<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลากไส้กันเอง &#039;ก้าวไกล&#039;ห่วย มั่วส่งชิงอบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.เผยยอดสมัคร อบจ. 5 วัน ผู้สมัคร 8,641 คน ขณะที่แกนนำม็อบ 3 นิ้วแฉ ก้าวไกลส่งคนไร้คุณภาพลงที่เชียงราย ด่าเจ็บ ไม่ดูโปรไฟล์เลยว่าทำมาหากินอะไร ชีวิตยังห่วยแตก แต่เสือกอาสามาเป็นตัวแทนชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ เปิดเผยตัวเลขสมัครนายกและสมาชิกสภาองค์การบริหาร​ส่วนจังหวัด​ อบจ. ทั้ง 76 จังหวัดอย่างไม่เป็นทางการ ว่ามีผู้สมัครนายก อบจ. 335 คน ส่วนผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ. 8,306 คน รวมทั้งสิ้น 8,641 คน โดยแต่ละจังหวัดมีผู้สมัครนายก อบจ.อย่างน้อย 2 คน ทั้งนี้ บรรยากาศการหาเสียงรับเลือกตั้งท้องถิ่น ตั้งแต่วันรับสมัครจนถึงการปิดรับสมัคร และวันที่ 7 พ.ย. ยังไม่พบรายงานถึงคำร้องเรียนเรื่องการหาเสียง ทั้งนี้ กกต.จะติดตามเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร และควบคุมติดตามปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง หากประชาชนแจ้งเบาะแสและหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งให้แจ้งมายัง กกต. โดยมีเงินรางวัลตามกฎหมายผู้แจ้ง 1 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.ยังกล่าวว่า หลังจากนี้ วันที่ 13 พ.ย. องค์กรปกครอง​ส่วนท้องถิ่น ​(อปท.) ​จะประกาศบัญชีผู้สมัครโดยติดประกาศบัญชีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และประกาศกำหนดหน่วยภายในวันที่ 24 พ.ย. จากนั้นจะตั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและอบรมในวันสุดท้ายก่อนวันที่ 29 พ.ย. โดยวันเลือกตั้ง อบจ. พร้อมกันทั่วประเทศ 20 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หนึ่งในแกนนำม็อบ ร่วมแถลงข่าวในนามกลุ่มราษฎรที่ท้องสนามหลวง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตนเสียดายพรรคส้มในเชียงรายมาก ที่เอาคนไร้คุณภาพมาลงสู้ในการเมืองท้องถิ่น คนที่แม้แต่ในชีวิตจริงยังทำตัวเองให้มีชีวิตที่ดียังไม่ได้ งานการไม่มีทำเป็นหลักแหล่ง ชีวิตค่อนข้างล้มเหลว แต่เสือกอาสามาเป็นตัวแทนชาวบ้านจังหวัดเชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมาติเพื่อก่อ ให้ความสำคัญกับตัวละครที่มาเล่นการเมืองบ้างได้แล้วครับ ไม่ใช่ใครพรรคพวกก็จับยัดๆ มาลงหมด โดยไม่ดูโปรไฟล์เลยว่าทำมาหากินอะไร ชีวิตยังห่วยแตก แต่เสือกอาสามาเป็นตัวแทนชาวบ้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากไว้ให้คิดนะครับ ตอนเลือก ส.ส. ผมเลือกส้ม ตอนนี้ก็อยากเลือกส้ม แต่ได้คนคุณภาพห่วยๆ มา ผมจะทำใจไปเลือกคนที่ห่วยแตกในชีวิตจริงได้อย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุทธิ์โพสต์ในคอมเมนต์อีกว่า การเอาไอ้พวกอกหักในพรรคมารับตำแหน่ง หรือมาปูทางให้ได้ตำแหน่ง มันคือการเมืองใหม่ตรงไหนวะ สายส้มมาตอบที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรือง อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ลงพื้นที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อช่วยผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสาคร นายอวยชัย จาตุรพันธ์ และสมาชิก อบจ.สมุทรสาคร หมายเลข 4 หาเสียงเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายธนาธร พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่บริเวณตลาดบ้านแพ้วริมคลองดำเนินสะดวก เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าพี่น้องประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดแห่งนี้ ช่วยกันเดินแจกใบปลิวแนะนำผู้สมัคร โดยเป็นการลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครถึง 2 วันติด หมายมั่นปั้นมืออย่างมากว่าจะปักธงนายก อบจ.สมุทรสาครให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขณะที่คณะของนายธนาธรกำลังหาเสียงอยู่ก็มีประชาชนเข้ามารุมล้อมขอถ่ายรูปเซลฟีจำนวนมากอยู่ตลอดเส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ตลาดบึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ไปปราศรัยว่าครั้งนี้ตัดสินใจส่งผู้สมัคร อบจ.