<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดอดีตปชป.คบคิดทหาร ส่งนอมินียึดประชาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาธิปัตย์อบรม &amp;quot;ชูวิทย์&amp;quot; วิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ควรติชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่สร้างความเสียหายให้บุคคลอื่นตลอดเวลา ขณะที่ &amp;quot;แจ็ค วัชระ&amp;quot; ปูดอีก อดีตสมาชิกพรรคสมคบคิดทหาร ส่งนอมินีวางแผนยึดพรรค ปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนา ชีรวินิจ อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;(ปชป.) กล่าวถึงการที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย วิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรงว่า ขณะนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงตัวเองเพื่อให้พรรคกลับมาเป็นที่ยอมรับของประชาชนอีกครั้ง โดยพรรคได้เรียนรู้ในบทเรียนและประสบการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ความเคารพในความคิดเห็นของประชาชน ดังนั้นการที่ขณะนี้ภายในพรรคจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายนั้น ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีทุกคนเป็นเจ้าของพรรคอย่างเท่าเทียมกัน ทุกคนจึงมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะที่นายชูวิทย์กล่าววิพากษ์วิจารณ์พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะด้วยลักษณะที่ไม่เป็นธรรมกับพรรค แต่พรรคก็ยังน้อมรับฟัง เพียงแต่ขอให้นายชูวิทย์ให้เกียรติกับพรรคการเมืองอื่น องค์กรอื่นด้วย ในการติชมนั้น ควรติชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่สร้างความเสียหายให้บุคคลอื่นตลอดเวลา&amp;rdquo; นายธนา กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากล่าวว่า เราเข้าใจ และรับฟัง เพราะนี่คือวิถีทางหนึ่งของประชาธิปไตย ที่พร้อมจะรับฟังความคิดเห็นต่าง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือว่ามีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง การแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในพรรคการเมืองอื่น แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว สิ่งเหล่านี้ถือว่ามีความเป็นประชาธิปไตยสูง ในการรับฟังความเห็นต่างอย่างเข้าใจ และยอมรับในความคิดเห็นที่ไม่เหมือนกับตัวเอง แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการของการประชุมกรรมการบริหารของพรรคแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะเคารพในมติของพรรคทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์ต่อรองตำแหน่งประธานสภาฯ ให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค เพื่อแลกกับการร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า เป็นการปล่อยข่าวเลอะเทอะที่สุด สื่อมวลชนควรมีจรรยาบรรณในการตรวจสอบนำเสนอข่าวและความจริง ไม่ใช่กลายเป็นเครื่องมือการโฆษณาชวนเชื่อในสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวว่า นายบัญญัติเป็นผู้มีคุณธรรม มีหลักการและจริยธรรมทางการเมืองเป็นที่ประจักษ์ ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคมาโดยตลอด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะยอมไปเป็นประธานสภาฯ เพื่อให้ได้ตำแหน่งจากพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่านายบัญญัติไม่เคยมีความคิดนี้เลยแม้แต่น้อย นักการเมืองก็ต้องอ่านให้ขาดว่าพรรคไหนเป็นพรรคการเมืองจริงๆ หรือไม่ &amp;nbsp;พรรคไหนเป็นพรรคเฉพาะกิจ และประการสำคัญคือภายใต้สภาวการณ์แบบนี้ ถ้ามีรัฐบาลใหม่ ย่อมปราศจากความมั่นคง ไม่มีเสถียรภาพใดๆ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่มีใครบางคนแต่งตั้งตนเองไปแอบอ้างเจรจาต่างๆ นานานั้น จึงเป็นเพียงลิเกการเมืองเท่านั้น แต่ปัญหาที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญอยู่คือ คนที่ลาออกจากพรรคไปแล้วกำลังทุ่มยุทธปัจจัยรอบใหม่ เพื่อใช้นอมินีกลับมายึดพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;หลังจากล้มเหลวมาโดยตลอด คนที่ลาออกจากพรรคไปก็สมคบคิดกับนายทหารการเมืองเอาเงินมาใช้ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งใหม่ เพื่อหวังยึดพรรคให้ไปเป็นฐานอำนาจให้อดีตนายทหารบางคน แต่ผมเชื่อมั่นว่า แผนการยึดพรรคของคนกลุ่มนี้จะล้มเหลว เพราะสมาชิกพรรคที่มีอุดมการณ์ย่อมไม่เห็นด้วย อย่าให้ผลประโยชน์และตำแหน่งที่เขาเสนอล่อลวงอยู่เหนือเหตุผลและความเป็นจริง&amp;quot; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เพจพรรคประชาธิปัตย์โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;วันที่ 17 เมษายน 2562 จะเป็นวันที่ประเทศอินโดนีเซียจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา เลือกประธานาธิบดี และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นภายในวันเดียวกัน โดยประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งมากกว่า 193 ล้านคน จะต้องลงคะแนนเลือกตั้งบนบัตรลงคะแนนถึง 5 ใบในคราวเดียวกัน มีผู้ลงสมัครแข่งขันรับเลือกตั้งในตำแหน่งต่างๆ มากถึง 245,000 คน เพื่อชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี สมาชิกวุฒิสภาจำนวน 136 ที่นั่ง สมาชิกผู้แทนราษฎรจำนวน 575 ที่นั่ง สมาชิกสภาจังหวัด 2,207 ที่นั่ง ใน 34 จังหวัด และสมาชิกรัฐบาลท้องถิ่นอีกกว่า 27,610 ที่นั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมื่อ 15 ปีที่แล้วในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2547 อดีตนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ได้รับเกียรติจากองค์การ Carter Center ซึ่งเป็นองค์การนอกภาครัฐ มุ่งเน้นการส่งเสริมประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับการยอมรับจากนานาชาติ ภายใต้การนำโดยนายจิมมี คาร์เตอร์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้เข้าร่วมเป็นผู้นำสังเกตการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของประเทศอินโดนีเซียในครั้งนั้นด้วย เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงตามระบอบประชาธิปไตย และนายชวน หลีกภัย ถือเป็นนักการเมืองที่ได้รับการยกย่องเป็น Mr. Clean หรือนักการเมืองมือสะอาด&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33794</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนา ชีรวินิจ, พรรคประชาธิปัตย์, วัชระ เพชรทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb5e6041e6f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; www.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost ต้อนรับวันกลับมาทำงาน หลังหยุดยาววันสงกรานต์ 13-16 เม.