<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;ยันวัคซีน Sinovacมีประวัติด้านความปลอดภัยที่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64-นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ &amp;nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติงานหรือบริหารจัดการ (CEO) ในเขตสุขภาพที่ 5 &amp;nbsp; &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอแก้ว ผลิพัฒน์ ว่า เมื่อวานนี้ไปตรวจเยี่ยมสมุทรสาครมาเพื่อดูความพร้อมและความก้าวหน้าในการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมสาธารณสุขสมุทรสาครพร้อมและดำเนินการได้ก้าวหน้าดีทีเดียวครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังได้รับความร่วมมือจากประชากรกลุ่มเป้าหมายที่จะตบเท้าออกมารับวัคซีนกันไวไวนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีน Sinovac ที่นำมาใช้ครั้งนี้เป็นวัคซีนเชื้อตาย
เป็นเทคโนโลยีที่เรารู้จักกันมาพอสมควรแล้ว
เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันการป่วยได้ดี
ป้องกันการเกิดอาการรุนแรง
และป้องกันการเสียชีวิตได้ดีมากๆ
แถมที่ผ่านมาก็มีประวัติด้านความปลอดภัยที่ดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครรู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มที่ควรจะได้รับวัคซีนในล็อตแรก
บุคลากรทางการแพทย์ อสม. เจ้าหน้าที่ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย&amp;nbsp;
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง
ควรรีบแสดงตัวและขอรับวัคซีนที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่นะครับ
และหากเจ้าหน้าที่ติดต่อไปให้มารับวัคซีน ก็ควรไปรับวัคซีนนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนฟรีสำหรับคนไทย ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากคิดจะหยุดโรคระบาด
ต้องหยุดที่ต้นตอ
เรายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะครับที่สมุทรสาคร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81f78637cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอแก้ว&#039;วอนบางคนอย่าเอาแต่บ่น! ยกย่องทีมปราบโควิดสมุทรสาคร&#039;วีรบุรุษนิรนาม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64-นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ &amp;nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติงานหรือบริหารจัดการ (CEO) ในเขตสุขภาพที่ 5 (เขตตรวจราชการที่ 2, 3และ 4) ประกอบด้วย 8 จังหวัด คือ จังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หมอแก้ว ผลิพัฒน์&amp;quot; &amp;nbsp;ถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่สมุทรสาครว่าน้ำเอยน้ำใจ ของใครให้มา
.
ในขณะที่ใครบางคนรอคอยว่าเมื่อไหร่สถานการณ์ในสมุทรสาครจะดีขึ้น
บางคนออกมาบ่น&amp;nbsp;
บางคนออกมาวิจารณ์
บางคนออกมาขู่ สร้างภาพให้คนกลัว
บางคนออกมาตั้งคำถามว่าทำไมไม่ทำโน่นนี่นั่น
คนเหล่านี้บางคนได้รับชื่อเสียง
ได้รับความสนใจ
จากการที่ออกมาบ่น ออกมาวิจารณ์ ออกมาตั้งคำถาม
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างไร
.
แต่ก็มีบางคน
ที่ไม่รอ ไม่วิจารณ์ ไม่ตั้งคำถาม
เขาเหล่านั้นอาสาเข้ามาช่วย
เข้ามาเป็นมดงานภาคสนาม
เข้ามาเป็นแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลสนาม
เข้ามาช่วยจัดการโรงพยาบาลสนาม
เข้ามาช่วยสอบสวนโรค
เข้ามาช่วยเก็บตัวอย่าง
เข้ามาช่วยบันทึกเหตุการณ์
เข้ามาเป็นล่ามช่วยแปลภาษา
เข้ามาช่วยเก็บข้อมูล
เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล
เข้ามาร่วมวางแผนกับคนในสนาม (ไม่ใช่มองมาจากหอคอย)
บ้างก็เข้ามาสนับสนุนอุปกรณ์การทำงาน
และอีกมากมาย
เข้ามาโดยไม่ต้องร้องขอ
.
