<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.สั่ง 2 พรรคสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนพร ศรียากูล , ปราโมทย์ สมะดี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 &amp;nbsp;มิ.ย. 62 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง พรรคเพื่อสันติสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เรื่อง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคเพื่อสันติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อมาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ และยังดำรงอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับ เป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปราโมทย์ สมะดี หัวหน้าพรรคเพื่อสันติ ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อสันติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๒ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกพรรคเพื่อสันติ ตามข้อบังคับพรรคเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๒๓ กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้พรรคเพื่อสันติสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗)แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคเพื่อสันติสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกา ศณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิทธิพร บุญประคอง
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;ยังเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่๕ มีนาคม ๒๕๕๗ เรื่อง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อมาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ และยังดำรงอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ใช้บังคับเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียน พรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๒ มีมติเห็นชอบให้เลิกพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ตามข้อบังคับพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๑๗ กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒
อิทธิพร บุญประคอง
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38913</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรรมการกาเรลือกตตั้ง, ธนพร ศรียากูล, ปราโมทย์ สมะดี, พรรคการเมืองสิ้นสภาพ, พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย, พรรคเพื่อสันติ, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d09c860a83a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 19:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กประมงตอก&#039;ส้มหวาน&#039;งานการเมืองไม่ใช่โพสต์เฟซบุ๊ก จับไต๋กลับลำต้านIUUเพราะจนมุม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.62- นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ยืนยันไม่ได้ต่อต้านมาตรการ IUU แต่ไม่เห็นด้วยมาตรการที่ คสช.นำมาใช้ว่า การที่พรรค อนค. มีท่าทีที่เปลี่ยนไป แสดงให้เห็นว่าหลังจากที่ได้รับฟังข้อมูลต่างๆ จากสังคม ก็เห็นแล้วว่าการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU เป็นกติกาสากลของโลก มีหลักเกณฑ์อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล มีหลักเกณฑ์เรื่องสิทธิแรงงานประมงเป็นกรอบในการทำงานเหมือนทั่วกันทั้งโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำงานจึงไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจของใครคนใดคนหนึ่ง หรือใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งทั้งสิ้น สิ่งที่อยากจะฝากคือการทำงานการเมืองของพรรคอนค. ไม่ใช่การโพสต์เฟซบุ๊ก จะเสนออะไรก็เสนอแล้วไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองนำเสนอ เช่นกรณีที่ครั้งหนึ่งจะไม่สนับสนุนนายกฯ ที่ไม่เป็น ส.ส. แล้วก็มาประกาศจะสนับสนุนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นนายกฯ ทั้งที่คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ได้เป็น ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ประกาศในการเดินสายพื้นที่ชายทะเลว่ามีความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อพี่น้องชาวประมง แต่วันนี้ก็มากลับคำพูดบอกว่าไม่มีข้อเสนอ ไม่มีมาตรการใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงต้องการต่อต้าน คสช.เท่านั้น ทำให้พี่น้องชาวประมงกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่. สิ่งเหล่านี้ขอให้ ระมัดระวังในการทำงานการเมือง เพราะการทำงานการเมืองที่แท้จริงต้องมีเจตนาบริสุทธิ์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ&amp;rdquo; นายธนพร กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38861</URL_LINK>
                <HASHTAG>IUU, กลับลำ, ธนพร ศรียากูล, ประมง, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf52a2a90b74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่สั่งลุยโต้ข่าวโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งเกาะติดข่าวบิดเบือนในโซเชียลฯ กำชับทุกฝ่ายชี้แจงทันท่วงที &amp;quot;ที่ปรึกษากรมประมงฯ&amp;quot; ซัด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; นำทีม &amp;quot;อนค.&amp;quot; ลงพื้นที่ตราด เสนอแก้ กม.ประมง 3 มาตรา สะท้อนจงใจทำประมงอย่างทำลายล้าง-ส่งเสริมค้ามนุษย์กลับคืน เข้าข่ายเป็นโจร IUU เตือนอย่าเห็นแค่ผลการเมืองระยะสั้น &amp;quot;รมว.เกษตรฯ&amp;quot; จี้ ขรก.ห้ามเกียร์ว่างทุกปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. มีรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่นอกเหนือจากการตอบโต้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ จากข่าวบิดเบือนในโซเชียลมีเดียที่ทำกันอยู่แล้วนั้น ขอให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ระวังอย่าให้มีการปลุกระดม เพราะมีกลุ่มคนที่ต้องการสร้างสถานการณ์ภายในประเทศ รวมทั้งกำชับให้วิเคราะห์ให้ดี ชี้แจงให้ทันการณ์ แม้ที่ผ่านมาถือว่าดีอยู่แล้ว แต่อยากให้เร็วกว่านี้ ทำทั้งเชิงรุกและเชิงรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อม ส.ส. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมงที่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเสนอแก้ไข พ.ร.ก.ประมง มาตรา 34, 69, 81 ว่า ตอนที่พรรคอนาคตใหม่ไป จ.ระนองกับภูเก็ต ตนก็คิดว่ามีความเข้าใจปัญหาประมงมากขึ้นแล้ว ค่อนข้างจะให้การสนับสนุนด้วยซ้ำไป แต่แล้วการลงพื้นที่ จ.ตราด ก็เปิดเผยหน้ากากที่แท้จริง มาตรา 81 มีสาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.เรือประมงพาณิชย์จะต้องติดอุปกรณ์ติดตามเรือที่เรียกว่า VMS 2.เรือประมงพาณิชย์จะต้องจัดทำสมุดบันทึกการจับปลาที่เรียกว่า Lockbook 3.