ย.2562 ที่หลายท่านคงมีความสุขจากการพักผ่อน พบญาติพี่น้องมิตรสหาย เล่นน้ำสงกรานต์ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ กันไปแล้ว จากนี้ถึงเวลาเก็บแรงจากการพักผ่อน กลับมาลุยงานต่ออีกทั้งปี ขอให้เป็นวันที่สดใสของทุกคน ทำอะไรสำเร็จสมปรารถนาได้โดยเร็ววัน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงหยุดยาว แต่การเมืองไม่หยุดนิ่ง มีคนออกมาให้ข่าวต่อเนื่องจริงๆ ตั้งแต่ปม &amp;quot;พรรคพลังประชารัฐ&amp;quot; ปล่อยข่าวพลังดูด &amp;quot;พรรคเศรษฐกิจใหม่ - 35 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; มาร่วมรัฐบาลหนุน &amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; เป็นนายกฯ เดือดร้อน 2 พรรคที่ถูกอ้างถึงต้องปฏิเสธไม่เป็นความจริง จนถึงประเด็น &amp;quot;เทพไท เสนพงศ์&amp;quot; ว่าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เสนอตั้ง &amp;quot;รัฐบาลแห่งชาติ&amp;quot; กับอีกด้าน &amp;quot;ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล&amp;quot; อดีต รมว.คลัง เปิดประเด็นวันเลือกตั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเกินกรอบเวลา 60 วัน ในบทถาวร แต่ทุกประเด็นนั้นถูกตอกกลับหงายเก๋งยกเข่งไปตามกันทีเดียว...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องของ &amp;quot;เทพไท&amp;quot; เสียงจากหลายพรรคแทบจะเป็นเอกฉันท์ไม่หนุนรัฐบาลแห่งชาติ ส่วนปม &amp;quot;ธีระชัย&amp;quot; ล่าสุด กกต.ได้ออกเอกสารข่าวยืนยันการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นไปตามกรอบเวลา 150 วัน ในบทเฉพาะกาล นอกจากนี้ &amp;quot;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา&amp;quot; เลขาธิการ กกต. ยังเปิดเผยความคืบหน้าในการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ที่ทางจังหวัดได้ทยอยส่งเข้ามาให้ กกต.พิจารณาแล้ว ในการประชุม กกต.สัปดาห์นี้ก็จะมีวาระการพิจารณาคำร้องเหล่านี้ ทราบแล้วคงจะได้ลุ้นเลือกตั้งใหม่หน่วยไหน เขตไหนต่อไป...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 15 เม.ย.2562 &amp;quot;ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์&amp;quot; อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;การเมืองของประชาธิปัตย์&amp;quot; ทำนองว่าพรรคประชาธิปัตย์เละเป็นโจ๊ก เสียงแตก ต่างคนต่างเดิน ไม่มีใครคุมพรรคได้ ในฐานะประชาชนผู้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ย่อมรู้สึกผิดหวัง เพราะเขาเลือกเพื่อไม่ให้ &amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์&amp;quot; สืบทอดอำนาจอย่างที่หาเสียงไว้ แต่พอหลังเลือกตั้งผลออกมาได้น้อย กลับมาบอกว่าอดีตหัวหน้าพูดคนเดียว ไม่ใช่มติพรรค ต้องไปร่วมรัฐบาล แถมยังมีว่าที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์บางคน บอกสนับสนุนให้จัดรัฐบาลแห่งชาติไปเลย แล้วแบบนี้จะมีเลือกตั้งไปทำไม ปิดท้ายด้วยคำเตือนที่แพ้เลือกตั้งมาจากภายในพรรค หากยังไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;quot;ธนา ชีรวินิจ&amp;quot; อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้ &amp;quot;ชูวิทย์&amp;quot; ด้วยการยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในระหว่างการพิจารณาปรับปรุงตัวเอง เพื่อให้พรรคกลับมาเป็นที่ยอมรับของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง โดยพรรคได้เรียนรู้ในบทเรียนและประสบการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ความเคารพในความคิดเห็นของประชาชน และขอให้นายชูวิทย์ &amp;quot;ควรติชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่สร้างความเสียหายให้บุคคลอื่นตลอดเวลา&amp;quot; เอาจริงถ้ายอมรับอย่างเดียวก็ดูหล่อแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องสั่งสอนผู้วิจารณ์กลับว่าควรบริสุทธิ์ใจ ถ้า &amp;quot;ชูวิทย์&amp;quot; เตือนในฐานะผู้เลือกประชาธิปัตย์จริงๆ คงเสียความรู้สึก จริงไหม?...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33780</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, ธนา ชีรวินิจ, นายชาติสังคม, บันทึกหน้า4, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กห.แจงยิบงบกองทัพไม่มีมุบมิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกลาโหมกางข้อมูลแจงยิบงบปี 49-62 ไม่ต่างยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ เติบโตอยู่ที่เกณฑ์ 7% เป็นปกติไม่มีนัยพิเศษ ระบุงบประจำ 49% ซื้ออาวุธ 14.75% ผ่านขั้นตอน พ.ร.บ.งบฯ ตรวจสอบได้ &amp;nbsp;วอนนักการเมืองอย่าพูดลอยๆ มานั่งพูดคุยกันได้ พร้อมรับข้อเสนอแนะ กลุ่มอยากเลือกตั้ง-คนเสื้อแดง พาเหรดหน้า ทบ.จี้ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; เลิกเปิดเพลง &amp;quot;หนักแผ่นดิน&amp;quot; ชี้สร้างความเกลียดชัง &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; เหน็บ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ควรเปิดเพลงคืนความสุข สงสัยช่วงนี้ไม่ค่อยเปิด &amp;nbsp;ปชป.ย้อน พท.ยุค &amp;quot;ปู&amp;quot; เพิ่มงบ กห.มากกว่ายุค ปชป.เสียอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม (กห.) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp; แถลงชี้แจงงบประมาณกระทรวงกลาโหม ภายหลังจากที่หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายตัดงบประมาณเหล่าทัพว่า กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานความมั่นคงที่มีบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม 2551 ทั้งในด้านการป้องกันประเทศ และการรักษาความมั่นคงภายในการพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;พิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งขนาดของกองทัพก็เป็นไปตามสภาพของภัยคุกคามและสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ตามแต่รัฐบาลและสังคมเป็นผู้กำหนด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระบวนการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหมไม่แตกต่างจากกระทรวงอื่น ต้องให้ความเห็นชอบและเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนหรือซ่อนเร้น โดยกระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับ 4 รองจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวว่า เดิมงบประมาณทั้งประเทศวงเงินประมาณ 1 ล้านล้านบาท ถึงปัจจุบันเพิ่มเป็นจำนวน 3 ล้านล้านบาท ซึ่งการจัดทำงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมตั้งแต่ 2536 ถึง 2541 อยู่ที่ 12.7% ของประเทศ แต่เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ก็ถูกลดจนเหลือเพียง 