<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรเผยตลาดอีคอมเมิร์ซโตแรง 5 เดือนปี 64 ยอดใช้จ่ายออนไลน์พุ่ง 21%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 สิงหาคม 2564: ธนาคารกสิกรไทย เผยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ผลักดันให้ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2564 พบว่ากว่า 21 เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยมีการใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์และมีมูลค่าการใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 24 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเติบโตในครั้งนี้เกิดจากการปรับตัวอย่างรวดเร็วของธนาคารกสิกรในการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมร่วมทำงานกับ วีซ่า ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก ในการเสริมความปลอดภัยในการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลตลอดจนการนำโซลูชั่นด้านการชำระเงินดิจิทัลใหม่ ๆ เข้ามาให้บริการแก่ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มองหาความสะดวกและรวดเร็วในการชำระเงินดิจิทัล รวมถึงการลดการใช้เงินสด เช่น การแตะเพื่อจ่ายด้วยบัตรวีซ่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชลารัตน์ พินิจเบญจพล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;สถานการณ์โควิด-19 ผลักดันให้ภาพรวมของตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยช่วงต้นปีเติบโตขึ้นกว่า 24 เปอร์เซ็นต์ การจับจ่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดิจิทัล เพย์เมนต์ ได้กลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตแบบเว้นระยะห่าง และลดการจับเงินสด &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้พัฒนาในด้านการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของเราในการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล &amp;nbsp;โดยร่วมกับวีซ่าในการติดตั้งโซลูชั่นใหม่ ๆ เพื่อเสริมความปลอดภัยและมอบประสบการณ์ที่ดีในการจับจ่ายใช้สอยแก่ลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารมีความมุ่งมั่นพัฒนาระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยได้ร่วมมือกับผู้นำการให้บริการด้านการชำระเงินดิจิทัลอย่าง วีซ่า ที่ให้คำแนะนำและร่วมกับธนาคารในการหาแนวทางและนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสมมาใช้ &amp;nbsp;ธนาคารเชื่อมั่นว่า จะสามารถพัฒนาและต่อยอดการให้บริการด้านการเงินที่มอบประสบการณ์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่สะดวกและปลอดภัยได้ในทุกที่ ทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการใช้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า &amp;ldquo;โควิด-19 เร่งให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงรูปแบบการค้า และการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล จากการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีของ วีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study) ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นกระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยมองหาช่องทางใหม่ ๆ ในการช้อปปิ้ง โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกช้อปผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ (65 เปอร์เซ็นต์) และช้อปผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย (44 เปอร์เซ็นต์) ดังนั้นระบบนิเวศน์การชำระเงินจำเป็นต้องเสริมโครงสร้างพื้นฐานเดิมด้วยโซลูชั่นบริหารจัดการการฉ้อโกงที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ โดยในโลกที่ก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลมากขึ้น ความปลอดภัยในการชำระเงินกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับจากผู้บริโภค และต้องกลายเป็นรากฐานในการดำเนินธุรกิจ การค้าทั้งในวันนี้และวันหน้า&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซลูชั่นที่ธนาคารกสิกรไทยและวีซ่า ได้ทำงานร่วมกันเพื่อหาแนวทางและนำมาปรับใช้ในการนำเสนอให้แก่ผู้บริโภค ที่นอกจากจะเสริมความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกทำธุรกรรมในรูปแบบดิจิทัลแล้ว ยังเป็นการมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าในการซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว อาทิ One Time Password (OTP) ที่หลายคนคุ้นเคย โดยเป็นการยืนยันพาสเวิร์ดแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งลูกค้าจะได้รับผ่านทางข้อความในโทรศัพท์มือถือเพื่อยืนยันถึงการทำธุรกรรมนั้น