<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยกฟ้อง&#039;สมบัติ&#039; คุก 1 ปี &#039;บรรเจิด-ผอ.หลักสูตร&#039;คดีวิทยานิพนธ์นศ.ปริญญาโทนิด้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ , บรรเจิด สิงคะเนติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;ก.ค.62 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;อท.281-282/2561 ที่นายธนกฤต ปัญจทองเสมอ หรือนายสมศักดิ์ ทองเสมอ นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชากฎหมายสำหรับนักบริหาร คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นโจทก์ฟ้องนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดี (อธก.) นิด้า จำเลยที่ 1,&amp;nbsp;นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อดีตรอง อธก.นิด้า และประธานกรรมการที่ประชุมคณบดีและผู้อำนวยการสำนักการศึกษา (ทคอ. การศึกษา) ที่ 2&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายบรรเจิด สิงคะเนติ&amp;nbsp;อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์และประธานกรรมการบริหารหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ที่ 3&amp;nbsp;,นายนเรศร์ เกษะประกร อดีต ผอ.หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ที่ 4&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายสุนทร มณีสวัสดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ที่ 5&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น.ส.วริยา ล้ำเลิศ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์และกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ ที่ 6,&amp;nbsp;น.ส.วราภรณ์ วนาพิทักษ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์และกรรมการบริหารหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ที่ 7 ( โจทก์ถอนฟ้องระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง)&amp;nbsp;,นายกิตติภูมิ เนียมหอม อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์และกรรมการบริหารหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต&amp;nbsp;ที่ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางอัจชญา สิงคาลวานิช ผอ.กองบริหารการศึกษาและกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ ที่ 9,&amp;nbsp;น.ส.ภัทริน&amp;nbsp;&amp;nbsp;วรเศรษฐมงคล เลขานุการคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ ที่ 10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย ศุภดิษฐ์ ที่ 11&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น.ส.บุญอนันต์ พินัยทรัพย์ ที่ 12 , นายบุญชัย หงส์จารุ ที่ 13&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น.ส.อมรรัตน์ อภินันท์มหกุล ที่ 14&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น.ส.วัชรีภรณ์ ไชยมงคล ที่15,&amp;nbsp;นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ที่ 16,&amp;nbsp;นายสมบัติ กุสุมาวลี ที่ 17,&amp;nbsp;นายสุดสันต์ สุทธิพิศาล ที่ 18&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นางอุบลวรรณ เปรมศรีรัตน์ ที่ 19,&amp;nbsp;นายปราโมทย์ ลือนาม ที่ 20 โดยจำเลยที่ 11-20 เป็นกรรมการ ทคอ.การศึกษา&amp;nbsp;,น.ส.รุ่งทิพย์ ศิริปิ่น หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะนิติศาสตร์ นิด้า ที่ 21&amp;nbsp;,และ น.ส.จารุณี พันธ์ศิริ เจ้าหน้าที่ธุรการประจำหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ นิด้า ที่ 22 เป็นจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง จากกรณีโจทก์ได้ทำการสอบวิชาวิทยานิพนธ์ตามกระบวนการและระเบียบของคณะนิติศาสตร์ นิด้า เรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการสอบมีมติให้ผ่านการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2555&amp;nbsp;โดยให้ปรับปรุงแก้ไขแต่ไม่ต้องสอบใหม่และให้สอบป้องกันวิทยานิพนธ์ในวันที่ 25 เม.ย. 2555 ซึ่งผ่านในระดับดี&amp;nbsp;โจทก์จึงดำเนินการเกี่ยวกับรูปเล่ม ซึ่งได้รับการอนุมัติจนมีสิทธิ์ที่จะจบการศึกษา ตามข้อบังคับสถาบันว่าด้วยการศึกษา พ.