6.5 ถึง 6.3% แต่อย่างไรก็ตามหลังปี 2549 งบประมาณได้เพิ่มเป็น 7.38% จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่ที่ &amp;nbsp;227,126 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.57% ของงบประมาณประเทศ โดยปี 2549-2562 ก็อยู่ที่ประมาณ 7.59 % ไม่ต่างจากยุคของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีการการเติบโตยังคงอยู่ที่เกณฑ์ 7% ซึ่งเป็นปกติไม่มีนัยพิเศษใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงเกิดวิกฤติจนงบประมาณกระทรวงกลาโหมถูกปรับลดลงเหลือเพียง 6% จนทำให้ไม่มีงบประมาณในการฝึก งบประมาณในการใช้น้ำมัน ต้องใช้กระสุนสำรองในอัตราสงครามมาใช้ฝึก หรือแม้แต่การบำรุงยุทโธปกรณ์ ทำให้ยุทโธปกรณ์เสียหาย โดยเฉพาะนักบิน เกิดวิกฤติสมองไหล เพราะไม่มีชั่วโมงบิน ซึ่ง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทราบเรื่องนี้ดี และเมื่อผ่านวิกฤติไปแล้ว เป็นช่วงฟื้นฟูในปี 2549 ถึง 2551 ทำให้งบประมาณถูกปรับขึ้นมาเป็น 7.9%&amp;quot; พล.ท.คงชีพ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กห.กล่าวอีกว่า เมือเปรียบเทียบการจัดทำงบประมาณที่มีการเติบโตตามผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือ (จีดีพี) ตามแผนพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพที่ตั้งไว้ของประเทศไทยอยู่ในอันดับ 6 หรือ 7 ของประเทศในอาเซียน โดยอันดับ 1 คือ ประเทศสิงคโปร์ บรูไนฯ เวียดนาม มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งการพิจารณาแผนพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพจะเป็นการรับรองภัยคุกคามตามห้วงระยะเวลา ต้องมียุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยสมัย ป้องกันการสูญเสียอธิปไตย แต่ไม่ได้ทำมากเกินไป การจัดหายุทโธปกรณ์เป็นการจัดหาที่เป็นไปได้และดำรงสภาพในการป้องกันประเทศได้ตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งต้องสร้างความพร้อมรบให้เพียงพอต่อการปฏิบัติได้ทันทีเมื่อเกิดภัยคุกคาม ภายใต้ภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม งบประมาณกระทรวงกลาโหม 49% เป็นงบรายจ่ายที่ให้กับบุคลากร อาทิ เงินเดือน สิทธิกำลังพล ด้านสวัสดิการของกำลังพล ซึ่งเป็นงบประจำอยู่แล้ว ส่วนอีก 20% เป็นงบประมาณด้านการเตรียมกำลัง การพัฒนายุทโธปกรณ์ การจัดตั้งหน่วยใหม่ ซึ่งเป็นงบในการจัดหายุทโธปกรณ์ 14.75% ซึ่งการจัดซื้อเป็นเรื่องของกองทัพในการผูกพันงบประมาณแต่ละปี เช่น โครงการเรือดำน้ำ ที่เป็นไปตามแผนพัฒนากองทัพ รวมไปถึงการจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อทดแทนของเก่าที่กำลังปลัดประจำการ เช่น รถถังเอ็ม 41 ที่ใช้มานานตั้งแต่ยุคสงครามโลก หรือเฮลิลคอปเตอร์ ที่สหรัฐให้กับไทยมา 52 ลำ ที่ตอนนี้ใช้ได้แค่ 3 ลำ มีการซ่อมบำรุง แต่ก็มีสภาพเก่ามาก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุก่อนหน้านี้ จึงมีความจำเป็นที่จัดหาใหม่ &amp;nbsp;
ใช้งบโปร่งใสตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดหายุทโธปกรณ์เป็นไปตามแผนพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ ซึ่งจะประเมินภัยคุกคาม ต้องจัดหายุทโธปกรณ์เพื่อรบแล้วไม่แพ้ ไม่สูญเสียอำนาจอธิปไตย ซึ่งจัดหาตามเกณฑ์พื้นฐานความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ว่าปัจจุบันนี้อาวุธของกองทัพยังไม่ครบตามอัตรา จึงอยู่ระหว่างค่อยนำมาเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน พร้อมยืนยันว่างบของประเทศคือภาษีของประชาชน และทหารทุกคนก็เสียภาษีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ งบประมาณในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นอยู่ในกระบวนการที่สามารถตรวจสอบได้โปร่งใสมากขึ้นด้วยซ้ำ ตามพระราชบัญญัติงบประมาณที่ออกมาใหม่ การจะใช้งบประมาณในโครงการใดเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ต้องนำเข้า ครม. จัดหายุทโธปกรณ์ก็เป็นแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล&amp;rdquo; โฆษก กห.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามนโยบายของพรรคการเมืองหากกระทรวงกลาโหมถูกตัดงบ 10 เปอร์เซ็นต์ จะส่งผลกระทบอะไรต่อกองทัพ พล.ท.คงชีพกล่าวว่า มิติความมั่นคงไม่ใช่เรื่องการป้องกันประเทศเพียงอย่างเดียว เพราะส่งผลกระทบต่อประชาชนด้วย เนื่องจากกองทัพต้องมีงบประมาณในส่วนของช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ และทุกภัยที่ไม่ได้เกิดจากสงครามปัจจุบันก็มีมากมาย แต่เราพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ และข้อคิดเห็นของประชาชนทุกคน หากข้อเสนอเป็นประโยชน์ เราก็พร้อมรับฟัง และอยากพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ไม่อยากให้มีการพูดกับแบบลอยๆ และหากนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ หรือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มีข้อมูลเสนอมา ตนก็พร้อมรับฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงแนวคิดที่เสนอให้ยกเลิกการมีกองบัญชาการกองทัพไทย และตั้งเป็นฝ่ายกรมเสนาธิการแทน สามารถทำได้จริงหรือไม่ โฆษก กห.กล่าวว่า อยากให้ผู้ที่เสนอมานั่งคุยกับตนมากกว่า ไม่อยากให้พูดแบบลอยๆ ผ่านสื่อมวลชน เพราะจะกระทบกับโครงสร้างความมั่นคงทั้งระบบ เรื่องนี้ไม่สามารถได้ทำได้ง่ายๆ เพียงวันเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ทุกอย่างเป็นไปได้ แต่ต้องศึกษาให้ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทำไมหลายพรรคจึงชูนโยบายตัดงบประมาณของกลาโหมโดยไม่พาดพิงกระทรวงอื่น พล.ท.คงชีพกล่าวว่า การที่ทหารเข้ามาเพราะประชาชนต้องการ ทุกอย่างมีที่มาที่ไป อยากให้ไปถามเรื่องนี้กับนักการเมืองมากกว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาที่ผ่านมาของบ้านเราอยู่ที่คนมากกว่า ดังนั้นคนต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ดีขึ้น ยืนยันรัฐบาลพิจารณาทุกงบประมาณอย่างโปร่งใส และไม่มีมุบมิบ สำหรับงบประมาณกระทรวงกลาโหมตั้งแต่ปี 2557-2562 มีดังนี้ ปี 2557 ได้รับงบประมาณ 183,819 ล้านบาท, ปี 2558 ได้รับงบประมาณ 192,949 ล้านบาท, ปี 2559 ได้รับงบประมาณ 206,461 ล้านบาท, ปี 2560 ได้รับงบประมาณ &amp;nbsp;213,544 ล้านบาท, ปี 2561 ได้รับงบประมาณ 218,503 ล้านบาท และปี 2562 ได้รับงบประมาณ 227,126 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีช่วงนี้หลายพรรคการเมืองมีนโยบายโจมตีกองทัพ จะมีการชี้แจงอย่างไรเพียงสั้นๆ ว่า ก็รู้อยู่แล้วยังจะถามอีก เมื่อถามว่ามีเพลงที่อยากแนะนำให้ไปฟังหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบเช่นเดิมว่า รู้อยู่แล้วยังจะถามอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณเกาะกลางถนน ด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน พร้อมพวก ซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนนักศึกษาประมาณ 4 คน เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เพื่อขอให้ยกเลิกการเปิดเพลงหนักแผ่นดิน ในสถานีวิทยุเครือกองทัพบก และเสียงตามสายในหน่วยทหาร
