<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลเผย&#039;ดีอีเอส&#039;ตรวจสอบระบบความมั่นคงปลอดภัยของธนาคารยังแข็งแรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64- &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงประชาชนหลังมีการร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิต หรือบัญชีบัตรเดบิต อย่างผิดปกติจำนวนมาก อย่างไม่ทราบที่มา ซึ่งแบงก์ชาติ สมาคมธนาคาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ดีอีเอส) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) พร้อมรับบัญชานายกรัฐมนตรี แก้ไขและเร่งสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มิได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร แต่เป็นรายการที่ เกิดจากการทำธุรกรรมชำระค่าสินค้าและบริการกับร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่และ ไม่ใช่แอปฯ ดูดเงินตามที่ปรากฏเป็นข่าว โดยธนาคารเจ้าของบัตรได้ดำเนินการระงับการใช้บัตรของลูกค้าที่มีรายการผิดปกติ และติดต่อลูกค้า รวมทั้งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านดีอีเอส ตรวจสอบระบบความมั่นคงปลอดภัยของธนาคารยังแข็งแรง โดยระบบของทุกธนาคารยังมีความมั่นคงปลอดภัยดี ไม่ได้ถูกบุกรุกหรือโจมตีระบบจากแฮกเกอร์ และได้ประสานงานผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ธนาคารดูแลการทำระบบให้รัดกุมยิ่งขึ้น ในส่วนที่เป็นระบบการชำระเงินกับร้านค้า และทำให้มีมาตรฐานมากขึ้น ไม่ให้มีการตัดบัญชีกันได้โดยง่าย และ ขณะนี้ กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมยกร่าง ร่าง พรฎ. ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการทำธุรกิจออนไลน์ มีการซื้อขาย มีการโอนเงิน ต้องมาจดแจ้งการประกอบธุรกิจกับภาครัฐและมีการยืนยันตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้เร่งสั่งการทุกหน่วยในสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนสอบสวน จับกุม ปราบปราม ภัยทางสื่อสังคมออนไลน์ทุกรูปแบบ พร้อมขยายผลถึงเครือข่ายของผู้กระทำความผิดตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งได้ประสาน กสทช. และผู้ประกอบการทุกเครือข่าย กวดขันการส่งข้อความสั้น sms ปล่อยเงินกู้ / ชวนเล่นพนันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฝากเตือนภัย ปัจจุบัน รูปแบบของมิจฉาชีพในออนไลน์เปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้น ขอให้ประชาชนต้องระมัดระวัง และตรวจสอบ การใช้จ่าย ผ่านระบบออนไลน์ให้ดี หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือผ่านทางออนไลน์ หากพบปัญหาโปรดแจ้ง ธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อแจ้งตรวจสอบและยืนยันการทำธุรกรรมในทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สายด่วน 1212 เว็บไซต์ &amp;gt; https://www.1212occ.com และหากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120172</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, หักเงินจากบัญชีธนาคาร, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c988af3b8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้ม2โพลยก&#039;บิ๊กตู่&#039;เหมาะนั่งนายกฯมากสุด ลุยทำงานครบวาระแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จากสำนักวิจัยที่ประเมินภาพรวมสถานการณ์ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเมืองและผู้นำ โดยทั้ง สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) และ &amp;ldquo;สวนสุนันทาโพล&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระบุว่าเสียงประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนผลประเมินให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป&amp;nbsp; โดยความเหมาะสมบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ประชาชนยังคงมีความเห็น 68.2 % จาก &amp;ldquo;SUPER POLL&amp;rdquo; และ 16.68%&amp;nbsp; จาก &amp;ldquo;สวนสุนันทาโพล&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนให้เหตุผลว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ อดทน อดกลั้น มุ่งมั่นทุ่มเททำงานให้ประเทศชาติและประชาชนต่อเนื่อง และกำลังทำงานต่อเนื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศแก้ปัญหาปากท้องให้กลับมาเปิดประเทศได้ อีกทั้งยังไม่พบปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงเอื้อต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่เหมือนอดีตนายกรัฐมนตรีที่มีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเอื้อผลประโยชน์ต่อครอบครัวและพวกพ้อง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลโพลล์เป็นส่วนหนึ่งของเสียงสะท้อนของสังคมส่วนใหญ่ว่า ท่านนายกฯ เป็นบุคคลที่ยังคงมีผลงานเชิงประจักษ์ และพร้อมเดินหน้าทำงานด้วยความสุจริต ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ซึ่งท่านนายกฯ ให้คำมั่นว่าจะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มจนกว่าจะครบวาระของรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120050</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายกฯ, บิ๊กตู่, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119f80906646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 07:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งสอบเร่งแก้ปัญหาบัญชีแบงก์ปชช.