<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส.ชี้ราคาสินค้าเกษตรขยับขึ้นรับคลายล็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ต.ค. 2564 นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯคาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนตุลาคม 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 10,035 - 10,090 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2.45 - 3.01 เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ อาทิ มาตรการเปิดห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่งผลให้มีความต้องการใช้ข้าวหอมมะลิของร้านอาหารเพิ่มขึ้น น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาอยู่ที่ 19.31 - 19.49 เซนต์/ปอนด์ (13.98 - 14.11 บาท/กก.) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.70 - 1.60% จากราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม ขณะที่ปาล์มน้ำมัน ราคาอยู่ที่ 7.46 - 7.58 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3.81 - 5.44% เนื่องจาก สต็อกน้ำมันจากพืชทั่วโลกลดลงจากการเกิดคลื่นความร้อนและการระบาดของแมลงศัตรูพืชในประเทศผู้ผลิตสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในเดือนต.ค. 2564 เป็นช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยกดดันราคากุ้งให้ปรับตัวลดลง และโคเนื้อ ราคาอยู่ที่ 95.50 - 96.00 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.40 &amp;ndash; 0.93% จากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ที่ขยายให้กิจการสามารถเปิดบริการเพิ่มขึ้น คาดว่าจะช่วยเพิ่มความต้องการบริโภคเนื้อโค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 7,350 - 7,430 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อน 0.10 - 1.17% เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลงจากราคาข้าวของประเทศเวียดนามในตลาดโลกที่ปรับลดลง เพราะผลจากการบังคับใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทำให้ขาดแคลนแรงงานในกิจกรรมการผลิตข้าว ทั้งนี้ยอดฉีดวัคซีนโควิด ในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., ราคาสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd6018ded06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 18:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>KTC จับมือ ธ.ก.ส. รับเทรนด์สังคมไร้เงินสดเปิดชำระเงินออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 2564 นายระเฑียร&amp;nbsp;ศรีมงคล&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&amp;nbsp;บมจ.&amp;nbsp;บัตรกรุงไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;KTC&amp;nbsp;เปิดเผยว่า บริษัทฯ ลงนามในสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดบริการรับชำระค่าสินค้า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริการให้กับสมาชิกร้านน้องหอมจังของธ.ก.ส.&amp;nbsp;ด้วยระบบ&amp;nbsp;QR Credit Card Payment&amp;nbsp;บนเครือข่ายของวีซ่า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มาสเตอร์การ์ดเป็นเจ้าแรกในไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งบริษัทฯ&amp;nbsp;คาดว่าแนวโน้มการชำระค่าสินค้า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริการด้วยบัตรเครดิตในรูปแบบของ&amp;nbsp;QR Code&amp;nbsp;มีการเติบโตต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยในช่วง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64&amp;nbsp;มียอดใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตผ่านระบบ&amp;nbsp;QR Code&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;110&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เติบโต&amp;nbsp;90%&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า&amp;nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp;ที่ทำให้คนไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแบบฉับพลัน&amp;nbsp;ทั้งการจับจ่ายค่าสินค้าและ&amp;nbsp;บริการ&amp;nbsp;รวมถึงการทำธุรกรรมการเงินผ่านออนไลน์&amp;nbsp;ในขณะที่ร้านค้าต่างก็ต้องปรับตัว&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เปิดรับการชำระเงินที่ไร้การสัมผัสมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;มุ่งมั่นยกระดับการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร&amp;nbsp;โดยให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร&amp;nbsp;(SMAEs)&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนโดยธ.ก.ส.&amp;nbsp;จึงได้ร่วมมือกับเคทีซี&amp;nbsp;เพื่อเปิดช่องทางรับชำระค่าสินค้า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริการให้แก่ผู้ประกอบการภาคการเกษตรที่เป็นสมาชิกร้านน้องหอมจังของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;QR Credit Card Payment&amp;nbsp;บนเครือข่ายของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีเพื่อช่วยผู้ประกอบการและวิสาหกิจชุมชนการเกษตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ขยายโอกาสทางการตลาดเข้าถึงระบบการชำระ&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดให้บริการช่วงเดือนธ.