จี้เลิกเปิดหนักแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายพริษฐ์ได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึง ผบ.ทบ.ว่า การที่ พล.อ.อภิรัชต์พูดถึงเพลงหนักแผ่นดิน และสั่งการให้เปิดเพลงดังกล่าวในสถานีวิทยุเครือกองทัพบก รวมถึงเสียงตามสายภายในหน่วยทหารนั้น รู้สึกว่า พล.อ.อภิรัชต์ไม่เข้าใจเนื้อหาเพลงดังกล่าว เพราะเป็นเพลงที่ไม่สร้างสรรค์ อาจจะสร้างความขัดแย้งให้กับสังคมได้ ที่ผ่านมาก็สร้างบาดแผลให้กับสังคมเป็นอันมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เนื้อหาเพลงหนักแผ่นดินมีเนื้อหาโจมตีผู้เห็นต่างทางการเมืองว่าเป็นผู้บ่อนทำลายสังคม ดูถูกเพื่อนร่วมชาติว่ารับใช้อิทธิพลจากต่างประเทศ เนื้อหาของเพลงก่อให้เกิดแห่งความเกลียดชัง มีเป้าประสงค์เพื่อชี้ชวนให้มองว่าผู้เห็นต่างเป็นพวกหนักแผ่นดิน บั่นทอนความเป็นมนุษย์ของเพื่อนร่วมชาติ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงได้ และที่ผ่านมาเพลงดังกล่าวก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างบรรยากาศให้เกิดความเกลียดชังและความรุนแรงในหลายเหตุการณ์ ขอให้ ผบ.ทบ.ยกเลิกการเปิดเพลงดังกล่าว&amp;rdquo; นายพริษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศที่ด้านหน้า บก.ทบ. ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้นำแผงเหล็กมากั้นป้ายกองทัพบกไว้ เพื่อห้ามไม่ให้กลุ่มบุคคลที่มาทำกิจกรรมเข้าไปบริเวณดังกล่าว โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.นางเลิ้ง ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 50 นายเฝ้าสังเกตการณ์ และห้ามไม่ให้เคลื่อนไปยังบริเวณด้านหน้า บก.ทบ. หลังจากนายพริษฐ์อ่านจดหมายเปิดผนึกแล้วเสร็จจะนำไปยื่นต่อทหาร แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาต นายพริษฐ์จึงได้นำจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวไปติดที่ป้ายบริเวณเกาะกลางถนนแทน ก่อนนำกระดาษขนาดใหญ่ระบุข้อความ &amp;quot;เพลงหนักแผ่นดิน สร้างความเกลียดชัง ความรุนแรง ความเจ็บปวดในสังคม&amp;quot; วางบนพื้นเกาะกลางถนน จากนั้นตำรวจได้เข้ามาเชิญตัวนายพริษฐ์พร้อมพวกขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังไปให้ข้อมูลที่ สน.นางเลิ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นเวลา 09.30 น. นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง พร้อมด้วยนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ เดินทางมาทำกิจกรรมต่อเนื่อง โดยนายเอกชัยกล่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์เคยบอกว่ามีความเป็นกลางทางการเมือง แต่กลับมีพฤติกรรมหลายอย่างที่ตรงกันข้าม ล่าสุดก็ยังให้ไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน ซึ่งเป็นเพลงที่เปิดก่อนเกิดเหตุการณ์นองเลือดวันที่ 6 ต.ค.2519 พล.อ.อภิรัชต์ไม่ควรฟังเพลงประเภทนี้เพราะเชยและล้าสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายเอกชัยพร้อมพวกได้ทำกิจกรรมด้วยการสวมหน้ากากกันฝุ่นละออง นำตุ๊กตาหมีขนาดใหญ่และเก้าอี้พับมาตั้งไว้บนฟุตปาธบริเวณใต้ต้นมะขามเกาะกลางถนนด้านหน้า บก.ทบ. พร้อมนำเชือกฟางสีขาวที่เตรียมไว้เพื่อประกอบการแสดงต่อสื่อมวลชน จากนั้นนายเอกชัยได้นำเชือกมาพันรอบคอตุ๊กตาหมีเตรียมพร้อมไว้ ต่อด้วยการเปิดเพลง &amp;ldquo;ประเทศกูมี&amp;rdquo; จากเครื่องขยายเสียงที่นำติดตัวมาด้วย หลังจากนั้นสมาชิกในกลุ่มก็ได้เตรียมนำตุ๊กตาหมีขึ้นผูกบนต้นไม้ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาห้ามให้หยุดกระทำกิจกรรมดังกล่าว พร้อมนำกำลังมาล้อมเป็นวงกลม 2 ชั้น ทำให้นายเอกชัยใช้เก้าอี้พับที่เตรียมมาจำลองเหตุการณ์ โดยการทำท่าตีที่นายโชคชัยแทน ประกอบเพลงประเทศกูมีที่เปิดขึ้นไปพร้อมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งได้ใช้เครื่องขยายเสียงควบคุมฝูงชนแบบติดตามตัวเปิดเพลงความฝันอันสูงสุด เพื่อกลบเสียงเพลงประเทศกูมี ก่อนจะเชิญกลุ่มบุคคลทั้งหมดพร้อมอุปกรณ์ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังของ สน.นางเลิ้งออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีกลุ่มของนายอนุรักษ์ ฟอร์ด เจนตวนิชย์ แกนนำเสื้อแดงราชประสงค์ พร้อมสมาชิกประมาณ 20 คน เดินทางมาสนับสนุนการทำกิจกรรมต่อต้าน พล.อ.อภิรัชต์ที่ให้เปิดเพลงหนักแผ่นดิน ก่อนที่จะสลายตัวไปหลังจากนายเอกชัยและพวกถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายบัญชา ปรานนิวัฒน์ กลุ่มคนฝั่งธนรักสันติ เข้ายื่นหนังสือพร้อมดอกไม้ให้กำลังใจ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ว่าตนและพวกพร้อมอยู่เคียงข้างทหารทุกเหล่าทัพ เพราะเห็นว่าเหนื่อย ทำงานเสียสละดูแลประชาชน ซึ่งแม้จะเป็นกลุ่มเล็กๆ หากยังมีการเคลื่อนไหวและโจมตีวิพากษ์วิจารณ์ในอนาคต ตนและกลุ่มพร้อมจะมาให้กำลังใจแต่จะไม่ออกมาชุมนุมสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
ควรเปิดเพลงคืนความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมในปัจจุบันมีการใช้งบที่หละหลวม เราไม่จำเป็นต้องมีนายพลถึงกว่าพันนาย และไม่จำเป็นต้องมีกำลังพลถึง 4 แสนนาย เราเชื่อว่ากำลังรบของกองทัพในศตวรรษที่ 21 รูปแบบมันเปลี่ยนไปเยอะแล้ว เราอยากทำให้กองทัพทันสมัย เท่าทันโลก การตัดงบกองทัพจึงเป็นสิ่งจำเป็น ไม่เห็นว่าเรื่องที่เราเสนอเป็นภัยกับประเทศชาติ เพียงแต่สิ่งที่เสนออาจไปกระทบกับผลประโยชน์ของผู้นำกองทัพมาก เขาจึงต้องออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองเป็นเรื่องปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้มีหลายพรรคการเมืองอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คสช. หากสถานการณ์นำไปสู่การรัฐประหาร พรรคอนาคตใหม่จะทำอย่างไร นายธนาธร กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้ตึงเครียดมาก หากเกิดอุบัติเหตุนิดเดียว อาจกลายเป็นสึนามิทางการเมือง ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมกันกดดัน อย่าเพิ่งลดการ์ดลง อย่าให้ใครใช้รัฐประหารในการแก้ปัญหาเพราะหากเกิดรัฐประหารอีกครั้ง ประเทศจะพัง และขอฝากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำการเลือกตั้งครั้งนี้เท่าเทียมกันในทุกพรรคการเมือง เพราะนี่เป็นก้าวแรกที่จะเดินไปสู่ทางออก แต่หากเกิดรัฐประหารจริง คนที่รับผิดชอบคือคนที่ทำ ทั้งนี้ไม่มีใครอยากล้มการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่แน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ปกป้องผบ.