<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดโพย สถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสด อนุมัติไว เลือกผ่อนได้สบายๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงที่ชีวิตเกิดวิกฤตทางการเงิน โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้ทุกคนแย่ไปตามๆ กันทำให้เราต้องหันมาพึ่งพอสถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสดยามฉุกเฉิน เพื่อนำไปต่อทุนหรือใช้จ่ายภายในบ้านแบบเร่งด่วน ซึ่งจะมีสถาบันทางการเงินไหนบ้างนั้น เราลองไปดูกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;1. ศรีสวัสดิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แหล่งเงินกู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้กู้เงินสด อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน สามารถเตรียมเอกสารแล้วมาขอกู้เงินสดได้เลยที่สาขาของศรีสวัสดิ์ หรือกรอกข้อมูลติดต่อในเว็บไซต์เพื่อรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ โดยมีเงินกู้หลากหลายประเภทให้เลือก ทั้งสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยผู้กู้จะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วในการขออนุมัติสินเชื่อและรับเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของศรีสวัสดิ์คือ อนุมัติและให้วงเงินสูง ไม่เช็กประวัติ และนอกจากที่สาขาของศรีสวัสดิ์แล้วยังสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
2. Promise&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พรอมิสเป็นสถาบันทางการเงินที่เป็นการร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นในการให้กู้เงินสด แบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยจะต้องมีรายได้ต่อเดือนอย่างน้อย 8,000 บาท พร้อมแสดงหลักฐานรายได้ โดยต้องทำงานเป็นพนักงานประจำในบริษัทอย่างน้อย 1 เดือน หรือเป็นพนักงานสัญญาจ้างไม่น้อยกว่า 6 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของพรอมิสคือ ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์หรือคนค้ำประกัน เพียงแค่กรอกข้อมูลในเว็บไซต์แล้วรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับและขอรับเอกสารก็สามารถทราบผล และรับเงินได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
3. เงินติดล้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสดแบบด่วนๆ ที่ตีคู่กันมากับศรีสวัสดิ์ก็คือ เงินติดล้อ แต่จะโดดเด่นในเรื่องของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง หรือว่ารถกระบะก็สามารถนำมาจำนำได้หมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของเงินติดล้อคือ อนุมัติง่าย รับเงินไว และมีสาขาให้เลือกทั่วประเทศ หรือลงทะเบียนไว้แล้วรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับให้ข้อมูลก็ยังได้ แต่ถ้าใครรีบใช้เงินก็สามารถขับรถไปที่สาขาได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
4. ธนาคารกรุงศรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันการเงินแห่งสุดท้ายที่ขอแนะนำคือ ธนาคารกรุงศรี ที่ให้กู้เงินสดวงเงินสูง ได้เงินก้อนใหญ่ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน หรือนำสินทรัพย์มาค้ำประกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดเด่นของธนาคารกรุงศรีคือ ให้วงเงินสูง เป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับรายได้หรือฐานเงินเดือนในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันทางการเงิน 4 แห่งนี้ เป็นสถาบันการเงินที่ให้กู้เงินสด วงเงินสูง อนุมัติไว ไม่ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน ซึ่งช่วยชีวิต กู้วิกฤตทางการของเราในภาวะฉุกเฉิน หรือต้องการเงินหมุนเวียนแบบเร่งด่วนได้เป็นอย่างดี เพียงแค่เตรียมเอกสารและหลักฐานครบก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ อนุมัติไว และได้รับเงินรวดเร็วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118732</URL_LINK>
                <HASHTAG>Promise, กู้เงินสด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, วิกฤตทางการเงิน, ศรีสวัสดิ์, สถาบันการเงิน, เงินติดล้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615abac6c2622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจัยกรุงศรี ประเมิน กนง. ตรึงดอกเบี้ยนโยบายต่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 กันยายน 2564 วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้มีแนวโน้มต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ คาดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายหลังปรับใช้นโยบายการเงินที่ตรงจุดมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคมกลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนที่ -0.02% YoY จากเดือนก่อนอยู่ที่ 0.45% สาเหตุสำคัญจากราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดที่ลดลงค่อนข้างมาก สอดคล้องกับความต้องการที่ชะลอลงในการช่วงการแพร่ระบาดที่รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันภาครัฐยังมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพ โดยการลดค่าน้ำประปา ค่าไฟ และค่าธรรมเนียมการศึกษา ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานแม้ยังขยายตัวแต่มีอัตราที่ชะลอลง ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (หักราคาหมวดอาหารสดและพลังงาน) อยู่ที่ 0.07% ชะลอลงจาก 0.14% เดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมุมมองด้านดอกเบี้ยนโยบาย แม้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่าคาดการณ์เดิม และผลการประชุม กนง.