<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรคอันตรายภัยจากWork from Home</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำงานอยู่ที่บ้าน (Work from Home) นั่งๆ นอนๆ เพราะเราสามารถทำตัวตามสบายได้ นั่งก็อาจนั่งเลื้อยๆ อยากนอนได้ก็นอน นั่งๆ นอนๆ อยู่แบบนี้ เคลื่อนไหวน้อย วันๆ หนึ่งคงเดินไม่กี่ก้าว สภาพนี้เรียกกันว่า Inactivity ซึ่งก็คือภาวะขี้เกียจไม่เคลื่อนไหว กลายเป็นพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary behavior) เป็นการวัดพลังงาน-อัตราการเผาผลาญในร่างกายที่เกิดขึ้นน้อยมาก ซึ่งเรียกว่า ค่า MET (Metabolic Equivalent of task) ถ้าค่านี้น้อยกว่า 1.5 MET ก็คือพฤติกรรมเนือยนิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้อธิบายความหมายเพิ่มเติมของค่า MET ว่า &amp;quot;ค่า MET คือการใช้พลังงานในการทำกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) เปรียบเทียบกับการใช้พลังงานขณะนั่งนิ่งๆ ซึ่งภาวะนี้เมื่อสะสมนานจะทำให้ร่างกายทุกระบบย่ำแย่ เนื่องจากร่างกายต้องการการเคลื่อนไหว การขยับทำให้กล้ามเนื้อได้ทำงาน เพื่อให้เกิดการไหลเวียนและเป็นการกระตุ้นทุกระบบ ทั้งเลือด น้ำเหลือง ระบบเส้นประสาท และการทำงานของอวัยวะภายในให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอาการที่ส่งผลต่อร่างกายจากการ Work from Home นั้นได้แก่ 1.เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง (Myofascial Pain Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยจากการอยู่ในท่าก้มคอมากกว่าปกติ เช่น ท่านั่ง ทำงานนานๆ หลังค่อม ไหล่ห่อ คองุ้ม จะทำให้กล้ามเนื้อตรงก้านคอ หรือตรงฐานกะโหลกศีรษะเกร็งตัวมาก และเรื้อรังจนทำให้มักมีอาการปวดร้าวเข้ากระบอกตา ปวดร้าวขึ้นหัว มึนๆ หัว บางเคสอาการคล้ายๆ ไมเกรน แต่ตึงๆ มึนทั้งหัว ไม่สดชื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปวดหลัง/กล้ามเนื้ออักเสบ (Low Back Pain/Muscle Strain) เมื่อนั่งนานและนั่งในท่าที่ผิด เสมือนกล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นหลายเท่า เป็นธรรมดาที่จะต้องมีอาการปวดเกร็งขึ้นมา และยิ่งนั่งแบบเดิมๆ ต่อเนื่องกันหลายวันยิ่งเพิ่มความเรื้อรัง ปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดาก็อาจเป็นเหตุให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน (Herniated Nucleus Pulposus) ได้ด้วย เพราะเวลานั่งคงนั่งหลังค่อม มีโอกาสให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนได้ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย (Indigestion หรือ Dyspepsia) โรคนี้คุณอาจไม่คิดว่าจะเกิดจาก WFH ซึ่งเมื่อทำงานที่บ้าน ทำให้เราทำตัวตามสบาย อาจรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา รับประทานเสร็จแล้วก็นั่งทำงานเลยโดยไม่ได้ขยับตัว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ทำให้การหลั่งน้ำย่อย และการบีบตัวของกระเพาะอาหารลดลง ประสิทธิภาพการย่อยลดลง เกิดลมคั่งในช่องท้อง ทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ท้องผูก (Constipation) โดยปกติลำไส้คนเราจะบีบตัวได้ดีเมื่อร่างกายเรามีการเคลื่อนไหว มีการขยับเขยื้อน WFH ทำให้เราเคลื่อนไหวน้อย การทำงานหรือการบีบตัวของลำไส้ลดลง หรือบางเคสอาจไม่เคลื่อนเลย ผลจากการไม่เคลื่อนไหวร่างกายและไขมันที่พอกพูนมากขึ้นในช่องท้อง สาเหตุดังกล่าวทำให้ลำไส้บีบตัวน้อยลง กากใยอาหารคั่งค้างนิ่งๆ ในลำไส้จนกลายเป็นท้องผูกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.