ทบ.เรื่องเพลงหนักแผ่นดินว่า เพลงนี้เอาไว้ปลุกปั่นให้คนฆ่ากัน วันนี้การเอาเพลงหนักแผ่นดินมาเปิดนั้น ต้องการให้คนไทยฆ่ากันอีกหรือ ดังนั้นตนไม่เชื่อแน่นอนว่าทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ ผบ.ทบ.ไม่รู้ประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นตนยังยืนยันว่าเพลงที่เหมาะที่สุดในเวลานี้คือเพลงคืนความสุขที่ พล.อ.ประยุทธ์แต่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ต้องการเป็นแชมป์ต่อ พรรคการเมืองก็ต้องเสนอว่า 4 ปีต่อไปนี้จะทำดีกว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อย่างไร จึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ งบกองทัพ 5 ปี กับงบล้านล้าน ที่ไม่สอดคล้องกับความยากจนของประชาชน ซึ่งมีความยากลำบาก พรรคก็ต้องเสนอแนวทาง หนึ่งในนั้นก็เสนอลดงดกองทัพ เพราะประเทศไม่มีศึกสงคราม มีแต่ความยากจน เดือดร้อน เหลื่อมล้ำ จึงจำเป็นต้องมีเงินเอาไปแก้ไขสาธารณสุข การศึกษา และความยากจนของประชาชน&amp;quot; นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า จากกรณีเพลงหนักแผ่นดิน แสดงถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงในการเข้าสู่อำนาจของ คสช. นั่นก็คือเพื่อผลประโยชน์ของกองทัพ ทำให้เมื่อมีพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายลดงบประมาณกองทัพ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงตัว ผบ.ทบ.เอง ได้แสดงอาการไม่พอใจ และบอกให้ผู้เสนอนโยบายดังกล่าวไปฟังเพลงหนักแผ่นดิน การกระทำเช่นนี้มองว่ากองทัพกำลังพยายามจะทำตัวเป็นมาเฟีย ทำตัวมีอำนาจ และมีอิทธิพลเหนือประชาชน เป็นการสร้างความขัดแย้งมากกว่าปรองดอง ผิดมารยาททางการเมือง เพราะการนำเสนอนโยบายถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกับกองทัพ ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพที่จะห้ามมิให้ใครวิพากษ์วิจารณ์ ผบ.ทบ. จึงต้องระมัดระวัง และพึงสำรวมว่าจากนี้ไปรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนต้องอยู่เหนือกองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพลงที่ควรนำมาเปิดตอนนี้มิใช่เพลงหนักแผ่นดิน แต่ควรเป็นเพลงคืนความสุข ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้แต่งเมื่อ 5 ปีก่อน เพลงนี้เคยเปิดบ่อยๆ เหตุใดช่วงหลังๆ นี้จึงไม่เปิดเลย คิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด เพราะเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าสิ่งที่รัฐบาลทหารพูด สัญญานั้น ไม่เป็นความจริง และจะเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าควรคืนความสุขให้ประชาชนโดยเร็วผ่านการเลือกตั้งได้แล้ว อย่าผิดคำพูดบ่อยๆ และขอเตือนว่าอย่าพยายามที่จะล้มกระดานการเลือกตั้งอีก เพราะครั้งนี้ประชาชนจะไม่ทนอีกต่อไป&amp;quot; นายรยุศด์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความไม่พอใจของคนในสังคมที่มีต่อท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ เรื่องการเปิดเพลงหนักแผ่นดินนั้น สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่กองทัพเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง ดังนั้นในการปฏิรูปกองทัพ ต้องมีการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรด้วย เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีคิดของทหารในกองทัพให้เข้าใจบทบาทของตนเองในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพิจารณาคัดเลือกนายทหารที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วย ควรพิจารณาปูมหลังเกี่ยวกับความคิดทางการเมืองด้วยว่าเป็นอันตราย หรือเป็นปฏิปักษ์กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ เพราะเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อการยึดอำนาจได้เมื่อสบโอกาส ซึ่งวิธีนี้น่าจะช่วยป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารได้อีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคนไทยส่วนใหญ่เทคะแนนให้พรรคการเมืองที่ชูนโยบายตัดงบประมาณในการซื้ออาวุธของกองทัพและยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร กองทัพก็ควรเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว และว่า บ้านเมืองของเราบอบช้ำมามากแล้วประเทศควรเดินไปข้างหน้าเสียที หากมีการล้มกระดานเลือกตั้งอีก สมควรถูกประณามว่าหนักแผ่นดินของจริง
ยุค&amp;quot;ปู&amp;quot;เพิ่มงบกห.มากกว่าปชป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงเรียกร้องให้เพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ถอนข้อความที่มีการเผยแพร่ข้อมูลกราฟฟิกที่ระบุว่า พรรคปชป.อนุมัติงบประมาณกองทัพและกระทรวงกลาโหมมากที่สุดในรอบ 12 ปี เพราะเป็นการเสนอข้อมูลเท็จ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เข้ามาเป็นนายกฯในเดือนธันวาคม 2551 แต่การจัดทำงบประมาณปี 2552 จัดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลพรรค ปชป. จัดทำงบประมาณปี 2553 และ 2554 ซึ่งพบว่างบกระทรวงกลาโหมปี 2553 ที่จัดทำโดยรัฐบาลพรรค ปชป. อยู่ที่ 154,032 ล้านบาท น้อยกว่างบปี 2552 ที่จัดทำโดยรัฐบาลนายสมชาย ซึ่งอยู่ที่ 170,157 ล้านบาท และงบปี 2554 ที่ทำโดยรัฐบาลพรรค ปชป. ซึ่งอยู่ที่ 168,502 ล้านบาท ก็เป็นตัวเลขต่ำสุดหากนับจากรัฐบาลถัดมาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่อยากให้มีการใช้สื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และขณะนี้หลายพรรคการเมืองมีการประกาศจะตัดงบทหารเท่านั้นเท่านี้ แต่ที่สุดก็ไม่เห็นมี &amp;nbsp;แต่เรายืนยันว่าการให้ข้อมูลกับประชาชนต้องมีความเป็นจริง จึงขอแจ้งไปยังเพจดังกล่าวให้ถอดข้อความเท็จนี้ภายใน 24 ชั่วโมง มิเช่นนั้นพรรคจะดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาที่นำเอาข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มองการจัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในช่วงที่มีการรัฐประหารอย่างไร นายธนาธรกล่าวว่า หลายงบประมาณที่ประชาชนมีความเคลือบแคลง โดยเฉพาะงบจัดซื้อเรือดำน้ำ &amp;nbsp;หรืองบจัดซื้อรถถัง ที่มองว่ายังไม่มีความจำเป็น และควรนำงบนี้มาช่วยเหลือประชาชนที่ยากจน กระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศเดินหน้าได้ประโยชน์มากกว่า เพราะปัจจุบันการสู้รบของทหารน่าจะมีความจำเป็นลดน้อยลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคปชป. ประธานคณะกรรมการนโยบายพรรค โพสต์เฟซ บุ๊กระบุว่า ไม่มีเจตนาจะปกป้องหรือกล่าวหาใคร แต่หากดูจากตารางจะเห็นว่า งบทหารเพิ่มขึ้น (เกือบ) ทุกปีจริง แต่ตามจริงงบทุกกระทรวงก็เพิ่มขึ้นตาม GDP ที่สูงขึ้นเหมือนกัน ปีเดียวที่กล้าปรับลดงบทหารลงไปคือในสมัยคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร เป็น รมว.