ๆ ตลอดจนการเพิ่มเกราะป้องกันการฉ้อโกงด้วยบริการโทเค็นของวีซ่า (Visa Token Service หรือ VTS) โซลูชั่นที่ทำให้ธนาคารกสิกรไทยสามารถประมวลผลการชำระเงินได้โดยไม่ต้องเปิดเผยรายละเอียดบัญชีจริง โดยระบบจะทำหน้าที่เปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบัญชี และรายละเอียดของบัญชีเป็นรหัสโทเค็นแบบสุ่ม เพื่อลดคุณค่าของข้อมูลและทำให้นักต้มตุ๋นนำไปใช้ประโยชน์ต่อไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และล่าสุดกับโซลูชั่นที่วีซ่าได้นำเสนออย่าง วีซ่า ซีเคียว (Visa Secure) โซลูชั่นที่ให้ความสำคัญเท่ากันทั้งเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกของผู้บริโภคด้วยระบบป้องกันความปลอดภัยในระดับชั้นเพิ่มเติมประเภท 3-D Secure ระบบตัวใหม่ล่าสุดของโปรโตคอล 3DS มาตรฐานล่าสุดของ EMV&amp;reg; ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันการฉ้อโกงอีกหนึ่งชั้นเพื่อช่วยให้ธนาคารกสิกรไทยและร้านค้ามั่นใจได้ว่าการทำธุรกรรมนั้น ๆ เกิดขึ้นจริง โซลูชั่นนี้นอกจากจะช่วยให้ผู้ขายไม่สูญเสียยอดขายอันเป็นผลจากการที่การชำระเงินถูกปฏิเสธ ยังช่วยยกระดับประสบการณ์การจับจ่ายในภาพรวมให้ลูกค้าได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการเสริมความปลอดภัยในระบบการชำระเงินดิจิทัล ธนาคารกสิกรไทยยังได้ให้ความสำคัญในการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่มีกว่า 3.2 ล้านใบทั่วประเทศได้ออกมาใช้จ่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้น ล่าสุดในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมาได้มีการจัดแคมเปญ &amp;ldquo;โค้ดลั่นมันส์เดย์&amp;rdquo; ร่วมกับวีซ่าด้วยการแจกโค้ดส่วนลดสุดพิเศษทุกวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ บัตรเครดิตกสิกรไทย ยังคงมุ่งเน้นในการเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์มากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มคะแนนสะสมจากหมวดช้อปปิ้งออนไลน์ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศหรือการช้อปออนไลน์จากต่างประเทศ ไปจนถึงโปรโมชั่นการแลกคะแนนสะสม การรับส่วนลด หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ การเลือกผ่อนชำระสินค้า 0 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาพรวมยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยในห้าเดือนแรกของปี 2564 มีมูลค่าการใช้จ่ายรวมกว่า 132,000 ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ 27,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 24 เปอร์เซ็นต์ และช่องทางร้านค้าปกติเติบโตขึ้นอีก 14 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112930</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกสิกรไทย, สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19, ใช้จ่ายบนช่องทางออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_611355e6d915e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111272</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ภาคเอกชน, ยาฟาวิพิราเวียร์, ส.อ.ท., สถาบันแสงซินโครตรอน, สภาหอการค้า, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สู้โควิด, ห้องความดันลบ, อว., เครื่องเก็บวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอนก&quot; ชื่นชมภาคเอกชน​ช่วยสู้โควิด​ มอบห้องความดันลบแบบ​Modular Unit ให้โรงพยาบาลฝ้าวิกฤติ​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลในกำกับ อว. มีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. และนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้ส่งมอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เปิดเผยว่า ตนมีความภูมิใจที่ อว. สามารถพัฒนาห้องความดันลบได้สำเร็จ ซึ่งความสามารถแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกประเทศ หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ตนจึงมองประเทศไทยในแง่ดี เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ก็เช่นกัน เรามีทางออก มีความหวัง มีอนาคต ที่สำคัญ เราได้เห็นความเข้มแข็งของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ธุรกิจไม่ได้แปลว่าการหากำไรแต่อย่างเดียว ในยามที่บ้านเมืองเกิดปัญหาภาคเอกชนไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมฝ่าฟันวิกฤติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.อว. กล่าวต่อว่า&amp;nbsp; ห้องความดันลบแบบ Modular Unit มาจากฝีมือของสถาบันแสงซินโครตรอน ซึ่งปกติจะทำเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ในยามคับขันเช่นนี้ก็นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่มาปรับใช้ได้ทันการณ์ในราคาต้นทุนต่ำมาก และ ส.