ครั้งล่าสุดบ่งชี้ว่ามีความน่าจะเป็นอยู่ที่ 52.7% ที่ กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 29 กันยายนนี้ แต่วิจัยกรุงศรีคาดว่า กนง.จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.50% ปัจจัยหนุนจาก (i) หลังจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางสาขากลับมาดำเนินการได้บ้างแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงจากที่เคยแตะระดับกว่า 20,000 รายต่อวัน ประกอบกับการฉีดวัคซีนมีความคืบหน้า (เฉลี่ยวันละกว่า 6 แสนโดสในช่วงวันที่ 1-9 กันยายน) และทางการเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ (ii) ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ธปท.ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs และลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ทั้งการรักษาสภาพคล่องและเติมเงินใหม่ให้กับลูกหนี้ และการสนับสนุนให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้แบบระยะยาวที่เหมาะสมกับลูกหนี้ ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มเติมดังกล่าวอาจสะท้อนถึงการเน้นใช้มาตรการทางการเงินที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือนได้อย่างตรงจุดมากกว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ และอาจช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอ่อนแอ ขณะที่ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเริ่มมีสัญญาณบวก สะท้อนจากข้อมูลเดือนสิงหาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคคาดการณ์ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 46.7 จาก 47.6 เดือนก่อน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในระยะ 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ที่ 90.9 จาก 89.3 เดือนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอลงมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของ COVID-19 ที่ลากยาวและกระจายเข้าสู่ภาคโรงงาน กระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนไทยในวงกว้าง ล่าสุดแม้เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดลง ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางสาขากลับมาดำเนินการ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดอยู่ (สีแดงเข้ม) ต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นเดือนกันยายน จึงคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายภาคธุรกิจและการจ้างงานจะยังคงซบเซา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศ โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนในปีนี้จะเติบโตต่ำที่ 0.5% อย่างไรก็ตาม อานิสงส์จากปัจจัยภายนอก เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าฟื้นตัว หนุนการส่งออกในปีนี้เติบโตได้ที่ 15% ซึ่งจะช่วยเป็นแรงพยุงการผลิตภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116662</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, วิจัยกรุงศรี, ิีดอกเบี้ยนโยบาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6580788d50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกค้าเตรียมตัวให้พร้อม &#039;แบงก์กรุงศรี&#039;แจ้งปิดระบบชั่วคราว17-18 ก.ย. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 กันยายน 2564 &amp;ndash; กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศปิดปรับปรุงระบบ เพื่อพัฒนาระบบและยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น โดยจะปิดให้บริการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 23.50 น. และจะเปิดให้บริการในช่องทางต่างๆ ในวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 21.00 น. ขณะที่ช่องทางสาขาและสำนักแลกเปลี่ยนเงินจะเปิดให้บริการตามเวลาทำการปกติในวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 (สำหรับสาขาที่เปิดทำการ 7 วัน) และวันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 (สำหรับสาขาที่เปิดให้บริการ 5 และ 6 วัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับช่องทางและบริการที่ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาดังกล่าว มีดังต่อไปนี้
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาขาและสำนักแลกเปลี่ยนเงินของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บัตรเดบิตทุกประเภท
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องเอทีเอ็ม เครื่องรับฝากเงิน และเครื่องปรับสมุดบัญชีอัตโนมัติ
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่องทางดิจิทัล ทั้งสำหรับลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
(Krungsri Mobile App (KMA), Krungsri Online (KOL), Kept, การเปิดบัญชีออนไลน์ทุกช่องทาง, บริการยืนยันตัวตน Krungsri i-CONFIRM, Krungsri Biz Online (KBOL), Krungsri Biz Mobile (KBMO), Krungsri CashLink, Krungsri TradeLink, Krungsri e-Payment, Krungsri e-Customs, Krungsri e-Cess, Krungsri e-Tax, Krungsri e-SSO, Krungsri e-Excise, Direct Approve, Krungsri Supply Chain, Krungsri e-Guarantee)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่องทางการให้บริการรับชำระเงินและฝากเงินผ่านตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ทุกช่องทาง