กลาโหม) หากวัดจากสัดส่วนต่อ GDP เราจะเห็นว่างบทหารไม่ได้ผิดปกติ และลดลงต่อเนื่องในยุค คสช. แต่ละประเทศจะมีการจัดสรรงบทหารตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ของตน ปกติจะใช้วิธีเปรียบเทียบกับ GDP ซึ่งจะเห็นว่ามีทั้งต่ำกว่าและสูงกว่าเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การใช้งบรัฐไม่ว่าจะงบประมาณรายจ่ายประเภทใดก็ตาม (รวมถึงงบทหาร) ต้องโปร่งใส แต่ทุกฝ่ายไม่ควรเพิ่มเงื่อนไขความแตกแยก โดยไม่มีความรับผิดชอบต่อข้อเท็จจริง ประชาชนควรดูพฤติกรรมของทุกรัฐบาลในอดีตว่าเคยมีท่าทีอย่างไร พรรคที่ประกาศว่างบทหารต้องลดลง เคยมีการปรับงบทหารลงในยุคที่มีอำนาจหรือไม่ ในสมัยเราเป็นรัฐบาล กลาโหมร้องของบซื้อเรือดำน้ำ คุณอภิสิทธิ์ถามว่า &amp;lsquo;ทหารเรือเราใช้เรือดำน้ำเป็นหรือยัง? และจึงมีนโยบายให้ไปฝึกมาก่อนที่คิดจะซื้อ สุดท้ายไม่ได้มีการจัดซื้อเรือดำน้ำในยุคเรา&amp;quot; นายกรณ์ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวกรณีพรรคการเมืองเสนอตัดงบประมาณกลาโหมว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคเสนอ แต่การนำเสนอต้องอยู่กับข้อเท็จจริงและเหตุผล ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี มีอยู่ยุคหนึ่งที่งบกลาโหมลดลง นั่นคือสมัยที่ตนเป็นรัฐบาล และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กห. แปลว่าปรับลดงบ กห.ได้ แต่ต้องมีเหตุผลว่าลดเพราะอะไร อยากเห็นพรรคการเมืองสร้างสรรค์ การวิพากษ์วิจารณ์ทำได้ แต่อย่าให้เกิดบรรยากาศขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีมีหลายพรรคการเมืองพูดถึงนโยบายลดงบประมาณกองทัพว่า ประเทศเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว ถ้ารั้วเราไม่แข็งแรงขโมยจะเข้าบ้าน ที่ผ่านมาขโมยเข้าบ้านเยอะ เราต้องเรียนรู้วิธีอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุขและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ที่ผ่านมาพี่น้องทหารก็มีความเสียสละ เช่น ทหารใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่คอยเฝ้าระวังความปลอดภัยให้คนไทย เราจะไปบอกว่าทหารไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะทุกคนต่างทำหน้าที่วันนี้เราต้องรีเซตใหม่ ประชาธิปไตยจะกลับมาสู่ประเทศ ทุกคนปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ถ้าใครต้องการเห็นความขัดแย้งหรือสนับสนุนให้มีความขัดแย้งในบ้านเมือง คนนั้นคือคนหนักแผ่นดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า คสช.และกองทัพควรวางเป็นกลางตัว ทำให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม รวมทั้งยอมรับผลการเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะได้ไปกาบัตรในวันที่ 24 มี.ค.อย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวขณะที่เดินพบปะประชาชนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า &amp;quot;ทหารคือปัญหาของบ้านเมือง ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา หากผมได้มีโอกาสเข้าไปบริหารบ้านเมือง ต้องไม่มีเกณฑ์ทหาร ต้องยุบหน่วยทหารที่ไม่จำเป็นออก กองบัญชาการทหารสูงสุดต้องยุบ กองทัพน้อยต้องยุบ ศาลทหารไม่มีศึกสงคราม ไม่ต้องมี&amp;rdquo;. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29593</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, จตุพร พรหมพันธุ์, ธนา ชีรวินิจ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, รยุศด์ บุญทัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d681622f75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกปชป.โวยเพจ&#039;ลุงตู่ตูน&#039;บิดเบือนข้อมูลโจมตีรัฐบาลยุคมาร์ค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.62 - นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้เพจเฟซบุ๊กลุงตู่ตูน ถอนข้อความที่มีการเผยแพร่ข้อมูลกราฟริกที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์อนุมัติงบประมาณกองทัพและกระทรวงกลาโหมมากที่สุดในรอบ 12 ปี เพราะเป็นการเสนอข้อมูลเท็จ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม 2551&amp;nbsp; แต่การจัดทำงบประมาณปี 2552 จัดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จัดทำงบประมาณปี 2553 และ 2554&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนา ชี้แจงว่า เมื่อดูตัวเลขที่แท้จริงพบว่า งบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2553 ที่จัดทำโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่ 154,032 ล้านบาท น้อยกว่างบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2552 ที่จัดทำโดยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งอยู่ที่ 170,157 ล้านบาท และงบประมาณกระทรวงกลาโหมปี 2554 ที่ทำโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งอยู่ที่ 168,502 ล้านบาท ก็เป็นตัวเลขต่ำสุดหากนับจากรัฐบาลถัดมาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า พรรคไม่อยากให้มีการใช้สื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะที่มีการหาเสียงเลือกตั้งทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และขณะนี้หลายพรรคการเมืองมีการประกาศจะตัดงบทหารเท่านั้นเท่านี้ แต่ที่สุดก็ไม่เห็นมี&amp;nbsp; แต่เรายืนยันว่าการให้ข้อมูลกับประช่าชนต้องมีความเป็นจริง จึงขอแจ้งไปยังเพจดังกล่าวให้ถอดข้อความเท็จนี้ภายใน24 ชั่วโมง มิเช่นนั้นพรรคจะดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาที่นำเอาข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เราถือว่าอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่มีเจตนา แต่เมื่อทราบข้อความที่แท้จริงแล้ว ถ้าพ้นเวลาที่กำหนดแล้วยังไม่มีการเอาออก แสดงว่ามีเจตนาเอาข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ พรรคจะดำเนินคดีกับท่านแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามองการจัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในช่วงที่มีการรัฐประหารอย่างไร นายธนากล่าวว่า หลายงบประมาณที่ประชาชนมีความเคลือบแคลง โดยเฉพาะงบจัดซื้อเรือดำน้ำ&amp;nbsp; หรืองบจัดซื้อรถถังที่มองว่ายังไม่มีความจำเป็น และควรนำงบนี้มาช่วยเหลือประชาชนที่ยากจน กระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศเดินหน้าได้ประโยชน์มากกว่า เพราะปัจจุบันการสู้รบของทหารน่าจะมีความจำเป็นลดน้อยลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนา ชีรวินิจ, ลุงตู่ตูน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4a94ec71791.