<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าคนร้ายหัวเถิกบุกเดี่ยวชิงเงิน ธกส.ครึ่งล้าน หลบหนีย่านบางบอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.63 - ร.ต.อ.ศราวุฒิ อันแสน รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ธนาคาร ธกส. สาขาบางบอน ถนนเอกชัย ซอย 86 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเจ้าหน้าที่สายตรวจและตำรวจฝ่ายสืบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นอาคารธนาคารสูง 2 ชั้น ด้านล่างเป็นลานจอดรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นบริเวณเขตหวงห้ามเอาไว้ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไปด้านบนได้ จากการสอบถาม นายยืนยงค์ บุญเหมาะ อายุ 60 ปี รปภ.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงลานจอดรถ ยอมรับว่า&amp;nbsp;มีคนร้ายมาชิงทรัพย์ในธนาคารจริง&amp;nbsp;โดยระหว่างนั้นตนทำหน้าที่อยู่ด้านล่างตรงลานจอดรถตามปกติสักพักมีเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์วิ่งลงมาบอกว่าคนร้ายหลบหนีไปแล้วแต่ตนก็ไม่ได้สังเกตว่าคนร้ายหลบหนีไปทางไหนและใช้ยานพาหนะอะไรเนื่องจากไม่มีเสียงเอะอะโวยวายหรือมีการวิ่งไล่กันเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางธนาคาร พบว่าช่วงก่อนเกิดเหตุนั้น บริเวณเคาน์เตอร์รับฝากถอนเงินสดมีพนักงานนั่งประจำการอยู่ จำนวน 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน&amp;nbsp;ไม่มีลูกค้ารอหรือประชาชนที่มารอรับบริการแต่อย่างใด จากนั้นได้มีคนร้ายชายวัยกลางคน อายุประมาณ 50-55 ปี&amp;nbsp;ผมบางเกือบล้านตรงกลางศีรษะ หน้าผากเถิกกว้าง สวมหน้ากากอนามัยสีขาวใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาพับแขน นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้าหุ้มส้นสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำแนบข้างลำตัว เดินเข้ามาในธนาคารก่อนชักอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติสีดำไม่ทราบขนาดออกมาขู่ให้พนักงานที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ลุกออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพนักงานวิ่งหนีตายไปแล้ว คนร้ายก็ได้ทำการรื้อแผ่นอะคริลิกแบบใส&amp;nbsp;ซึ่งทางธนาคารติดตั้งไว้กั้นรักษาระยะห่างระหว่างพนักงานกับลูกค้าตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ออก ก่อนที่จะกระโดดข้ามเข้าไปในเคาน์เตอร์ ดึงลิ้นชักเก็บเงิน จำนวน 2&amp;nbsp;เคาน์เตอร์ออกมา ใช้มือเปล่าที่ไม่ได้สวมถุงมือกวาดเงินสดจากภายในใส่ถุงพลาสติก และยัดลงใส่กระเป๋าสะพายเดินออกจากธนาคารไป ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที ทั้งนี้ยังไม่ทราบเส้นทางหลบหนียืนยานพาหนะที่คนร้ายใช้เนื่องจากมีพยานบางรายเห็นบุคคลที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกันเดินข้ามสะพานลอยหลบหนีไปทางถนนกาญจนาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งยอดความเสียหายเงินสดที่ถูกชิงทรัพย์เอาไว้คร่าวๆที่ประมาณ 500,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธกส., ธกส.สาขาบางบอน, ปล้นธนาคาร, สน.บางขุนเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe45a7af234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2020 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.คลัง ลงพื้นที่ตรังตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี ชวนอุดหนุนฟื้นเศรษฐกิจฐานราก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย.63 - นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่จังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตร ย่านตาขาว จำกัด สาขาทุ่งค่าย ซึ่งมีการรวบรวมผลผลิตจากยางพาราทั้งยางแผ่นรมควัน ยางแผ่นดิบ น้ำยางสด จากสมาชิก 5,645 รายและเครือข่ายส่งขายยังตลาดกลางยางพาราและบริษัทเอกชน มียอดรวบรวมยางพารากว่า 12,000 ตัน มูลค่าว่า 538 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนำคณะประกอบด้วย ที่ปรึกษารัฐมนตรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง หัวหน้าคลังจังหวัดตรัง