เรือประมงพาณิชย์ออกไปจับปลาต้องแจ้งศูนย์ควบคุมการเข้า-ออกที่เรียกว่าศูนย์ PIPO (Port In - Port Out)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนพรกล่าวว่า การที่พรรค อนค.เสนอยกเลิกมาตรา 81 แสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะทำให้การประมงกลับไปไร้การควบคุมเหมือนอดีต ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เราถูกใบเหลือง ถ้าไม่มีอุปกรณ์ VMS ซึ่งเหมือน GPS ของรถยนต์ เราจะไม่รู้เลยว่าเรือประมงของเราไปทำการประมงถูกหรือผิดกฎหมาย อุปกรณ์นี้เป็นกติกาสากลของโลก เรือประมงที่จะส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดในโลกต้องติดไว้ นอกจากจะใช้ติดตามการทำประมงผิดกฎหมายหรือไม่ จะทำให้เราติดตามได้ว่าเรือลำนั้นๆ ไปค้ามนุษย์กลางทะเลหรือไม่ ถ้าไม่ติด นอกจากการจับปลาทำลายล้างแล้ว การค้ามนุษย์แรงงานทาสก็จะกลับมาเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษากรมประมงฯ กล่าวว่า ในส่วนการเขียน Lockbook นั้น มาตรฐานสากลของโลกต้องเขียน ถ้ายกเลิกทำให้สินค้าประมงไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาที่ไปได้ ไม่สามารถส่งออกไปขายได้ พี่น้องประมงเสียประโยชน์เอง อีกทั้งข้อมูลที่จดไว้จะถูกนำมาคำนวณทรัพยากรในทะเล เพื่อจัดสรรวันทำประมงได้ ถ้ายกเลิกไป วันทำการประมงจะเพิ่มไม่ได้ เพราะภาครัฐไม่มีข้อมูลมาคำนวณ พี่น้องชาวประมงส่วนใหญ่เข้าใจประโยชน์ของการเขียนเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่พรรคอนาคตใหม่ไปฟังคนภายใต้การควบคุมของไต๋ทั้งสองแล้วมาสรุป ถือเป็นการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงที่จะทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่การประมงแบบทำลายล้างและค้ามนุษย์อีกรอบ การยกเลิกมาตรา 81 ที่พรรคจะเข้าไปตั้งคณะกรรมาธิการฯ แก้ไข เป็นการประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าต้องการการประมงแบบทำลายล้าง และผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ดินแดนการค้ามนุษย์อย่างเสรีอีกครั้ง ถ้ายกเลิกมาตรานี้ สินค้าประมงไทยถูกแบนจากทั่วโลกแน่นอน แสดงให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่จะเป็นผู้นำให้ประเทศไทยเป็นโจร IUU ขอบอกเลยว่าการเสนอขอแก้ไขคือโจร IUU ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านจะไม่ยอมให้ทำตัวเป็นโจร IUU อย่างนี้แน่นอน&amp;rdquo; ที่ปรึกษากรมประมงฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนพรกล่าวว่า ส่วนมาตรา 69 ห้ามจับปลากะตักในเวลากลางคืน ซึ่งปลากะตักเป็นห่วงโซ่อาหาร ห้ามจับกลางคืน เพราะปลากะตักจะรวมฝูงขนาดใหญ่ในเวลากลางคืน ถ้าจับกลางวันจะมีเหลือเป็นห่วงโซ่อาหารให้ปลาอื่น ถ้าปล่อยให้เรือล้อมจับปลากะตักในเวลากลางคืน ห่วงโซ่อาหารที่สำคัญที่สุดจะหายไปหมด เมื่อปลาเล็กหายไป ปลาใหญ่ก็จะหายไปเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การแก้ไขมาตรา 34 นั้น มาตรา 34 ยังไม่มีการบังคับใช้ พี่น้องประมงพื้นบ้านยังไม่ต้องไปขออนุญาตใครทั้งสิ้น สามารถออกทำการประมงได้ปกติ ถ้าจะออกไปไกลกว่า 3 ไมล์ทะเลก็ออกไปได้ เพราะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตห้ามออกเกิน 3 ไมล์ทะเลวันนี้ยังไม่มี ดังนั้นสบายใจได้ ออกจับปลาได้อย่างเสรีไม่มีข้อจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากจะเรียนว่าวันนี้ผมก็ต้องขอฟ้องสังคมไทยว่าพรรคอนาคตใหม่วันนี้กำลังเห็นแก่ผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น ที่ประกาศตัวว่าจะทำการเมืองเป็นแนวใหม่ จริงๆ ก็แนวเดิม เห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ว่าไม่คำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากร ไม่คำนึงถึงมาตรฐานการจ้างแรงงาน ปัญหาการค้ามนุษย์ที่เราเลื่อนขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 แล้ว พรรคนี้ต้องการที่จะกลับทำลายผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ร้ายแรงที่สุด 2 เรื่อง คือการประมงอย่างทำลายล้าง และการค้ามนุษย์อย่างเสรี&amp;rdquo; นายธนพรกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้มี ส.ส.บางคนและผู้นำองค์กรอาชีพบางองค์กร ได้ลงพื้นที่ไปจัดประชุมกลุ่มเกษตรกรและหรือสมาชิกขององค์กรเกษตรกร เพื่อรับฟังความเดือดร้อนจากปัญหาต่างๆ ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น กลุ่มชาวประมงภูเก็ต สงขลา พังงา ระยอง จันทบุรี ตราด สมุทรสงคราม และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ฯ ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ปลัดกระทรวงวางแนวทางปฏิบัติงานให้หน่วยงานในสังกัดที่อยู่ในพื้นที่ทุกหน่วย ต้องหมั่นลงพื้นที่เพื่อติดตามและสดับตรับฟังปัญหาความเดือดร้อน หากปัญหาใดที่หน่วยงานในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ก็ให้รายงานส่วนกลางพิจารณาโดยเร็ว อย่าชักช้า ไม่ต้องรอให้มี ส.ส.และหรือผู้แทนกลุ่มองค์กรอาชีพต่างๆ ลงไปเคลื่อนไหวรับฟังความคิดเห็นหรือเรียกร้องก่อนแต่อย่างใด ในกรณีที่หน่วยงานในสังกัด กษ.ที่มีภารกิจหน้าที่โดยตรง แต่ได้ไปติดตามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนภายหลังจากที่มีการร้องเรียนแล้วนั้น ถือว่าหน่วยงานในสังกัด กษ.หน่วยนั้น ยังไม่มีประสิทธิภาพ ขาดจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานของตนเอง จึงต้องปรับปรุงอย่าให้บกพร่องอีกต่อไป&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ อาจประสานงานกับนายอำเภอท้องที่เพื่อไปร่วมชี้แจงผ่านการชุมประจำเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของแต่ละอำเภอด้วยก็จะเป็นการดีอย่างยิ่ง รวมทั้งให้ประสานงานกับเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด (อ.พ.ก.) ทราบ เพื่อนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ และพิจารณาตามที่เห็นสมควร โดยขอทราบผลการปฏิบัติในวันที่ 19 มิ.ย.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38707</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนพร ศรียากูล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190616/image_big_5d0649671609e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “บิ๊กกรมประมง” ตอก &#039;ธนาธร&#039; รู้ไม่จริงแก้ปัญหาประมง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันที่ 16 มิ.ย. นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อม ส.ส. ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประมงที่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยเสนอแก้ไข พ.ร.ก.ประมง มาตรา 34, 69, 81 ว่า ตอนที่พรรคอนาคตใหม่ไป จ.ระนอง กับภูเก็ต ตนก็คิดว่าพรรค อนค. มีความเข้าใจปัญหาประมงมากขึ้นแล้ว ค่อนข้างจะให้การสนับสนุนด้วยซ้ำไป แต่แล้วการลงพื้นที่ จ.ตราด ก็เปิดเผยหน้ากากที่แท้จริง มาตรา 81 มีสาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.เรือประมงพาณิชย์จะต้องติดอุปกรณ์ติดตามเรือที่เรียกว่า VMS 2.เรือประมงพาณิชย์จะต้องจัดทำสมุดบันทึกการจับปลาที่เรียกว่า Lockbook 3.