<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าชื่นชม! ชาวประมงนักอนุรักษ์จับปูไข่เขียนชื่อเรือบนกระดองก่อนปล่อยคืนทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทือง&amp;rdquo; เฒ่าทะเลบ้านเกาะเตียบแบบอย่างนักอนุรักษ์ชาวประมงชายฝั่งเมืองชุมพร เขียนชื่อเรือ &amp;quot;น้องใหม่&amp;quot; บนกระดองปูไข่ที่จับได้แล้วปล่อยกลับลงสู่ทะเล จับได้อีกทีปูวางไข่แพร่ขยายพันธุ์ไปแล้วนับแสนตัว เผยเคยเจบปูไข่ที่ปล่อยไปหลายครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.61 -&amp;nbsp;ผู้สื่อขาวรายงานว่า ชุมชนชาวประมงชายฝั่งบ้านเกาะเตียบ หมู่ 7 ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยึดอาชีพทำประมงสืบทอดมานานหลายชั่วอายุคน หมู่บ้านชายทะเลแห่งนี้ถือว่าเป็นต้นแบบนักอนุรักษ์แหล่งเรียนรู้สำคัญในยุคสมัยที่ &amp;quot;ลุงจาง เฟื้องฟุ้ง&amp;quot; เฒ่าทะเล เจ้าของความคิดโครงการธนาคารปูแห่งแรกของประเทศไทย ผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยวัยชราอายุ 77 ปี เมื่อพ.ศ.2558 แต่ภูมิปัญญายังเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่ที่ลุงจางส่งต่อให้กับคนรุ่นหลังและท้องทะเลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีนายประเทือง มากยอด หรือ &amp;ldquo;ลุงประเทือง&amp;rdquo; วัย 58 ปี ชาวประมงบ้านเกาะเตียบ ยึดอาชีพทำประมงชายฝั่ง บอกว่าตนเองประกอบอาชีพทำประมงเรืออวนปูอยู่ในชุมชนบ้านเกาะเตียบมานานกว่า 30 ปี คนในชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่ก็ประกอบอาชีพออกเรืออวนปู การออกไปวางอวนปูแต่ละครั้งจะต้องใช้อวนจำนวน 30 หัว หรือที่ชาวประมงเรียกว่า 3 ตับ 1 ตับเท่ากับ 10 หัว ยาวประมาณ 300 เมตร โดยการนำอวนปูไปวางทิ้งไว้ในทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 5-10 กิโลเมตร วางอวนทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน แล้วออกไปกู้ครั้งหนึ่ง เพราะสัตว์น้ำที่ติดอวนจะยังไม่ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเทือง กล่าวว่า ทุกครั้งที่ออกไปกู้เก็บอวนที่วางไว้ในทะเลจะสาวอวนขึ้นมาเก็บไว้บนเรือ ส่วนปูม้าและสัตว์น้ำอื่นๆที่ติดอวนอยู่ก็จะนำขึ้นไปปลดบนชายฝั่งที่มีพ่อค้าแม่ค้ามารอรับซื้อ แต่ก่อนเข้าฝั่ง เราก็จะนำอวนอีกชุดที่เตรียมมาวางทิ้งสลับไว้ใกล้ๆจุดเดิม หรือจะย้ายไปวางทิ้งไว้ที่จุดอื่นก็ขึ้นอยู่แต่ละคน ซึ่งทุกครั้งที่ออกมาเก็บกู้อวนก็จะใช้วิธีการดังกล่าวเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประเทือง กล่าวอีกว่า ระหว่างเก็บกู้อวนเมื่อเจอปูไข่ติดขึ้นมา ตนเองก็จะค่อยๆปลดปูตัวนั้นออกจากอวนอย่างทะนุถนอมไม่ให้บอบช้ำและขาหลุด จากนั้นจะใช้สีกันน้ำเขียนชื่อลงบนกระดองหลังปูว่า &amp;quot;น้องใหม่&amp;quot; ซึ่งเป็นชื่อเรือของตนและถือว่าเป็นรหัสที่ชาวเรือด้วยกันจะรู้ แล้วก็ปล่อยปูไข่ตัวดังกล่าวกลับลงไปสู่ท้องทะเลเพื่อให้มันได้ไปวางไข่แพร่ขยายพันธุ์ เพราะแม่ปูหนึ่งตัวจะวางไข่ได้มากกว่า 50,000-100,000 ตัว ที่ผ่านมาตนเองและเพื่อนชาวประมงที่ออกเรืออวนปูด้วยกันเคยจับปูตัวที่เขียนชื่อว่า &amp;ldquo;น้องใหม่&amp;rdquo; ได้หลายครั้งแล้ว