เพื่อให้เราเหล่าคนทำงานในพื้นที่ทำงานง่ายขึ้น
เพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระให้คนทำงานในพื้นที่ ให้คนทำงานในพื้นที่ได้พักบ้าง
เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น
เพื่อคนสมุทรสาคร
เพื่อคนไทยทุกคน
.
เข้ามาทำงานไม่ได้สะดวกสบายหรอกครับ
เข้ามาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบ
เข้ามาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
เข้ามาก็มีความเสี่ยง
เข้ามาก็เหนื่อย
แต่ก็ยังเข้ามา
.
คนเหล่านี้ล้วนไม่มีชื่อ
จบงานไปก็ไม่มีใครรู้จัก
เหล่านี้คือวีรบุรุษนิรนาม
เหล่านี้คือมดงานนิรนาม
เหล่านี้คือแรงใจ
เหล่านี้คือมิตร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, สมุทรสาคร, หมอแก้ว ผลิพัฒน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6000f097c8dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธนรักษ์&quot;เผยทีมวิชาการคาด ตัวเลขไทยติดเชื้อโควิดจริงมีถึง 6พันคน ทั้งโลกแตะ 100ล้าน ไม่ใช่ 34ล้าน เมียนมารดต้นคอจ่อเข้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63- ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์ภาพรวมของประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ของทั้งโลกขณะนี้ซึ่งมีผู้ป่วย 34 ล้านคน &amp;nbsp;สถานการณ์ชองโลกยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้นเท่าไหร่ ยังไม่มีทีทาว่าผู้ป่วยรายใหม่จะลดลง และการรายงานผู้ป่วยทั่วโลกคาดว่าจะต่ำกว่าความเป็นจริงมาก นักวิชาการ เชื่อว่าทั้งโลกน่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เกิน 100 ล้านคน ในส่วนของประเทศไทยก็เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยในระบบรายงานอยู่ที่ 3,575 คนแต่จากการค่าประมาณของทีมวิชาการ ที่มีการคาดประมาณสถานการณ์ก็คาดว่าประเทศไทยน่าจะมีผู้ป่วยมากกว่านี้ &amp;nbsp;โดยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 พันกว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองอธิบดีฯ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;วันนี้สถานการณ์จากเมียนมาเป็นตัวกดดันสำคัญของประเทศว่าจะมีการระบาดเข้ามา แต่ถ้าหากเรามีระบบควบคุม ป้องกัน และมีการจัดการที่ดีในระยะเวลาที่เหมาะสม ก็จะควบคุมการระบาดในประเทศไทยได้ &amp;nbsp;แต่หากยังมีการปล่อยให้มีการลักลอบเข้ามา ความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาด ก็จะเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ตอนนี้สถานการณ์การระบาดของเมียนมาร์ จากจุดเริ่มต้น แถบรัฐยะไข่ ที่อยู่ทางตะวันตก ก็เริ่มคืบคลานมาทางฝั่งตะวันออก เริ่มมีการระบาดรุนแรงในเมืองย่างกุ้ง มาระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มมีเมืองอื่นๆ ที่เริ่มเจอผู้ป่วยประปรายรวมถึงรัฐมอญ ซึ่งมีชายแดนบางส่วนติดกับไทย และอีก 2 รัฐ คือคะฉิ่นและอีก 1 รัฐอาจจะเจอผู้ป่วยไม่มาก แต่ก็เริ่มเห็นว่าการระบาดของโรค ใกล้ชายแดนไทยเข้ามาทุกที เพราะฉะนั้นเรื่องการกวดขันคนที่เดินทางเข้าเมืองผิดกฎหมาย ให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ที่ทุกฝ่ายไม่เพียงแต่ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันสอดส่อง เป็นหูเป็นตาให้ภาครัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธนรักษ์ กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;เราสามารถพบผู้ป่วยรายใหม่ได้ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย และไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก แต่จะทำอย่างไร