เรือประมงพาณิชย์ออกไปจับปลาต้องแจ้งศูนย์ควบคุมการเข้าออกที่เรียกว่าศูนย์ PIPO (Port In &amp;ndash; Port Out)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวว่า การที่พรรค อนค.เสนอยกเลิกมาตรา 81 แสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะทำให้การประมงกลับไปไร้การควบคุมเหมือนอดีต ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เราถูกใบเหลือง ถ้าไม่มีอุปกรณ์ VMS ซึ่งเหมือน GPS ของรถยนต์ เราจะไม่รู้เลยว่าเรือประมงของเราไปทำการประมงถูกหรือผิดกฎหมาย อุปกรณ์นี้เป็นกติกาสากลของโลก เรือประมงที่จะส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดในโลกต้องติดไว้ นอกจากจะใช้ติดตามการทำประมงผิดกฎหมายหรือไม่ มันจะทำให้เราติดตามได้ว่าเรือลำนั้นๆ ไปค้ามนุษย์กลางทะเลหรือไม่ ถ้าไม่ติดนอกจากการจับปลาทำลายล้างแล้ว การค้ามนุษย์แรงงานทาสก็จะกลับมาเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวถึงการเขียน Lockbook ว่า ในเรื่องนี้มาตรฐานสากลของโลกต้องเขียน ถ้ายกเลิกทำให้สินค้าประมงไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาที่ไปได้ ไม่สามารถส่งออกไปขายได้ พี่น้องประมงเสียประโยชน์เอง อีกทั้งข้อมูลที่จดไว้ จะถูกนำมาคำนวณทรัพยากรในทะเลเพื่อจัดสรรวันทำประมงได้ ถ้ายกเลิกไปวันทำการประมงจะเพิ่มไม่ได้ เพราะภาครัฐไม่มีข้อมูลมาคำนวณ พี่น้องชาวประมงส่วนใหญ่เข้าใจประโยชน์ของการเขียนเป็นอย่างดี นอกจากเรือที่ไปขโมยปลาไม่อยากเขียน และถ้าเรือประมงไม่ต้องแจ้งศูนย์ PIPO หมายความว่าไม่มีการตรวจแรงงานเข้าออก จะนำประเทศไปสู่การค้ามนุษย์ในรูปแบบเก่าอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.ตราด ที่นำโดย ไต๋ อ. กับ ไต๋ ต. มีพฤติกรรมไปขโมยจับปลาในกัมพูชา ใช้เรือเถื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่พรรค อนค.ไปฟังคนภายใต้การควบคุมของไต๋ทั้งสองแล้วมาสรุป ถือเป็นการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงที่จะทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่การประมงแบบทำลายล้างและค้ามนุษย์อีกรอบ การยกเลิกมาตรา 81 ที่พรรคจะเข้าไปตั้งคณะกรรมาธิการฯ แก้ไข เป็นการประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าต้องการการประมงแบบทำลายล้าง และผลักดันให้ประเทศไทยเข้าสู่ดินแดนการค้ามนุษย์อย่างเสรีอีกครั้ง ถ้ายกเลิกมาตรานี้ สินค้าประมงไทยถูกแบนจากทั่วโลกแน่นอน แสดงให้เห็นว่าพรรค อนค. จะเป็นผู้นำให้ประเทศไทยเป็นโจร IUU ขอบอกเลยว่าการเสนอขอแก้ไข พรรค อนค.คือโจร IUU ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านจะไม่ยอมให้พรรค อนค. ทำตัวเป็นโจร IUU อย่างนี้แน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ปรึกษากรมประมง กล่าวถึงมาตรา 69 ห้ามจับปลากะตักในเวลากลางคืน ว่า ปลากะตักเป็นห่วงโซ่อาหาร ห้ามจับกลางคืนเพราะปลากะตักจะรวมฝูงขนาดใหญ่ในเวลากลางคืน ถ้าจับกลางวันจะมีเหลือเป็นห่วงโซ่อาหารให้ปลาอื่น ถ้าปล่อยให้เรือล้อมจับปลากะตักในเวลากลางคืน ห่วงโซ่อาหารที่สำคัญที่สุดจะหายไปหมด เมื่อปลาเล็กหายไป ปลาใหญ่ก็จะหายไปเช่นเดียวกัน ปลาใหญ่ไม่มีอาหาร พรรค อนค. ไม่มีความตระหนักรู้เรื่องห่วงโซ่อาหารในระบบตามธรรมชาติ ปลากะตักที่ต้องจับในเวลากลางวัน เพราะต้องการให้ห่วงโซ่อาหารมีความสมบูรณ์กับปลาอื่น ถ้าเราจับปลากันมากขึ้นจะมีทรัพยากรปลาเหลือให้ลูกหลานเราได้อย่างไร เป็นการทำลายเศรษฐกิจการประมงอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขมาตรา 34 ที่ห้ามผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่ง นายธนพร กล่าวว่า ภาครัฐกำลังทำงานกับประมงพื้นบ้านโดยต่อเนื่อง กำลังจับมือกันทำอัตลักษณ์เรือประมงให้เสร็จสิ้น มาตรา 34 ยังไม่มีการบังคับใช้ พี่น้องประมงพื้นบ้านยังไม่ต้องไปขออนุญาตใครทั้งสิ้น สามารถออกทำการประมงได้ปกติ ถ้าจะออกไปไกลกว่า 3 ไมล์ทะเลก็ออกไปได้ เพราะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตห้ามออกเกิน 3 ไมล์ทะเล แต่วันนี้ยังไม่มีการออกใบอนุญาตประมงพื้นบ้านแม้แต่ใบเดียว ดังนั้นสบายใจได้ ออกจับปลาได้อย่างเสรีไม่มีข้อจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากจะเรียนว่าวันนี้ผมก็ต้องขอฟ้องสังคมไทยว่าพรรค อนค. วันนี้กำลังเห็นแก่ผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น ที่ประกาศตัวว่าจะทำการเมืองเป็นแนวใหม่ จริงๆ ก็แนวเดิม เห็นแก่ผลประโยชน์ระยะสั้น แต่ว่าไม่คำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากร ไม่คำนึงถึงมาตรฐานการจ้างแรงงาน ปัญหาการค้ามนุษย์ที่เราเลื่อนขึ้นมาเป็นเทียร์ 2 แล้ว พรรค อนค. ต้องการที่จะกลับทำลายผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ร้ายแรงที่สุด 2 เรื่อง คือการประมงอย่างทำลายล้าง และการค้ามนุษย์อย่างเสรี ข้อเสนอของพรรค อนค. ที่ จ.ตราด จึงเป็นความสมบูรณ์ในตัวเองว่าพรรค อนค. มีแนวทางในเรื่องนี้ มีแนวทางที่จะทำให้ประเทศไทยไม่อาจที่จะเงยหน้าเข้าสู่สังคมโลกได้อย่างสง่างามอีกต่อไป&amp;rdquo; นายธนพร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38681</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนพร ศรียากูล, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, รู้ไม่จริงแก้ปัญหาประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03b6300bedd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 17:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกรมประมง&#039;ตามขยี้&#039;DNAแม้ว&#039;-งัดข้อมูลฝังกลบ&#039;อนาคตใหม่&#039;เซ่นตังเก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62 - นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่ตอบโต้คำวิจารณ์นโยบายประมง ยืนยันได้ศึกษานโยบายประมงมาอย่างดี ช่วงที่ คสช. ออกกฎหมายหลายฉบับ การประมงพังทลายทั้งประเทศ ว่า พรรคอนาคตใหม่ไม่ทราบข้อมูลแล้วมามั่ว ปัจจุบันนี้เรือประมงที่มีใบอนุญาตประมงพาณิชย์ถูกต้องมี 10,500 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือที่ถูกจับกุมดำเนินคดีเนื่องจากการทำประมงผิดกฎหมายอยู่เพียง 35 ลำ หรือคิดเป็น 0.3 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าพี่น้องชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ เป็นพี่น้องชาวประมงที่ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แล้วก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ส่วนเรือประมงที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ ต้องหยุดทำการประมง 1,028 ลำ ในจำนวนนี้ รัฐบาลเยียวยาโดยการซื้อคืน 419 ลำ ซึ่งจะชำระเงินในระยะที่ 1 จำนวน 305 ลำ ภายในวันที่ 15 มิ.