ซึ่งทุกตัวได้วางไข่แพร่ขยายพันธุ์ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีใจและภูมิใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวประมงนักอนุรักษ์รายนี้ กล่าวอีกว่าตนเองทำอาชีพอวนปูมานานก็อยากให้สัตว์น้ำมีมากขึ้นและเป็นอาชีพอยู่คู่กับลูกหลานได้ทำมาหากินตลอดไป ตนเองจึงมีความคิดที่จะอนุรักษ์ด้วยวิธีการดังกล่าวควบคู่ไปกับการประกอบอาชีพ ถ้าเราคิดแต่จะจับอย่างเดียวโดยไม่ช่วยกันอนุรักษ์ไม่ช่วยกันดูแลแล้วในอนาคตเราก็จะหากินกันลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ไม่ต้องประกาศให้ใครได้รับรู้ และสิ่งที่ทำก็ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก แต่ทำด้วยจิตสำนึกของเราเอง เพราะท้องทะเลแห่งนี้คือปากท้องของพวกเราจึงวอนขอความร่วมมือชาวประมงที่เจอปู่ไข่ให้ช่วยกันปล่อยลงสู่ท้องทะเลให้แพร่ขยายพันธุ์เพื่อเราจะได้ยึดเป็นอาชีพและมีปูกินไปนานๆ&amp;rdquo;ลุงประเทืองกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23843</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ชาวประมงชายฝั่งบ้านเกาะเตียบ, ธนาคารปู, นายประเทือง มากยอด, ปล่อยปูไข่คืนทะเล, อนุรักษ์ปูไข่, อำเภอปะทิว, เรือประมงน้องใหม่, เรืออวนปู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181209/image_mid_5c0cf291f11f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2018 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูโผล่ปักกิ่ง!ดาราแดงได้ทีชี้&#039;คสช.&#039;ทรุดหนัก-หยาม&#039;ดอน&#039;เด็กเล่นขี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 61 - &amp;nbsp;นายอรรถชัย อนันตเมฆ หรือ &amp;ldquo;โด่ง&amp;rdquo; อดีตนักแสดง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดงได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อรรถชัย อียู อนันตเมฆ ระบุว่า &amp;ldquo;การปรากฏตัว ของปู ที่ปักกิ่งนั้น ทำเอาอาการขาลงของ คสช ยิ่งดิ่งวูบลงไปอีก ...
คำถามสำคัญคือ &amp;quot; ปูเข้าจีนได้อย่างไร &amp;quot;
คำตอบแน่ ๆ อันนึ่งก็คือ &amp;quot; จีนให้เข้า &amp;quot;
คำถามต่อมา คือ &amp;quot; อ้าว ...ให้เข้าได้อย่างไร ก็ในเมื่อปูมีหมายจับ จาก คำพิพากษาของ ศาลอาญานักการเมือง กรณีจำนำข้าว &amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบประมวลรวม ๆ คือ
&amp;quot; จีนไม่ให้ความสำคัญ สองสิ่ง &amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ไม่ให้ความสำคัญกับ &amp;quot; คำพิพากษา &amp;quot; มันแสดงว่า คำพิพากษาของ ศาลไทย ไม่เป็นที่ยอมรับ และ ถูกมองว่าเป็น การกลั่นแกล้งทางการเมือง อันหมายถึง คดีปู ไร้สาระในสายตาจีน ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ไม่ให้ความสำคัญ กับ &amp;quot; คสช &amp;quot; ที่ทำทุกอย่างเพื่อ เอาใจจีน และ มองจีนว่า เป็นมหามิตร แต่จีน ไม่คิดกับ คสช แบบเดียวกัน .มันตบหน้า คสช ฉาดใหญ่ ว่าเขาให้ความสำคัญกับ สองพี่น้องคนมากกว่า รัฐบาลทหาร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้ ความน่าเชื่อถือพัง ทั้ง ศาล ทั้ง คสช ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย จะกล้าส่งคำร้องไปขอตัว ปูจากจีนหรือไม่ ...
