<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำพยากรณ์ก่อนจะเจอ &#039;มนต์ขลังโควิด&#039; หรือเศรษฐกิจไทย ต้องเวทมนตร์?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจของทางการ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยและสภาพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติพยากรณ์ว่าตัวเลขจีดีพีสำหรับทั้งปีนี้อาจจะติดลบ 5-6%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ให้ไทยติดลบ 6.7%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) ใส่ข้อมูลชุดล่าสุดเข้าไปในสมการวิเคราะห์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ตัวเลข -8.9%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเองเห็นตัวเลขแล้วยังตกใจเลยครับ&amp;rdquo; ดร.อมรเทพบอกผมระหว่างการสนทนาวันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกบอกว่าหลังจากประเมินตัวเลขล่าสุดแล้วก็ต้องปรับลดมุมมอง GDP เศรษฐกิจไทย 2563 ลงจาก -6.4% เป็น -8.9%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเฉพาะ GDP ไตรมาส 2 มีโอกาสหดตัวได้ถึง 14%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบคือวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้อาจเลวร้ายที่สุดที่ประเทศไทยเคยเผชิญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะรุนแรงกว่าวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2541 ที่เศรษฐกิจ -7.63% (ไตรมาส 2 หดตัวลึก 12.53%)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีความน่าสนใจตรงที่ว่า ดร.อมรเทพบอกว่าตอนนี้เศรษฐกิจไทยเหมือนกำลัง &amp;ldquo;ต้องเวทมนตร์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเศรษฐศาสตร์ดูเหมือนมองโลกในแง่ลบ มองเศรษฐกิจกำลังเลวร้าย เพราะมองจากสถานการณ์ปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับนักลงทุน กลับมองโลกในด้านบวก เพราะมองไปอนาคต และเห็นว่าเป็นราคาที่น่าลงทุน จากเศรษฐกิจกำลังจะถึงจุดต่ำสุดในช่วงนี้ แต่สถานการณ์กำลังคลี่คลายไปด้วยดี ทั้งการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลดลงของจำนวนผู้ติดเชื้อ จึงกลับเข้ามาลงทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เชื่ออย่างนี้เพราะสะท้อนจากราคาหุ้น และราคาสินทรัพย์ต่างๆ ทะยานกลับขึ้นไปได้อย่างรวดเร็วหลังดิ่งลงมาในช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภาพัฒน์รายงานตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกไว้ที่ -1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน หรือหดตัว 2.2% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้าหลังปรับฤดูกาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจเช่นนี้มีปัจจัยสำคัญมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้คนระมัดระวังการเดินทางและการเข้าไปในพื้นที่สาธารณะต่างๆ รัฐบาลในหลายประเทศได้ออกมาตรการจำกัดการใช้พื้นที่ต่างๆ รวมทั้งการปิดกิจการห้างร้านเพื่อลดการแพร่ระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้นับว่าเป็นเรื่องที่ดีทางสาธารณสุข แต่ในทางเศรษฐกิจก็ทำให้คนว่างงานและขาดรายได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในไตรมาสแรกจำนวนนักท่องเที่ยวหดตัวถึง 38% ซึ่งกระทบธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวอย่างแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ซ้ำเติมเข้ามาก็คือ อุปสงค์ภาคต่างประเทศที่ชะลอตัวและกระทบภาคการส่งออกของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้คนระมัดระวังในการจับจ่ายซื้อของ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อส่งออกไม่ได้ ภาคการผลิตก็มีปัญหา เพราะผลิตไปก็ขายลำบาก กำลังการผลิตก็เหลือ สต๊อกสินค้าก็ล้น บริษัทและโรงงานต่างพากันลดคนงานหรือให้ลาพักโดยไม่รับเงินเดือนในช่วงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่ตามมาก็คือ การบริโภคในประเทศอ่อนแอลงเพราะขาดกำลังซื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เพียงกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่หายไป แต่กำลังซื้อคนในประเทศก็อ่อนแอจากรายได้ที่หดหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิหนำซ้ำ ผู้คนในภาคเกษตรก็ยากลำบากจากปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงกระทบผลผลิตให้น้อยลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ซ้ำเติมลงมาคือ ภาครัฐเองที่มีความล่าช้าในการออกงบประมาณรายจ่าย มีผลให้การบริโภคและการลงทุนของรัฐบาลหดตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.อมรเทพบอกว่า &amp;ldquo;แต่ภาครัฐก็ได้ออกมาตรการทางการคลังในการประคองเศรษฐกิจขนานใหญ่ที่เรียกว่า Bazooka...ซึ่งเราหวังว่าภาครัฐจะเป็นพระเอกในรอบนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วไตรมาสสองจะเป็นอย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่นั้น แม้รัฐบาลได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบด้วยการออกมาตรการชดเชยรายได้ให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ อีกทั้งทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการลดภาระผู้กู้ในการชะลอการชำระหนี้ชั่วคราว และได้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมอัดฉีดเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปัจจัยความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มสูงขึ้น 0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งออกสินค้ามีโอกาสหดตัวได้ถึง 20% และจำนวนนักท่องเที่ยวมีโอกาสหดตัวได้ถึง 90%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.อมรเทพบอกว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทางสำนักวิจัยของเขาได้คาดว่า GDP ไตรมาสที่สองนี้มีโอกาสหดตัวได้ถึง 14% และน่าจะลดการหดตัวลงในช่วงที่เหลือของปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคาดการณ์ต่อว่าเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังอาจหดตัวราว 10%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;และเนื่องจากการหดตัวที่ลึกและลากยาวของเศรษฐกิจที่มากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวช้า ทางเราจึงได้ปรับลดมุมมองการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ลงจาก -6.4% เป็น -8.9%&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแปลว่าวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้อาจเลวร้ายที่สุดที่ประเทศไทยเคยเผชิญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันรุนแรงกว่าวิกฤติต้มยำกุ้งที่เศรษฐกิจไทยในปี 2541 หดตัว 7.63%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะไตรมาสที่สองปีนั้นหดตัวลึกถึง 12.53% แต่รอบนี้อาจได้เห็นเศรษฐกิจหดตัวเลขสองหลักอีกครั้งและลากยาวกว่าเดิม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พรุ่งนี้ : เวทมนตร์นั้นคืออะไร?)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67124</URL_LINK>
                <HASHTAG>GDP, IMF, กาแฟดำ, ดร.อมรเทพ จาวะลา, ธนาคารซีไอเอ็มบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