อ.ท. ได้นำพิมพ์เขียวที่พัฒนาขึ้นนี้ไปผลิตต่อ แม้แต่การผลิตชุดหมี PPE ที่แต่เดิมต้องซื้อในราคาหลักหมื่น แต่ตอนนี้เราทำให้ถูกลงได้ถึง 10 เท่า สามารถซักและใช้ซ้ำได้ ขณะที่ชุด PAPR&amp;nbsp; ที่มีราคาหลักแสน เราก็ผลิตได้ในราคาไม่ถึงหมื่น วัคซีนเราก็เริ่มคิดค้นและพัฒนาได้ในเวลาไล่เลี่ยกับประเทศตะวันตก และอีกไม่นานก็จะผลิตออกมาใช้ได้ ล่าสุด ยังผลิตยาฟาวิพิราเวียร์กันได้เอง ราคาเพียงแค่เม็ดละ 30 บาท ถูกกว่านำเข้า 3 - 4 เท่า ซึ่งทั้งหมดนี้ในเวลานี้ได้มีภาคเอกชนรับไปต่อยอดในเชิงธุรกิจแล้ว ในวิกฤติจึงมีโอกาสอย่างแท้จริง ความสามารถเหล่านี้ทำให้เราเห็นถึงโอกาสของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่จะหลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลาง เราต้องสร้างเศรษฐกิจใหม่บนฐานนวัตกรรม&amp;nbsp; เปลี่ยนอุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งจะทำให้เราแข่งขันในระดับโลกได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ต้องมีสติ มีความรักสามัคคี คนไทยสู้ได้เมื่อภัยมาเสมอ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากความหวังและให้เกียรติกับภาคเอกชนมาก และขอบคุณภาคเอกชนที่ตื่นตัวลุกขึ้นมาช่วยกู้วิกฤติในสถานการณ์คับขัน&amp;nbsp; อย่าง ส.อ.ท. ที่มีการออกมาตรการชัดเจนทั้งในเรื่องของการป้องกัน การรักษา และเยียวยา&amp;nbsp; และยังได้ช่วยกันออกแบบเครื่องเก็บวัคซีนประมาณร้อยกว่าเครื่องเพื่อรองรับการดูแลวัคซีนของประเทศ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชนแน่นอน อีกไม่เกิน 3-4 เดือน สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น วัคซีนจะเข้ามาทันใช้แน่นอน เราต้องไม่ท้อแท้ ไม่ถดถอย ต้องช่วยกันอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัย&amp;rdquo; ศ. (พิเศษ) ดร.เอนก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า&amp;nbsp; จัดตั้ง &amp;quot;กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19&amp;quot; ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. โดยได้ร่วมกับ อว. จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือ อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน โดยในวันนี้ ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท จึงขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท.หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111271</URL_LINK>
                <HASHTAG>Modular Unit, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19, ธนาคารกสิกรไทย, นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), มอบห้องความดันลบ, มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม, ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, ส.อ.ท., อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffa8450dab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรหั่นจีดีพีปี 64 เหลือโต 1%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค. 2564 นายกอบสิทธิ์ ซิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน&amp;nbsp; ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า ได้ปรับจีดีพีของประเทศเหลือ 1.0% จากเดิมตั้่งไว้ 1.8 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดชองเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังยืดเยื้อ และมีผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้ายังคงยืดเยื้อต่อไปจีดีพีในไตรมาส 2/64 อาจจะติดลบ 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งการที่รัฐบาลประกาศมาตราการล็อกดาวน์ 13 จังหวัด ซึ่งเป็น 49% ของจีดีพี ส่งผลกระทบจีดีพีในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในส่วนการขนส่งและการท่องเที่ยว ซึ่งถ้าภาครัฐไม่สามารถแก้ปัญหาสาธารณสุขได้อาจจะทำให้จีดีพีของประเทศลดลงไปอีก และในครึ่งปีหลังยังคงต้องรอมาตราการช่วยเหลือจากภาครัฐ และการนำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพ อาจจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นฟูได้อีกครั้ง โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว และการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในปัจจุบันมีปัจจัยลบจากการปิดเมืองทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้ช้าลง แต่ว่าประเทศยังได้อานิสงค์จากตลาดต่างประเทศที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นแต่ว่ายังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ในเชิงนโยบายการเงินการคลังยังจำเป็นต้องเข้ามาสนับสนุนเศรษฐกิจต่อไป แม้ว่าปัจจุบันการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้าจะเป็นความกังวลหลัก แต่ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและการเปิดเศรษฐกิจยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจฟื้นตัว หลังจากที่ประชาชนต้องเก็บตัวอยู่บ้านเป็นระยะเวลานาน ทำให้หุ้นเทคโนโลยีภาพรวมอาจมีความน่าสนใจลดลง อย่างไรก็ตามหากสหรัฐฯมีการล็อกดาวน์อีกครั้ง อาจเป็นปัจจัยที่จะเงินทุนไหลเข้าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับทิศทางค่าเงินบาท คาดว่าสิ้นปีอาจอยู่ที่ 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 32.50 บาท เนื่องจากการฉีดวัคซีนล่าช้า ทำให้นักลงทุนขายเงินบาท และมีการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ล่าเงินบาทอ่อนค่าลง หากประเทศไทยควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อาจจะทำให้ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110744</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบสิทธิ์ ซิลปชัย, ธนาคารกสิกรไทย, ปรับลดจีดีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f951592ba06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กสิกรไทย&#039;คลอด &#039;เงินกู้สู้ไปด้วยกัน&#039;ดอกต่ำ 3% ช่วยร้านอาหารและร้านค้ารายย่อย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค. 2564 นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยยังไม่คลี่คลาย ทำให้ต้องมีการยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดเข้มงวดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด 10 จังหวัดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์ในตอนนี้ ธนาคารกสิกรไทยขอเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับร้านค้ารายย่อย จึงออกโครงการพิเศษ &amp;ldquo;เงินกู้สู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; อนุมัติง่าย อัตราดอกเบี้ย 3% พักชำระเงินต้น 3 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็กู้ได้ เพียงเดินบัญชีกับธนาคารฯ สมัครทางออนไลน์ง่ายและสะดวกที่เว็บไซต์ของธนาคารฯ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยมีเงินทุนในการทำธุรกิจ มีความหวังและกำลังใจในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ธนาคารฯ ยังสนับสนุนให้ร้านค้าเพิ่มช่องทางการขายได้บน K+ market ในแอป K PLUS ของธนาคารฯ รวมถึงการทำกิจกรรมช่วยโปรโมตร้านผ่านสื่อต่างๆ ของธนาคารฯ และร่วมมือกับเพจออนไลน์ชื่อดัง เพื่อช่วยเพิ่มยอดขายสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้า ให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นได้อีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโครงการพิเศษดังกล่าวแล้ว ธนาคารฯ ยังขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อยที่ต้องปิดกิจการตามมาตรการของทางการ ด้วยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ระยะเวลา 2 เดือน โดยเริ่มการพักชำระตั้งแต่งวดการชำระหนี้เดือน ก.ค. 2564 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้าของธนาคารฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า ธนาคารฯ พร้อมช่วยเหลือลูกค้าให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ทั้งการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงการเพิ่มสภาพคล่องจากการออกโครงการพิเศษเพื่อช่วยร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยในครั้งนี้ ธนาคารฯ คาดหวังว่าจะช่วยร้านค้ารายย่อยให้เข้าถึงเงินกู้ได้ 35,000 ราย โดยเตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ 3,500 ล้านบาท ในวันนี้เรายังไม่รู้ว่าวิกฤตจะจบเมื่อไหร่ ขอให้ทุกคนมีกำลังใจ สู้ไปด้วยกัน อย่าหมดหวัง ธนาคารกสิกรไทยพร้อมจะอยู่เคียงข้างสนับสนุนและช่วยเหลือลูกค้าจนกว่าวิกฤตครั้งนี้จะคลี่คลาย เพื่อประคับประคองให้ลูกค้าผ่านวิกฤตไปได้ สำหรับร้านอาหารและร้านค้ารายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการ &amp;ldquo;เงินกู้สู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ส.ค. 2564 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ www.kasikornbank.com และสำหรับลูกค้าเอสเอ็มอีที่ต้องการเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ สามารถติดต่อได้ที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้า หรือ K-BIZ Contact Center 02-888-8822 &amp;nbsp;และลูกค้ารายย่อย ติดต่อได้ที่ K-Contact Center 02-888-8888 หรือช่องทางไลน์ KBank Live ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. &amp;ndash; 31 ส.