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงศรี โฟน (IVR)
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงศรี เวสเทิร์น ยูเนี่ยน
&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดบริการยืนยันตัวตน Krungsri i-CONFIRM&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ช่องทางและบริการที่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ได้แก่ การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี, KRUNGSRI PRIME App, GO App, UCHOOSE App (ยกเว้น UCARD, UCASH, Pay with KMA)
ทั้งนี้ ธนาคารขอให้ลูกค้าวางแผนทำธุรกรรมล่วงหน้าและจัดเตรียมสำรองเงินสดสำหรับการใช้จ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับลูกค้าที่มีการตั้งเวลาทำรายการล่วงหน้า (ตั้งเวลาโอนเงิน/จ่ายบิล) หรือใช้บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติเพื่อชำระสินค้าหรือบริการที่กำหนดทำรายการไว้ในวันที่ 18 กันยายน 2564 &amp;nbsp;ธนาคารจะทำรายการให้เสร็จสิ้นในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.krungsri.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Krungsri Call Center โทร 1572&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115827</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ปิดปรับปรุงระบบ, ปิดระบบ, แบงก์กรุงศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613612504133e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 14:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาดาวเด่นปี 64 จาก“วิกฤตโควิด”สู่“โอกาสทางธุรกิจ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าที่ผ่านมา &amp;ldquo;รัฐบาล&amp;rdquo; จะพยายามออกมาตรการตั้งแต่เบาไปจนหนัก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในหลายระลอก ก็เหมือนว่ายังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็นมากนัก โดยเฉพาะการระบาดระลอกปัจจุบัน เนื่องจากไวรัสมีการกลายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์ในขณะนี้เรียกว่ายังอยู่ใน &amp;ldquo;ขั้นวิกฤต&amp;rdquo; จากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยังอยู่ในระดับ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;หมื่นคนต่อวัน สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบและกดดันทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ สร้างความวิตกกังวลและบั่นทอนความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับกับสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;เองก็ยอมรับว่า การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;สายพันธุ์เดลตา ทำให้ภาพรวมและแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยพลิกกลับมาเป็นภาพโทนอ่อนตัวลงมากขึ้น หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;สายพันธุ์เดลตามีแนวโน้มการติดเชื้อที่สูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;และเร่งตัวขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค.2564&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และนั่นเองเป็นเหตุผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลงไปค่อนข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความหวัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทย ยังขึ้นอยู่กับ&amp;nbsp;การฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ และลดอัตราการเสียชีวิต ทั้งหมดนั้นน่าจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติ ประชาชนสามารถกลับมาทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่ภาคธุรกิจก็สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ อีกทั้งยังสามารถเตรียมตัวเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อีกด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีการประเมินว่าหากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;คลี่คลายลงได้ภายในสิ้นปีนี้ ก็อาจจะมีโอกาสที่ได้เห็นการเติบโตของเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;(จีดีพี)&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กลับมาขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งที่ระดับ&amp;nbsp;4-5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;(BAY) ระบุว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;อย่างมาก ภาคธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน เพราะมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;จากภาครัฐ เริ่มจากการปิดการท่องเที่ยว ตามด้วยมาตรการล็อกดาวน์ และปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภทชั่วคราว ทำให้ต้องปิดโรงงาน และส่งผลกระทบต่อซัพลายเชนการผลิต และกิจกรรมการค้าต่างๆ ผลกระทบเป็นลูกโซ่ได้ถูกส่งต่อไปยังภาคการบริโภคของประชาชนในท้ายที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบสูงสุด มีรายได้ลดลงค่อนข้างมากถึง&amp;nbsp;30-50%&amp;nbsp;นั่นคือ ภาคบริการ ได้แก่ ธุรกิจการบิน โรงแรม ร้านอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมสันทนาการที่ต้องแบกรับผลกระทบมายาวนานกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี ขณะเดียวกันก็ยังมีอุตสาหกรรมบางส่วนที่มีความแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบน้อย