<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเป็นเหตุ! &#039;เอดีบี&#039;หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือ2% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank)&amp;nbsp;หรือ เอดีบี ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงมาอยู่ที่ 2% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ 3% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดเชื่อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนลดลงโดยเฉพาะเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ขณะที่การจำกัดการท่องเที่ยวที่ยังดำเนินอยู่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ส่วนจีดีพีของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่ากระเตื้องขึ้นอยู่ที่&amp;nbsp;4.9%&amp;nbsp;จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 4.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ เอดีบียังคาดว่าเศรษฐกิจในประเทศเอเชียกำลังพัฒนาจะเติบโตที่ 7.2%&amp;nbsp;ในปีนี้จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่&amp;nbsp;7.3%&amp;nbsp;ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจช้าลงในบางประเทศในภูมิภาค ส่วนแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นั้นจะปรับขึ้นจาก&amp;nbsp;5.3%&amp;nbsp;เป็น 5.4%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารพัฒนาเอเชีย, ปรับลดจีดีพี, เศรษฐกิจไทย, เอดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0f725c6bff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดเป็นเหตุ! &#039;เอดีบี&#039; หั่นจีดีพีไทยปีนี้เหลือ2% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank)&amp;nbsp;หรือ เอดีบี ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ลงมาอยู่ที่ 2% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ 3% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดเชื่อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ระลอก&amp;nbsp;3 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนลดลงโดยเฉพาะเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การจำกัดการท่องเที่ยวที่ยังดำเนินอยู่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ส่วนจีดีพีของปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่ากระเตื้องขึ้นอยู่ที่&amp;nbsp;4.9%&amp;nbsp;จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 4.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ เอดีบียังคาดว่าเศรษฐกิจในประเทศเอเชียกำลังพัฒนาจะเติบโตที่ 7.2%&amp;nbsp;ในปีนี้จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่&amp;nbsp;7.3%&amp;nbsp;ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ระลอกใหม่ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจช้าลงในบางประเทศในภูมิภาค ส่วนแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นั้นจะปรับขึ้นจาก&amp;nbsp;5.3%&amp;nbsp;เป็น 5.4%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110400</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ธนาคารพัฒนาเอเชีย, รับลดประมาณการเศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210516/image_big_60a0f725c6bff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิด-19ฉุดเศรษฐกิจร่วง เอดีบีหั่นจีดีพีโตติดลบ8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เอดีบี&amp;rdquo; หั่นจีดีพีไทยปีนี้โตติดลบ 8% หลังโควิด-19 กระทบเศรษฐกิจหนัก ลุ้นปี 2564 กลับมาฟื้นตัวที่ 4.5% แนะจับตาปัจจัยเสี่ยงของไวรัสระบาดรอบ 2 การกีดกันทางการค้าและความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน ขณะที่ &amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; จ่อถกคลังปรับเป้าหายจัดเก็บรายได้ปีงบ 2564 ลงจาก 2.08 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้เปิดเผยในรายงาน Asian Development Outlook 2020 Update โดยคาดการณ์ว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้ (จีดีพี) จะติดลบ 8% ซึ่งหดตัวมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ 4.8%&amp;nbsp; เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความไม่แน่นอน แม้จะมีแรงสนับสนุนจากนโยบายการคลังและการเงินก็ตาม แม้ว่าผลจากความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของประเทศไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ แต่ผลจากการระบาดดังกล่าวได้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวที่ 4.5% ปรับเพิ่มจากคาดการณ์เดิมที่ 2.5% โดยอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะติดลบในปีนี้อยู่ที่ 1.6% จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะงักงัน การหดตัวสูงของราคาพลังงาน และเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ รวมถึงมาตรการรัฐบาลที่ช่วยลดค่าสาธารณูปโภคด้วย ก่อนจะปรับตัวเป็นบวกที่ 0.8% ในปีหน้า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงภายนอกยังคงเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในทั่วโลก การกีดกันทางการค้า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนปัจจัยเสี่ยงภายใน ได้แก่ การกลับมาระบาดซ้ำของโควิด-19 ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เอดีบียังคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียในปีนี้จะหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ทศวรรษที่ 0.7% แต่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2564 ที่ 6.8% เนื่องจากภูมิภาคเริ่มฟื้นตัวจากหายนะทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจที่อ่อนแอในปี 2563 แต่ผลผลิตในปีหน้ายังคงต่ำกว่าประมาณการก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยในรายงานได้แนะนำการฟื้นตัวแบบรูปตัว &amp;quot;L&amp;quot; แทนที่จะเป็นตัว &amp;quot;V&amp;quot; และคาดว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคจะติดลบถึง 3 ไตรมาสในปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในปีงบ 2564 ที่ 2.08 ล้านล้านบาท ซึ่งจะมีการหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในเร็วๆ นี้ เพื่อปรับเป้าหมายการจัดเก็บลง เนื่องจากเป้าหมายเดิมตั้งไว้ก่อนมีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งยอมรับว่ามีผลกระทบกับการเก็บภาษีของกรมสรรพากรอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป้าหมายการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรจริงๆ ในปีงบประมาณ 2564 จะเหลือเท่าไร ต้องรอหารือกับ สศค.ในเร็วๆ นี้ โดยรอให้จบปีงบประมาณ 2563 เพื่อดูภาษีที่เก็บได้ที่แท้จริง และประเมินภาวะเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด ส่วนในปีงบประมาณ 2563 กรมเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่จะต่ำกว่าเป้าหมายกี่แสนล้านบาท ขอดูตัวเลขเดือนสุดท้าย (เดือน ก.ย.) ก่อน เพราะเป็นเดือนที่นิติบุคคลต้องยื่นแบบและเสียภาษีรอบครึ่งปีของปี 2563&amp;quot; นายเอกนิติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกนิติกล่าวอีกว่า การเก็บภาษีในเดือน ส.ค.2563 ของกรมสรรพากร เกินเป้าหมายกว่า 3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากการเลื่อนการเก็บภาษีมาจากเดือนก่อนหน้า เพื่อช่วยลดภาระผู้เสียภาษี โดยกรมสรรพากรได้เร่งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจ มีการคืนภาษีไปได้แล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานการเก็บรายได้รัฐบาลล่าสุด 8 เดือนของปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.2562-พ.ค.2563) รัฐบาลเก็บรายได้สุทธิ 1.5 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.89 แสนล้านบาท โดย 3 กรมภาษีเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.18 แสนล้านบาท เป็นกรมสรรพากรเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.39 แสนล้านบาท กรมสรรพสามิตต่ำกว่าเป้าหมาย 7.09 หมื่นล้านบาท และกรมศุลกากรต่ำกว่าเป้าหมาย 8,516 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77573</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทบเศรษฐกิจ, จีดีพี, จีดีพีไทย, ติดลบ 8%, ธนาคารพัฒนาเอเชีย, พิษโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอดีบี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60d58843055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอดีบี&#039;ลุ้นจีดีพีโต4.5% พื้นฐานเศรษฐกิจไทยปึ้ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอดีบี&amp;quot; ลุ้นจีดีพีไทยปีนี้โตถึง 4.5% ปรับคาดการณ์จากเดิมที่ 4% อานิสงส์ส่งออกโต ลงทุนภาครัฐและเอกชนขยายตัวดี จับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน เริ่มกระทบราคาสินค้าเกษตร แต่พื้นฐานเศรษฐกิจยังปึ้ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กันยายน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ระบุถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 มีการชะลอตัวลงตามฐานการขยายตัวที่สูงขึ้น &amp;nbsp;แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มแผ่วลงหลังจากการทะยานขึ้นสูงในครึ่งแรกของปีนี้ โดยคาดว่าในปี 2561 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ระดับ 4.5% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 4% และในปี 2562 อยู่ที่ 4.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 4.1% โดยมีแรงสนับสนุนที่สำคัญคือการขยายตัวของเศรษกิจโลก ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกและภาคการผลิตสำคัญๆ ขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี &amp;nbsp;แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และภาคการผลิตที่สำคัญขยายตัวในเกณฑ์ดี แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐยังมีแนวโน้มที่จะอยู่ในเกณฑ์ดีและเร่งขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาคการส่งออก เอดีบีคาดว่าจะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้า โดยคาดว่าในปี 2561 และปี 2562 มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐจะขยายตัวที่ระดับ 10% โดยสินค้าอุตสาหกรรม การส่งออกสินค้าเกษตร มีแนวโน้มขยายตัวเช่นกัน ส่วนการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาคเอกชนนั้น มองว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 4% และปีหน้าขยายตัวที่ระดับ 4.5% อานิสงส์จากการปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้ในระบบเศรษฐกิจและอัตราการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจำนวนผู้มีงานทำในภาคเกษตรตามการปรับตัวดีขึ้นของภาคการผลิตสำคัญๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพบว่า ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 82.