ศ.2549 โดยจำเลยที่ 3 และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการเพื่อขอนุมัติสำเร็จการศึกษาให้โจทก์เพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปีการศึกษา&amp;nbsp;2555 แต่พวกจำเลยไม่ดำเนินการดังกล่าวให้โจทก์ตามปกติ มีเจตนากลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีมูลเหตุจากที่โจทก์เคยร้องเรียนเรื่องการสอบทุจริตการเงินในคณะนิติศาสตร์ต่อดีเอสไอ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สน.ลาดพร้าว และ ป.ป.ช. โดยจำเลยก็ให้ข้อมูลกล่าวหาว่าโจทก์ร่วมกับผู้อื่นร้องเรียนให้ร้าย มุ่งทำลายคณะนิติศาสตร์ให้เสียหาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จำเลยอ้างว่าการจัดสอบวิทยานิพนธ์ให้โจทก์นั้นขัดต่อข้อบังคับของนิด้า ที่ว่าห้ามอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักและอาจารย์ที่ปรึกษาร่วมเป็นประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ฯ ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่า อาจารย์ที่ปรึกษาของโจทก์ไม่ได้เป็นประธานกรรมการสอบ ขณะที่ประธานกรรมการสอบครั้งนั้นก็ไม่ได้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักหรืออาจารย์ที่ปรึกษาร่วมของโจทก์ โดยจำเลยยังมีเจตนาให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและคณะกรรมการ ทคอ. การศึกษา ร่วมกระทำผิดเพื่อไม่ให้โจทก์สำเร็จการศึกษา จนเมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2555 พวกจำเลยซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารหลักสูตรฯ พิจารณายกเลิกคำสั่งสอบวิทยานิพนธ์ของโจทก์ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีกฎหมายให้อำนาจและพ้นระยะเวลาแล้ว&amp;nbsp;โดยการศึกษาดังกล่าวโจทก์ต้องชำระค่าเรียนเป็นเงิน 234,700&amp;nbsp;บาท ซึ่งหากสำเร็จการศึกษาโจทก์ก็จะมีโอกาสได้รับเงินเดือนเพิ่ม ดังนั้นโจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาการกระทำของจำเลยและให้ชดใช้ค่าการศึกษาและการที่ต้องขาดประโยชน์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,484,700&amp;nbsp;บาท จำเลยที่ 1-22 สู้คดีให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 11 ต.ค.2560 ว่า นายสมบัติ อดีตอธิการบดี (อธก.) นิด้า จำเลยที่ 1&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายประดิษฐ์ อดีตรอง อธก.นิด้า และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายบรรเจิด คณบดีคณะนิติศาสตร์และประธานกรรมการบริหารหลักสูตรศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต ที่ 3 ผิดตามมาตรา 157 โดยเจตนาที่จะยังไม่ให้โจทก์สำเร็จการศึกษา อันอยู่ในขอบข่ายของความรับผิดทางอาญา แต่เนื่องจากจำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นข้าราชการและนักวิชาการที่ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำความผิดจึงให้รอการกำหนดโทษไว้เป็นเวลา 3 ปี (ศาลตัดสินว่ามีความผิด แต่ยังไม่กำหนดอัตราโทษว่าควรจะจำคุกเท่าใดหรือปรับเท่าใด) ส่วนจำเลยที่ 2&amp;nbsp;,4, 5-22&amp;nbsp;ให้ยกฟ้องและให้ยกฟ้องคำขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนแพ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาโจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยื่นอุทธรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว กรณีที่นายบรรเจิด คณบดีนิติศาสตร์ จำเลยที่&amp;nbsp;3 ,&amp;nbsp;นายนเรศร์ ผอ.หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จำเลยที่ 4 ถูกฟ้องว่าก่อนสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ ร่วมกับจำเลยที่ 21-22 ขัดขวางการสอบของโจทก์ และหลังจากโจทก์สอบวิทยานิพนธ์ผ่านแล้ว จำเลยได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ส่งวิทยานิพนธ์ตรวจสอบรูปเล่ม&amp;nbsp;และไม่ส่งผลการอนุมัติต่อสภามหาวิทยาลัยนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่ากรณีที่อ้างมีการขัดขวางยังไม่มีความชัดเจนถึงการกระทำของจำเลยจนถึงขนาดว่า ไม่สามารถดำเนินการสอบต่อไปได้ โดยโจทก์ก็ยังได้สอบป้องกันวิทยานิพนธ์ได้ตามกำหนด กรณีนี้จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่นายบรรเจิด คณบดีนิติศาสตร์ จำเลยที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยึดถือเอารายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งขึ้น ซึ่งไม่ตรงประเด็นตามที่โจทก์ร้องเรียนและคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง รายงานต่อนายสมบัติ อดีต อธก.