ นายสรยุทธ์ แก้วเมืองกาญจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่สูญหายและยังหาไม่พบ 7คน ประกอบด้วย 1.นายเทวินทร์ สุราษฎร์ ตำแหน่ง นายเรือ 2.นายพชร ทิพย์รัตน์ ตำแหน่ง กลาสี &amp;nbsp;3.นายศิระวุธ ทองบุญยัง ตำแหน่ง สรั่งช่างกล 4.นายทิวากรณ วัชรฤทธิ์ ตำแหน่ง กลาสี &amp;nbsp;5.นายสุวิทย์ นรเศรษฐวรชัย ตำแหน่ง ผู้จัดการบริษัทรับเหมา &amp;nbsp;6.นางสาวนภัรดา จันหาญ ตำแหน่ง พนักงานขายของบนเรือ 7.นายชาญชัย เหล่าทรัพย์ ตำแหน่ง คนขับรถบรรทุกสิบล้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (2 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ออกไปปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายอีก​ 7 รายจากเหตุเรือเฟอร์รี่ บริษัท ราชาเฟอร์รี่ ล่มกลางทะเลระหว่างเดินทางจากเกาะสมุย เข้าฝั่งดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อคืนวานนี้ &amp;nbsp;โดยขณะเกิดเหตุมีคลื่นลมแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุฉุกเฉินที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งเวลานี้ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยเหลือลูกเรือ และผู้โดยสารทั้งหมดให้ได้ ทั้งนี้ได้ส่งเรือออกค้นหาอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ (2 ส.ค.63) และพร้อมที่จะดูแลลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดอย่างเต็มที่ จากนั้นบริษัทฯ จะเร่งกู้เรือที่จมขึ้นมาทันที โดยเตรียมประสานทีมนักประดาน้ำเพื่อระบุพิกัดเรือไว้แล้วพร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงสาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการด่วน และหากมีความคืบหน้าจะแจ้งประกาศเพิ่มเติมทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่นิ่งนอนใจ และเป็นห่วงผู้สูญหายที่ยังค้นหาอยู่ แต่ยังคงมีความหวังที่จะพบลูกเรือและผู้โดยสารที่เหลือ โดยส่งเรือออกค้นหาอีกครั้งตั้งแต่ช่วงเช้า บริษัทฯจะดูแลลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากช่วยลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดได้แล้ว บริษัทฯจะเร่งกู้เรือทีจมขึ้นมาทันที โดยเตรียมประสานทีมนักประดาน้ำเพื่อระบุพิกัดเรือไว้แล้ว พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง สาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการด่วน และหากมีความคืบหน้าจะแจ้งประกาศเพิ่มเติมทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73152</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยเรือล่ม, ท่าเรือราชาเฟอร์รี่, อภิชาติ ชโยภาส, เกาะสมุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f262a11c5cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
