<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปต้นทาง แก้ยัด&#039;ข้อหา&#039; ป้องกัน&#039;แพะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วงเสวนารวมพลคนเป็นแพะ 3 คดีร่วมกันแฉตำรวจยัดข้อหา ซ้อม ทรมานให้รับสารภาพ เดินหน้าฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย พ่อเด็ก ม.6 โอดครอบครัวหมดเนื้อหมดตัว ลูกชายถูกซ้อมจนเป็นโรคซึมเศร้า &amp;nbsp;อัยการสะท้อนใจแฉมีคดีแพะอื้อ แนะปฏิรูปให้อัยการเห็นสำนวนตั้งแต่แรก หลายหน่วยงานฟ้องเองได้ อึ้ง!อดีตผู้พิพากษาศาลฎีการับเป็นแพะเหมือนกัน ถูกหลอกมาเยอะ กว่าสำนวนขึ้นสู่ศาลแทบไม่เหลืออะไรแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;ถนนสามเสน วันที่ 7 ตุลาคม มีการเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;ตำรวจยัดข้อหา ประชาชนจะต่อสู้และปฏิรูประบบสอบสวนอย่างไร?&amp;quot; จัดโดยเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) Police Watch ซึ่งมีเหยื่อและญาติผู้ต้องหาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยัดข้อหามาร่วม 3 กรณี โดยมี พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ผู้เขียนหนังสือ &amp;quot;วิกฤติตำรวจและงานสอบสวน จุดดับกระบวนการยุติธรรม&amp;quot; เป็นผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.จินดา ศรีสมัย ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดครอบครองยาเสพติด กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อ 19 ก.ย.54 ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยัดยา ใช้วิธีการซ้อม บังคับให้ยอมรับว่าครอบครองยาเสพติดที่สถานบันเทิง ซึ่งตำรวจเข้าใจว่าตนเองชื่อ &amp;quot;เก๋&amp;quot; ตามที่สายลับบอกมา ต่อมาตำรวจตามไปจับที่ปั๊มน้ำมัน อ.สำโรง จ. สมุทรปราการ ขณะกำลังไปขึ้นรถ แล้วตบไปมา ถามว่า &amp;ldquo;มึงมีของมั้ย&amp;rdquo; มีการค้นที่ห้องพักและเอาของที่มีราคาไป หยิบเงินไปกว่าหมื่นบาท ระหว่างที่ไป บก.น.1 ก็ยังมีการซ้อม บอกว่าถ้าอยากกลับบ้านก็ขอมีเพศสัมพันธ์กับตำรวจ 4 นาย ขอเงิน 200,000 บาท ถ้าไม่สามารถเอาเงินมาได้ก็จะเพิ่มยาเสพติดให้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิฉันมีการให้รายละเอียดต่อศาลว่าถูกซ้อม แต่ศาลไม่รับฟัง แต่ฟังตำรวจมากกว่าผู้ต้องหา เป็นเรื่องที่ไม่มีการนำพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นหลักฐาน และศาลไม่ให้ประกันตัว ศาลชั้นต้นลงโทษ 9 ปี 4 เดือน &amp;nbsp;ติดไปแล้วกว่า 3 ปี ต่อมาดิฉันเห็นคนเดิมไปทำเหตุการณ์เช่นนี้กับคนอื่นอีกจึงทนไม่ได้ จึงขอให้กระบวนการยุติธรรมปรับปรุง เพราะประชาชนเดือดร้อนมากแล้ว และได้ฟ้องกลับตำรวจที่จับกุมในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย และตบทรัพย์&amp;quot; น.ส.จินดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยงค์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ตามมาตรา 131 ป.วิอาญาเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบต้องรวบรวมหลักฐานทุกชนิดเพื่อพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิด และพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาด้วย ดังนั้นต้องไม่มีอคติต่อผู้ต้องหา และหากไม่ได้รับความยุติธรรม ขอให้ผู้ต้องหายื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดขอความเป็นธรรมได้ ซึ่งมีสิทธิที่จะดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานสอบสวนภายในอายุความที่กำหนด อย่าเชื่อว่าจะมีการวิ่งเต้นไม่ให้อัยการสั่งไม่ฟ้องหรือโดนหลอก สำหรับปัญหาการสอบสวนของไทย เพราะอัยการไม่ได้ลงไปสอบสวนด้วยแต่แรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ฟังเรื่องของคุณจินดาแล้วสะท้อนใจ ตนได้ยินเรื่องเหล่านี้มาแทบทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ เรื่องแบบนี้ในต่างประเทศหากมีความผิดพลาดเมื่อเห็นปัญหาต้องรีบแก้ไข แต่ประเทศไทยจะรีบแก้ตัว และปกปิดความจริง กรณีแบบเดียวกับคุณจินดามีมากมาย ประเทศใดที่มีการคอร์รัปชันมาก ตัวชี้วัดคือกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกระบวนการยุติธรรมไทยโคตรห่วยแตก เกิดการจับผิดและยัดข้อหารีดเงินกันมากมาย พนักงานสอบสวนไม่รวบรวมหลักฐานหรือสอบสวนเพิ่มเติมตามจริงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามมาตรฐานสากล เมื่อตำรวจจับผู้ต้องหาไปแล้วจะรีบแจ้งอัยการทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การปฏิรูปของไทยต้องยอมให้อัยการสามารถลงไปดูหรือรับรู้เมื่อมีการจับกุม และการที่ดำเนินคดีควรมีหลายหน่วยงานดำเนินคดีได้ เช่น ปกครอง อัยการ ส่งพยานหลักฐานฟ้องเองได้ ที่น่าสงสัย การยึดยาเสพติดของไทยมีปัญหามาก ทำให้ตำรวจเอายาไปยัดยาให้ใครก็ได้ จับ 1 หมื่นเม็ด เหลือ 1 พันเม็ด แล้ว 9 พันเม็ดไปไหน ซึ่งในต่างประเทศเขาจะให้อัยการเข้าไปตรวจสอบด้วยแต่แรก เพื่อไม่ให้ตำรวจนำยาที่ไม่รายงานไปยัดให้ใครได้ การทำงานของเราไม่มีมาตรฐานแม้แต่ขั้นตอนเดียว&amp;quot; นายน้ำแท้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร ตันศิริคงคล ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ม.บูรพา กล่าวว่า การที่สอบสวนไม่มีการบันทึกภาพและเสียงทำให้เกิดปัญหา หากมีอุปกรณ์เหล่านี้ จะเห็นว่าผู้ต้องหามีบาดแผลจากการซ้อม ทรมาน เมื่อมีการจับกุม พนักงานสอบสวนไม่สอบเพิ่มเติม หลายกรณีไม่มีการถ่วงดุล สตช.ควรนำกรณีผิดพลาดต่างๆ ไปปรับปรุงการทำงานที่ผิดพลาด เพราะเกิดขึ้นทั้งในนครบาลและต่างจังหวัด เชื่อว่ามีแบบนี้อีกเป็นแสนราย กระบวนการยุติธรรมต้องเลิกการทำงานของคนคนเดียวที่สามารถจับกุมเอง หาหลักฐาน สอบเองและทำคดีเอง แบบนี้คนไทยมีสิทธิติดคุกง่ายมาก และต้องเลิกการใช้สายลับ มาเป็นการใช้นิติวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวรนารภ ภูมิถาวร อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา กล่าวว่า ตำรวจต้องให้ผู้ต้องหาอ่านสำนวนคดีก่อนเซ็นชื่อด้วย ปัญหาสำคัญมาจากการสอบสวนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ กรณีจับกุมนำตัวไปรีดไถเรื่องที่เกิดขึ้นตนก็เป็นแพะถูกหลอกมาเยอะ กว่าสำนวนมาสู่ศาลแทบไม่เหลืออะไรแล้ว คนที่ถูกจองจำเป็นผู้บริสุทธิ์เยอะ ตนถึงกรวดน้ำให้ผู้บริสุทธิ์ทุกวัน ขอฝากสื่อให้ลงข่าวในเรื่องประชาชนไม่ได้รับความยุติธรรม ให้ไปหาอัยการคุ้มครองสิทธิฯ และขอให้การปฏิรูปตำรวจนำคนที่เป็นแพะเข้าไปประชุมด้วย คณะกรรมการปฏิรูปควรจะเคยต้องคดีมาก่อนถึงจะปฏิรูปตำรวจสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากร เจริญรุ่งเรือง บิดานายราชศักดิ์ เจริญรุ่งเรือง ที่ถูกตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปราจีนบุรีจับกุมข้อหายาเสพติด ศาลฎีกายกฟ้อง และกำลังฟ้องเรียกค่าเสียหาย 30 ล้านบาท กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตำรวจพยายามยัดข้อหายาเสพติด น.