นิด้า จำเลยที่ 1 ว่าคำสั่งคณะนิติศาสตร์ในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นผู้ให้ข้อมูลต่อที่ประชุม ทคอ.การศึกษา จนที่ประชุมมีมติเห็นด้วยว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของโจทก์ตามคำสั่งนั้นไม่ถูกต้อง แล้วจำเลยที่ 3 ก็นำเอามติที่ประชุมดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรศิลปศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมาย เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2555 โดยยังยืนยันว่าคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบเค้าโครงและสอบป้องกันวิทยานิพนธ์เป็นการลงนามที่ไม่ชอบ การแต่งตั้งไม่ถูกต้องตามองค์ประกอบ กระทั่งที่ประชุมนั้นมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ของโจทก์ใหม่เพื่อยกเลิกคำสั่งเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งคณะนิติศาสตร์ ซึ่งแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมของโจทก์น่าจะเป็นการออกคำสั่งที่ผิดพลาดไม่ตรงต่อความเป็นจริงเท่านั้น โดยอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขให้ถูกต้องหรือยกเลิกตั้งแต่แรกได้&amp;nbsp;แต่คณะนิติศาสตร์ โดยจำเลยที่ 3 ไม่ทำเช่นนั้น ซึ่งได้อ้างว่าไม่ทราบเรื่องการสอบวิทยานิพนธ์ของโจทก์มาก่อน เพิ่งรู้ในวันที่ 24 เม.ย. 2555 ซึ่งขัดกับรายงานการประชุมอาจารย์คณะนิติศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2555 ขณะที่การสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ของโจทก์ก็ทำโดยเปิดเผยที่ห้องประชุมของคณะ&amp;nbsp;ข้ออ้างของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น หากจำเลยที่ 3 เพิ่งรู้ก็น่าที่จะสอบถามอาจารย์ที่ปรึกษาหรือตัวโจทก์โดยตรง แต่กลับเลือกที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งบุคคลภายนอก จึงทำให้เห็นว่าจำเลยที่ 3 มีทัศนคติด้านลบต่อโจทก์ มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาภายในคณะนิติศาสตร์ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสถาบันการศึกษาชั้นนำเช่นนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายนเรศร์ ผอ.หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จำเลยที่ 4 ซึ่งทราบข้อเท็จจริงเรื่องอาจารย์ที่ปรึกษาและการสอบวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาหลักสูตรที่ตนเป็นผู้อำนวยการ แต่ปกปิดไม่บอกข้อมูลแก่คณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง กลับให้ข้อมูลการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ของโจทก์ว่าเป็นการนัดหมายกันเอง&amp;nbsp;ระหว่างโจทก์กับคณะกรรมการฯ ไม่มีการแจ้งให้ผอ.หลักสูตรทราบ และไม่มีผอ.หลักสูตรอยู่ด้วยในการสอบ ต่างจากการสอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาคนอื่น ซึ่งขัดกับรายงานการประชุมอาจารย์คณะนิติศาสตร์ และเมื่อทราบรายงานผลการสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่าคำสั่งคณะนิติศาสตร์คลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงจำเลยที่ 4 ในฐานะ ผอ.หลักสูตรที่รู้ข้อเท็จจริงดีก็ไม่ได้ทักท้วงหรือโต้แย้งกลับลงมติในการประชุมคณะกรรมการบริหารหลักสูตรฯ ให้ตั้งกรรมการสอบวิทยานิพนธ์กับโจทก์ใหม่ ทั้งที่น่าจะรู้ว่าหากยึดถือตามผลการสอบสวนหาข้อเท็จจริงนั้นย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยที่&amp;nbsp;3-4 จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ โดยมีเจตนาเดียวกันคือไม่ให้โจทก์สำเร็จการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณี นายสมบัติ อดีต อธก.นิด้า จำเลยที่ 1 ที่โจทก์อ้างว่า แจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการกระทำไม่ชอบของจำเลยที่ 3 และ 4 ในการปฏิบัติหน้าที่แล้วได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่แก้ไขเยียวยาให้โจทก์แต่กลับสั่งให้จำเลยที่&amp;nbsp;3 ซึ่งเป็นคู่กรณีดำเนินการตรวจสอบและชี้แจงต่อที่ประชุม ทคอ.