เช่น อาหาร และโทรคมนาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นภาพของหลากหลายผู้ประกอบการ ในหลากหลายภาคธุรกิจต่างก็เร่งปรับตัว เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังคงยืดเยื้อ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ&amp;nbsp;เพื่อรักษาและประคองสถานะของธุรกิจให้ยังคงไปจนผ่านพ้นช่วงของการระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นเพราะวิธีการ วิธีคิด และแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน ที่มีปัจจัยเรื่องโควิด-19&amp;nbsp;และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดมากดดัน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้ ท้ายที่สุดจะส่งผลให้การใช้ชีวิตของประชาชนตั้งแต่ช่วงที่มีการแพร่ระบาด ไปจนถึงช่วงหลังที่การแพร่ระบาดคลี่คลายไปแล้วเปลี่ยนแปลงไปแทบจะสิ้นเชิง จากการก้าวสู่การใช้ชีวิตแบบวิถีปกติใหม่&amp;nbsp;(New Normal)&amp;nbsp;สู่การใช้ชีวิตแบบวิถีปกติถัดไป&amp;nbsp;(Next Normal)&amp;nbsp;ผู้คนจะเคยชิน หรือถูกทำให้ชินกับการใช้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้จึงกลายมาเป็น &amp;ldquo;โจทย์สำคัญ&amp;rdquo; สำหรับผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ ให้ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว ประยุกต์วิธีการในการทำธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการส่วนใหญ่ก็ต่างปรับตัวเป็นจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่หันมาขายสินค้าแบบออนไลน์ มีการบริการในรูปแบบออนไลน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ต้องยอมรับว่า อาจจะมีผู้ประกอบการในหลายภาคธุรกิจจะยังไม่พร้อม หรือมีหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดและมาตรการป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการอะไรในช่วงนี้ได้มากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในภาวะวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ระบาดก็มีให้เห็นเป็นดาวเด่นอยู่พอสมควร&amp;nbsp;โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;ldquo;วรสินี เศรษฐบุตร&amp;rdquo; ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์สายธุรกิจธนบดี ธนาคารทิสโก้&amp;nbsp;ได้เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับ &amp;ldquo;3 ธุรกิจดาวรุ่ง&amp;rdquo; ในยุคโควิด-19&amp;nbsp;ที่น่าจับตามอง ได้แก่&amp;nbsp;ธุรกิจนวัตกรรมการแพทย์ด้านการถอดรหัสพันธุกรรม&amp;nbsp;(จีโนมิกส์)&amp;nbsp;เป็นการรักษาเจาะลึกถึงระดับยีน ถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ซับซ้อนและหลากหลายของมนุษย์ โดยเฉพาะการยกระดับใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้านสำคัญ คือ การรักษาแบบเฉพาะบุคคล การคาดการณ์ การวินิจฉัย และการออกแบบการรักษา ซึ่งตอนนี้ต้องยอมรับว่าทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพราะธุรกิจนี้ได้กลายมาเป็นความหวังใหม่ในด้านการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชากรกว่าพันล้านคนให้มีชีวิตยืนยาวและมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกธุรกิจที่เรียกว่ารุ่งเรืองไม่แพ้กัน คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;เกมออนไลน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;เรียกว่าเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด หลังจากเกิดการพัฒนาของสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความนิยมของการเล่นเกมผ่านมือถือเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนสามารถจัดแข่งขันเป็นกีฬาสากล&amp;nbsp;(E-Sport)&amp;nbsp;ที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนเทียบเท่า&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของจีดีพีไทยเลยทีเดียว โดยปัจจุบันกลุ่ม&amp;nbsp;E-Sport&amp;nbsp;สามารถเล่นได้ผ่าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อุปกรณ์หลัก คือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เครื่องคอนโซล และโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ คือ ตลาดโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีรูปแบบรายได้ที่น่าสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกธุรกิจดาวรุ่งคือ &amp;ldquo;หุ้นวัฏจักร&amp;rdquo; ที่ราคาเคลื่อนไหวตามทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม สถาบันการเงิน เป็นต้น&amp;nbsp;โดยประเทศที่เศรษฐกิจมีความผันผวนต่อวัฏจักรเศรษฐกิจมาก เช่น กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ก็มักจะฟื้นตัวได้เร็วกว่ากลุ่มที่พัฒนาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงพาณิชย์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ได้ออกมาฉายภาพ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธุรกิจสุดโดดเด่นน่าจับตามองในปีนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตในยุค&amp;nbsp;New Normal&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Next Normal&amp;nbsp;นั่นคือ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขอนามัย และธุรกิจเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมกว่า&amp;nbsp;2.2&amp;nbsp;ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล&amp;rdquo; รมช.