ย. นี้ ส่วนที่เหลืออีก 114 ลำ รอรัฐบาลหน้าที่จะเข้ามาอนุมัติเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง อีก 609 ลำ มี 309 ลำจากจำนวนนี้ ออกทำการประมงไม่ได้เพราะใบอนุญาตใช้เรือหมดอายุ ซึ่งเพียงไปต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือก็ออกทำการประมงได้แล้ว เหลืออีก 300 ลำที่ไม่มีใบอนุญาตทำประมงเนื่องจากกระทำผิดร้ายแรง ถูกถอนใบอนุญาต หรือไม่มีความประสงค์จะทำอาชีพประมงแล้วเลยไม่ไปขอใบอนุญาต กลุ่มที่พรรคอนาคตใหม่ไปฟังมาแทบทั้งหมดอยู่กลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตเพราะทำผิดกฎหมาย บางคนมีพฤติกรรมที่นานาชาติเรียกว่าโจร IUU&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อไปว่า นี่คือผลกระทบที่เป็นจริง ไม่ได้มีอะไรมากมายดังที่พรรคอนาคตใหม่กล่าวอ้าง ขอเรียนว่าข้อมูลนี้เปิดเผย อธิบายได้เป็นตัวเลข ขอเพียงแต่พรรคอนาคตใหม่อย่านำวาทกรรมทางการเมืองมาทำให้ข้อมูลเหล่านี้เกิดความเสียหาย พรรคอนาคตใหม่ต้องระลึกเสมอว่าหัวหน้าพรรคประกาศตัวเป็นนายกรัฐมนตรี การประกาศอะไรก็ตามของพรรคเป็นการส่งสัญญาณต่อชาวโลกในทางที่เป็นผลเสียต่อประเทศไทย สังคมไทยคงยอมไม่ได้ที่ว่าที่นายกฯ ของเรา จะทำให้สังคมไทยกลับไปเป็นสังคมค้ามนุษย์ ทำประมงผิดกฎหมายอีก เชื่อว่าคนไทยทุกคนรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ สังคมโลกก็รับเรื่องแบบนี้ไม่ได้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องมาโดยตลอดว่าขอให้การทำงานหรือระบบบริหารบ้านเมืองของเราเป็นมาตรฐานสากล มีการเดินสายไปพูดที่ยุโรป มีการเดินสายไปพูดในหลายๆ ที่ สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศบ้าง แต่ทำไมเมื่อรัฐบาลได้ดำเนินการทำให้เรื่องการทำประมงให้มันถูกกฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นมาตรฐานสากล แล้วพรรคอนาคตใหม่มาบอกว่าที่ผ่านมาทำผิด ผมคิดว่าคุณธนาธรและทีมงานคงต้องกลับไปทบทวนแล้วล่ะว่าตัวเองมีความสับสนในจุดยืนของพรรค&amp;quot; นายธนพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่อ้างในพื้นที่ประมงพรรคได้คะแนนเสียงเยอะ แสดงว่านโยบายประมงของพรรคได้รับการยอมรับ นายธนพร กล่าวว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่บอกคนที่เลือกพรรคได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมาย การตรวจตราที่เข้มงวดของภาครัฐ เพื่อทำให้การประมงของประเทศเป็นมาตรฐานสากล พรรคอนาคตใหม่ยกกรณี จ.ฉะเชิงเทรา พี่น้องชาวประมง จ.ฉะเชิงเทรา ทุกวันนี้ออกทำการประมงโดยไม่ต้องมีการตรวจใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเรือประมงของ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ซึ่งภาครัฐส่งเสริมอยู่แล้ว พี่น้องชาวประมงกลุ่มนี้แฮปปี้กับผลผลิต สัตว์น้ำที่เพิ่มขึ้น ก่อนจะอ้างอิงจังหวัดใดขอให้ตรวจสอบให้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน จ.สมุทรสาคร มีเรือประมงเข้าออกเฉลี่ยวันละ 54 ลำ ในจำนวนนี้จะถูกสุ่มตรวจเพียง 10 - 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 10 - 12 ลำเท่านั้น การตรวจแบบนี้เป็นสากล โรงงานเวลาจะส่งสินค้าก็มีการสุ่มตรวจคุณภาพ ก็ใช้หลักการเดียวกัน ไม่ได้ตรวจเยอะ การยื่นเรื่องก็ยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลาตรวจน้อยมาก ไม่เกิน 20 นาทีต่อลำ ก็สามารถเอาสัตว์น้ำขึ้นท่าได้แล้ว ยืนยันว่าการปฏิบัติของหน่วยงานภาครัฐไม่มีสิ่งใดเกินกรอบมาตรฐานสากล จึงอยากเรียนว่าทีมงานพรรคนานวันยิ่งตอบคำถามยิ่งแสดงให้เห็นว่าไม่รู้ข้อมูลเลย อ้างมีนักวิชาการหลายท่านเป็นที่ปรึกษา ก็ถามกลับทีมงานนักวิชาการที่ปรึกษาของพรรคว่าการที่ท่านเลือกที่จะฟังคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นการเลือกรับฟังที่มีอคติหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวอีกว่า การที่พรรคอนาคตใหม่คิดเช่นนี้ ก็เหมือนกับครั้งหนึ่งที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยบอกว่าจังหวัดไหนเลือกพรรคไทยรักไทยจะได้รับงบประมาณ จังหวัดอื่นที่ไม่เลือกรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก็จะไม่ดูแล ความหมายของพรรคอนาคตใหม่ก็แบบเดียวกัน คนในพื้นที่จังหวัดหนึ่งเลือกพรรคอนาคตใหม่ แม้ว่าความต้องการจะเป็นสิ่งที่มาตรฐานสากลบอกว่าผิด เช่นการค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานทาส การทำประมงผิดกฎหมาย แล้วพรรคจะเข้าไปดูแลให้ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัว วิธีคิดแบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่โคลนนิ่งการคิดมาแบบนายทักษิณ เป็นวิธีคิดที่อันตรายต่อผลประโยชน์ของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวประมง 99.99 เปอร์เซ็นต์ ที่เขาทำถูกกฎหมายคุณไม่ดูแล คุณจะดูแลแต่โจร IUU เพราะฉะนั้นวิธีคิดอย่างนี้ก็คือวิธีคิดเดียวกับคุณทักษิณ พรรคอนาคตใหม่ก็คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณใช่หรือไม่ วิธีคิดมันเหมือนกัน ขณะที่คนส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในพื้นที่อื่นไม่ดูแล ดูแลแต่พื้นที่ซึ่งถูกกล่าวหา ถูกประณามจากทั่วโลกว่าค้ามนุษย์ เป็นแหล่งรวมของการฟอกปลา แล้วไปดูแลพื้นที่อย่างนี้ ก็เหมือนกับที่คุณทักษิณเคยพูด พื้นที่ไหนเลือกเรา เราก็ดูแล นี่เป็นการสารภาพต่อสังคมไทยที่ชัดเจนที่สุดว่าพรรคอนาคตใหม่คือดีเอ็นเอของคุณทักษิณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37534</URL_LINK>
                <HASHTAG>IUU, ชาวประมง, ตังเก, ธนพร ศรียากูล, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นโยบายพรรคอนาคตใหม่, ประมงชายฝั่ง, ประมงผิดกฎหมาย, ประมงพาณิชย์, พรรคอนาคตใหม่, อาชีพประมง, แก้ปัญหาประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf4de6d65826.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษากรมประมงจวกยับ&#039;ธนาธร&#039;มั่วนิ่มข้อมูลฟังมาจากคนทำผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.62 - นายธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษากรมประมงด้านการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเสวนารับฟังปัญหาชาวประมง ที่ตลาดมหาชัยมั่นคง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งกล่าวโจมตีการรับเงื่อนไข IUU (การทำประมงที่ผิดกฎหมาย การประมงที่ขาดการรายงาน และการประมงที่ขาดการควบคุม) ของรัฐบาล ทำให้ชาวประมงสูญเสียรายได้ อาชีพการงาน ว่า อยากเรียนนายธนาธรว่าวันนี้พี่น้องชาวประมงในปี 2561 จับปลาได้เพิ่มมากกว่าปี 2560 ถึง 2 แสนตัน ในจำนวนนี้เฉพาะชาวประมงพื้นบ้านรายย่อยจับปลาได้เพิ่มกว่า 15,000 ตัน การที่มีทรัพยากรเพิ่มขึ้นทำให้ชาวประมงมีทรัพยากรสัตว์น้ำนำไปจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น นำรายได้เข้าสู่ครัวเรือนมากขึ้น นายธนาธรไม่ได้ดูข้อมูลจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพร กล่าวต่อว่า ส่วนเรือประมงพาณิชย์ มีการเพิ่มวันจับปลาให้ถึง 100 กว่าวัน แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยเริ่มกลับมาอุดมสมบูรณ์ ไม่มีปัญหาเรือเถื่อน ชาวประมงที่ทำมาหากินอยู่ล้วนแต่ได้รับโอกาสการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลเปิดเผย สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์กรมประมง ซึ่งตนไม่ทราบว่านายธนาธรและทีมงานพรรคอนาคตใหม่เคยเปิดเข้าไปดูบ้างหรือเปล่า