ค. 64&amp;nbsp;โดยคาดหมายสิ้นปีนี้จะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการถึง&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;จากปัจจุบัน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;มีร้านน้องหอมจัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;ร้านค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., ระเฑียร ศรีมงคล, เคทีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61559b8f1892a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. จับมือกลุ่ม Bank of China สร้างโอกาสให้เกษตรกรไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2564 นายรัตนะชัย ดำเนินสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ธนาคารแห่งประเทศจีน สาขากว่างซี &amp;nbsp;(Bank of China Guangxi Branch) และธนาคารแห่งประเทศจีน (ไทย) จำกัด (มหาชน) (Bank of China (Thai) Public Limited (BOCT)) ได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านธุรกิจต่างประเทศ (Strategic Cooperation Agreement) เพื่อร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การตลาด นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ การจัดการสินทรัพย์และความรับผิด การจัดการความเสี่ยง การแบ่งปันทรัพยากรข้อมูล การจัดหาเงินทุนสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงธุรกิจการเงินองค์กร ธุรกิจตลาดระหว่างธนาคาร ธุรกิจตัวแทนการชำระเงิน และธุรกิจการชำระดุลการค้าต่างประเทศและการบริหารการเงิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือกับกลุ่มธนาคาร Bank of China &amp;nbsp;ด้านการชำระดุลและบริการโอนเงินระหว่างประเทศสกุลเงิน RMB หรือหยวน อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย อีกทั้งมีการดำเนินการจับคู่ธุรกิจในและต่างประเทศ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่เข้าหาช่องทางการต่อยอดธุรกิจ และลูกค้าในประเทศที่มุ่งแสวงหาตลาดในต่างประเทศ รวมทั้งเป็นการสร้างความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศแบบไตรภาคี โดยใช้ประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ อาทิ การประชุมสุดยอดจีน - อาเซียนว่าด้วยความร่วมมือและการพัฒนาทางการเงิน เสริมสร้างความร่วมมือพหุภาคี ส่งเสริมนวัตกรรมธุรกิจสกุล RMB ระหว่างประเทศ และอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนทวิภาคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรัตนะชัยกล่าวอีกว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเพิ่มรายได้และพัฒนาการให้บริการด้านธุรกิจต่างประเทศสกุล RMB ของ ธ.ก.ส. อีกทั้งเป็นการดำเนินการตามยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรรายย่อยด้วยกลไก Smart Farmer ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร (SMAEs) และสถาบันเกษตรกร และเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรของลูกค้าต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118214</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., ธนาคารแห่งประเทศจีน สาขากว่างซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6154038f20e6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มอัตราการเติบโตของ GDP ภายในประเทศที่ลดต่ำลง อันเนื่องจากการลงทุนในภาคเอกชนชะลอตัว &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้องค์กรภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลประชาชน &amp;nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงลดปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานคืนถิ่น ให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้และยังเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคม ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนสินเชื่อแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนาต่าง ๆ อัตราดอกเบี้ย MLR &amp;ndash; ไม่เกิน 2.25% ต่อปี (ปัจจุบัน MLR เท่ากับ ร้อยละ 4.875 ต่อปี) ทั้งนี้ เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร โดยนำสินเชื่อดังกล่าวไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนหรือค่าลงทุน อาทิ &amp;nbsp; การสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยหรืออาหารสัตว์ โรงสีข้าวชุมชน ตลาดจำหน่ายสินค้า การส่งเสริมพัฒนากลุ่มอาชีพต่าง ๆ ปรับปรุงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชน การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานในด้านการส่งเสริมอาชีพ หรือเพื่อการศึกษาของบุคคลในครอบครัวของประชาชนในพื้นที่ การสร้างสนามกีฬา สวนสาธารณะ ศูนย์การแพทย์ชุมชน การเสริมสร้างการเข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความต้องการทางด้านการแพทย์ การจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อปท. จะต้องดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุนสินเชื่อต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา อปท. และมีการตั้งงบประมาณเพื่อชำระหนี้คืนแก่ธนาคาร วงเงินกู้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้เงินกู้ โดยวิเคราะห์จากแผนการดำเนินงาน งบการเงิน ระดับขีดความสามารถในการก่อหนี้ของ อปท. แต่ละแห่ง ซึ่งกำหนดจากความสามารถในการจัดเก็บรายได้ และรายได้จากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากส่วนกลาง ในส่วนของการชำระคืน กรณีเป็นทุนหมุนเวียนหรือเป็นค่าใช้จ่าย ชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน กรณีพิเศษ ไม่เกิน 18 เดือน กรณีเป็นค่าลงทุน ชำระคืนรายงวด ไม่เกิน 10 ปี (ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายผูกพันของ อปท.) ทั้งนี้ อปท. ที่มีความสนใจและต้องการขอรับการสนับสนุนสินเชื่อตามโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., สินเชื่อ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f773802f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. เพิ่มช่องทางรับฝากเงินสดที่ บิ๊กซี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้เพิ่มช่องทางบริการรับฝากเงินสดและชำระเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปผ่านเครือข่าย Banking Agent ของธนาคาร โดยสามารถฝากเงินสดเข้าบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวัน ธ.ก.ส. ผ่านบิ๊กซี (Big C) ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ของบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ บิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า บิ๊กซีมาร์เก็ต บิ๊กซีฟู้ดเพลส และมินิบิ๊กซีที่ร่วมรายการ วงเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายการ ค่าธรรมเนียม 20 บาท ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 22.00 น. โดยหากฝากเงินในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2564 จะได้รับคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จมูลค่า 10 บาท สำหรับใช้ซื้อสินค้าตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จที่บิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ลูกค้าสามารถชำระเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตด้วยวิธีสแกนบาร์โค๊ด (Bar Code) ผ่านตู้เติมสบาย ไม่เกิน 40,000 บาทต่อรายการ ค่าธรรมเนียม 10 บาท ได้ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนารัตน์กล่าวต่อไปว่า การเพิ่มช่องทางการรับฝากเงินสดผ่านบิ๊กซี และรับชำระเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตผ่านตู้เติมสบาย ถือเป็นตัวแทนของธนาคาร หรือ Banking Agent ในการให้บริการทางการเงิน ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถติดต่อใช้บริการได้โดยง่าย ที่สาขาของบิ๊กซีและตู้เติมสบายใกล้บ้านท่านทั่วประเทศ นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังมีช่องทางให้บริการผ่าน Banking Agent อื่น ๆ ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ไปรษณีย์ไทย และตู้บุญเติม ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรลูกค้าและประชาชนได้มีทางเลือกที่หลากหลายในการทำธุรกรรมทางการเงินในทุกช่วงเวลาที่ต้องการ อันเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาติดต่อที่ธนาคารโดยตรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116896</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., บิ๊กซี, ฝากเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142c244d9b3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. - โออาร์ ส่งกำลังใจด่านหน้า มอบส่วนลดเติมน้ำมัน ณ ปั๊ม พีทีที สเตชั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ย. 2564 นางณิชา อวยพรรุ่งรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยังคงระบาดอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (อสส.) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และผู้ปฏิบัติการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มากกว่า 1 ล้านรายทั่วประเทศ เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข และเป็นกำลังหลักสำคัญในการฝ่าวิกฤติโรคระบาดในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธ.ก.ส. และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจ และช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่ &amp;nbsp; อสม. อสส. และ สพฉ. โดยจัดแคมเปญ &amp;ldquo;เติมเต็ม ความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา&amp;rdquo; มอบส่วนลดการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ในอัตราลิตรละ 0.80 บาท เมื่อชำระผ่านบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. ท่านละไม่เกิน 1,000 บาท/บัตร/เดือน &amp;nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,000,000 สิทธิ์ โดยเริ่มแคมเปญมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 นี้ รวมทั้งหมด 3 เดือนหรือจนกว่าจะมีการใช้สิทธิ์เต็มจำนวน ซึ่งเงินส่วนลดจะคืนเข้าบัญชี &amp;nbsp; ธ.ก.ส. ของผู้ถือบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. ภายใน 45 วัน นับจากวันสิ้นเดือน ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบจำนวนสิทธิ์คงเหลือได้ที่ www.baac.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางณิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;ในขณะนี้ยังคงมีสิทธิ์คงเหลือเพียงพอต่อการเข้าร่วมแคมเปญ ซึ่ง อสม. อสส. และ สพฉ. ทุกท่าน สามารถชำระเงินค่าน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. ของ ธ.