<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่บูมรับข้อหา ร่วมฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธนสิทธิ์&amp;quot; พี่ชาย &amp;quot;บูม&amp;quot; เข้ารับทราบข้อหาร่วมกันฟอกเงินจากพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ให้การปฏิเสธ ยันไม่เคยรับโอนเงิน 100 ล้านจากนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ดังที่เป็นข่าว ส่วนการโอนเงินจากบริษัทบิตคอยน์ เป็นการทำธุรกิจปกติ ลุ้นพ่อแม่เข้ารับทราบข้อหา 1 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมนี้ นายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายคนรองของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดง เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา &amp;quot;ร่วมกันฟอกเงิน&amp;quot; ในคดีหลอกนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ ลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินสกุลบิตคอยน์ จำนวน 797 ล้านบาท โดยตำรวจพบมีเงินกว่า 100 ล้านบาทจากผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีนายธนสิทธิ์ และมีการโอนเงินไปที่บัญชีนายปริญญา เบื้องต้นนายธนสิทธิ์ให้การปฏิเสธและยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ โดยวันนี้ได้เตรียมพยานหลักฐาน เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในคดีมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายธนสิทธิ์เดินทางไปถึงกองปราบฯ ก็เข้าไปในห้องสอบสวนให้ปากคำเกี่ยวกับคดี โดยขั้นตอนคือตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาและปล่อยตัวกลับ เนื่องจากเป็นการเข้าพบตามหมายเรียก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ เข้าแจ้งความกองปราบฯ ว่าถูกนายปริญญา จารวิจิต และพวก หลอกลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินสกุลบิตคอยน์ จำนวน 797 ล้านบาท ซึ่งต่อมาศาลออกหมายจับนายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา และนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ดารานักแสดงหนุ่ม สามพี่น้อง ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบนายปริญญาโอนเงินที่หลอกลวงมาได้ไปเข้าบัญชี น.ส.สุพิชฌาย์ และนายจิรัชพิสิษฐ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจออกหมายเรียกนายธนสิทธิ์ เนื่องจากพบความเชื่อมโยงทางบัญชีการเงิน โดยนายธนสิทธิ์รับโอนเงินจากนายเออาร์นีโดยตรงกว่า 100 ล้านบาท ก่อนที่เงินดังกล่าวจะถูกโอนเข้าบัญชีนายปริญญา พี่ชาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีร่วมกันฉ้อโกง ตำรวจกองปราบฯ สรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหา 4 คน คือ นายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา นายธนสิทธิ์ และนายจิรัชพิสิษฐ์ ต่ออัยการไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่คดีร่วมกันฟอกเงิน มีการดำเนินคดีรวม 6 คน คือนายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา นายธนสิทธิ์ นายจิรัชพิสิษฐ์ นายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต บิดาและมารดา มีการแจ้งดำเนินคดีแล้ว 4 คน เหลือพ่อและแม่ที่จะมารับทราบข้อหาวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ นานกว่า 2 ชั่วโมง นายธนสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินตามหมายเรียก ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หรือเป็นล่ามให้พี่ชายเจรจากับนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ผู้เสียหายเรื่องการลงทุน และมั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่นต่อพนักงานสอบสวนในวันนี้ ว่าจะสามารถตอบข้อสงสัยให้กับพนักงานสอบสวนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนสิทธิ์ชี้แจงกรณีมีข่าวว่ามีเงินจากบัญชีนายเออาร์นีโอนเข้าบัญชีตนเองกว่า 100 ล้านบาท ยืนยันไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง และที่ผ่านมาก็ไม่เคยพูดคุยกับผู้เสียหายในเรื่องของการลงทุน แต่ยอมรับว่ามีเงินโอนมาจากบัญชีของบริษัท บิทคอยน์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งขึ้นตรงกับธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านเข้ามาที่บัญชี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจบิตคอยน์ที่จะมีเงินเข้า-ออกมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ครอบครัวอยู่ระหว่างเตรียมนำเอกสารจากสถานกงสุล ที่พี่ชายได้ทำไว้ว่าจะเดินทางกลับมามอบตัวสู้คดีในประเทศไทย ยื่นประกอบคำขอประกันตัวต่อศาล และขอความเป็นธรรมว่าพี่ชายไม่ได้หลบหนี เชื่อว่าหากพี่ชายได้ประกันตัวจะแก้ไขปัญหาหรือพูดคุยกับผู้เสียหาย ทำให้คดีคลี่คลายและจบลงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21042</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ธนสิทธิ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd8648f4eed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบบูมกล่อมเหยื่อ ได้มาเกือบ500ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูมกับพี่ชายเข้ารับทราบข้อหาร่วมกันฉ้อโกงคดีบิตคอยน์ ถูกเค้นสอบ 2 ชั่วโมง ยืนกรานปฏิเสธ ส่วน &amp;quot;ปริญญา&amp;quot; พี่ชายคนโตยังหายตัว ตำรวจเตรียมออกหมายจับ ด้านพ่อแม่ก็ส่อไม่รอด รอง ผบก.