<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักรับประทาน กะหล่ำดอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ยังไม่มีผลการศึกษาระบุแน่ชัดว่ากินกะหล่ำดอกจำนวนแค่ไหนที่จะให้ประโยชน์แก่ร่างกาย แต่การกินแต่พอประมาณน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นท้อง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกะหล่ำดอก เพราะอาจทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะได้มาก นอกจากนั้นกะหล่ำดอกมีสารพิวรีนอยู่ในระดับปานกลาง จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ เพราะอาจกระตุ้นให้อาการของโรคแย่ลงค่ะ ที่ควรรู้อีกอย่างคือ สารอาหารสำคัญในกะหล่ำดอกอาจสูญสลายได้ง่าย และละลายไปกับน้ำเมื่อโดนความร้อน การนำกะหล่ำดอกไปทำอาหารจึงควรใช้ความร้อนต่ำและใช้ระยะเวลาทำไม่นานเกินไป เพื่อคงคุณค่าสารอาหารค่ะ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31755</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะหล่ำดอก, ท้องอืด, ท้องเฟ้อ, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจสุขภาพทุกปี...ป้องกันมะเร็งรังไข่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ผนึกกำลังโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยเงียบของมะเร็งรังไข่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ในบรรดามะเร็งนรีเวชทั่วโลก โดยจัดโครงการ &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ภายใต้แคมเปญ &amp;ldquo;Whisper of Ovary &amp;ndash; เสียงกระซิบจากรังไข่&amp;rdquo; ซึ่งได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยานรีเวช และดารานักแสดงชื่อดัง ร่วมรณรงค์ในโครงการ เพื่อให้สังคมไทยได้ตระหนักรู้ถึงอันตรายของมะเร็งรังไข่ และช่วยกันสร้างเกราะป้องกันให้ผู้หญิงไทยห่างไกลจากโรคร้ายนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์นายแพทย์จตุพล ศรีสมบูรณ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;สำหรับประเทศไทย มะเร็งรังไข่เป็นโรคมะเร็งสตรีที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก จากสถิติในแต่ละปีจะมีผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งรังไข่ประมาณ 2,700 คน หรือใน 100,000 คนจะมี 6 คนที่เป็นโรคนี้ และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 2 (ร้อยละ 53) ในบรรดามะเร็งนรีเวชรองจากมะเร็งปากมดลูก (ร้อยละ 55)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สาเหตุที่ผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งรังไข่สูง เนื่องจากในระยะแรกของโรคนี้จะไม่มีอาการบ่งบอกที่แน่ชัด แต่จะมีอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคอื่นๆ ที่รุนแรงน้อยกว่า เช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องบวม ปวดอุ้งเชิงกราน กว่าคนไข้จะได้รับการวินิจฉัยแน่ชัดว่าเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งได้ลุกลามไปยังอวัยวะภายในอื่นๆ แล้ว จากสถิติพบว่าร้อยละ 64 ของผู้ป่วยมะเร็งรังไข่จะตรวจพบมะเร็งในระยะลุกลามแล้ว อีกทั้งมะเร็งรังไข่ยังไม่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน การส่งเสริมการรับรู้และสร้างความตระหนักถึงภัยเงียบที่ไร้สัญญาณเตือนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็งที่สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในการเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนชาวไทย โดยมุ่งหวังให้โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นศูนย์ชำนาญการด้านการศึกษาวิจัยและการรักษาโรคมะเร็งของประเทศไทย จึงผนึกกำลังจัดโครงการ Whisper of Ovary &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เป็นภัยเงียบ ควรใส่ใจตรวจภายในทุกปี&amp;rdquo; เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กร ในการรณรงค์ให้คนในสังคมตระหนักรู้ถึงภัยร้ายของโรคมะเร็งรังไข่ และเชิญชวนให้ผู้หญิงไทยเข้ารับการตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยภัยเงียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ณัฐวุฒิ กันตถาวร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร แพทย์เฉพาะทาง สาขามะเร็งวิทยานรีเวช ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;มะเร็งรังไข่เกิดจากหลายๆ ปัจจัย อาทิ อายุ สภาพแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันพบว่าความผิดปกติที่สืบทอดทางพันธุกรรมยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งรังไข่ จากสถิติพบว่าผู้หญิงที่มีความผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่สูงถึง 35-70% และ 10-30% ตามลำดับในขณะที่บุคคลทั่วไปมีความเสี่ยงเพียง 1-2%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจจับมะเร็งรังไข่ได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ อีกทั้งมะเร็งรังไข่ไม่มีอาการที่เฉพาะแน่นอน ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวหรือญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันเราสามารถตรวจหาความผิดปกติของยีน BRCA ในผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยที่ตรวจพบความผิดปกติของยีนนี้จะมีโอกาสที่บุคคลในครอบครัวและญาติใกล้ชิดมีความผิดปกติของยีนเช่นเดียวกัน เนื่องจากความผิดปกตินี้เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบลักษณะเด่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การค้นพบความผิดปกติของยีน BRCA ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถคาดการณ์ เฝ้าระวัง และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ได้ เช่นกรณีของนักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง แองเจลีนา โจลี ที่ได้ตัดสินใจผ่าตัดเต้านมทั้งสองข้างรวมทั้งมดลูกและท่อรังไข่ออก เนื่องจากมีประวัติทั้งยาย ป้า และแม่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และเมื่อตรวจสอบทางพันธุกรรมยังพบว่าตัวเองมียีนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่สูงถึง 87% และ 50% ตามลำดับ ขอแนะนำให้ผู้หญิงทุกคนดูแลรักษาสุขภาพ หมั่นสำรวจร่างกายตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจภายในและพบสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี เพราะมะเร็งรังไข่ รู้ไว รักษาได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสานต่อพระปณิธานในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี สร้างโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้และด้อยโอกาสได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน สร้างเสริมสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยมะเร็ง ผ่านการสมทบทุนชื่อบัญชี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โครงการ &amp;ldquo;สานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส&amp;rdquo; ธนาคารไทยพาณิชย์ &amp;nbsp;เลขที่บัญชี 407-985846-8 หรือธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 229-4152-588 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทร. 0-2576-6833-6.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9747</URL_LINK>
                <HASHTAG>Whisper of Ovary, คุณภาพชีวิต, ท้องบวม, ท้องอืด, ปวดท้อง, ปากมดลูก, มะเร็งรังไข่, มะเร็งเต้านม, ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์, สตรี, เสียงกระซิบจากรังไข่, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b040f54969f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