โดนแฮก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีประชาชนร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิต หรือบัญชีบัตรเดบิต อย่างผิดปกติเป็นจำนวนมาก หรือลักษณะผูกบัญชีไว้กับวิลเลจหรือสโตร์ออนไลน์ โดยจำนวนเงินที่หักไม่สูง แต่มีจำนวนหลายรายการติดๆ กันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120036</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นายกฯ, บัญชีโดนแฮก, บิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c106148a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาล เผยคนไทยรับวัคซีน 2 เข็มแล้วกว่า 26 ล้านคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทยให้กับประชาชนทุกกลุ่มตามนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;ขณะนี้จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็ม1 &amp;nbsp;ร้อยละ 51 และเข็ม 2 แล้วถึงร้อยละ 35 &amp;nbsp;หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;สธ. รายงานข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด -19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. &amp;nbsp;- 16 ตุลาคม 2564 &amp;nbsp;ยอดสะสมทั้งประเทศอยู่ที่ &amp;nbsp;65 &amp;nbsp;ล้านโดสแล้ว แบ่งเป็นเข็มที่ 1 ฉีดสะสมจำนวน 37,609,600 ราย &amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ 51 ของประชากร เข็มที่ 2 &amp;nbsp;ฉีดสะสมจำนวน 26,007,497ราย คิดเป็น ร้อยละ 35 ของประชากรและเข็มที่ 3 ฉีดสะสม จำนวน 1.8 ล้านราย &amp;nbsp;รัฐบาลมั่นใจว่า จะฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนทั้งประเทศได้ตามเป้าหมายที่กำหนดคือ 100 ล้านโดส ครอบคลุมคนไทย จำนวน 50 ล้านคน คิดเป็น 70% ของจำนวนประชากร ภายในปี 2564 ได้สำเร็จและสอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่ไทยได้รับมาในปี 2564 ทั้งวัคซีนที่รัฐจัดหาและวัคซีนทางเลือกรวมกว่า 179 &amp;nbsp;ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยความคืบหน้าเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้กับกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธี Kick Off ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกระทรวงศึกษาธิการรายงานข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15 ตุลาคม มีจำนวนนักเรียน/นักศึกษารวมทั้งหมด 5 ล้านคน &amp;nbsp;แสดงความประสงค์รับวัคซีน &amp;nbsp;3.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 74.15 นักเรียน/นักศึกษาที่ได้รับวัคซีนแล้ว 902,186 คน คิดเป็นร้อยละ 24.25 ขณะที่ กระทรวง อว. ก็ให้บริการฉีดวัคซีนนักศึกษาและบุคลากรกว่า 1 &amp;nbsp;ล้านคน &amp;nbsp; โดยหวังว่า ระบบการเรียนการสอนของไทยทั้งระดับพื้นฐานและอุดมศึกษา ส่วนใหญ่สามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติภายในเดือนพฤศจิกายน นี้ ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมยังเปิดเผยว่า มีผู้ต้องขังที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว 212,932 คน จากจำนวนทั้งหมด 284,190 คน และผู้ต้องขังฉีดวัคซีนครบสองเข็มจำนวน 66,416 ราย &amp;nbsp;ส่วนผู้ต้องขังจำนวน 71,258 คน เป็นผู้ติดเชื้อโควิดที่ต้องรอการฉีดวัคซีนหลังจากที่หายแล้ว 1-3 เดือน การฉีดวัคซีนให้ผู้ต้องขังจำนวนมากนี้ จะทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในเรือนจำลดลงต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรียังฝากชื่นชม การฉีดวัคซีนโควิด -19 ของไทยที่มีการพัฒนาการอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนความสามารถในการจัดหาวัคซีนและการผนึกกำลังของภาครัฐ เอกชน ประชาชนและทีมแพทย์ ที่ได้จัดจุดบริการฉีดวัคซีนทั้งในและนอกโรงพยาบาล เช่น สนามกีฬา มหาวิทยาลัย ศูนย์การประชุม ศูนย์การค้า สำหรับบริการประชาชนทั่วประเทศ และที่สำคัญ คือ ความร่วมมือกันของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายที่พร้อมใจกันฉีดวัคซีนด้วยความสมัครใจเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้น มั่นใจไทยมีความพร้อมสู่การเปิดประเทศอย่างปลอดภัยในปลายปีนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119957</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การฉีดวัคซีนในเด็กอายุ3ปีขึ้นไป, ธนกร วังบุญคงชนะ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61480761e5f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โฆษกรัฐบาลเผย &#039;นายก ฯ&#039;ขอบคุณทุกภาคส่วนขานรับการเปิดประเทศ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ต.