ให้ไม่นำไปสู่การระบาดระลอกใหม่ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เราหละหลวม ประมาท จะกลับมาระบาดได้อีก &amp;nbsp;เป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายสาธารณสุขเตรียมแผนการรองรับเอาไว้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่มีการพูดกันว่าถ้ามีการระบาดระลอก 2 จะรุนแรงกว่ารอบแรก &amp;nbsp;แต่ขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมป้องกันโรค และความร่วมมือของประชาชนหากสวมหน้ากากอนามัยหน้ากากผ้า เมื่อออกไปพื้นที่ชุมชน ก็จะลดโอกาสที่จะเกิดการระบาดใหญ่ได้มาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากการศึกษาข้อมูลพบว่า &amp;nbsp;การดำเนินการมาตรการควบคุมโรคที่ล่าช้า จะส่งผลกระทบ ต่อประสิทธิภาพการควบคุมโรคมากที่สุด &amp;nbsp;โดยพบว่าหากรสอบสวนควบคุมโรคล่าช้าน้อยกว่า 1 วัน หลังพบผู้ป่วย จะมีประสิทธิผลในการควบคุมโรคเหลือ 79.9% แต่หากล่าช้า 3 วัน ประสิทธิผลเหลือ 41.8% ซึ่งลดลงมาถึงครึ่ง และหากล่าช้า 7 วัน ประสิทธิผลจะเหลือเพียง 4.9% &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นการตรวจเจอผู้ติดเชื้อได้เร็ว จะส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมโรคไม่ให้ระบาดและแพร่ออกไปในวงกว้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนไทยสามารถช่วยได้ ในการควบคุมโรค โดยการใช้แอพพลิชั่นต่างๆ ผ่านการเช็คอิน เช็คเอาท์แอพพลิเคชั่น ทั้งหมอชนะ หรือไทยชนะ เวลาเข้าไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆ เพราะถ้าเกิดพบว่ามีผู้ติดเชื้อใหม่ขึ้นมา ก็จะสามารถตามหาคนสัมผัสได้เร็ว &amp;nbsp;ทำให้การเข้าไปควบคุมสถานการณ์ ก็จะทำให้ได้เร็วขึ้นไปด้วย&amp;quot; นพ.ธนรักษ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79316</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece45ca8c00f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธนรักษ์&quot; ย้ำอย่าตั้งความหวังสูง ไทยมีโอกาสกลับมาระบาดใหม่ได้อีก จับตาบทเรียนเวียดนามใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ส.ค.63-นพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กล่าวว่า มาตรการเตรียมตัวการระบาดระยะต่อไป จะเห็นว่าเราไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศมานาน และมีผู้ป่วยติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ประมาณวันละ 5-6 คน &amp;nbsp; แต่สิ่งที่ทุกคนควรเข้าใจและตระหนักไว้ ก็คือประเทศไทยมีโอกาสที่จะกลับระบาดระลอกใหม่ได้อีก จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจและทบทวนทบทบท &amp;nbsp;ตัวเอง เข้าใจแนวทางปฎิบัติตัว และทำตัวอยบ่างไร เพื่อไม่ให้โรคระบาดกว้างขวาง เพราะแม้วันนี้ ไทยจะไม่มีผู้ป่วยในประทเศ แต่โลกมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา หรือในทุก4-5 วัน จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1 ล้านคนทั่วโลก ส่วนประเทศที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ยังเป็นประเทศเดิมๆ คือ สหรัฐ และบราซิล &amp;nbsp;เมื่อวานสหรัฐ เพิ่มเกือบ 5หมื่นคน บราซิล 2หมื่นคน อินเดีย ก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;ถามว่าตัวเลขนี้เป็นจริงตามนี้หรือไม่ ซึ่งมีการศึกษาในหลายประเทศ พบว่ายอดจำนวนรายงานผู้ป่วยอาจต่ำกว่าความเป็นจริง 10เท่า เช่น สหรัฐ &amp;nbsp;เมื่อวานติดเชื้อ 4.7 หมื่นราย &amp;nbsp;จริงๆอาจมีการติดเชื้อ &amp;nbsp; 4.7 แสนคน ที่ตัวเลขแตกต่างกันเพราะมี 2-3 สาเหตุ 1. &amp;nbsp;เพราะมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งไม่รับการรักษาที่โรงพยาบาล