หรือคิดโกหกหลอกลวงให้พี่น้องชาวประมงเข้าใจผิด หรือจงใจใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความเสียหายกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขอให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้ ข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยความอุดมสมบูรณ์อย่างนี้ เราจึงเห็นโอกาสของบังฮาซัน ที่มาขายสินค้าทะเลแปรรูปในเฟซบุ๊กจนเป็นที่โด่งดัง เพราะฉะนั้นคุณธนาธรและทีมงานอนาคตใหม่เหมือนจงใจไม่พูดความจริง ทั้งที่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องชาวประมงรายย่อย พี่น้องชาวประมงขนาดเล็กทุกคนสัมผัสได้ด้วยตัวเอง จึงน่าสงสัยเจตนาในการพูดของคุณธนาธรว่าจงใจกล่าวร้ายป้ายสีไปทำไม&amp;rdquo; นายธนพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายธนาธรอ้างว่ามีชาวประมงโดนข้อหา คดีความเสียหายหลายล้านบาท นายธนพร กล่าวว่า วันนี้เรือประมงที่มีใบอนุญาตถูกต้องมีอยู่ประมาณ 10,500 ลำ เรือประมงที่ทำผิดกฎหมายจริงๆ มีไม่ถึง 300 ลำ คำถามที่ต้องโยนกลับไปที่นายธนาธรคือ นายธนาธรกำลังฟังคนทำผิดจำนวน 300 ลำ ทำไมไม่ฟังคนทำถูกกฎหมาย และกลุ่มคนซึ่งมาให้ข้อมูลกับนายธนาธรที่ตนสังเกตจากภาพและคลิป เกือบทั้งหมดมีปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลายคนศาลเพิ่งสั่งลงโทษปรับไปเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท หลายคนถูกสั่งยึดเรือเพราะไปทำความผิดในน่านน้ำสากล เป็นต้นเหตุของการที่เราถูกกล่าวหาว่าค้ามนุษย์ ฟอกปลา ขโมยปลา สิ่งที่นายธนาธรมาพูดเป็นการประมวลข้อมูลจากคนซึ่งกระทำความผิดแล้วมาคิดเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีพี่น้องชาวประมงจำนวนมากที่เขาทำถูกกฎหมาย แล้วเขาได้รับประโยชน์จากการที่ทะเลไทยเรามีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น คุณธนาธรทราบหรือเปล่าว่าสิ่งที่ผ่านมา วันนี้ประเทศไทยอันดับการค้ามนุษย์เราเลื่อนจากเทียร์ 3 มาเป็นเทียร์ 2 แล้ว ถ้าสิ่งที่เลื่อนอันดับมาเป็นเทียร์ 2 เป็นสิ่งที่คุณธนาธรบอกว่าทำผิดมาตลอด ผมก็คิดว่าในโลกใบนี้คงไม่มีใครทำถูกแล้ว นั่นแปลว่าพรรคอนาคตใหม่กำลังส่งเสริมให้เกิดการค้ามนุษย์ พรรคอนาคตใหม่กำลังส่งเสริมให้ทำการประมงผิดกฎหมาย ผิดอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลซึ่งไทยไปรับสัตยาบันตั้งแต่เดือน เม.ย. 2554&amp;rdquo; ที่ปรึกษากรมประมง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการที่นายธนาธรเสนอแก้ไขกฎหมายประมง นายธนพร กล่าวว่า กฎหมายประมงทุกมาตราไม่ได้เกินขอบเขตอนุสัญญาสหประชาชาติ สิ่งที่นายธนาธรพูดฟังจากโจร IUU กลุ่มทุนประมงที่ไปก่อปัญหา ทำให้เราถูกใบเหลือง เราใช้เวลากว่า 3 ปี ในการแก้ไขปัญหาจนปลดใบเหลืองพ้นเทียร์ 3 นายธนาธรเอาใจคนกลุ่มนี้แปลว่าต้องการให้ไทยกลับไปโดนใบเหลืองอีกใช่หรือไม่ จะให้ไทยเป็นดินแดนของการค้ามนุษย์อีกครั้งใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายธนาธรที่จะนำกองทัพออกจากการประมง นายธนพร กล่าวว่า การเอาทหารออกคงไม่ต้องรอให้นายธนาธรเป็นผู้ดำเนินการ ตามแผนงานนั้น ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยคำสั่ง คสช. จะถูกยุบก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่แน่นอน ศปมผ. จะดำรงอยู่ถึงแค่การตั้งคณะรัฐมนตรีอีกประมาณ 15 วัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในแผนงานปกติอยู่แล้ว มีการวางแผนล่วงหน้ากันมา 2-3 ปีแล้ว ที่นายธนาธรพูดกำลังส่งสัญญาณให้ไทยกลับไปถูกประกาศใบเหลืองหรือใบแดงอีกรอบ กลับไปเป็นดินแดนค้ามนุษย์อีกรอบ ขอให้พูดใหม่คิดใหม่ สิ่งที่พูดนั้นไม่ได้เป็นผลดีกับการแก้ไขปัญหาประมงของไทยเลย มีแต่ผลดีให้กับโจร IUU ซึ่งก่อปัญหาทำให้เราต้องใช้เวลาถึง 3 ปี ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงเรื่องที่นายธนพรเคยขอดีเบตกับนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ในเรื่องนี้ เคยมีการตอบรับหรือไม่ นายธนพร กล่าวว่า ไม่มี วันนี้เราก็พร้อม วันที่ 5 มิ.ย. นี้ เป็นวันต่อต้าน IUU สากล ซึ่งจะมีงานที่จัดขึ้นโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ที่กรมประมง เวลา 9.00 น. &amp;ndash; 12.00 น. ถ้าพรรคอนาคตใหม่มีเวลาอยากจะรู้เรื่องราวที่ถูกต้อง ก็ขอเรียนเชิญให้มางานนี้ เพื่อที่สิ่งผิดที่สื่อสารออกมาจะได้เข้าใจ วันนี้ไทยเป็นผู้นำระดับนานาชาติเรื่องการต่อต้านประมงผิดกฎหมาย เวียดนามซึ่งโดนใบเหลืองอยู่ไม่ต้องไปดูงานไกล มาดูงานแก้ปัญหาใบเหลืองที่ไทย และไทยกำลังฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กัมพูชา เพราะกัมพูชาโดนใบแดง เราเป็นตัวอย่างที่ดีของเพื่อนบ้านอาเซียน ในการยกระดับมาตรฐานการประมงของเราให้สอดคล้องกับอนุสัญญาองค์การสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล เป็นกรอบกติกาสากล.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37392</URL_LINK>
                <HASHTAG>IUU, ธนพร ศรียากูล, ธนาธร, ประมง, อนาคตใหม่, แก้ปัญหาประมงเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190601/image_big_5cf243d37c883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์วิชั่นมาแล้ว5ปี &#039;ประยุทธ์&#039;เมินเพื่อแม้ว-ปชป.ท้าดีเบตหยันไร้สาระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอกฝาโลงดีเบต &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ประกาศชัดไม่กลัว ไม่โกรธ ปวดหัวเสียเวลา ชี้เวทีมีแต่ประดิดประดอยถ้อยคำไม่มีสารัตถะ ชี้วิสัยทัศน์แสดงมาแล้ว 5 ปี &amp;ldquo;มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน&amp;rdquo; ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สวนพวกวิจารณ์ผลงานว่ามีแต่สิ่งอนุมัติไว้แล้วว่าต้องวัดว่าใครทำให้ปฏิบัติได้จริงถึงเจ๋ง เตือนลืมเหตุการณ์ก่อน 22 พ.ค.2557 หมดแล้วหรือจ๊ะ เด็ก &amp;ldquo;ตระกูลเพื่อ&amp;rdquo; พร้อมใจอัดน่าอับอาย &amp;ldquo;ก่อแก้ว&amp;rdquo; เหิมซัดสมองกลวง อนาคตใหม่โป๊ะแตก &amp;ldquo;นักวิชาการ-พรรคคนธรรมดา&amp;rdquo; รุมซัดบิดเบือนข้อมูลหาเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทำหนังสือสอบถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงแนวทางปฏิบัติที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สามารถขึ้นประชันวิสัยทัศน์ (ดีเบต) และช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคได้หรือไม่ โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่า มีหนังสือสอบถามเข้ามาจริง แต่ต้องรอมติ กกต.ก่อน ซึ่ง กกต.จะพิจารณาจากกฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวข้อง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีหลายสถานะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ในช่วงเช้าก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การรณรงค์ส่งเสริมจังหวัดเพชรบุรี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ให้ความสนใจ โดยเฉพาะ CE Toy ตุ๊กตาประดิษฐ์ด้วยมือ ซึ่งนายกฤษดากร อินกงราช ช่างเมืองเพชร ได้มอบตุ๊กตา CE Toy หน้าเหมือน พล.อ.ประยุทธ์สวมชุดลายพรางทหารให้ โดย พล.อ.ประยุทธ์หยิบตุ๊กตาขึ้นมาเล่น แล้วเขย่าหันไปทางกลุ่มผู้สื่อข่าวพร้อมหยอกล้ออย่างอารมณ์ดีว่า &amp;ldquo;สวัสดี สวัสดี&amp;rdquo; ก่อนเขย่าตุ๊กตาอีกครั้ง และพูดหยอกอีกว่า &amp;ldquo;เดี๋ยวก็ถามทุกวันว่าจะไปดีเบตหรือเปล่า อืม ผมพูดทุกวันอยู่แล้ว&amp;rdquo;