ก.ส. และรับส่วนลดได้ ณ สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น จำนวนกว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ภายใน 30 กันยายนนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง, ณิชา อวยพรรุ่งรัตน์, ธ.ก.ส., แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_61303d26d2ea2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 12:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธ.ก.ส.&#039;ลุยพักหนี้ช่วยเกษตรกรอ่วมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการพักชำระหนี้ต้นเงิน 1 ปี ตั้งแต่งวดเดือน ก.ค.2564- มี.ค. 2565 และมาตรการพักชำระดอกเบี้ยเงินกู้ 2 เดือน นับจากงวดชำระเดิม ตั้งแต่งวดเดือน ก.ค.-ธ.ค. 2564 ตามความสมัครใจให้กับเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ว่า มีจำนวนผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ 3,585,296 ราย ต้นเงินกว่า 1,051,546 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีลูกค้า ธ.ก.ส.ที่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการแล้ว 194,728 ราย แบ่งเป็นลูกค้ารายบุคคลจำนวน 187,792 ราย และลูกค้าประเภทสถาบันและนิติบุคคลจำนวน 6,936 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการผ่อนคลายความกังวลใจและลดภาระการชำระหนี้ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นการชั่วคราว ให้สามารถนำเงินที่จะต้องชำระหนี้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือใช้เสริมสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจในช่วงที่มีความไม่แน่นอนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับลูกค้าที่ได้รับประโยชน์ตามมาตรการดังกล่าวแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มลูกค้าเกษตรกรและบุคคล 2. กลุ่มลูกค้า ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) และสถาบัน ได้แก่ กลุ่มบุคคล กองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมือง ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) องค์กร กลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์ (ไม่รวมสหกรณ์ออมทรัพย์ ส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ) 3. กลุ่มลูกค้าที่มีหนี้เงินกู้ตามโครงการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ระยะที่ 1-2 โดยมีเงื่อนไขกรณีงวดชำระรายปี พักชําระเงินต้นที่ถึงกําหนดชําระตั้งแต่งวดเดือน ก.ค. 2564 ถึงงวดเดือน มี.ค. 2565 เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากงวดชําระเดิม และกรณีงวดชําระรายเดือน/รายไตรมาส/ราย 6 เดือน พักชำระต้นเงินที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่งวดเดือน ก.ค. - ธ.ค. 2564 โดยนำต้นเงินงวดตามที่ลูกค้าสมัครเข้าร่วมโครงการและต้นเงินงวดเดือนถัดไป (รวม 2 งวด) ไปรวมไว้กับงวดสุดท้ายของสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ทุกกรณีงวดชำระจะได้รับการพักชำระดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่งวดเดือน ก.ค.- ธ.ค. 2564 เป็นระยะเวลา 2 เดือน นับจากงวดชำระเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และ 4. กลุ่มลูกค้าที่ใช้สินเชื่อระบบอิสลาม ทั้งที่เป็น เกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการและสถาบัน (กลุ่มบุคคล กองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมือง ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) องค์กร กลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์ (ไม่รวมสหกรณ์ออมทรัพย์ ส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ) โดยในกรณีที่มีงวดชำระรายปี จะพักชำระทุนเงินที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่งวดเดือน ก.ค. 2564 ถึงงวดเดือน มี.ค. 2565 เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากงวดชำระเดิม และพักชำระค่าธรรมเนียม/กำไรที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่งวดเดือน ก.ค. - ธ.ค. เป็นระยะเวลา 2 เดือน นับจากงวดชำระเดิม และกรณีงวดชําระรายเดือน/รายไตรมาส/ราย 6 เดือน พักชำระทุนเงินและค่าธรรมเนียม/กำไรสำหรับสัญญาที่มีงวดชำระตั้งแต่งวดเดือน ก.ค.- ธ.ค.2564 (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยโครงการพักชำระหนี้ดังกล่าวข้างต้นต้องไม่เป็นสัญญาเงินกู้ที่อยู่ในโครงการที่ได้รับการช่วยเหลือหรือมีเงื่อนไขพิเศษตามมาตรการอื่น และโครงการนโยบายรัฐ รวมถึงโครงการสินเชื่อบุคลากรภาครัฐหรือโครงการอื่นที่ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ลูกค้าที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์การเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ต้นเงินได้ผ่านช่องทาง LINE Official : BAAC Family เว็บไซต์ https://www.baac.or.th และ Call Center 02 555 0555 หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2564
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114220</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., มาตรการพักชำระหนี้ต้นเงิน 1 ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f773802f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