เช่น พวกไม่มีอาการ หรือมีอาการนอย มีอาการคล้ายหวัด ไข้ไม่สูง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว พวกนี้ก็ไม่ได้รับการรักษาอาการาที่รพ. และไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ในภาพรวมสัดส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังไม่สูง พอที่จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ &amp;nbsp; เช่น รัฐนิวยอร์ก &amp;nbsp;ในเมืองติดเชื้อประมาณ 20-30% แต่นอกเมืองติด 10-20% &amp;nbsp;ดังนั้น ความหวังว่าจะเกิดภูมิตุ้มกันหมู่ เพื่อให้โรคละลอตัว โดยไม่รอวัคซีน ในภาพใหญ่ดังกล่าว จะเกิดขึ้นข้ากว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เพราะในความเป็นจริงแม้จะมีการแพร่ระบาดเยอะ แต่จริงๆไม่ไปไกลเท่าไหร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธนรักษ์ กล่าวาอีกว่า สิ่งที่เรากำลังจับตาใกล้ชิดคือ เวียดนาม ที่มีการระบาดระลอกใหม่ &amp;nbsp;ทั้งที่ช่วงแรกมีการติดเชื้่อในประเทศไม่มาก &amp;nbsp;เพราะเวียดนาม ปิดประเทศเร็ว การแพร่ระบาดจึงไม่มาก แต่การที่มีการแพร่ระบาดที่เมืองดานัง ทำให้เวียดนาม มีผู้ป่วยเกิดขึ้นมาก &amp;nbsp;ซึ่งทางการเวียดนาม พยายามควบคุมสถานกาณณ์เข้มข้น ทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ชะลอตัวลง นอกจากนี้ ทางการเวียดนาม ยังพยายามสอบสวน สาเหตุการเกิดระลอกใหม่ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งยังไม่รู้คำตอบ มีแค่ 2 สมมุติฐาน ว่าแม้ไม่เจอผู้ป่วยในประเทศ 90 วัน แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็น มีผู้ติดเชื้อในประเทศหลงเหลืออยู่ &amp;nbsp; ซึ่งพอมีการผ่อนคลายมาตรการ ก็ทำให้กลับมาเจอผู้ป่วยได้อีก นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์การแพร่ระบาดในรพ. ดังนั้น จนถึงตอนนี้ การระบาดใหม่ของเวียดนาม ยังไม่รู้ว่า มาจากผู้ติดเชื้อในประเทศ .หรือนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาทางการเวียดนามเข้มงวด ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ หรือมาจากผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย &amp;nbsp;ไม่แตกต่างจากเราเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ประเทศไทยจะเจอผู้ป่วยใหม่อีกครั้งแน่นอน โอกาสค่อนข้างสูง แต่หวังว่าจะไม่เป็นการระบาด ถ้าระบาดก็วงจำกัด ไม่เป็นวงกว้างขวางมากเกินไป จะสามารถคุมโรคได้ในเวลาสั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจอผู้ป่วยเร็ว สอบสวนโรคเร็ว ติดตามคนสัมผัสผู้ติดเชื้อได้เร็ว ครอบคลุมทุกคนและนำเข้ามาอยู่ในสถานกักกันทั้งหมด ถ้าทำได้ก็จะคุมโรคได้สูงมาก รวมถึง ประชาชนในพื้นที่ที่เจอผู้ป่วยให้ความร่วมมือแค่ไหน ถ้าร่วมมือดีประเทศไทยก็จะเจอผู้ป่วยแต่ไม่มีการระบาด&amp;rdquo;นพ.ธนรักษ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74012</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, ประเทศเวียดนาม, ป้องระบาดระลอกสอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f313258582cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอแก้ว&quot;ตัดพ้อคนไทย ไม่กลัวโควิดแล้ว แถมยังมีพฤติกรรมเชิญชวนให้กลับมาระบาดอีก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ค.63-นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมโรค โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งนับเป็นการตัดพ้อ ที่คนไทยการ์ดเริ่มตก ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถาม: &amp;nbsp;คนไทยรู้มั้ยว่าเรามีโอกาสที่โควิด จะกลับมาระบาดอีก
ตอบ: รู้
.