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน พ.ค.2556 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีแนวนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย นำโดยโครงการประชารัฐสวัสดิการ เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยกว่า 11 ล้านคน ขณะที่ภาพรวมหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูงที่ 77.6% ของจีดีพีในไตรมาส 1/2561 ยังคงเป็นอุปสรรคฉุดรั้งการบริโภคที่สำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนภาคการลงทุนนั้น เอดีบียังมองว่าจะขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งมีความคืบหน้ามากขึ้น และคาดว่าจะมีการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนมากขึ้นด้วย โดยในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีโครงการภายใต้แผนการปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนปี 2559 จำนวน 20 โครงการ และโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมในระยะเร่งด่วนปี 2560 อีก 36 โครงการ โดยเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างแล้ว 21 โครงการ วงเงิน 7.25 แสนล้านบาท ยังมีโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีความคืบหน้ามากขึ้น จะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนการลงทุนรวมของประเทศให้สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยดัชนีการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในเครื่องจักร เครื่องมือเพื่อการขยายกำลังการผลิต และการปรับตัวดีขึ้นของการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ โดยปี 2560 มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 642 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 22.4%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เอดีบียังมองถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คือความตึงเครียดของสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ มาตรการกีดกันทางการค้า และความผันผวนของระบบเศรษฐกิจการเงินโลก จากการที่สหรัฐอเมริกาและจีนดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าในช่วงครึ่งแรกของปี เริ่มมีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าเกษตรของไทยบางรายการมีข้อจำกัดในการฟื้นตัว รวมถึงความเสี่ยงที่มาตรการกีดกันทางการค้าและมาตรการตอบโต้จะขยายขอบเขตมากขึ้น ซึ่งจะต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงยังมีประเด็นเรื่องเงินทุนไหลออกจากการที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ โดยปัจจัยดังกล่าวทำให้วัฏจักรดอกเบี้ยในตลาดโลกปรับตัวเข้าสู่ช่วงขาขึ้นอย่างชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ รวมทั้งยังมีความเสี่ยงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และส่งผลกระทบต่อการขยายตัวและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง การได้เปรียบเรื่องดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งหนี้สาธารณะและสัดส่วนหนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ ช่วยป้องกันไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบรุนแรงมากนัก ไทยจึงมีสถานะที่ดีกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ในการรับมือกับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารพัฒนาเอเชีย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab9799c9c2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอดีบีปรับตัวเลขเศรษฐกิจไทยเชื่อปีนี้โตแตะ 4%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอดีบีขยับประมาณการเศรษฐกิจไทย ขึ้นมาโต 4% ชี้ปัจจัยมาจากการลงทุนภาครัฐ-เอกชน รวมถึงการใช้จ่ายในประเทศที่ดีขึ้่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย (Asian Development Outlook : ADO) โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโต 4% ในปี 61 และ 4.1% ในปี 62 เนื่องจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภายในประเทศที่กระเตื้องขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อ ธ.ค.60 เอดีบี เคยคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 61 จะขยายตัว 3.8% ใกล้เคียงกับปี 60&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนั้น รายงานในฉบับนี้ เอดีบี ได้คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกจะสูงถึง 6% ในปี 61 และ 5.9% สำหรับปี 62 ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยจาก 6.1% ที่เคยคาดการณ์ไว้ในปี 60 &amp;nbsp;หากไม่นับรวมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (Newly Industrialized Economies) ที่มีรายได้สูง คาดว่า GDP จะสูงถึง 6.5% ในปี 61 และ 6.4% สำหรับปี 62 ลดลงจาก 6.6% ในปี 60&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6930</URL_LINK>
                <HASHTAG>GDP, จีดีพี, ธนาคารพัฒนาเอเชีย, เศรษฐกิจไทย, เอดีบี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdc4f091b24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