ค. 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีแถลงประกาศเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยโดยทางอากาศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว จากประเทศความเสี่ยงต่ำ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ &amp;nbsp;หลายภาคส่วนเริ่มมีการปลดล็อค ขยายช่วงเวลาการให้บริการ เพื่อตอบรับก้าวสำคัญของรัฐ ล่าสุด สํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศ (ฉบับที่ 7) แจ้งสายการบินปรับเวลางดบินภายในประเทศ 23.00 น. - 03.00 น. สอดรับมาตรการลดเวลาเคอร์ฟิว พร้อมปลดล็อกให้มีจํานวนผู้โดยสารได้ตามความจุของเครื่องบินในเที่ยวบินนั้น ๆ ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.นี้ ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศยังทำงานร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเร่งจัดทำเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccinatio Certification) &amp;nbsp;โดยวางแผนใช้ทดแทนการอนุมัติ Certification of Entry (COE) ให้ได้ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทยภายใต้มาตรการสาธารณสุขที่เป็นสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนั้นในส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 &amp;nbsp;ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจาก ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ ฯ เฟส 3 &amp;nbsp;กว่า 6 แสนราย ผู้ประกอบการ 2,249 ราย ทำให้ยอดสะสมโครงการ ฯ เฟส1-3 กว่า 8.8 ล้านคน มูลค่าสะสมรวมกว่า 1,162.4 ล้านบาท และยอดจองห้องพักสะสมรวม &amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น &amp;nbsp;120,328 &amp;nbsp;ห้อง &amp;nbsp; ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทรงตัวและมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;การผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง การประกาศลดระยะเวลาเคอร์ฟิวส์ &amp;nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการที่พัก/โรงแรม/ ร้านค้า ร้านอาหารส่วนใหญ่ ปฏิบัติตามข้อกำหนด COVID Free Setting และมาตรการอื่นๆ ของรัฐบาลและ ศบค. ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในการออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านนายกรัฐมนตรียังประกาศ ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมกันเตรียมพร้อมมาตรการรองรับการเปิดประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถที่ได้เปิดประเทศอย่างปลอดภัย พร้อมต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่า เศรษฐกิจไทยจะพลิกฟื้นและกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, เปิดประเทศ, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเดินหน้าข้อสั่งการนายกฯ เปิดมาตรการแบงก์ของรัฐ พักหนี้-เพิ่มสินเชื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม สั่งการให้ทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือในทุกด้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการให้มากที่สุด โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้จัดทำมาตรการพักชำระหนี้และสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งแต่ละธนาคารได้จัดทำรายละเอียดและเงื่อนไขที่น่าสนใจแตกต่างกัน อาทิ การพักชำระหนี้สูงสุด 1 ปี สนับสนุนวงเงินกู้สินเชื่อเพิ่มเติม ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สูงถึง 1 ปี เป็นต้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ธนาคารออมสิน - มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ยื่นคำขอเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 /มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย สินเชื่อเคหะ สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร -มาตรการพักชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ/ มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน และระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ - สำหรับลูกค้าเดิมที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถขอรับการลดดอกเบี้ยเหลือ 0%ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 เดือน ลูกหนี้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร หลักประกันเสียหายทั้งหลังไม่สามารถซ่อมแซมได้ สามารถขอรับปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินคงเหลือเท่านั้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่มีการกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) จะได้รับการพักชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน /มาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ย 4.99% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลากู้สูงสุด ไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการพักชำระหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะกำไรเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป ไม่เกินระยะเวลาที่พักชำระ และยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดชำระ (Late charge) โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) - มาตรการช่วยเหลือลูกค้า SMEs สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าของ บสย. มาตรการลดค่างวด โดยการผ่อนจ่าย 20% หรือจ่ายขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุด 3 เดือน มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้า บสย. ที่ค้างชำระหนี้ไม่เกิน 3 เดือน โดยการพักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และพักดอกเบี้ยเกิดใหม่ ยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารแต่ละแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นมาตรการด้านการเงินตามการสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 64 ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า ทำให้มีเงินหมุนเวียน ช่วยฟื้นฟูกิจการ รวมถึงปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยทุกมาตรการให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคน&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, พักหนี้, รัฐบาล, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯ ปลื้มกระแสตอบรับ คนละครึ่ง เฟส 3-ยิ่งใช้ยิ่งได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินโครงการ คนละครึ่งเฟส 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นอย่างมาก เพราะได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งประชาชนและร้านค้า สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชน เงินสะพัดในชุมชน เจ้าของร้านค้า หาบเร่ แผงลอย รถเข็น ต่างก็มีรายได้เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ก็สะดวก โดยล่าสุด ยอดรวมของมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น มียอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวมกว่า 39.9 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 108,387.5 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 25.08 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 94,458.2 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 48,005.4 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 46,452.7 ล้านบาท 2) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 81,929 คน ยอดใช้จ่ายส่วนประชาชนสะสม 2,603.8 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 130.5 ล้านบาท 3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.54 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 10,433.7 ล้านบาท และ 4. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.2 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 761.3 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงการคลัง ได้โอนเงินคนละครึ่งรอบที่ 2 จำนวน 1,500 บาท เข้าแอปฯ เป๋าตัง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม และใช้สิทธิคนละครึ่งเฟส 3 และยิ่งใช้ยิ่งได้ ผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ อย่าง GRAB และ LINE MAN ได้ ตอนนี้มีร้านค้าให้บริการผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้ว กว่า 58,000 ราย ซึ่งประชาชนสามารถใช้จ่ายโครงการดังกล่าว ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม นี้ เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยได้สะดวกมากขึ้น สอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ New Normal ทำให้เศรษฐกิจชุมชนมีการขยายตัวมากขึ้น เป็นไปตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้สถานการณ์ระบาดโควิด-19 และมาตรการควบคุมของรัฐบาล เริ่มคลี่คลาย เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติมากขึ้น ประชาชนในประเทศมีความเชื่อมั่น กลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รวมทั้งเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น และเทศกาลปีใหม่ โดยรัฐบาลพร้อมเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย พลิกโฉมประเทศ &amp;ldquo;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119882</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, ธนกร วังบุญคงชนะ, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610342495e24d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