ถาม: คนไทยกลัวมั้ย ถ้าโควิด จะกลับมาระบาดอีก
ตอบ: รู้สึกว่าคนไทยจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่นะ สังเกตได้จากการปฏิบัติตัว
.&amp;nbsp;
ถาม: เมืองไทยพร้อมแล้วยังถ้าโควิดจะกลับมาระบาดอีก
ตอบ: พร้อมแล้วครับ
.&amp;nbsp;
ถาม: ดูได้จากอะไร
ตอบ: &amp;nbsp;ดูจากการที่คนไทยทุกคนช่วยกันทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้น
ร้านค้าไม่คัดกรอง
ร้านค้าให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าการป้องกัน
ร้านค้าไม่ใส่ใจที่จะไม่ยอมให้คนไม่ใส่หน้ากากเข้าร้าน
ร้านค้าไม่ยอมบอกให้ลูกค้าใส่หน้ากาก
ลูกค้าก็มีความสุขที่จะไม่ต้องใส่หน้ากาก
.
โควิดจะกลับมาอีกหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับคนไทย
และผมก็รู้สึกว่า
คนไทยไม่กลัวโควิดแล้ว และ
อยากให้มันกลับมาอีก
ทั้งยังเชิญชวนให้มันกลับมาระบาดอีกด้วย
.
สำหรับผม ผมคิดว่าเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดและการกระทำที่น่ากลัวมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้คนไทยเที่ยว และกลับมาช่วยกันดูแลธุรกิจของทุกคนให้สามารถพอเดินไปได้.....อย่างมีสติ
.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70762</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, ระบาดระลอก2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea81f78637cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมาทไม่ได้  &quot;หมอธนรักษ์&quot; ยันไทยยังมีผู้ติดเชื้อโควิด ไม่แสดงอาการซ่อนตัวอยู่  แนะอย่าอยู่รวมกลุ่ม อยู่ในพื้นที่ปิด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;27 พ.ค.63- ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ป่วยในประเทศมีค่อนข้างน้อย ผู้ป่วยที่พบจำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย กลุ่มแรกเป็นคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้วเข้าสู่สถานที่กักตัวเพื่อสังเกตอาการตามที่รัฐกำหนด หากมีอาการจะพบในช่วง 14 วันที่กักตัว ซึ่งจะส่งเข้าระบบการรักษา ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มผู้สัมผัสผู้ป่วยรายเดิม อย่างไรก็ดี ทางฝ่ายวิชาการมีข้อมูลสนับสนุนทำให้เชื่อว่าในประเทศไทยยังมีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือแสดงอาการน้อยหลงเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่ง ทำให้กระทรวงสาธารณสุขยังต้องเฝ้าระวังและค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกัน จากผลการศึกษาการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยนักวิจัยชาวจีนจากศูนย์ควบคุมโรค มณฑลหูหนาน พบว่า เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สามารถแพร่กระจายได้ไกลถึง 4.5 เมตรบนรถโดยสารสาธารณะปรับอากาศ ทำให้ผู้โดยสารติดเชื้อได้หลายคนในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งงานวิจัยเกี่ยวกับการติดเชื้อในร้านอาหารช่วงแรกของการระบาดในประเทศจีนพบว่า การนั่งรับประทานอาหารในพื้นที่จำกัดที่มีระบบระบายอากาศแบบปิด และใช้เครื่องปรับอากาศที่อากาศไหลเวียนในพื้นที่จำกัด ก่อให้เกิดการติดเชื้อได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน เพราะทุกคนต้องถอดหน้ากากขณะรับประทานอาหาร เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อมากขึ้นด้วย จึงแสดงให้เห็นว่าในพื้นที่จำกัดที่มีระบบอากาศปิด และใช้เครื่องปรับอากาศ เช่น บนรถโดยสารปรับอากาศ รถโดยสารสาธารณะ ทุกคนต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างให้ได้ 1-2 เมตร บนโต๊ะอาหารอาจต้องมีฉากกั้นเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของละอองฝอย จึงเป็นที่มาของคำแนะนำให้ต้องนั่งแยกโต๊ะกันขณะรับประทานอาหารในร้านอาหารที่ระบบถ่ายเทอากาศแบบปิด ที่ใช้เครื่องปรับอากาศ นโยบายการควบคุมโรคของประเทศไทยที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเหมาะสมแล้ว แต่การจะประสบความสำเร็จต่อไปนั้นต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดร่วมกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67108</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, ึคนติดเชื้อไม่แสดงอาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece45ca8c00f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชิญชวนรีบฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก่อนหน้าฝน ย้ำไม่ป้องกันโควิด แต่ลดแออัดรพ.แยกแยะผู้ป่วยออกจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