ส.ศิริวรรณ ที่มีนายราชศักดิ์พยายามเข้าไปช่วย และถูกเอาถุงข้าวสารครอบหัวเพื่อเอาทรัพย์ไป (แหวน) โดยทำการซ้อมเพื่อให้ยอมรับ โดยนำผู้ต้องหา น.ส.ศิริวรรณและนายราชศักดิ์กลับไปที่บ้านเพื่อค้นหายาที่อ้างว่าพบยา 716 เม็ดโดยบอกว่ามียาเสพติดในกระเป๋ากางเกงของผู้ต้องหาทั้งสอง คนละ 10 เม็ด และ 6 เม็ด และให้ชี้จุดที่ซ่อนยาข้างบ้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่การบันทึกการจับกุมขณะที่จำเลยถูกมัดไขว้หลังมีพิรุธ ทั้งเวลา หลักฐานที่ไม่สอดคล้องกัน ในฐานะพ่อ จึงต้องต่อสู้เพื่อลูก ดำเนินคดีจากหลักฐานของตำรวจเองก็เป็นดาบคืนสนอง ซึ่งคุณศิริวรรณบอกในภายหลังว่าตำรวจหลอกให้ไปกดเงินเอทีเอ็มให้ 50,000 บาท แต่เวลาที่ตำรวจบันทึกเป็นเวลาที่ต่างจากเวลาที่กดเงินจริง ในคำเบิกความคุณศิริวรรณมีความชัดเจน &amp;nbsp;ตอนนี้ศาลยกฟ้องแล้ว และกำลังฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย 30 ล้าน&amp;quot; นายธนากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดานายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร นักเรียนชั้น ม.6 ที่ถูกตำรวจ จ.ปราจีนบุรี จับยัดข้อหาวิ่งราวทรัพย์ กล่าวว่า ลูกชายถูกจับแล้วซ้อม ใช้ถุงขยะครอบหัวเพื่อให้ยอมรับว่าครอบครองสร้อยทองที่อ้างว่าไปชิงจากหญิงคนหนึ่ง และทำการตรวจสอบฉี่ อ้างว่าพบสารเสพติด แต่มีญาติมาช่วยได้ทัน และพาไปตรวจฉี่ที่โรงพยาบาล ผลฉี่คือไม่พบสารเสพติด ต่อมาตำรวจได้ขอเงิน 50,000 บาท ทราบว่าเป็นตำรวจปราจีนฯ ชุดเดียวกันกับคดีของนายราชศักดิ์ โดยศาลชั้นต้นลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงนายเดียวยศ พ.ต.ท. ลงโทษเพียง 1 ปี 4 เดือน แต่ต่อมารอลงอาญา เพราะตำรวจมีประวัติที่ไม่เคยกระทำผิดในวิชาชีพ ตนจะสู้ต่อขออุทธรณ์ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้ไปร้องเรียนมาแล้วทุกกระทรวงถึง 50 หน่วยงานรัฐในรอบ 7 ปี ไม่สามารถช่วยได้ ก็แค่ปาหี่ ทุกที่บอกเหมือนกันว่ากำลังดำเนินการ พยายามให้คิดว่าเป็นเรื่องของเวรกรรมที่ไม่มีใครอยากฟัง รอว่าถ้ามีกระทรวงเวรกรรมผมก็จะไปร้องอีก ขณะนี้ครอบครัวชื่นจิตรหมดเนื้อหมดตัวและเสียสุขภาพจิตกับตำรวจอย่างมาก ไปร้องที่อำเภอบ้านสร้างก็หาว่าผมติดยาเสพติด ลูกชายสะสมความเครียดมาก ใส่ชุดนักเรียนไปร้องเรียนกลายเป็นโรคหวาดระแวง ซึมเศร้าจากการถูกซ้อมทรมาน ที่เรียกว่า PDSD จึงขอใบรับรองจากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ไปร้องต่อศาล ซึ่งศาลก็วินิจฉัยตามนั้น วันตัดสินของศาลชั้นต้น ศาลได้พยายามไกล่เกลี่ยและให้อภัยด้วยการรับเงินไปเสีย แต่โจทก์ไม่ยินดีที่จะรับเงิน และจะเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19314</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินดา ศรีสมัย, ธนากร เจริญรุ่งเรือง, น้ำแท้ มีบุญสล้าง, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, วรนารภ ภูมิถาวร, วิเชียร ตันศิริคงคล, สมศักดิ์ ชื่นจิตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bba184b16cfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มยื่นฟ้องสตช. ถูกยัดยาติดคุกฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มปราจีนบุรียื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกเงิน 30 ล้าน หลังถูกตำรวจยัดยาบ้า ถูกซ้อม และต้องติดคุกนานกว่าปี ก่อนที่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะพิพากษาให้พ้นผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 26 กันยายนนี้ ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 63 นายราชศักดิ์ เจริญรุ่งเรือง อายุ 31 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี มอบอำนาจให้นายธนากร เจริญรุ่งเรือง บิดา และทนายความ ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในความผิดทางละเมิด เรียกค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน 30 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 กรณีนายราชศักดิ์ชนะคดีที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนภูธร จ.ปราจีนบุรี จับกุมในข้อหาครอบครองยาบ้าจำนวน 716 เม็ด เมื่อปี 2557 และต้องถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากรเปิดเผยว่า นายราชศักดิ์ บุตรชาย ถูกตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี ทั้งหมด 8 นาย ร่วมกันจับกุมและแจ้งข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่าย ขณะไปติดต่อซื้อไก่ชนจากหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งตำรวจค้นบ้านพักของหญิงดังกล่าว พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ประมาณ 700 เม็ด เหตุเกิดวันที่ 28 มี.ค.2557 ตลอดเวลา บุตรชายยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ถูกซ้อมบังคับให้รับสารภาพ และบังคับเอาทรัพย์สินเป็นแหวนทองคำและสร้อยพระเครื่องหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก รุ่น 1 มูลค่าหลักแสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนากรกล่าวว่า ตนและลูกชายต่อสู้คดีมาตลอด โดยมีพยานหลักฐานหลายอย่างชัดเจนว่าลูกชายไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระทั่งวันที่ 26 ม.ค.2558 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ฐานครอบครองยาบ้า 10 เม็ด โทษจำคุกให้รอลงอาญา และยกฟ้องข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต่อมาศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2559 ให้ยกฟ้อง เช่นเดียวกับศาลฎีกาที่พิพากษาเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2561 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานขัดกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลูกชายต้องถูกคุมขังในเรือนจำนานกว่า 1 ปี โดยไม่มีความผิด ถูกซ้อมทรมาน เสียชื่อเสียง ต้องถูกให้ออกจากงานที่ลูกเป็นพนักงานการไฟฟ้าของบริษัทเอกชน ขาดประโยชน์จากรายได้ และต้องเสียประโยชน์จากสวนมะนาวกว่า 20 ไร่ และไก่ชนนับร้อยตัว จึงเรียกค่าเสียหายเป็นค่าสินไหมชดเชย พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 รวมเป็นเงินกว่า 30 ล้านบาท&amp;quot; นายธนากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลได้รับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ พ.2585/2561 นัดชี้สองสถาน วันที่ 25 ก.พ.2562 เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนากร เจริญรุ่งเรือง, ราชศักดิ์ บุตรชาย, ราชศักดิ์ เจริญรุ่งเรือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab8cf7081c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