โรคอ้วน (Obesity) หลายท่านเจอปัญหานี้โดยเลี่ยงไม่ได้เลย ช่วง 2-3 เดือนจาก WFH ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว การไม่เคลื่อนไหว กินๆ นอนๆ อยู่กับบ้าน เดินกันไม่กี่ก้าว มีผลทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดลง บวกกับการนั่งๆ นอนๆ นี้ใช้พลังงานน้อยมาก จึงทำให้อาหารที่รับประทานเข้าไปถูกดึงไปพอกพูนในรูปแบบของไขมันจนกลายเป็นโรคอ้วน ซึ่งโรคนี้เป็นเหตุให้เป็นโรคร้ายๆ อื่นตามมามากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันสูง รุนแรงเข้าก็อาจเป็นเหตุให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในสมอง หรือเป็นสาเหตุของหัวใจวายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72226</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้ามเนื้ออักเสบ, คุณภาพชีวิต, ท้องผูก, ท้องอืดท้องเฟ้อ, ปวดหลัง, เพ็ญพิชชากร แสนคำ, โรคอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f1824a3e27b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้องอืดท้องเฟ้อ..อาการประจำตัว  ออกกำลังขยับลำไส้ช่วยผู้สูงวัยได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อาการท้องผูกและแน่นท้อง&amp;rdquo; กลายเป็นปัญหาสุขภาพหนึ่งที่คนสูงวัยหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะ สว.ท่านใดที่ไม่ชอบขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย จึงนับเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าว ซึ่งบางคนนั้นเมื่อเจ็บป่วยแล้วมักกระทบต่อการใช้ชีวิต ทำให้ไม่สบายตัว ที่สำคัญอาการบ่งชี้ที่คล้ายคลึงกันดังกล่าวยังเป็นสาเหตุโรคมะเร็งร้ายเกี่ยวกับระบบภายในได้เช่นกัน&amp;nbsp; ดังนั้นหากผู้สูงอายุมีอาการดังกล่าวเรื้อรัง อาจจำเป็นต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมระบบทางเดินอาหารและตับ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ รพ.กรุงเทพ มีข้อมูลเกี่ยวกับการรับมือกับอาการท้องผูกท้องอืดในผู้สูงวัยไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี บอกว่า &amp;ldquo;จริงๆ แล้วอาการท้องอืดนั้นมีอยู่หลายสาเหตุ ทั้งนี้ ถ้าได้รับการตรวจจากแพทย์แล้ว แต่ไม่พบอาการผิดปกติอะไร ก็อาจจะเกิดจากการขยับลำไส้ที่ช้าลง พออายุมากขึ้นทุกอย่างก็จะช้าลง ก็ต้องกลับไปดูว่าคนไข้ดื่มน้ำเยอะแค่ไหน และคนไข้ออกกำลังบ้างหรือไม่ เพราะหลายคนปวดหลังปวดเข่าทำให้เดินไม่ไหว อาจจะต้องให้ดื่มน้ำมากหน่อยวันละ 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อทำให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว ยกเว้นว่าถ้าผู้สูงอายุมีโรคหัวใจ โรคไตที่ต้องจำกัดน้ำ ตรงนี้หมอแนะนำว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำมากขนาดนั้น แต่ให้เน้นเรื่องการกินอาหารเช่นผักผลไม้ แต่ในผักผลไม้ก็มีข้อจำกัดอยู่ว่าบางชนิดหากยิ่งรับประทานเข้าไปก็จะท้องอืด เช่น มีกากใยและไฟเบอร์ที่ค่อนข้างแข็ง พูดง่ายๆ ว่าอะไรที่เคี้ยวยากๆ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี หรือผลไม้อย่างฝรั่ง ก็มีไฟเบอร์หรือกากใยอาหารที่ค่อนข้างหยาบ ซึ่งเมื่อผู้สูงอายุรับประทานเข้าไป กว่าจะเปลี่ยนเป็นอุจจาระก็อาจจะท้องผูกได้ก่อนแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ถ้าสูงอายุฟันไม่ค่อยดี หรือเคี้ยวไม่ค่อยได้ แนะนำให้กินผลไม้ที่อ่อนนิ่ม อย่างมะละกอ กล้วย แตงโม แต่ว่าอาหารหลายอย่างโดยเฉพาะผักนั้น แนะนำให้บริโภคแบบสุก ลวก ต้ม เพราะจะช่วยให้ย่อยง่ายกว่าผักดิบ ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ แต่คนอายุน้อยๆ ที่รับประทานอาหารเจที่ปรุงด้วยผัก ก็ทำให้ย่อยยากได้ หากบริโภคติดต่อกัน 2-3 วันก็จะรู้สึกว่าท้องอืดแล้ว หรือบางคนกินทั้งเปลือกหรือผิว โดยไม่ผ่านการทำให้สุกก่อน ก็ทำให้ย่อยยากและนำมาซึ่งอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้เช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับอันตรายของอาการท้องอืดท้องผูก ไม่เกี่ยวกับการเป็นมะเร็ง เนื่องจากคนทั่วไปก็สามารถท้องอืดได้ แต่สิ่งสำคัญนั้นต้องหาสาเหตุของโรคก่อน ซึ่งอาการท้องอืดท้องเฟ้อ หากเกิดในผู้สูงอายุบางคน อาจไม่ใช่โรคมะเร็งลำไส้ แต่อาจจะเป็นมะเร็งส่วนอื่นในช่องท้อง ก็ทำให้ท้องอืดได้ เช่น มะเร็งตับอ่อน หรือมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือแม้แต่ผู้ที่เป็นโรคตับโรคไตเอง ที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ก็ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้น้อยลง ทำให้ท้องอืดได้เช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ดังนั้น ถ้าผู้สูงอายุมีอาการท้องอืด ก็ต้องรีบไปพบแพทย์ก่อน ถ้าดูแล้วไม่ใช่โรคร้ายแรง เราก็จะปรับเรื่องอาหารและพฤติกรรมกันไป ซึ่งหลายคนเมื่อพบแพทย์แล้ว คุณหมอได้แนะนำว่าต้องดื่มนม เพราะอายุมากขึ้นกลัวกระดูกบาง แต่ว่าคนไทยเรามีปัญหาย่อยนมไม่ได้ เพราะดื่มนมทีไรก็ท้องอืดทุกที ถ้าเป็นลักษณะนี้ มีวิธีเทสต์ง่ายๆ เกี่ยวกับการแพ้นมคือ เมื่อดื่มนมแล้วท้องอืด และเมื่อหยุดนมแล้วหาย หรือกินผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบ เช่น ขนมเค้ก ที่มีการใส่นมแล้วรู้สึกท้องอืด เราก็จะรู้แล้วว่าย่อยนมไม่ได้ เพราะขาดเอนไซม์ในการย่อยนม แต่ปัจจุบันมีนมที่ไม่มีน้ำตาลแลคโตสอยู่ เช่น ตามห้างสรรพสินค้า มีนมแลคโตสฟรี ถ้าต้องดื่มนมก็ต้องเลือกนมที่สกัดน้ำตาลแลคโตสออกไป ก็จะช่วยลดปัญหาอาการท้องผูกได้ (นมปราศจากแลคโตส เป็นนมที่ผ่านกระบวนการเติมเอนไซม์ ทำให้น้ำตาลแลคโตสถูกย่อยไปแล้ว)&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44754</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ท้องอืดท้องเฟ้อ, ออกกำลังขยับลำไส้, อาการประจำตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6bc3778c31d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