12 พ.ค.63- สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) &amp;nbsp;ร่วมกับ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และนพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เสวนาผ่าน Facebook Live ในหัวข้อ &amp;quot;วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ทางรอดใหม่จากโควิด-19&amp;quot; พบว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารถป้องกันโควิด-19 ได้ เพราะเชื้อไวรัสคนละกลุ่ม แต่มีอาการคล้ายกัน ทั้งนี้เพื่อลดกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ไม่สับสนผู้ป่วยโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไข้หวัดใหญ่กับไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เป็นเชื้อไวรัสคนละกลุ่ม ไม่มีความเกี่ยวโยงกัน จึงไม่สามารถที่จะใช้ภูมิคุ้มกันของไข้หวัดใหญ่ไปป้องกันโควิด-19 ได้ และการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ได้ทำให้เกิดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคทางเดินหายใจชนิดอื่นเพิ่มขึ้น หรือโควิด-19 &amp;nbsp;อย่างที่แชร์ในโซเชียล &amp;nbsp;แต่การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จะช่วยในกรณีช่วงฤดูฝน ในการลดความเสี่ยงการเป็นไข้หวัดใหญ่ &amp;nbsp;จึงต้องมีการฉีดวัคซีนก่อนฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยเชื้อไข้หวัดใหญ่ทุกชนิดมีที่มาที่ไปจากสัตว์ปีก การติดต่อเกิดจากการไอหรือจาม และแบ่งเป็นสายพันธุ์ A B C ซึ่งสายพันธุ์ A มีความสำคัญมากเพราะมีความรุนแรงมากกว่า และสามารถกระจายไปทั่วโลกได้ ส่วนสายพันธุ์ B พบเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น ไม่พบในสัตว์ และสายพันธุ์ C ที่มีการพบน้อยเพียง 0.2 % ของไข้หวัดใหญ่ทั้งหมด โดยในประเทศไทยพบการเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เพราะอยู่ในเขตร้อนชื้น ทำให้พบได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบในช่วงพีคที่สุดคือฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน- กันยายน ในทุกปี &amp;nbsp;จากการเก็บข้อมูลพบว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ เป็นสายพันธุ์ B Victoria ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม มีผู้ป่วยลดลงและในเดือนเมษายนพบคนไข้เพียง 71 คน ซึ่งต่างจากปีที่แล้วมาก และยังไม่มีการตรวจพบอีกเลย ซึ่งจะต้องหาสาเหตุของการลดลง แต่อาจจะเป็นผลที่เกิดจากในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน ที่เริ่มรณรงค์ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19&amp;rdquo; ศ.นพ.ยง กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.นพ.ยง กล่าวเสริมว่า ในส่วนของวัคซีนเมื่อเปรียบเทียบการระบาดไทยมีความคล้ายกับการระบาดในแถบเขตซีกโลกใต้ อย่างออสเตรเลีย &amp;nbsp;ดังนั้นในการใช้วัคซีนจึงได้เลือกใช้วัคซีนแบบเดียวกัน โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ &amp;nbsp;3 สายพันธุ์ ได้แก่ A/H1N1, A/H3N2, B(Victoria or Yamagata) และ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ A/H1N1, A/H3N2, B Victoria and Yamagata ซึ่งการฉีดวัคซีนแต่ละชนิดก็ขึ้นอยู่กับการระบาดของสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ แต่ใน 3 สายพันธุ์และ 4 สายพันธุ์ไม่ได้แตกต่างกันมาก ทั้งนี้การฉีดวัคซีนสามารถเป็นไข้หวัดใหญ่ได้อีก แต่สามารถลดความรุนแรงลงได้ ดังนั้นต้องฉีดทุกปี และให้ดีที่สุดต้องก่อนฤดูฝน เพราะสายพันธุ์อาจจะเปลี่ยนไปในแต่ละปี &amp;nbsp;โดยเด็กเริ่มตั้งแต่อายุ 6 เดือน และที่สำคัญคือในผู้สูงอายุ เพราะหากเป็นไข้หวัดใหญ่มีโอกาสที่โรคจะรุนแรงมากกว่า &amp;nbsp;แต่หากใครแพ้ไข่นั้นไม่แนะนำ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ ส่วนอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงพบ 1 ใน 100,000 เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราพบว่า สถิติโรคไข้หวัดใหญ่ &amp;nbsp;ทั้งในไต้หวัน สิงคโปร์ &amp;nbsp;รวมทั้ง ไทยก็ลดลงในช่วงก.