ผู้บริหารธกส. ร่วมประทานอาหารกลางวันเมนูพื้นเมืองนาหมื่นศรี ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง อาทิ แกงขี้มิ่น(แกงขมิ้น) แกงส้มปลากะพงลูกมะอึกมันขี้หนู ปลาเต้าเจี้ยว ต้มกะทิยอดเม่า ผักเหรียงผัดไข่ และข้าวสวยพื้นเมืองพันธุ์เล็บนก ที่ศาลากลางนาทุ่งทอรัก ภายในศูนย์การเรียนรู้เกษตรหัตถกรรมผ้าทอนาหมื่นศรี ซึ่งเป็นอีกกิจการต่อยอดของวิสาหกิจชุมชนฯในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนบนเนื้อที่ 8 ไร่ ที่เริ่มทดลองปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทำนา โดยมีนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางสาวอารอบ เรืองสังข์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี และเจ้าหน้าที่จากธกส.ตรังร่วมต้อนรับ ทั้งนี้นายอาคมได้ปรารถว่าชื่นชอบอาหารปักษ์ใต้มาก เพราะรสชาติอร่อยถูกปากและหากินยาก และดีใจที่ได้มากินถึงที่ ถึงที่กทม.จะมีร้านอาหารใต้ แต่รสชาสอร่อยสู้มากินที่ปักษ์ใต้ไม่ได้
&amp;nbsp;
จากนั้น นายอาคมได้นั่งรถรางของอบต.นาหมื่นศรีชมบรรยากาศในหมู่บ้าน ก่อนเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนทอผ้านาหมื่นศรี ชุมชนผ้าทอโบราณกว่า 200 ปี โดยปัจจุบันยังคงทอผ้าและแปรรูปผ้าทอมือ เป็นผ้าขาวม้า ผ้าถุงและผ้าคลุมไหล่ ผ้าตัดเสื้อและของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มีสมาชิก 155 ราย สร้างรายได้ให้กลุ่มกว่า 8 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีจากพิษการแพร่ระบาดของโควิด19 ทำให้ได้รับผลกระทบต่อความคล่องตัวในการชำระหนี้ 10 กว้าล้านบาท โดยธ.ก.ส. ให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน พร้อมให้ความรู้ การกำหนดแผนธุรกิจ และประสานเครือข่ายจากทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยดีมาตลอด โดยนายอาคมได้สอบถามปัญหาอุปสรรค พร้อมให้คำแนะนำตลอดจนมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนเพิ่มขีดความสามารถเพื่อลดภาระหนี้และดอกเบี้ย โดยใช้ช่องทางตามมาตรการของรัฐที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายอาคมยังให้ความสนใจสอบถามรายละเอียดทั้งประวัติผ้าทอลายโบราณ อาทิ ลายครุฑ นกการเวก แก้วชิงดวง ราชวัตร ชมกระบวนการทอ การจัดวางสินค้า และชมพิพิธภัณฑ์ผ้าทอซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลสนับสนุนจัดสร้างเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมประวัติผ้า ตัวอย่างผ้า ตำนานเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งร่วมทำขนมฝามี ขนมพื้นเมืองนาหมื่นศรีกับชาวบ้านด้วยความเป็นกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวภายหลังเยี่ยมชมว่า วิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรีถือเป็นอีกชุมชนที่สามารถสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจฐานราก และร้านผ้าทอนาหมื่นศรีเป็นร้านที่เข้าร่วมมาตรการคนละครึ่ง จึงอยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวมาเป็นส่วนหนึ่งของการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน แล้วยังเป็นการช่วยร้านค้าในการจ้างงานในพื้นที่และเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ชุมชนนาหมื่นศรีมีความฉับไวดำเนินการตามมาตรการคนละครึ่งเพื่อส่งเสริมยอดขาย และถูกทางแล้วที่วิสาหกิจชุมชนฯมีการปรับตัวเอง จากทอผ้า สู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนที่กำลังเริ่มต้นทำ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ ไทยต้องเที่ยวไทย เขาต้องขายคนไทย ตนได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเต็มที่ในเรื่องการการผลิต แปรรูป และการตลาด ที่สำคัญคือด้านการประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคมกล่าวว่า สำหรับมาตรการสำคัญของกระทรวงการคลังในเรื่องส่งเสริมภาคท่องเที่ยวรวมถึงท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งจะมีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจรที่จ.