ไม่ส่ง ก็ ...ผิดปกติวิสัยที่ต้องทำ
ส่งไป ..หากจีนนิ่งเฉย ก็เหมือนโดนตบหน้า ฉาดที่ สอง ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของตัวเอง กับจีน เข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็น นายดอน ...ตอนนี้คงปวดหัวตึบ ..ไม่รู้จะตอบคำถามนักข่าวว่าอย่าไร ดี
ลำพังที่ ผ่านมาที่เคย ตอบ ๆไป ทุกวันนี้ก็ใกล้จะเป็น เด็กเล่นอุจจาระเข้าไปทุกวัน แล้วววว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2850</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, ดาราแดง, ธนาคารปู, นปช., ปูโผล่ปักกิ่ง, ยิ่งลักษณ์, เสื้อแดง, โด่ง อรรถชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180211/image_big_5a7fdd5e2abf4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2018 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2018 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กอบศักดิ์ดัน’วิจัยกินได้’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กอบศักดิ์ถกหน่วยงานวิจัยของประเทศ ชงแนวคิดวิจัยกินได้แทนที่งานวิจัยที่แค่อยากทำ สุดท้ายถูกเก็บในลิ้นชักหรือบนหิ้ง เผยประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์แท้จริง เปลืองงบประมาณเปล่าๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.61 - นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ในฐานะผู้กำกับดูแลคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยว่า เมื่อวันที่ 2ก.พ.ได้หารือกับสำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำวิจัยของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงบประมาณ สภาวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ว่าจะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้งบประมาณและโครงการวิจัยในปีนี้และปีต่อๆ ไปมุ่งตอบโจทย์ที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเอาไปใช้ได้จริง มากกว่าที่จะวิจัยในหัวข้อที่อาจารย์อยากทำแล้วก็ถูกนำไปขึ้นหิ้ง โดยประชาชนไม่ได้ประโยชน์ใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมจึงได้หารือกันภายใต้แนวคิด &amp;quot;วิจัยกินได้&amp;quot; โดยหารือถึงแนวทางการกำหนดโจทย์การวิจัยอย่างไรที่จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง &amp;nbsp;รวมถึงแก้ปัญหาสำคัญของแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น การวิจัยเรื่องธนาคารปู, &amp;nbsp;การปลูกทุเรียนนอกฤดูกาล, การเจาะรูต่อท่อแทนการกรีดยางพารา ซึ่งจะช่วยเพิ่มอายุต้นยางได้เท่าตัว, การสร้างคุณค่าจากผักตบชวา หรือแม้แต่การแก้ปัญหาหมอกควันทางภาคเหนือที่ส่วนใหญ่เกิดจากการเผาใบข้าวโพด ถ้าเราสามารถแก้ปัญหาเหมือนการใช้ใบอ้อยที่เอามาใช้ในโรงงานไฟฟ้า ที่ปัจจุบันใบอ้อยหนึ่งตันสามารถขายได้ 200 บาท หากเราวิจัยให้เอาใบข้าวโพดมาใช้ได้เช่นกันก็จะไม่ต้องมีการเผา สร้างปัญหาหมอกควันเหมือนทุกๆปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;quot;ผมมองว่าโครงการวิจัยดังกล่าวต้องทำกับชุมชน และเมื่อวิจัยเสร็จแล้วต้องนำองค์ความรู้เรื่องนั้นๆ มาขยายผลต่อไปสู่พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ รวมถึงในอนาคตจะมีการตั้งศูนย์ความเป็นเลิศในแต่ละด้าน เช่น จ.จันทบุรีเรื่องทุเรียน จ.เชียงใหม่ เรื่องลำไย &amp;nbsp;จ.สงขลาเรื่องประมง จ.นครราชสีมาเรื่องโคเนื้อนุ่ม เป็นต้น ตรงนี้จะเป็นการตอบโจทย์ในสิ่งที่ประชาชนต้องการและอยากได้ ช่วยสร้างรายได้ สร้างอาชีพใหม่ของประชาชน ที่สำคัญยังเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนในชุมชนและสังคมทั่วประเทศไทยต่อไป&amp;quot;นายกอบศักดิ์กล่าว.

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2378</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์, ธนาคารปู, ยางพารา, วิจัย, วิจัยกินได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180116/image_big_5a5da89402bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