พาณิชย์&amp;nbsp;ระบุว่า ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การดำเนินชีวิตของผู้คนและการประกอบธุรกิจได้ก้าวไปอีกขั้นจากวิถีปกติใหม่&amp;nbsp;(New Normal)&amp;nbsp;เป็นวิถีปกติถัดไป&amp;nbsp;(Next Normal)&amp;nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจ และถือว่าเป็นธุรกิจดาวเด่นที่น่าจับตามองในปีนี้ โดยได้ทำการวิเคราะห์จากข้อมูลทางธุรกิจของกรม ตั้งแต่สถิติจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ จำนวนธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ สถานที่ตั้ง งบการเงิน ผลประกอบธุรกิจ และข้อมูลทางธุรกิจและเศรษฐกิจอื่นๆ ทั้งภายในและภายนอกกรม ร่วมกับความสอดคล้องจากข้อมูลและผลการศึกษาจากหน่วยงานวิจัยด้านธุรกิจอื่นๆ เช่น ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พบว่า&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธุรกิจดาวเด่นที่น่าสนใจในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.ธุรกิจการค้าออนไลน์&amp;nbsp;(อีคอมเมิร์ซ) 2.ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์&amp;nbsp;3.ธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์&amp;nbsp;4.ธุรกิจรับ-ส่งเอกสารและสิ่งของ&amp;nbsp;5.ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ธุรกิจออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;7.ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม&amp;nbsp;8.ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์&amp;nbsp;9.ธุรกิจเวชภัณฑ์ยา ธุรกิจขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์&amp;nbsp;10.ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม&amp;nbsp;Software&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Application 11.ธุรกิจการเงิน&amp;nbsp;Fintech&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;e-Payment&amp;nbsp;สุดท้าย&amp;nbsp;12.คือธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เช่น ร้านสะดวกซัก เครื่องเติมเงิน และเครื่องเติมน้ำ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากจำแนกกลุ่มธุรกิจ จะพบว่า กลุ่มธุรกิจด้านการค้าและการตลาดออนไลน์ ได้แก่ ธุรกิจการค้าออนไลน์ ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์ และธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์นั้น มีการเติบโตที่สอดคล้องและเกื้อหนุนกับพฤติกรรมของผู้ริโภคในปัจจุบันที่มีการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น สะท้อนจากธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการจัดตั้งธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่ในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่อยู่ที่&amp;nbsp;310&amp;nbsp;ราย เพิ่มเป็น&amp;nbsp;798&amp;nbsp;รายในปี&amp;nbsp;2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ และบรรจุภัณฑ์ เช่น ธุรกิจรับ-ส่งเอกสารและสิ่งของ ธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ และธุรกิจออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็เป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลดีจากพฤติกรรมการบริโภคในการซื้อและขายสินค้าทางออนไลน์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ สุขอนามัยและการแพทย์ เช่น ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และธุรกิจเวชภัณฑ์ยาและขายสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลดีจากพฤติกรรมของคนในสังคมที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพและการแพทย์มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกกลุ่มธุรกิจอย่าง ธุรกิจด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม&amp;nbsp;Software&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;ธุรกิจ&amp;nbsp;Fintech&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;e-Payment&amp;nbsp;ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ เครื่องซักผ้า เครื่องเติมเงินและเครื่องเติมน้ำ จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่ตอบสนองต่อการบริโภคในสังคม เพื่ออำนวยความสะดวกและพัฒนาการให้บริการต่างๆ ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีมากขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สังเกตจากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การประกอบธุรกิจของภาคธุรกิจจะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นและเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น โดยต้องพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;และผลกระทบจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะเกื้อหนุนให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้ประกอบการที่กำลังจะลงทุนประกอบธุรกิจ และกำลังมองหาธุรกิจที่น่าสนใจ ซึ่ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ธุรกิจดังกล่าวข้างต้นนั้นน่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่นอกจากกระแสธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมแล้ว ความชื่นชอบและความถนัดก็เป็นอีกคุณสมบัติที่ต้องคำนึง เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยง ดังนั้นจึงต้องมีความรอบคอบให้มากที่สุด&amp;rdquo; วีรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนคำถามที่ว่า หลังสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จะทำธุรกิจอะไรดี เพราะคงมีหลายคนที่ว่างงาน หลายคนที่กำลังหางานทำ และหลายคนที่กำลังคิดว่าจะปรับตัวในการทำธุรกิจอะไรเพื่อความมั่นคงในอนาคต เรื่องนี้ &amp;ldquo;ธนาคารกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;(BAY)&amp;rdquo;&amp;nbsp;มีคำแนะนำดีๆ มาฝาก โดยธุรกิจที่น่าสนใจคือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธุรกิจเพื่อสุขภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp;เทรนด์ธุรกิจหลังโควิด-19&amp;nbsp;ที่จะมาแน่ๆ คือ เทรนด์สุขภาพ ซึ่งหลายคนคงนึกถึงธุรกิจอาหารเสริมเป็นส่วนใหญ่ และมองว่าต้องใช้เงินลงทุนเยอะ แต่อีกธุรกิจเพื่อสุขภาพ อย่าง &amp;ldquo;ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ&amp;rdquo; ที่สามารถทำได้ไม่ยาก และไม่ต้องมีเงินตั้งต้นเพื่อลงทุนมากมายนัก โดยอาจจะเริ่มจากการขายในกลุ่มเพื่อน หรือคนใกล้ตัวก่อน เพื่อทำการปรับสูตรให้เหมาะสมและลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกธุรกิจที่น่าสนใจ คือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธุรกิจการศึกษาออนไลน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;เพราะยุคนี้ทุกคนต้องการพัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้าน เพื่อให้มีความสามารถเพิ่มเติมไปต่อยอดในการทำงานต่างๆ ได้ อีกทั้งผู้คนยังคงมีแนวโน้มที่จะอยู่บ้านกันมากกว่าการออกไปเรียนที่สถาบัน ดังนั้นหากมีแค่คอมพิวเตอร์และไมโครโฟนก็อาจจะสามารถเริ่มทำการสอนได้แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกธุรกิจที่เรียกว่ามาแรงสุดๆ คงหนีไม่พ้น&amp;nbsp;&amp;ldquo;ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือค้าปลีกออนไลน์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;และมีสัญญาณว่าจะเติบโตเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะเริ่มหันมาค้าขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยอาจจะเลือกสินค้าที่เรามีความรู้และสนใจในตัวสินค้านั้นๆ ส่วนช่องทางการขายที่แนะนำคือ&amp;nbsp;Instagram, Facebook, Amazon, Shopee&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Lazada&amp;nbsp;เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าปลีกออนไลน์, ทิสโก้, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, วรสินี เศรษฐบุตร, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล, สมประวิณ มันประเสริฐ, อุตสาหกรรม, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c8cb5b9b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงศรีฯคาดจีดีพีปี63ติดลบ6.4%ดีขึ้นหลังลงทุนรัฐหนุน-ส่งออกฟื้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย. 2563 นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัยและทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วิจัยกรุงศรีได้ปรับเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2563 ดีขึ้น เป็น -6.4% จากเดิมคาดว่า -10.3% หลังตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากการใช้จ่ายของภาครัฐเร่งตัวขึ้น และภาคการส่งออกดีกว่าคาด โดยคาดว่าส่งออกทั้งปีจะดีขึ้นเป็น -7.5% จากเดิมคาดว่าจะติดลบสูงถึง -12.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะเติบโตได้ 3.3% โดยจะกลับมาเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 จากฐานต่ำปีก่อนหน้า การเร่งใช้จ่ายของภาครัฐ การบริโภคของภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น และการส่งออกที่คาดว่าจะโต 4.5% ขณะที่ความท้าทายคือ จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2564 คาดว่าจะมีเพียง 4 ล้านคน และแนวโน้มการเพิ่มขึ้นจะยังไม่ชัดเจนจนถึงไตรมาส 4/2564 หลังคนทั่วโลกได้รับวัคซีนอย่างกว้างขวาง รวมทั้งความท้าทายจากภาวะการว่างงานที่กระทบต่อรายได้ การใช้จ่ายของผู้บริโภคและหนี้ โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สถานการณ์การเมืองในประเทศอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจและสร้างความกังวลในเรื่องความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งมองว่าปัญหาการเมืองในประเทศขณะนี้ความรุนแรงอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งจะกระทบต่อการเติบโตของจีดีพีประมาณ &amp;nbsp;0.6-1.1% โดยรวมปัจจัยดังกล่าวอยู่ในประมาณการณ์ตัวเลขจีดีพีของปี 2564 ที่คาดว่าจะโต 3.3% แล้ว ทั้งนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับเข้าสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ได้ในไตรมาส 3 ปี 2565
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84995</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, สมประวิณ มันประเสริฐ, สายงานวิจัยและทีมวิจัยเศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe0b9f3c936.