ภูเก็ตในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ก็จะมีส่วนช่วยได้ โดย กระทรวงการคลังเตรียมหารือภาคเอกชนอย่างสายการบินต่างๆ ในการจำหน่ายราคาตั๋วที่ถูกลง และอาจจะมีการเพิ่มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งทางกระทรวงการคลังจะได้เตรียมหารือกับทางสายการบินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82467</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ชุมชนทอผ้านาหมื่นศรี, ธกส., ยางพารา, รมว.คลัง, วิสาหกิจชุมชน, อบต.นาหมื่นศรี, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201101/image_big_5f9e4f633e669.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สปสช.-ธ.ก.ส.สวทช.&quot;ติดตั้งเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัติโนมัติ100 ทั่วปท.ดูแลสุขภาพเกษตรกรฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63- &amp;nbsp;นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายนิพัฒน์ เกื้อสกุล รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สวทช. ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ &amp;ldquo;มิติใหม่ ธ.ก.ส. ธนาคาร กับ สุขภาพ&amp;rdquo; เพื่อมุ่งสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า สปสช. &amp;nbsp;ได้ร่วมมือกับ ธ.ก.ส. &amp;nbsp;เสนอโครงการ &amp;ldquo;รู้เท่าทันเท่ากับการป้องกันโรคไม่ติดต่อเฉลิมพระเกียรติ&amp;rdquo; เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ของสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วนั้น &amp;nbsp;เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติฯ และส่งเสริมให้ประชาชนรู้เท่าทันด้านสุขภาพ ตระหนักเรื่องการป้องกันดูแล สร้างเสริมสุขภาพตนเองให้มีสุขภาพดี และเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อ หรือ Non-communicable diseases-NCDs เพื่อป้องกันความรุนแรงของโรค โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ร่วมพัฒนาและผลิตเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัตินี้ และได้ลงนามความร่วมมือ 3 หน่วยงาน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป้าหมายความร่วมมือในครั้งนี้ คือจัดให้มีการติดตั้งเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติที่สาขา &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธ.ก.ส. และพื้นที่ในการกำกับดูแลของ สปสช. จำนวน 100 แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่ง สวทช. ได้ดำเนินการติดตั้งและเปิดใช้งานจริงครบทั้ง 100 แห่งแล้ว ครอบคลุม 77 จังหวัด ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 &amp;nbsp;ตามแนวคิด &amp;ldquo;มิติใหม่ ธ.ก.ส. ธนาคาร กับ สุขภาพ&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์เข้าถึงบริการสุขภาพในขั้นพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพัฒน์ เกื้อสกุล รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า &amp;nbsp;ธ.ก.ส. ให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรู้เท่าทันด้านสุขภาพ และตระหนักเรื่องป้องกันดูแลและสร้างเสริมสุขภาพของตนเอง &amp;nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ ธ.ก.ส. ในการเพิ่มขีดความสามารถ คุณภาพชีวิต ของเกษตรกรไทยและครอบครัวให้ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผอ. เนคเทค สวทช. กล่าวว่า สวทช. โดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมือแพทย์ (A-MED) มีความยินดีในความร่วมมือในการพัฒนาและติดตั้งเครื่องตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ &amp;nbsp;ด้านการใช้งานเครื่องตรวจสุขภาพเบื้องต้นอัตโนมัติ ประกอบด้วยการชั่งน้ำหนัก บันทึกค่าส่วนสูง วัดความดันโลหิต การประมวลผลดัชนีมวลกาย โดยผลของการวัดที่ได้จะถูกแปลค่าและประเมินระดับความเสี่ยงด้านสุขภาพ มีข้อมูลให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว ทั้งข้อมูลนี้จะถูกส่งไปที่ระบบคลาวด์ (Cloud) เพื่อเก็บข้อมูลผู้ถูกวัดแต่ละคนไว้ เพื่อติดตามความคืบหน้าระบบสุขภาพที่เป็นระบบข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ซึ่ง สปสช. สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และติดตามข้อมูลสุขภาพประชาชน ตลอดจนนำไปกำหนดนโยบายสุขภาพที่เหมาะสมกับชุมชนแต่ละพื้นที่แต่ละภูมิภาคได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามระบบระบบคลาวด์ (Cloud) จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือช่วยเสริมการจัดเก็บข้อมูลที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ได้ทำอยู่แล้วนั้นให้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ &amp;nbsp; ในอนาคตทีมวิจัยจะพัฒนาต่อยอด ให้เครื่องฯ ให้มีฟังก์ชันเซ็นเซอร์เพิ่มเติม เช่น เซ็นเซอร์การตรวจวัดสารพิษในร่างกายให้แก่กลุ่มเกษตรกรที่เป็นลูกค้าหลัก ของ ธ.