ภายหลังประชุม ครม. ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ได้ระบุว่า คำถามของสื่อแต่ละคำถามเจ็บๆ ทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะนักข่าวก็ทำงานไป เราก็มีงานของเรา จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าได้เห็นหนังสือประชารัฐสร้างชาติของพรรค พปชร.แล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เห็นแล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นเรื่องจริงของนายกฯ ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ทราบว่ามีการแจกเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.และสมาชิกพรรค ส่วนที่พรรค พปชร.ได้เสนอชื่อเป็นนายกฯ ก็เป็นเรื่องของพรรค
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า ได้เตรียมตัวขึ้นเวทีดีเบตกับแคนดิเดตนายกฯ พรรคอื่นแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เตรียมตัวมานานแล้ว แต่วันนี้ไม่เห็นความจำเป็นที่จะไปดีเบต ไม่ใช่กลัวหรือไม่กลัว แต่เมื่อดูเวทีดีเบตตอนนี้ ก็จะเห็นว่าเป็นอย่างไร เพราะส่วนใหญ่โจมตีกัน ไม่ค่อยมีสารัตถะ เถียงกันในตอนต้น แต่เมื่อเข้าสู่นโยบาย กลับไม่มีใครสนใจอะไร เนื้อหาก็ดิ้นกับการโจมตีคนนั้นคนนี้ เล่นไปถึงการทำงานของกระทรวงต่างๆ ซึ่งไม่เรียกว่าการดีเบต
&amp;ldquo;ขอให้ไปดูในต่างประเทศ ว่าเวทีดีเบตเป็นอย่างไร ผมคงไม่ไปหรอกตอนนี้ ไม่ว่าใครจะมากระตุ้นอย่างไร ผมก็ไม่ได้โกรธ ไม่ได้กลัวด้วย ข้อสำคัญคือผมกำลังทำงานอยู่ ซึ่งจะเสียเวลา ที่ผมต้องไปประดิดประดอยคำพูดออกมาให้มันปวดหัว เพราะทำงานในระบบมันก็แย่พอแล้ว สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นข้อเท็จจริง ถ้าอยากทราบวิสัยทัศน์ของผม ในฐานะถ้าจะเป็นนายกฯ คนต่อไป วิสัยทัศน์มีอยู่แล้วคือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วิสัยทัศน์ของผมมีเท่านี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายกฯ ลั่นโชว์ฝีมือหมดแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นโยบายของรัฐบาลในวันนี้ทำแล้วทั้ง 11 ด้าน เช่นเดียวกับวาระของชาติในหลายอย่างก็แก้ไขปัญหาไปหมดแล้ว ที่แล้วมาก็ได้แสดงฝีมือไปหมดแล้ว ถ้าถามว่าในอนาคต หากได้เป็นนายกฯ แล้วจะทำอะไรต่อ จะบอกว่าได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทต่างๆ ขึ้นมา ทำกฎหมายการเงินการคลัง จัดซื้อจัดจ้าง การค้าการลงทุนและอีกหลายฉบับ ซึ่งไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ปลายทางอย่างเดียว ทุกอย่างมีกฎหมายกำกับไว้หมดแล้ว หากไม่มีกฎหมาย พูดลอยๆ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไร ถ้ายกเลิกแล้วไม่ทำอย่างที่ตนเองทำก็ต้องไปดูกฎหมายกันใหม่ ดังนั้น สิ่งที่กำหนดไว้ใน 5 ปีแรกจึงถือว่าสำคัญที่สุด เราได้วางแผนแม่บทไว้อย่างชัดเจน โดยทำในช่วงต่อๆ ไป แล้วแต่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาบริหารงาน สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือความทั่วถึงและเท่าเทียมเป็นธรรม และเราต้องมีคำตอบไว้ให้ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และประชาชนในวันข้างหน้าด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้บางฝ่ายได้วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่รัฐบาลทำนั้น ว่ามีการอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าและรถไฟรางคู่ แต่ที่ผ่านมานั้นยังไม่เกิดขึ้น เพราะขั้นตอนการดำเนินงานต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีการอนุมัติโดย ครม.ทำประชาพิจารณ์ ก่อนอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างถึงจะสำเร็จ ถ้าอนุมัติไว้ก่อน แล้วรัฐบาลนี้ไม่ทำต่อก็ไม่มีทางได้ ไม่อยากโต้ตอบใคร และไม่ได้ว่าใคร เพียงแต่ต้องอธิบายให้คนเข้าใจ ว่าเมื่อกำหนดนโยบายแล้วต้องแปลงสู่การปฏิบัติให้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;หลายเรื่องวันนี้ทุกคนหยิบมาเป็นประเด็นการเมือง เพราะทุกคนให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง หาเสียง แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ถ้าพูดกันไปมา จนไม่มีสาระอะไรเลย เดี๋ยวก็ฟ้องร้องกันอีก แล้วจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร วันนี้ทุกคนต้องลดท่าทีบ้าง หากอยากพูดเรื่องนโยบายก็พูดกันไป แต่ต้องบอกถึงที่มาของการใช้จ่ายงบประมาณด้วย รัฐบาลนี้คำนึงถึงรายได้ของประเทศ ประเมินว่า 5 ปีจะทำอย่างไรไม่ให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจนถึงขีดจำกัด ถามว่าเคยมีใครทำงานแบบนี้บ้างไหม หลายเรื่องที่สามารถทำได้ในวันนี้ มาจากการบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่อนุมัติไว้แล้วบ้าง แต่ก็ทำได้น้อยมาก ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ ถือเป็นวิสัยทัศน์ ซึ่งอนาคตต้องทำแบบนี้ ต้องแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ดีกว่าการสร้างความทะเลาะเบาะแว้ง และประเทศเดินหน้าต่อไม่ได้&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลนี้พยายามสร้างโอกาสให้ทุกคน ซึ่งไม่ได้ช่วยเฉพาะคนรวย แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ ดีกว่าออกมาพูดหาเสียง ว่าจะให้เท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก ถ้าง่ายคงทำไปแล้ว ขอร้องอย่านำไปหาเสียง จนทำให้หลายคนหมดกำลังใจ จนไม่มีแรงกระตุ้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล ทุกอย่างต้องแก้ด้วยเหตุผล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถามว่าผมมีวิสัยทัศน์หรือเปล่า สิ่งที่ผมคิดและทำนโยบายออกมานั่นไม่ใช่วิสัยทัศน์ของผมหรืออย่างไร ในฐานะที่เป็นรัฐบาล และ คสช. ต้องใช้ คสช.