ป.เผยครอบครัว &amp;quot;จารวิจิต&amp;quot; ได้เงินจากเหยื่อเกือบ 500 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 29 สิงหาคมนี้ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดง ผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงิน คดีหลอกลวงนายเออาร์นี ออตตาวา ซาอ์มิมาอ์ สัญชาติฟินแลนด์ ลงทุนธุรกิจค้าเงินดิจิตอลบิตคอยน์ สูญเงินกว่า 797 ล้านบาท พร้อมนายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือร่วมกันฉ้อโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้บูมกับนายธนสิทธิ์ และนายปริญญา จารวิจิต พี่ชายคนโต, นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเปย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้น เข้าพบในวันที่ 29 ส.ค. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมฉ้อโกงเพิ่มเติม แต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายชาคริสและนายประสิทธิ์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อนวันนัดของพนักงานสอบสวน โดยมีผู้เสียหายเดินทางมาด้วย และมีการเจรจาทำบันทึกข้อตกลงจะจ่ายทรัพย์สินคืนให้ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายสามารถตกลงกันได้ โดยคดีฉ้อโกง เมื่อสามารถตกลงกันได้ ผู้เสียหายสามารถถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ขณะนี้จึงยังคงเหลือเพียงนายปริญญา ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่มีข่าวว่ายังอยู่ในสหรัฐอเมริกา และพนักงานสอบสวนแจ้งว่า หากพ้นจากวันนัดตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บูมและพี่ชายคนรองได้ให้ปากคำต่อ พ.ต.ต.กำธร นิยม สารวัตรสอบสวน กก.1 บก.ป. เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้น บูมกล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาตามหมายเรียกที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯ เชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนในเรื่องของคำให้การนั้น ตนได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดร่วมกับนายปริญญา ที่ผ่านมานับจากเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้มีการติดต่อหรือพูดคุยกับนายปริญญาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนสิทธิ์ ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้รีบไปขึ้นรถเดินทางกลับทันที โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. กล่าวว่า ที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม และนายธนสิทธิ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เพราะเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทราบว่า ทั้งคู่ได้ร่วมกับนายปริญญาเดินทางไปเจรจาชักชวนนายเออาร์นีนำเงินบิตคอยน์มาร่วมลงทุนด้วย โดยใช้ความเป็นดารานักแสดงพอมีชื่อเสียงของนายบูมมาร่วมชักจูงใจ ทั้งนี้ พบว่าครอบครัวจารวิจิตได้เงินจากนายเออาร์นีมาเกือบ 500 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า ในส่วนพ่อแม่ของนายบูม ขณะนี้ทางพนักงานสอบได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกในคดีร่วมกันฟอกเงิน หลังเรียกทั้งคู่มาให้ปากคำในฐานะพยานก่อนหน้านี้ แต่ทั้งคู่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร โดยให้การว่า เงินจำนวน 90 ล้านบาท ที่นายปริญญาโอนมาให้นั้น เป็นเงินที่มาจากการทำธุรกิจของครอบครัว ทั้งอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหาร ซึ่งทางเราได้ตรวจสอบแล้วพบว่าครอบครัวนี้มีเพียงธุรกิจร้านอาหารที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ร้านเดียว รายได้ตกวันละ 5,000 บาทเท่านั้น แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเงินโอนเข้า-ออกบัญชีหลายสิบล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เร็วๆ นี้จะมีการออกหมายจับนายปริญญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันฟอกเงินอย่างแน่นอน&amp;quot; พ.ต.อ.ชาคริตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16440</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ชาคริส อาห์มัด, ธนสิทธิ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เออาร์นี ออตตาวา ซาอ์มิมาอ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b869fe71b03e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