การศึกษา ทั้งที่ที่ประชุมดังกล่าวไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ 1 ได้เกษียนสั่งในหนังสืออุทธรณ์ของโจทก์ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2555 ว่าขอความเห็นในส่วนของการดำเนินการของคณะเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งจำเลยที่ 3 ได้รายงานข้อเท็จจริงให้จำเลยที่ 1 ทราบถึงความเป็นมาและปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการสอบวิทยานิพนธ์ของโจทก์และดำเนินการในส่วนของคณะนิติศาสตร์แล้ว โดยจำเลยที่ 1 เห็นว่าเป็นปัญหาที่ควรให้ที่ประชุม ทคอ.การศึกษาพิจารณาจึงได้สั่งการไป ส่วนที่ประชุมจะมีความเห็นอย่างไรก็เป็นอำนาจอิสระที่จะพิจารณาตามหลักฐานและเมื่อได้รับรายงานผลประชุมแล้ว จำเลยที่ 1 ก็ได้แจ้งผลการพิจารณาให้โจทก์ทราบซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไปตามอำนาจ โดยไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 กระทำการไม่ชอบที่สั่งการต่อจำเลยที่ 3 ที่จะมีเจตนากลั่นแกล้งตามที่โจทก์อ้าง การที่โจทก์ไม่สำเร็จการศึกษา แม้จะเป็นเพราะคณะนิติศาสตร์มีคำสั่งยกเลิกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบเค้าโครงและสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ปี&amp;nbsp;2555 ส่วนหนึ่งก็มาจากที่โจทก์ไม่ยอมเข้าสอบวิทยานิพนธ์ใหม่ตามที่คณะกำหนด ไม่ได้เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1 โดยตรง นายสมบัติ อดีต อธก.นิด้า จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิด ตามมาตรา 157 นั้นศาลอุทธรณ์ฯ ไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยที่&amp;nbsp;1 ฟังขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีของจำเลยอื่น ฟังได้ว่าเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากที่ประชุม ทคอ.การศึกษาโดยไม่ปรากฏว่ามีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์แต่อย่างใด จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โจทก์อ้างว่าที่ประชุม ทคอ.การศึกษาไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องอุทธรณ์ของโจทก์นั้นศาลเห็นว่ามีอำนาจพิจารณาได้ตามข้อบังคับนิด้า ว่าด้วยการศึกษา พ.ศ.2549 เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติและการตีความตามข้อบังคับ ซึ่งจำเลยส่วนที่เกี่ยวข้องก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ดำเนินการในส่วนงานธุรการเกี่ยวกับเรื่องขอจบการศึกษาของโจทก์ ซึ่งต้องปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเท่านั้น&amp;nbsp;ไม่มีอำนาจที่จะกระทำโดยพละการได้ อุทธรณ์ของโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2&amp;nbsp;,5-22&amp;nbsp;ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาแก้เป็นว่า นายบรรเจิด อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์และประธานกรรมการบริหารหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต จำเลยที่ 3&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายนเรศร์ อดีต ผอ.หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต จำเลยที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีความผิดตามมาตรา 157 อันเป็นความผิดกรรมเดียว ให้จำคุกคนละ 1 ปี และให้ปรับคนละ 10,000 บาท ซึ่งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3-4 เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสได้ทำงานด้านวิชาการที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการต่อไปโทษจำคุกนั้น&amp;nbsp;จึงให้รอลงอาญาคนละ 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ยกฟ้องนายสมบัติ อดีต อธก. จำเลยที่ 1&amp;nbsp;นอกจากที่แก้แล้วก็ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลคดีนั้นยังไม่ถือเป็นที่สุด ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายคู่ความยังฎีกาได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา เนื่องจากเป็นการยื่นฟ้องก่อนที่จะมีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกฤต ปัญจทองเส, นิด้า, บรรเจิด สิงคะเนติ, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์, สมศักดิ์ ทองเสมอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d2713c90af15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