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงศรีเข้าถือหุ้น 50% ของเอสบีไฟแนนซ์ในฟิลิปปินส์ขยายตลาดอาเซียน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2563 &amp;nbsp;ธนาคารกรุงศรีอยุธยา &amp;nbsp;และ ซีเคียวริตี้ แบงก์ คอร์ปอเรชั่น &amp;nbsp;หนึ่งในธนาคารชั้นนำของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เปิดเผยถึงความสำเร็จของกรุงศรีในการเข้าซื้อหุ้น 50% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วในบริษัท เอสบี ไฟแนนซ์ คอมปานี อิงค์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ SBC ที่ให้บริการด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค หลังจากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ การเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวดำเนินการตามข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จในการเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ และขอขอบคุณหน่วยงานกำกับดูแลที่ให้การอนุมัติธุรกรรมนี้ การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ SBC ทำให้กรุงศรีสามารถขยายฐานธุรกิจไปยังภูมิภาคอาเซียนได้นอกเหนือไปจากตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV และยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ กรุงศรีจะสนับสนุน SBF ในด้านความเชี่ยวชาญในธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การพัฒนาช่องทางการตลาดและการขาย รวมถึงด้านการบริหารความเสี่ยงด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในฐานะที่ MUFG Bank เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ถือหุ้นทั้งในกรุงศรีและ SBC ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กรุงศรีและ MUFG มีต่อเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ และยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของกรุงศรีสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ทรงพลังในภูมิภาคอาเซียน&amp;rdquo; นายอาคิตะกล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเชี่ยวชาญและความเป็นผู้นำตลาดของกรุงศรีในตลาดสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในประเทศไทย จะเพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของ SBF และต่อยอดความเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่างๆ ในตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศฟิลิปปินส์ โดยภายใต้ความร่วมมือนี้ SBF จะนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยในฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81237</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, เซอิจิโระ อาคิตะ, เอสบี ไฟแนนซ์ คอมปานี อิงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e576224a97f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดค่าเงินบาทวิ่งในกรอบ &#039;31.05-31.45&#039; อ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 2563 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05-31.45 ต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดอ่อนค่าที่ 31.28 ต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน ท่ามกลางความต้องการดอลลาร์ของภาคธุรกิจและราคาทองคำที่ผันผวน โดยเงินบาทสวนทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคซึ่งได้แรงหนุนจากเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น &amp;nbsp;ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย 261 ล้านบาท และ 1.07 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี มองว่า ตลาดโลกจะติดตามผลการพัฒนาวัคซีนและยารักษา COVID-19, การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) วันที่ 15 ก.ค.รวมถึงการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) วันที่ 16 ก.ค. หลังจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยความสัมพันธ์ผกผันระหว่างตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้การซื้อขายเป็นไปอย่างระมัดระวัง ส่วนเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลายรายแสดงความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯปรับตัวลดลงเล็กน้อย นอกจากนี้ นักลงทุนจะให้ความสนใจกับการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปช่วงท้ายสัปดาห์ ซึ่งจะส่งผลต่อค่าเงินยูโร เนื่องจากตลาดตั้งความหวังไว้ว่าจะมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับกองทุนฟื้นฟู (EU Recovery Fund) วงเงิน 7.5 แสนล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดจากการแพร่ระบาดของไวรัส ขณะที่การเข้าสู่ฤดูร้อนของซีกโลกตะวันตกอาจทำให้สภาพคล่องการซื้อขายในตลาดการเงินลดต่ำลง ส่งผลให้ความผันผวนสูงขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัจจัยภายในประเทศ รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ระบุว่าเสถียรภาพระบบการเงินไทยเปราะบางเพิ่มขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่หดตัวมากกว่าคาด ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่มีแนวโน้มติดลบ กนง.เห็นว่าไม่ได้แสดงว่าไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านเงินฝืด ขณะที่กนง.เน้นย้ำว่ามาตรการทางการคลังที่ตรงจุดและทันท่วงที นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย รวมถึงมาตรการด้านสินเชื่อมีความจำเป็นต่อการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งประเมินว่านโยบายการคลังยังมีขีดความสามารถรองรับการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้ อนึ่ง เราคาดว่าทิศทางนโยบายของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ในระยะถัดไปจะมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทายสูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าเงินบาท, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c21d83f552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