มาช่วยเสริมทุกเรื่อง หากไม่เอามาเสริมคงทำอะไรไม่ทัน ทั้งการตรวจสอบ แก้ไขปัญหาหนี้สิน ถ้าไม่ใช้ทหารมาช่วยจะทำได้หรือ และขอถามกลับว่าแล้วเป็นหน้าที่ของใคร ทำกันไหวหรือไม่ ทหารเข้ามาช่วยด้านกำลังพล แต่ไม่ได้ก้าวล่วง ซึ่งมีเพียงเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน สวัสดิการ ไม่มีโอที ทำงาน 5 อย่างได้เงินอย่างเดียว ซึ่งเราก็ลดงบประมาณตรงนี้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นก็คงขอขึ้นเพิ่มแบบข้าราชการส่วนอื่น ทหารเราทำทั้งกลุ่มงานด้านความมั่นคงเศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม กฎหมายระหว่างประเทศ วัฒนธรรม ทั้งหมดก็เต็มกางเกงแล้ว คนวิจารณ์ก็หยิบแต่เรื่องเดียวขึ้นมา โดยไม่ทราบว่าภาพกว้างเป็นอย่างไร ทำให้คนสับสนอลหม่าน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้เวลา 5 ปีเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แล้วคนกลับมาโจมตีกัน เหมือนกลับไปสู่จุดตั้งต้นใหม่ เพราะเลยจุดนั้นมาแล้ว เลยจุดที่จะมาบอกว่าการเข้ามานี้ผิดหรือถูก เพราะเวลา 5 ปีนั้นเลยมานานแล้ว เราจะย้อนกลับไปที่เก่าอีกหรือ ตนเองพ้นเวลาเหล่านั้นด้วยกฎหมาย ซึ่งต้องอย่าลืมว่า ที่เข้ามานั้นเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาประเทศขณะนั้น และเมื่อเข้าบ้านแล้วก็ต้องมีอำนาจให้เพื่อทำงานแก้ไขปัญหาได้อย่างต่อเนื่อง แล้วเหตุใดจึงต้องมาตีกันไปมาอีกรอบ ลืมทั้งหมดแล้วหรือยัง ตั้งแต่ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ลืมหมดแล้วใช่ไหมจ๊ะ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีเผยแพร่คลิปเสียงผ่านโซเชียลฯ ว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่พรรค พปชร.โทร.สอบถามชาวบ้านว่าถูกใจนโยบายสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ถ้าถูกใจให้เลือกพรรค พปชร. พร้อมโอนเงินให้ด้วย ว่าให้เจ้าหน้าที่ในส่วนของสำนักนายกฯ ไปตรวจสอบจากพรรคการเมืองว่าเขาทำหรือไม่ สอบสวนมา ก็ได้รับรายงานในชั้นต้นว่าไม่มี ไม่ได้ทำ และเขากำลังดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษอยู่ เพราะฉะนั้นใครไปให้ข้อมูลพวกนี้ออกมาทางสื่อโซเชียลก็ต้องระมัดระวัง
ตระกูลเพื่อรุมจวก&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ดีเบตถือว่าเสียดายโอกาส และประชาชนพลาดโอกาสฟังวิสัยทัศน์ ส่วนที่บอกว่าไม่อยากตอบโต้บนเวทีดีเบต ไม่อยากประดิษฐ์คำ ก็ไม่ต้องกังวล พูดให้ตรงประเด็นไม่ต้องประดิษฐ์ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ เพราะการดีเบตเป็นการวัดถึงคุณภาพศักยภาพของผู้นำ หากไม่พร้อม เพราะเพิ่งมาสู่การเมืองไม่ถึงปีอนุโลมได้ แต่นี่เกือบ 5 ปี เป็นนายทหาร เป็น ผบ.ทบ. เป็นหัวหน้า คสช. ดังนั้นความไม่กล้าไม่น่าใช่ ท่านอย่ากลัวการดีเบต เพราะนักการเมืองที่จะไปร่วมเวทีต้องระวังคำพูดเช่นกัน ประชาชนรอคอยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะพลิกสู่การเมืองจากคนยึดอำนาจ จะล้างภาพผู้ก่อรัฐประหารตามกฎหมายคือกบฏจะล้างภาพนั้นเข้าสู่การเมืองอย่างสง่างามได้คือเวทีดีเบต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวในระหว่างลงช่วยผ้สมัคร ส.ส.ถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ออกมาตั้งข้อสังเกตการจะขึ้นดีเบตของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า เป็นการหาทางออกให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต้องไปดีเบต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ทษช. กล่าวว่า การดีเบตเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของคนอาสามาเป็นนายกฯ เพื่อแสดงในความคิดให้สังคมได้รับรู้ว่าจะพัฒนาประเทศอย่างไร จะนำพาประเทศไปทิศทางไหน ส่วนคนที่ไม่กล้ามาดีเบตนั้นทำให้สังคมคิดไปหลายมิติ ทั้งเป็นคนที่ไม่มีอะไรในหัว ไม่มีกึ๋น ไม่มีวิสัยทัศน์ จึงไม่กล้าแสดงวิสัยทัศน์ ที่บอกว่าไม่กลัว แต่ไม่กล้ามา ย้อนแย้งกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์พูดกับสังคมว่าเป็นคนเก่ง รู้ทุกเรื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์แสดงให้เห็นแบบนั้น แต่วันนี้สังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่ารู้นั้นรู้จริงไหม หรือเป็นแค่คนสมองกลวง หากรู้จริงและกล้าจริงควรมาดีเบตให้สังคมประจักษ์ด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นสังคมจะไม่เชื่อและตั้งคำถามบางคนถึงขั้นดูถูกเอา ท่านเคยเป็นผู้นำยึดอำนาจ กล้าเสี่ยงเป็นเสี่ยง ตายยึดอำนาจ แต่ทำไมไม่กล้าพูดกับสังคม ผมมองว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอาย ยกเว้นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถพอแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งตอกย้ำว่า สิ่งที่สังคมสงสัย 4-5 ปีเก่งแต่ใช้กำลัง ส่วนเรื่องการวางแผน นโยบายนั้นล้วนมาจากแนวคิดของคนรอบข้าง ไม่ใช่มาจาก พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo; นายก่อแก้วกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมเรื่อง &amp;ldquo;ค้านบิ๊กตู่ร่วมเวทีดีเบตส่อขัดรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ระบุว่าตามที่พรรคการเมืองต่างๆ พยายามขุดหลุมพรางให้ พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมเวทีดีเบตนั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์พลั้งเผลอตกลงปลงใจเข้าร่วม จะทำให้ขาดความชอบธรรมในฐานะข้าราชการที่ต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมืองทันที ประหนึ่งว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์มีสถานะเป็นนายกฯ และหัวหน้า คสช. ซึ่งจะเข้าข่ายความผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ต้องรู้จักสถานะของตนเองว่าเป็นคนนอกพรรคการเมือง ไม่ใช่หัวหน้าพรรคการเมือง และไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองใดๆ &amp;nbsp;เป็นเพียงแค่ผู้ถูกพรรค พปชร.เสนอชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกฯ เท่านั้น การดีเบตแสดงนโยบายและวิสัยทัศน์เป็นสิ่งที่ดีในสังคมประชาธิปไตย แต่ควรเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว และว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ตกหลุมพรางจะหมดความชอบธรรมในฐานะนายกฯ และหัวหน้า คสช.ทันที แม้ กกต.จะอนุญาตให้เข้าร่วมเวทีดีเบตได้ แต่ทว่ามติของ กกต.ไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมายเป็นที่สุด แต่ผู้ที่จะวินิจฉัยกรณีดังกล่าวได้คือศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์กล้าลองดีกับกฎหมาย สมาคมก็พร้อมดำเนินการตามครรลองของกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย และอาจนำไปสู่การยุบพรรค พปชร.ต่อไป แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์อยากจะเข้าร่วมดีเบต ก็ขอให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช.เสีย เพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมายนั่นเอง