ค. 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109919</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของโควิด-19, ธนาคารกสิกรไทย, พัชร สมะลาภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0ff751ab61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 17:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรไทยอัดวงเงิน 15,000 ล้าน เติมสภาพคล่องช่วยลูกค้าสู้พิษโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 2564 นางสาวขัตติยา&amp;nbsp;อินทรวิชัย&amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&amp;nbsp;ธนาคารกสิกรไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;สร้างผลกระทบให้กับผู้ประกอบการทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบทางตรง&amp;nbsp;ลูกค้าธุรกิจต้องเผชิญกับรายได้ที่ลดลง&amp;nbsp;ต้องบริหารสภาพคล่องและรักษาการจ้างงานเพื่อประคับประคองธุรกิจและพนักงานให้อยู่รอดไปด้วยกัน&amp;nbsp;แต่เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบยังไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นปกติ&amp;nbsp;ทำให้ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่&amp;nbsp;โดยตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีกว่าธนาคารกสิกรไทยได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยในส่วนของการให้สินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง&amp;nbsp;ให้ความช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจไปแล้ว&amp;nbsp;32,600&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;93,500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อวิกฤตโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เกิดขึ้น&amp;nbsp;จึงเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างเต็มที่&amp;nbsp;โดยร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าของธนาคาร&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและฟื้นฟูธุรกิจ&amp;nbsp;ผ่าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการช่วยเหลือ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู&amp;nbsp;เป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;เหมาะสำหรับลูกค้าที่ยังดำเนินธุรกิจอยู่&amp;nbsp;แต่มีรายได้ลดลงและขาดสภาพคล่อง&amp;nbsp;โดยลูกค้าปัจจุบันจะกู้ได้สูงสุด&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจที่มีอยู่กับธนาคารกสิกรไทย&amp;nbsp;และลูกค้าใหม่จะขอกู้ได้สูงสุด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลากู้สูงสุด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย&amp;nbsp;นานสูงสุด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;2%&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีแรก&amp;nbsp;โดยเฉลี่ย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยจะไม่เกิน&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;ฟรีดอกเบี้ย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;และฟรีค่าธรรมเนียมการจัดการให้กู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ 2. มาตรการพักทรัพย์&amp;nbsp;พักหนี้&amp;nbsp;คือมาตรการรับโอนหลักประกันเพื่อชำระหนี้ธุรกิจ&amp;nbsp;โดยลูกค้ายังมีสิทธิ์เช่าทรัพย์นั้นเพื่อดำเนินธุรกิจต่อได้&amp;nbsp;และมีสิทธิ์ซื้อทรัพย์คืน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดภาระหนี้&amp;nbsp;เพิ่มสภาพคล่อง&amp;nbsp;และรักษาการจ้างงานของธุรกิจ&amp;nbsp;โดยลูกค้าธุรกิจที่เหมาะเข้าร่วมมาตรการนี้&amp;nbsp;คือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ขนส่ง&amp;nbsp;ร้านอาหารที่รับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ธนาคารเตรียมวงเงินสินเชื่อกว่า&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจ&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถช่วยลูกค้าธุรกิจได้กว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง&amp;nbsp;อาทิธุรกิจท่องเที่ยวและผู้ประกอบการรายย่อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104270</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของโควิด-19, ขัตติยา อินทรวิชัย, ธนาคารกสิกรไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae291fb3a7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 13:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสิกรไทย “รวมใจสู้ภัยโควิด” ชวนบริจาคผ่าน K PLUS มอบให้กับโรงพยาบาลและมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ธนาคารกสิกรไทย &amp;ldquo;รวมใจสู้ภัยโควิด&amp;rdquo; เชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคผ่าน K PLUS ง่าย สะดวก ปลอดภัยแบบ Social Distancing เพื่อส่งผ่านน้ำใจและสนับสนุนการดำเนินงานของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลและมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ป่วยจากโควิด-19 เลือกบริจาคผ่าน QR e-Donation ด้วยเงินสด หรือผ่าน K+ market โดยใช้เงินสดหรือใช้ K Point แลก โดยธนาคารจะมอบ K Point จำนวน 50 คะแนนให้กับผู้บริจาคผ่าน K PLUS ทั้งการบริจาคเป็นเงินจำนวน 100 บาทขึ้นไป หรือใช้คะแนน K Point จำนวน 1,000 คะแนนเพื่อบริจาค ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. &amp;ndash; 31 ก.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อทุกคน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรงและบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าดูแลและรักษาผู้ป่วย ดังนั้นธนาคารกสิกรไทย ขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย &amp;ldquo;รวมใจสู้ภัยโควิด&amp;rdquo; ร่วมบริจาคผ่านช่องทาง K PLUS หรือ QR e-Donation ที่สะดวก รวดเร็ว เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล รวมถึงมูลนิธิต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพื่อให้พี่น้องชาวไทยร่วมกันก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 นี้ได้อย่างปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาค &amp;ldquo;รวมใจสู้ภัยโควิด&amp;rdquo; ผ่าน K PLUS ได้ง่าย ๆ สะดวก และปลอดภัย ได้ 2 วิธี คือ &lt;/p&gt;


	ช่องทาง ปิ๊บ QR e-Donation ผ่าน K PLUS โดยผู้บริจาคเลือกโรงพยาบาลหรือมูลนิธิ 19 แห่ง ที่ต้องการบริจาค ประกอบด้วย 1.สภากาชาดไทย/เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 2. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 3.ศิริราชมูลนิธิ 4.โรงพยาบาลราชวิถี 5.โรงพยาบาลชลบุรี 6.โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 7.โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า สู้ภัยโควิด 8.โรงพยาบาลชลประทานมูลนิธิ 9.โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ (ค่ายารักษาทั่วไป) 10.โรงพยาบาลอุทัย 11.โรงพยาบาลลาดยาว 12.โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 13.โรงพยาบาลบ้านนา 14.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลองค์พระ (บำรุงรักษา) 15.มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี 16.มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล-กองทุนมหิดลรวมไทยต้านภัย COVID-19 17.มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณาสุขของมูลนิธิฯ) 18.มูลนิธิชัยพัฒนา และ 19.มูลนิธิดวงประทีป จากนั้นสแกน QR e-Donation เพื่อดำเนินการบริจาค ข้อมูลบริจาคจะส่งตรงไปยังกรมสรรพกรเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี โดยไม่จำเป็นต้องขอใบเสร็จ 
	ช่องทาง K+ market บริจาคด้วยเงินในบัญชี K PLUS หรือใช้คะแนน K Point ผ่านแพลตฟอร์ม K+ market บน K PLUS โดยผู้บริจาคเลือกโรงพยาบาลหรือมูลนิธิ 9 แห่ง ที่ต้องการบริจาค ซึ่งประกอบด้วย


&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:.5in&quot;&gt;1.สภากาชาดไทย/เพื่อช่วยเหลือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 2.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 3.ศิริราชมูลนิธิ 4.มูลนิธิรามาธิบดี 5.มูลนิธิโรงพยาบาลพระมุงกุฎเกล้า 6.โรงพยาบาลราชวิถี 7.โรงพยาบาลชลประทานมูลนิธิ 8.มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี และ 9.มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:.5in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจร่วมบริจาคสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://kbank.co/3fcpqa6 หน่วยรับบริจาค e-Donation: สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KBIZ Contact Center : 02-8888822 กด 1 (เลือกภาษาไทย) กด 3 (ร้านค้ารับบัตร) กด 0 หรือผู้บริจาคที่ใช้ K PLUS: สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center : 02-8888888&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103685</URL_LINK>
                <HASHTAG>k plus, ขัตติยา อินทรวิชัย, ธนาคารกสิกรไทย, รวมใจสู้ภัยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7535742183.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