ก.ส. ซึ่งล้วนแต่เป็นข้อมูลสำคัญที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อการกำหนดนโยบายการป้องกันสุขภาพ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งเครื่องนี้จะเป็นการผลักดันให้เกิดการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดนำไปสู่การใช้งาน และตอบโจทย์เทคโนโลยีที่จะช่วยในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป&amp;rdquo; ดร.ชัย กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72198</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธกส., สปสช., สวทช., เครื่องตรวจสุขภาพเบื้องต้นอัติโนมัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200722/image_big_5f17ebe19743b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วอนคนใจบุญช่วยสร้างบ้านใหม่ผู้สูงอายุสองพี่น้องป่วย สภาพความเป็นอยู่ลำบากที่อยู่ใกล้พัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค.63- จากกรณี คุณตาอิ่นแก้ว ชุ่มแสง อายุ &amp;nbsp;62 ปี ที่พิการเป็นอัมพฤกษ์ซีกขวา และเป็นสะเก็ดเงินตามร่างกายช่วยเหลือตัวไม่ค่อยได้ และยายอัมพร ชุ่มแสง พี่สาวอายุ 73 ปี ที่คอยดูแลน้องชายตามลำพังสองพี่น้อง หลังจากเมื่อวานนี้ 23 พ.ค.ทีม อสม.จิตอาสาพระราชทาน ได้เข้าไปช่วยตัดผมให้กับคุณตาอิ่นแก้ว และ คุณยายอัมพรที่บ้านและพบว่าสภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก ล่าสุดได้มีผู้ใจบุญมอบได้นำวีลแชร์ตัวใหม่พร้อมอาหารแห้ง น้ำ ยารักษาโรคไปมอบให้กับสองพี่น้องผู้สูงอายุที่บ้านเลขที่ 21 ถ.ตัดใหม่ บ้านศรีบุญเรือง จ.ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสภาพบ้านของสองตายายเป็นบ้านไม้ยกสูง แต่ทั้งคู่อาศัยนอนด้านล่างเพราะไม่สามารถขึ้นไปชั้นบนของบ้านได้ เนื่องจากคุณตาอิ่นแก้วพิการไม่สามารถเดินและช่วยตัวเองได้ ประกอบกับสภาพบ้านที่เป็นไม้ถูกปลวกกัดกินจนไม้บางแผ่นหลุดเป็นรูโบ๋ พื้นไม้ก็ผุไม่สามารถขึ้นไปอยู่ได้และรอวันที่ไม้จะร่วงลงมาชั้นล่าง สร้างความหดหู่ใจให้ผู้ที่ไปเยี่ยมวันนี้เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามคุณตาอิ่นแก้ว ทราบว่าพิการเป็นอัมพฤกษ์กว่า20ปีแล้ว เนื่องจากเส้นเลือดในสมองตีบ ก็มีพี่สาวคือคุณยายอัมพร คอนดูแล ทุกวันนี้ก็มีรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุและผู้พิการ ซึ่งก็ใช้ในการซื้ออาหารเป็นส่วนใหญ่ บางส่วนก็ได้อาหารจากวัด เพราะคุณยายก็ไม่ได้ทำอาหารและทีผู้ใจบุญแบ่งปันมาให้บ้าง ที่ผ่านมาโครงการช่วยเหลือในสถานการณ์โควิดซึ่งมีการเลือกแจกอาหารให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ บ้านของตนเองได้เพียง 5 วันแรกวันละ 2 กล่องแต่หลังจากนั้นจนถึงวันนี้ก็ไม่เคยได้รับอีกเลยส่วนอาการป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงินก็ไม่ได้ไปหาหมอเพราะไม่มีเงิน ส่วนคุณยายอัมพรก็ทำงานหนักไม่ค่อยได้เพราะมีอายุมากและเมื่อ9เดือนที่ผ่านมาพบว่ามีก้อนน้ำใสๆเกิดขึ้นที่หน้าผากได้ไปผ่าออกแผลก็ยุบแต่จนถึงขณะนี้ก็ยังมีอาการเจ็บๆและคัน แต่ก็ไม่ได้ไปหาหมออีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้อยากขอรับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย เพื่อต้องการรื้อบ้านหลังดังกล่าวออกและทำเป็นบ้านชั้นเดียวที่มีสภาพดีให้กับทั้งสองชีวิตได้อาศัยอย่างปลอดภัยในบั้นปลายของชีวิตและซื้อสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพให้กับทั้งสองคนต่อไป โดยสามารถร่วมบริจาคเงินเพื่อใช้ในการดำเนินงานดังกล่าว ได้โดยโอนเข้าบัญชีของนางสาวอัมพร ชุ่มแสง ธนาคาร ธกส.