พ.-เม.ย.อย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากมาตรการรัฐบาลในเรื่องโควิด &amp;nbsp;รวมทั้งโรคมือเท้าปากด้วย ที่มักจะพบเยอะในช่วงนี้ ก็ไม่พบด้วยเช่นกัน &amp;nbsp; เป็นเพราะเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ. ธนรักษ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันการได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความสำคัญมาก เพราะอาการเริ่มต้น อายุ หรือความรุนแรง รวมไปถึงการป้องกันของโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด19 มีความคล้ายคลึงกันมาก ก็อาจจะทำให้เกิดความสับสนในการคัดกรองของโรงพยาบาล ดังนั้น การลดจำนวนกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ลงก็จะทำให้การจัดการโควิด-19 ง่ายขึ้น &amp;nbsp;ในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องให้ความสำคัญในการรับวัคซีน ซึ่งในสถานการณ์โควิด-19 ก็เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ซึ่งในระยะต่อจากนี้อาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการป้องกันและดูแลตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ถามว่าโควิด จะหยุดได้เมื่อไหร่ &amp;nbsp;ตามหลักก็คือต้องให้คนไทยติดเชื้อ50-70% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ อย่างอเมริกาที่ระบาดโครมคราม สำรวจจริงๆ พบว่าพื้นที่ ที่มีคนติดเชื้อเยอะ ยังอยู่ในระดับ 10% หรือเกิน10% น้อยมาก แต่แค่นี้โรงพยาบาลก็รับไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้น เราอย่าหวังเรื่องภูมิคุ้มกันหมู่ เราต้องทำให้คนติดเชื้อน้อยที่สุด และวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะช่วยให้รพ.ไม่แออัด แยกผู้ป่วยไข้หวัดออกจากโรคโควิด จึงขอรณรงค์ให้ 7กลุ่มเสี่ยงรีบไปขอรับคิวฉีด เพราะใครมาก่อนได้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะหมดก่อน&amp;quot;นพ.ธนรักษ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ทำการจัดซื้อวัคซีน 3 สายพันธุ์ จำนวน 4 ล้านโด๊ส ในส่วนของคนไทย 7 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องเข้ารับการฉัดวัคซีนก่อน ได้แก่ 1. หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2. ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หืด ไตวาย หลอดเลือดสมอง เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็ง ที่อยู่ระหว่างการได้รับยาเคมีบำบัด 3. ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 4. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6. โรคธาลัสซีเมีย และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และ 7. ผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กก. ต่อ ตารางเมตร เพราะเป็นกลุ่มที่หากเป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการเคลื่อนไหวของประชากรสูงมาก ดังนั้นจึงเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนรับวัคซีนตั้งแต่ 1 พฤษภาคม แบ่งเป็น 2 ระบบ คือ โทรที่เบอร์ 1330 สำหรับคนต่างจังหวัด เพื่อรับข้อมูลพื้นที่ในการฉีดวัคซีน และการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น สปสช. ส่วนในต่างจังหวัด ที่มีเครือข่ายระบบบริการสาธารณสุข อาทิ โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด ก็จะสามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามวันเวลานัด และสามารถใช้ได้ทุกสิทธิการรักษาในการขอรับวัคการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา, วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่, สปสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba8b7d20f44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