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ปราศรัยใหญ่ครั้งแรก8ก.พ. เปิดตัวทีมแก้จน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ. 62 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจัดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกและครั้งสำคัญ หลังจากเว้นว่างมานานร่วม 8 ปี โดยจะมีขุนพลคนสำคัญของพรรค พร้อมการเปิดตัวทีม &amp;quot;ประชาธิปัตย์แก้จน สร้างคน สร้างชาติ&amp;quot; และกลุ่มคนรุ่นใหม่ &amp;quot;NEW DEM พรรคประชาธิปัตย์&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยไฮไลท์สำคัญคือ การปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อโชว์วิสัยทัศน์และนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งทั่วไปปี2562 โดยชูประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต แก้จนสร้างคน สร้างชาติ ที่อาคารชาญชัย อะเคเดียม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ในวันศุกร์ที่ 8 ก.พ. 2562 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป จึงขอเชิญพี่น้องประชาชนและสมาชิกพรรคมาร่วมรับฟังการปราศรัยใหญ่ชี้แจงถึงนโยบายของพรรคในการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศครั้งนี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28454</URL_LINK>
                <HASHTAG>8ก.พ., ธนา ชีรวินิจ, ปชป., ปราศรัยใหญ่, ม.กรุงเทพธนบุรี, แก้จน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c53db1e59d1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครัวพระราชทาน ที่นครศรีธรรมราชแม่ทัพภาค4เผยพระมหากรุณาธิคุณร.10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 เผย จังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เปิดโรงครัวพระราชทานประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัยพายุปาบึก ขณะที่ภาครัฐ ภาคเอกชน พรรคการเมือง พร้อมใจตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ม.ค. พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พบปะและตรวจเยี่ยมประชาชนที่อพยพหลบภัยจากพายุปาบึก ที่ศูนย์อพยพสนามกีฬามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อำเภอท่าศาลา และที่ศูนย์อพยพโรงเรียนสิชลคุณาธารวิทยา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้อพยพ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของที่จำเป็นให้แก่ผู้อพยพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 เผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยผู้ประสบภัยจากพายุปาบึก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ในการประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนที่ศูนย์อพยพต่าง ๆ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ ในส่วนของรัฐบาลและผู้บัญชาการทหารบก ก็มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนเช่นกัน จึงได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ตั้งแต่ก่อนที่พายุจะเคลื่อนตัวเข้าฝั่ง จากนี้ไปก็จะเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัย เช่น การตัดต้นไม้ที่ล้มกีดขวางเส้นทาง ล้มทับบ้านเรือนของประชาชน รวมทั้งซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่า ขณะนี้พายุโซนร้อนปาบึกได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กม./ชม. และเคลื่อนลงทะเลอันดามันแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า แม้พายุจะอ่อนกำลังลง แต่ขอให้ทุกคนอย่าประมาท โดยอาจพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวไปก่อน จนกว่าทางราชการจะประกาศชัดเจนว่าปลอดภัย ส่วนพื้นที่ใดที่พายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว และประชาชนเริ่มทยอยกลับเข้าที่พัก ขอให้เจ้าหน้าที่ลงไปให้คำแนะนำถึงการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัย และเตรียมการช่วยเหลือฟื้นฟูซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างที่เสียหาย เสาไฟฟ้าที่หักโค่น เพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ตามปกติ&amp;quot;
ปล่อยข่าวลวงฟันทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องสวัสดิภาพของประชาชน โดยเฉพาะการออกเรือในทะเล การบิน และการใช้รถใช้ถนน จะต้องมีการยืนยันจากหน่วยงานของรัฐ จึงจะสามารถดำเนินการได้ตามปกติ พร้อมทั้งฝากเตือนไม่ให้มีการปล่อยข่าวบิดเบือนสร้างความตื่นตระหนก เช่น พายุจะวกกลับมาอีก เป็นต้น หากพบจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมทั้งกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยถึงกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกว่า เบื้องต้นได้สั่งการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำจังหวัดไปสนับสนุนและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างตามศูนย์อพยพในที่ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการต่อวีซ่าชั่วคราวให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ส่วนกรณีที่มีข้อมูลเรืออับปางกลางทะเลในช่วงที่มีพายุเข้า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลยืนยันผู้ที่อยู่บนเรือว่าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือไม่ ส่วนกรณีที่เรือดังกล่าวนำนักท่องเที่ยวออกท่องเที่ยวนั้น หากพบว่าเป็นการนำเที่ยวหลังมีการประกาศเตือนห้ามนำเรือออกจากฝั่ง ก็ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช(หลังใหม่) ได้มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึกอย่างต่อเนื่อง มีนายสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้รับมอบ เช่น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท หมิงเยี้ยน จำกัด มอบเครื่องดื่มชูกำลัง จำนวน 128 ลัง, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มอบถุงยังชีพ จำนวน 400 ชุด พร้อมน้ำดื่ม 200 แพ็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น นายจิมมี่ ชวาลา มอบขนมปังปี๊บจำนวน 2,000 ปี๊บ, ชมรมธนาคารพาณิชย์นครศรีธรรมราชมอบไข่ไก่สด 10,000 ฟอง, โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช มอบอาหารกล่องพร้อมรับประทาน 1,000 กล่อง และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทยทุ่งสง จำกัด มอบถุงยังชีพ 300 ชุด เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ มากมณี ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ตั้งศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก ขึ้นที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ สามารถร่วมบริจาคได้ตั้งแต่วันที่ 5-31 มกราคม 2562 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ห้องโถงศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช (หลังใหม่) หรือบริจาคเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก จังหวัดนครศรีธรรมราช พ. ศ.2562 เลขบัญชี 389-0-2 4499-8 ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัด โทรศัพท์หมายเลข 0-7535-6133, 0-7535-6597