หมายเลขบัญชี 010-2-9232614-6 และเมื่อมียอดบริจาคมากเพียงพอในการรื้อบ้านและสร้างบ้านหลังใหม่ทางผู้ประสานภาคประชาชนจะได้ร่วมกันวางแผนและประสานขอความช่วยเหลือและความร่วมมือในส่วนอื่นๆเพื่อเข้ามาดำเนินการตามที่ได้ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยคนสูงอายุ, ธกส., ลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca4ada809dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; จ่อร้อง สตง.จับพิรุธ &#039;ธ.ก.ส.&#039; ประมูลบริหารธุรกิจเอทีเอ็ม มูลค่า 3,100 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ได้ดำเนินโครงการระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหารระบบเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ระยะที่ 1 ตั้งแต่ปี 2549 มูลค่า 1,200 ล้านบาท ในระยะเวลาของโครงการ 7 ปี โดยการประกวดราคา ซึ่งได้กลุ่มร่วมทำงาน(Consortium) ระหว่างบริษัท Platt Nera และบริษัท G-able เป็นผู้ดำเนินการ และมีบริษัท Data&amp;nbsp;One เป็นผู้รับเหมาช่วง และต่อมาในปี 2554 ก่อนหมดสัญญาโครงการ ธ.ก.ส.ได้แก้ไขสัญญาให้แก่กลุ่มร่วมทำงานเดิมไปอีก 7 ปี โดยเพิ่มมูลค่าของโครงการอีกกว่า 2,000 ล้านบาทโดยไม่มีการประกวดราคา ทำให้กลุ่มร่วมทำงานดังกล่าวผูกขาดระบบ ATM ของ ธ.ก.ส.เป็นเวลายาวถึง 14 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อ 24 เม.ย.63 ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้เปิดประมูลโครงการระยะที่ 3 ต่อระยะเวลาไปอีก 7 ปีมูลค่ากว่า 3,100 ล้านบาท โดยมีการจัดทำทีโออาร์ที่มีพิรุธ ซึ่งส่อไปในทางที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มร่วมทำงานรายเดิมๆเท่านั้น เนื่องจากมีการกำหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ไม่มีสายสัมพันธ์กับผู้บริหาร ธ.ก.ส. ไม่กล้าที่จะเข้าร่วมประกวดราคาแข่งขันมากนัก เช่น ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเคยมีผลงานการบริหารจัดการ ATM ของสถาบันการเงินในประเทศไทยโดยมีหนังสือรับรองจากสถาบันการเงินนั้น ๆ และผู้ชนะการประมูลจะต้องซื้อซากเครื่อง ATM ซากเครื่องปรับอากาศทั้งหมดตามราคาที่ ธ.ก.ส.กำหนด และเงื่อนไขอื่นๆอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการประกวดราคาครั้งนี้จึงอาจเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม สามารถกำหนดราคาได้ ทำให้ ธ.ก.ส. และรัฐเสียประโยชน์ ทั้งๆที่ประเทศชาติอยู่ในช่วงวิกฤติของการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่องค์กรของรัฐกลับใช้โอกาสในช่วงที่รัฐกำลังสาระวนอยู่กับการแก้ไขปัญหาโควิด-19 มาดำเนินการเร่งรีบในการจัดหาผู้ประมูลบริหารเครื่อง ATM ดังกล่าวนอกจากนั้น ยังเป็นช่วงที่ ธ.ก.ส.กำลังประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการ ธ.ก.ส. คนใหม่จนถึง 12 มิ.ย.63 ซึ่งไม่ควรที่จะเร่งรีบเปิดประมูลในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อแนวทางปฏิบัติที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ (คณะกรรมการวินิจฉัย) โดยได้รับการมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ม.8 วรรคหนึ่ง (2) ที่บัญญัติให้การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐต้องโปร่งใส โดยต้องกระทำโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกันฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การกระทำดังกล่าว เพื่อความโปร่งใสสมาคมฯจำต้องนำความไปร้องเรียนต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พรป.การตรวจเงินแผ่นดิน 2561 ในการตรวจสอบข้อพิรุธต่าง ๆ ข้างต้นในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค.63 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซ.อารีย์ เขตพญาไท เพื่อตรวจสอบและพิสูจน์ข้อพิรุธดังกล่าวต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66492</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธกส., ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec5d3ebd43cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรสวมแมสก์บุกเดี่ยวชิงเงินธกส.กวาด 1 แสนหนีลอยนวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;13 เม.ย.63 - พ.