บิ๊กป๊อกแนะชูนโยบายหาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถือเป็นวันแรกที่สำนักงาน กกต. จัดให้มีการบันทึกเทปจัดดีเบตประชันนโยบายบริหารประเทศของพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส. รวม 54 พรรค ซึ่งคู่แรกเป็นการดีเบตระหว่างพรรคพลังท้องถิ่นไท โดยนายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรค และพรรคประชานิยม ที่มี พ.ต.อ.รวมนคร ทับทิมธงไชย ประธานยุทธศาสตร์นโยบายพรรคเข้าดีเบต ในหัวข้อนโยบายการศึกษา ส่วนคู่ที่ 2 เป็นการดีเบตระหว่างพรรคประชาชนปฏิรูปที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรค และพรรคอนาคตใหม่ที่มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ดีเบตในหัวข้อนโยบายการเกษตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต. น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปไตย (ปชป.) ได้ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต. ขอหารือในทางปฏิบัติเรื่องการขึ้นป้ายโฆษณาหาเสียงในรูปแบบต่างๆ ตามระเบียบที่ กกต.กำหนดให้สามารถนำภาพผู้สมัคร หัวหน้าพรรค และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ลงในโฆษณาหาเสียงได้เท่านั้น แต่ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้สมัครบางพรรคนำภาพนอกเหนือจากข้อกำหนดดังกล่าวไปขึ้นป้าย เช่น ภาพทำกิจกรรมร่วมกับคนชรา หรือเด็กนักเรียน พรรคจึงต้องการสอบถามความชัดเจนโดยเร็ว และไม่สามารถรอฟังคำตอบ 30 วันตามกำหนดของ กกต. เพราะจะล่วงเลยการหาเสียงเลือกตั้งไปแล้ว จึงต้องการให้ กกต.ให้คำตอบที่ชัดเจน เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับทุกพรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์การหาเสียงช่วงเดือนสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ว่าบรรยากาศทั่วไปอยู่ในความเรียบร้อย ส่วนที่กองทัพเป็นเป้าโจมตีในการนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น ต้องไปถามคนที่หาเสียง แต่ในความคิดการหาเสียงต้องเสนอแนวทางในการบริหารประเทศชาติ แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นการยกประเด็นมาโจมตีกัน อยากเห็นนักการเมืองชูนโยบายว่าเมื่อเข้ามาบริหารประเทศแล้วจะทำอย่างไร อย่าบอกเฉพาะเป้าหมายควรบอกวิธีทำด้วย ประชาชนจะได้ใช้วิจารณญาณว่าหากพรรคการเมืองจะทำเช่นนี้ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะทำได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อย่างที่โพลระบุว่าอยากเห็นนโยบายที่ทำได้จริง ไม่ใช่พูดไปแล้วทำไม่ได้ อยากเห็นพรรคการเมือง เสนอนโยบายว่าจะทำอย่างไรที่จะใช้อำนาจรัฐ บริหารประเทศชาติให้ดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม แต่ยังเห็นการใช้วาทกรรมในการโจมตีกันอยู่&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก ว่าเป็นการออกมาแสดงความห่วงใยของปลัดคลัง ซึ่งแนวทางของพรรคในการทำนโยบายได้ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องหมดแล้วว่าทุกนโยบายทำได้จริง ไม่กระทบวินัยทางการเงินการคลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) ลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ตลาดวงเวียนใหญ่ พร้อมระบุว่า ขอจองคิวเชือด พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตรเป็นคิวต่อไป หลังจากที่ก่อนหน้า คนชื่อ ป. อย่างกำนันเป๊าะ กับ ป. ประตูน้ำได้จัดการมาเรียบร้อยแล้ว ขอให้พี่น้องเชื่อมั่นในคนชื่อเสรีพิศุทธ์ ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องสำเร็จ ปัญหาใหญ่ของชาติที่มุ่งมั่นที่จะแก้ไขก็คือเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) นำคณะลงพื้นที่เขต 8 ลาดพร้าว วังทองหลาง เพื่อช่วยเหลือผู้สมัครของพรรค โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า คนที่ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง สังคมไทยต้องติดตามกันให้ดี เช่นเดียวกับความแตกแยก วันนี้คือความเห็นต่าง เหมือนนายสุเทพประกาศชัดเจนว่าไม่ร่วมมือกับตระกูลเพื่อ แต่ความจริงนั้น วันนี้ไม่ใช่เรื่องตระกูลเพื่อแต่เป็นเรื่องว่าจะเอา พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ มีสองฝ่ายเท่านั้นในทางการเมือง และเชื่อว่าคนที่อยู่ในพรรค พปชร.ขาด พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ แต่หากประชาชนขาด พล.อ.ประยุทธ์ ชีวิตประชาชนดีขึ้นอย่างแน่นอน
จวก&amp;ldquo;อนค.&amp;rdquo;บิดเบือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กรณีนายธนาธรปราศรัยถึงนโยบายการประมงที่มหาชัย โดยกล่าวหารัฐบาลแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) สุดโต่ง ไม่ฟังเสียงชาวบ้าน จ้องเอาใจนายทุนระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายตั้งแต่ 2558 กระทั่งไทยได้รับการปลดใบเหลืองการทำประมงผิดกฎหมายจากสหภาพยุโรป จึงพอมีความรู้ความเข้าใจปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายบ้าง และเพื่อให้เกิดการถกเถียงด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน สมบูรณ์ และเป็นระบบ ระหว่างพรรคการเมืองที่นำเสนอนโยบายด้านการประมงด้วยกัน จึงขอเชิญร่วมอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ในวัน เวลา และสถานที่ที่สะดวกต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายธนพรกล่าวเพิ่มว่า ที่นายธนาธรกล่าวหาการแก้ปัญหาประมงว่าเป็นการเอื้อทุนใหญ่ นายธนาธรไม่ทราบหรือว่าที่เราโดนใบเหลืองประมงเพราะอะไร การแก้ปัญหาประมงไม่ใช่การอุ้มกลุ่มทุน เป็นการทุบทุนใหญ่ให้เจ๊งต่างหาก และการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นการอุ้มกลุ่มทุนตรงไหน นายธนาธรไม่รู้เรื่องหรือ ขอให้เข้าใจใหม่ พรรคอนาคตใหม่ควรฟังให้เยอะ ไม่ใช่ไปฟังแต่พวกโจร IUU ที่ทำผิดกฎหมายทั้งนั้น พรรคอนาคตใหม่ควรประกาศจุดยืนเลยจะส่งเสริมค้ามนุษย์และแรงงานทาสใช่ไหม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการหาเสียงของพรรค อนค. ว่าได้ชมการไลฟ์ของพรรค อนค.แล้ว ต้องชื่นชมนายธนาธรนำเอาข้อมูลและเรื่องราวประเด็นเศรษฐกิจที่หลายๆ คนมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากมาอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ แต่ขอแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการหาเสียงครั้งต่อๆ ไป รวมถึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานบริหารประเทศในอนาคตด้วย ว่าคืออย่าใช้ข้อมูลมาบิดเบือนเพื่อหาเสียง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คุณธนาธรมีป้ายหาเสียงที่บอกว่า 5 ปีรวยกระจุก จนกระจาย แต่ตัวเลขจริงๆ GINI coefficient ของไทยเราปรับตัวลดลงมาโดยตลอด จากระดับ 0.508 สมัยนายทักษิณ ลงมาเป็น 0.484 สมัยนายอภิสิทธิ์ ลดเป็น 0.465 สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเป็น 0.453 สมัย พล.อ.ประยุทธ์ นั่นแปลว่าการกระจายรายได้ของเราดีขึ้นตลอดในช่วงที่ผ่านมาครับ ไม่ใช่ 5 ปี รวยกระจุก จนกระจาย&amp;rdquo; ดร.ปิติกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ปิติยังกล่าวอีกว่า นายธนาธรบอกอีกว่าเพราะเราไม่เป็นประชาธิปไตย การกระจายรายได้เราถึงแย่ แต่ไปดูประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์เลยครับ GINI ของจีนอยู่ที่ 0.422 ดีกว่าประเทศประชาธิปไตยหลายๆ ประเทศครับ หรือเวียดนามก็ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ GINI อยู่ที่ 0.353 ทั้งที่เขาไม่ใช่ประชาธิปไตย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30023</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, จาตุรนต์ ฉายแสง, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม, ธนพร ศรียากูล, พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ศรีสุวรรณ จรรยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c7550e412418.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