พรรคการเมืองตั้งศูนย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นจากพายุปลาบึกว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้สั่งการให้อดีต ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ทุกคนให้อยู่ในพื้นที่และตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยขณะนี้ได้มีการตั้งศูนย์ประสานงานฯ แล้ว 50 ศูนย์ พร้อมขอให้ อดีต ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ทุกคนออกเยี่ยมเยือนประสานงานกับพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุ และที่ถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะมีอาสาสมัครและหน่วยงานเอกชนเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จึงขอให้อดีต ส.ส.ในพื้นที่ได้เข้าไปประสานงานทำความเข้าใจ เพราะ ส.ส.ในพื้นที่ถือเป็นผู้ที่มีความชำนาญ และเป็นคนในพื้นที่ จึงสามารถชี้จุดเพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากล่าวอีกว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังได้เน้นย้ำให้งดเว้นกิจกรรมทางการเมืองทุกชนิดจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย ให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยในกรุงเทพมหานคร รวมถึงที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทยถนนเพชรบุรี เป็นศูนย์รับน้ำใจจากประชาชนในกรุงเทพมหานคร ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในภาคใต้ที่ประสบภัยพิบัติจากพายุปาบึก ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.2562 เป็นต้นไป โดยความช่วยเหลือชุดแรกจะมีคณะตัวแทนพรรคเดินทางไปมอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัย ณ ศูนย์อพยพ ในพื้นที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันอาทิตย์ที่ 6 ม.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคเพื่อไทยจึงขอเชิญพี่น้องประชาชนร่วมบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึกในภาคใต้ ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทยทุกเขตใน กทม.และที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรี ได้ทุกวัน เพื่อเป็นการมอบกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยที่กำลังได้รับความทุกข์ยากอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทราบว่ามีบ้านเรือนเสียหายบางส่วน และเสียหายทั้งหลัง รวมทั้งต้องการความช่วยเหลือเป็นน้ำดื่มและอาหารด้วย&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พรรคกำชับไปยังสาขาพรรคและผู้เสนอตัวรับเลือกตั้งในนามพรรค ให้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ช่วยเหลือประชาชนในชุมชนและศูนย์อพยพต่างๆ อีกทั้งสนับสนุนปฏิบัติการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยอย่างทันท่วงที พร้อมกำชับแนวปฏิบัติในการออกช่วยเหลือ จะต้องเคียงข้างประชาชนอย่างจริงใจ ไม่ฉวยโอกาสหาเสียงเลือกตั้งเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการบรรเทาความเสียหายในฐานะประชาชนคนหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25832</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ธนา ชีรวินิจ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, สมพงษ์ มากมณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190105/image_big_5c30adc7ec192.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2026 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;สั่งลูกพรรคงดกิจกรรมการเมือง เร่งระดมช่วยเหลือชาวใต้เผชิญภัยปาปึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค.62 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้สั่งการให้อดีตส.ส. ของพรรคทางภาคใต้ทุกคนให้อยู่ในพื้นที่ เพื่อดูแลปัญหาความเดือดร้อนหลังจากพายุโซนร้อนปาบึกได้พัดผ่านโดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อดูแลปัญหาความเดือดร้อน ได้ตั้งศูนย์ประสานงานในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว 50 ศูนย์ &amp;nbsp;และให้อดีตส.ส.ที่อยู่ในพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เนื่องจากพี่น้องประชาชนบางส่วนอาจจะถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือต่างๆในพื้นที่ เพราะอดีตส.ส.มีความเข้าใจพื้นที่และสามารถช่วยเหลือได้ดีกว่าทางราชการ เพราะฉะนั้นจึงให้ออกเยี่ยมเยียนและพบปะประชาชนในกรณีที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนก็ให้ประสานงานกับทางข้าราชการ และหากมีพื้นที่ใดที่ต้องการให้ทางส่วนกลางให้ประสานงานเร่งช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเมื่อมีเหตุประสบภัยก็เป็นเรื่องธรรมดาที่มีพี่น้องประชาชนที่เป็นอาสาสมัครอยากเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แต่ความเข้าใจในรายละเอียดถึงความเดือดร้อนต้องให้อดีตส.ส.ในพื้นที่ช่วยชี้ทาง&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ หรือกำหนดจุดในการที่จะเข้าช่วยเหลือ โดยประสานงานกับกลุ่มอาสาสมัครภาคเอกชนในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงนี้หัวหน้าพรรคฯสั่งให้งดเว้นกิจกรรมทางการเมืองใดๆทั้งสิ้นในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติจนกว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวใต้จะได้รับการดูแลให้เรียบร้อย &amp;nbsp;และขอส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ทุกท่านที่ประสบภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุมพร สงขลา ตรัง พังงา กระบี่ และประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่โดยรอบพี่อาจจะมีผลกระทบจากพายุ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ ให้ผ่านพ้นปัญหาภัยพิบัติในครั้งนี้ รวมทั้งขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ และเอกชนต่างๆที่ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้&amp;rdquo;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนา ชีรวินิจ, ปชป., ประชาธิปัตย์, มาร์ค อภิสิทธิิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190105/image_big_5c30493c2c0ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