ต.ต.ผดุงเกีรติ ไม้น้อย สวป.สน.ประเวศ ขณะออกปฏิบัติหน่าที่รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาย่อยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตั้งอยู่เลขที่ 83 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวง-เขตประเวศ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเกตุ พร้อมพล.ต.ท.ภคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.ชลินท์ อิ่มเอม รองผกก.สส.และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ คูหาเดียว 3 ชั้น ห้องริมสุด อยู่ริมถนนปากซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย13 เจ้าหน้าที่พบพนักงานของธนาคารกำลังยืนให้การด้วยท่าทางตื่นตระหนก ตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการทุบหรือทำลายสิ่งของ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากการสอบถามนายชลาธิป วงศ์จำปา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของธนาคาร ให้การว่าก่อนเกิดเหตุขณะตนเองกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ ใส่แมสปิดปากสีดำ และสวมหมวกแก็ปสียีนส์ ยี่ห้อLee เข้ามาในธนาคารก่อนชักอาวุธปืนตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ช่องที่1 และบอกให้พนักงานในธนาคารหมอบลง ก่อนจะใช้มือล้วงเข้าไปในลิ้นชักและหยิบเงินสดออกไป หลังจากได้เงินก็วิ่งขึ้นมอร์เตอร์ไซค์ที่จอดเตรียมไว้ด้านหน้าและขับขี่หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า คนร้ายได้เข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์เพียงคนเดียว จากนั้นใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ปืนจี้บังบังคับพนักงานให้ส่งเงินให้ ได้เงินไป 106,000 บาท โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปตามเส้นทางมุ่งหน้าลาดกระบัง ซึ่งเป็นเส้นทางที่ง่ายต่อการหลบหนี&amp;nbsp; ขณะที่ก่อเหตุเป็นช่วงเวลาใกล้ปิดทำการ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้แน่นอน สำหรับตำหนิและรูปพรรณสันฐานของคนร้าย เบื้องต้นเป็นชายอายุประมาณ 30-40 ปี รูปร่างสัดทัด ผมสั้น ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ เลขทะเบียน วทล 683 กรุงเทพ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63030</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธกส., สน.ประเวศ, โจรปล้นเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e943f0fa7159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอให้รอดอดก่อน!ชาวบ้านตื่นตี4เข้าคิวกู้เงินธกส.หวังได้เงินใช้เฉพาะหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.63 &amp;ndash;จากผลกระทบของสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพเดือดร้อนอย่างหนัก และบางส่วนต้องพึ่งพาเงินกู้จากธนาคารต่างๆโดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือ ธกส. ทำให้บรรยากาศหน้าธนาคาร ธกส.ที่สาขาหาดใหญ่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีผู้ไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ใช้บริการต่างยืนแออัดกันหน้าธนาคารเพื่อจองคิวเข้าไปใช้บริการโดยไม่มีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และไม่กลัวว่าจะติดเชื้อโควิด19 แต่กลัวจะไม่ได้คิว แม้เจ้าหน้าที่จะขอร้องแต่ก็ไม่เป็นผล บางคนบอกว่ามารอตั้งแต่ตี4 เพื่อให้ได้คิวแรกเพราะทางธนาคารจำกัดปริมาณลูกค้าตามมาตรการป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จากการสอบถามประชาชนที่มาใช้บริการบอกว่าเป็นสมาชิกใหม่ของธกส.และส่วนใหญ่มาติดต่อขอกู้เงิน โดยเฉพาะกู้รวมกลุ่ม5 คนขึ้นไปวงเงินไม่เกิน5 หมื่นบาท และกู้แบบบุคคล2 คนค้ำประกันวงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท เนื่องจากขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักขาดสภาพคล่องจึงต้องมากู้เงินกับธกส.เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62714</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธกส., หาดใหญ่ สงขลา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e8ffdda7b696.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
