<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกฟ้อง&#039;12ก.ต.&#039; ละเมิด&#039;ชำนาญ&#039; ชี้ทำตามหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศาลแพ่งสั่งยกฟ้องคดี &amp;quot;ชำนาญ&amp;quot; อดีต ก.ต.ยื่นฟ้อง 12 ก.ต.ละเมิดหมิ่นประมาทอภิปรายเบรกขึ้นเก้าอี้รอง ปธ.ศาลฎีกา ชี้เป็นอำนาจอิสระในการบริหารงานบุคคลอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ กต. การเผยแพร่รายงานก็เป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่จึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม พรบ.ความผิดทางละเมิดฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดชี้สองสถาน (นัดพร้อมคู่ความ) เพื่อฟังคำสั่งวินิจฉัยข้อกฎหมายในคดีที่ชี้ขาดข้อกฎหมาย และชี้สองสถานและกำหนดแนวทางในการพิจารณาคดี &amp;nbsp;พ.7256/2561 ที่นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา อดีตกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา กับพวก &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้พิพากษาในชั้นศาลฎีกา ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นรวม 12 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี, &amp;nbsp;นางวาสนา หงส์เจริญ, นายรังสรรค์ กุลาเลิศ, นายศิริชัย ศิริกุล, นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล, นายธนรัตน์ &amp;nbsp;ทั่งทอง, นายสุวิชา สุขเกษมหทัย, นายกำพล รุ่งรัตน์, นางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ, นายปรีชา ชวลิตธำรง ทั้งหมดเป็น ก.ต. เป็นจำเลย ในความผิดละเมิดหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากกรณีการอภิปรายในที่ประชุม ก.ต.เมื่อช่วงเดือน ก.ค.61 ที่มีการพิจารณาเรื่องเสนอนายชำนาญขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ก.ต.ทั้ง 12 คน จำเลย ได้ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายชี้ขาดเบื้องต้นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่สมควรวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เสียก่อน จึงให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมาย งดชี้สองสถาน งดสืบพยานโจทก์จำเลย โดยวินิจฉัยในประเด็นสำคัญโดยสังเขป ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ก.ต.เป็นคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา &amp;nbsp;196 ประกอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มีสำนัก ก.ต. สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.บริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 สำนักงานศาลยุติธรรมจึงเป็นหน่วยงานของรัฐและ ก.ต.เป็นผู้ปฏิบัติงานในฐานะคณะกรรมการ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การอภิปรายของจำเลยทั้ง 12 ในที่ประชุม โดยนำข้อเท็จจริงมาจากเอกสารการพิจารณาของคณะอนุ ก.ต.ประกอบประสบการณ์ในการทำงานของจำเลยทั้ง 12 การอภิปรายเป็นอำนาจอิสระในการบริหารงานบุคคล การอภิปรายดังกล่าวเป็นการกระทำที่อยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของการดำเนินการของ ก.ต.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การแผยแพร่รายงานการประชุม การงดการเผยแพร่รายงานการประชุม เป็นการกระทำในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ของ ก.ต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นการที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้ง 12 รับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยที่ 7 จะขาดนัด แต่ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงมีผลถึงจำเลยที่ 7 ด้วย พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, ธงชัย เสนามนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc70b3f80f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
