<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมินกระแสดราม่า&#039;นาวิน ต้าร์&#039;สั่งเมียปั๊มนมแจกฟรีต่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปิดศึกวิวาทะเดือด สนั่นโซเชียลเลยทีเดียว สำหรับกรณี นาวิน ต้าร์ หรือ นาวิน เยาวพลกุล และ น้ำหวาน-พัสวี พัคยฆบุตร ผู้เป็นภรรยา ผุดโครงการ นมจากเต้าเราให้ฟรี &amp;nbsp;เพื่อแบ่งปันให้เด็กๆ ยาไร้ที่ไม่มีน้ำนม จนเกิดกระแสดรามา ถูกด่ายับจากหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมทั้งคนทั่วไปที่เฮโลมารุมด่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้ทำเอา หนุ่มนาวิน ต้าร์ ทำไม่ไหว ออกมาโพสต์ข้อความแสดงจุดยืนผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวจวกกลับคนวิจารณ์ที่สักแต่พูด แต่ตนเองและภรรยายุ่งเน้นการกระทำมากกว่าพูด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อย่างแรก ผมอยากให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของคนที่ริเริ่มโครงการแบ่งปันน้ำนมแม่นะครับ ครอบครัวของเราอาจโชคดีที่มีคุณแม่ที่มีน้ำนมเยอะ ผมอาจโชคดีที่ภรรยาผมเป็นคุณแม่ที่เสียสละยอมทุ่มเทพลังกายและพลังใจเพื่อลูกของผม บอกตามตรงเลยว่าผมเห็นใจภรรยาและรู้สึกอยากแบกภาระนี้แทนด้วยซ้ำ แต่ทั้งหมดนี้มันทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าความเจ็บปวดที่มากไปกว่าการไม่มีเงินทองเอาไว้ใช้มันก็คือการที่เราไม่สามารถเลี้ยงดูลูกให้อิ่มท้องเพื่อให้เขาแค่เจริญเติบโตได้ตามวิถีธรรมชาติของเขาเองเท่านั้น และทำให้ผมพลอยเห็นใจคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีน้ำนมที่ติดต่อมาทางเราด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างที่สอง ผมอยากให้ทราบกันว่าเราริเริ่มโครงการนี้มาด้วยการคิดที่รอบคอบ แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่ไม่มีความเสี่ยง ทุกครั้งที่มีการบริจาคเราได้มีมาตรการด้านความปลอดภัยโดยการตรวจคัดกรองทั้งในด้านผู้ให้และผู้รับ โดยแพทย์ของเราที่สถาบันคลีนิคฟิลอก้าก็มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการตรวจเลือดและตรวจสอบภาวะของภูมิแพ้ที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำในการทำงานทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคุณหมอของเราไม่ได้ชอบใช้เฟซบุ๊ก ในตอนนี้เราอาจจะกล่าวได้ว่า เราเป็นธนาคารนมเอกชนรายเดียวของประเทศไทยก็เป็นได้ ทางคุณพ่อคุณแม่ที่ติดต่อมาทางเราก็มีหลายท่านที่รู้จักธนาคารนมของรัฐที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แต่ก็ยังเลือกที่จะรับความช่วยเหลือจากเราอยู่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างที่สาม ส่วนตัวผมคิดว่าหลายครั้งผมต้องทำหน้าที่หลายอย่างตามที่สังคมมอบหมายให้ทำ ผมไม่ได้ตัดสินใจเองด้วยซ้ำ เราไม่ได้โฆษณาให้คุณพ่อคุณแม่ติดต่อเข้ามา แต่ทุกคนเป็นคนติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือเอง ทางเราเองก็ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด การที่สังคมจะแห่แหนไปทางไหนผมว่าเราโทษใครไม่ได้นะครับ ผมติดตรงคำพูดเหน็บแนมว่าสังคมไทยเป็น &amp;ldquo;สังคมอุดมดารา&amp;rdquo; ผมคิดว่าไม่มีสังคมไหนหรอกครับที่ขาดคนที่ดังกว่าคนทั่วไปอยู่หน่อย ผมว่าเรื่องที่สำคัญกว่ามันอยู่ที่ว่าคนดังเหล่านี้มีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมจริงหรือเปล่า และก็ไม่แปลกและไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่เรื่องผิดที่มีดาราหลายท่านที่อุทิศตนเพื่องานทางด้านสังคมโดยไม่หวังกำไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่วิจารณ์ก็ได้แต่ยุ่งกับการ &amp;ldquo;พูด&amp;rdquo; แต่พวกเราแค่กำลังยุ่งอยู่กับการ &amp;ldquo;ทำ&amp;rdquo; ก็แค่นั้น ผมรู้และมั่นใจว่ากำลังทำสิ่งที่ถูก แน่ใจมากๆ ครับ อย่างสุดท้าย ทางโครงการแบ่งปันนมแม่ อยากจะบอกว่าเรากำลังปรับปรุงให้มีการรับบริจาคนมจากคุณแม่ที่มีน้ำนมเหลือเยอะด้วย นั่นจะเป็นก้าวต่อไปที่เราจะร่วมกันช่วยเหลือแบ่งเบาปัญหานี้ได้โดยการจับคู่แม่ที่เหลือเข้ากับแม่ที่ขาด เราตั้งใจจะทำงานนี้จริงจังโดยถ้าหน่วยงานของรัฐต้องการความช่วยเหลือทางด้านใดเรายินดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @navintar&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19377</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารนม, นมจากเต้าเราให้ฟรี, นาวิน ตาร์, นาวิน เยาวพลกุล, น้ำหวาน-พัสวี พัคยฆบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbb1d92cec7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