ในนามคณะก้าวหน้าทั้งสิ้น 41 จังหวัด และหนึ่งในนั้นคือจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้จังหวัดอื่น และการส่งนายก อบจ.ลงพื้นที่นี้เป็นดำริของนายธนาธร ที่เห็นโอกาสและศักยภาพของจังหวัดน้องใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาการเลือกตั้งท้องถิ่นมักจะวนเวียนอยู่ในวงศ์วานว่านเครือ อยู่กับเครือข่ายกลุ่มเดิมๆ หรือที่เรียกว่า บ้านใหญ่ ของแต่ละจังหวัด วนไปเวียนมา ครั้งนี้คณะก้าวหน้าจึงต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงตรงนี้ด้วย เราอยากให้การเมืองท้องถิ่นเป็นการเมืองแบบใหม่ เป็นการเมืองของคนทุกๆ คน เป็นการเมืองของพี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ ไม่ต้องรู้จัก ไม่ต้องเป็นเครือข่ายของบ้านใหญ่ที่ไหน&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, สราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa6968c19f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะก้าวหน้า-นกฟีนิกซ์การเมือง ร่างใหม่อดีต อนค.-เคลื่อนนอกสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเคลื่อนไหวของอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ที่โดนยุบพรรค กับจังหวะก้าวการเปิดตัว &amp;quot;คณะก้าวหน้า-Progressive Movement&amp;quot; จากเดิมที่จะใช้ชื่อ คณะอนาคตใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp; แน่นอนว่าด้วยวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ จึงทำให้การเปิดตัวดังกล่าวถูกพูดถึงไม่มากนัก แต่ก็เป็นการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อวิกฤติโควิด-19&amp;nbsp; คลี่คลายลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่-หัวหอกคณะก้าวหน้า ย้ำเป้าหมายของ คณะก้าวหน้า ภายใต้การนำของ 3 หัวหอก ปิยบุตร-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-พรรณิการ์ วานิช ว่ามีเป้าหมายหลักๆ คือ 1.การทำให้ความต้องการของผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องยุบพรรคไม่สำเร็จ 2.ขับเคลื่อนองค์กรสร้างความคิดก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เพื่อมิให้การยุบพรรคสำเร็จตามที่ผู้กำกับต้องการ จำเป็นต้องตั้งคณะก้าวหน้า เมื่อเขาอยากตัดบทบาท ต่อไปนี้จะเห็นพวกเราร่วมกันรณรงค์ต่อเนื่องในชื่อคณะก้าวหน้า พวกเขาอยากทำลาย แต่ต่อไปเขาจะเห็นความคิดแบบอนาคตใหม่อยู่ในคณะก้าวหน้าทุกอณู รณรงค์ต่อเนื่องทั่วประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิยบุตร ย้ำไว้ว่า แนวทางการเคลื่อนไหวของคณะก้าวหน้าคือ ปักธงความคิดก้าวหน้าให้สังคมไทย มีภารกิจหลักคือ 1.สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ 2.รณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศ 3.รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับทั่วประเทศ โดยจะขับเคลื่อนกับเครือข่ายต่างๆ เช่น เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน กลุ่มชาติพันธุ์ ติดต่อทางความคิดกับข้าราชการรุ่นใหม่ นักธุรกิจรุ่นใหม่ และเยาวชน ภายใต้รูปแบบเช่น สร้างโรงเรียนของผู้ไม่ยอมจำนน ต้องเอาชนะทางความคิด มีหลักสูตรสำหรับเยาวชน บุคคลทั่วไป&amp;nbsp; เทรนนิงผู้นำก้าวหน้า สร้างแคมเปญรณรงค์สร้างสรรค์ จัดเสวนาวิชาการออกแบบนโยบายก้าวหน้า จะสร้างเครือข่ายเอ็นจีโอ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นอีกครั้งที่เราชาวอนาคตใหม่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า แม้ถูกทำลายจะคืนชีพกลับมาให้ได้อีกครั้งดั่งนกฟีนิกซ์ การเมืองคือเอาชนะทางความคิด ทางกายภาพไม่พอ การเอาชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดต้องชนะทางความคิด ช่วงเวลานี้เป็นวิกฤตการณ์แห่งอำนาจนำ ไม่มีช่วงไหนเหมาะสมอีกแล้ว จะหลอมรวมประชาชนต่อสู้กับอำนาจอยุติธรรม ปลุกคนส่วนใหญ่ของประเทศให้กลายเป็นผู้ทรงอำนาจ นี่คือการเดินทางบทใหม่ ขอเชิญมาเดินทางไปด้วยกัน ให้เห็นว่าการยุบพรรค นิติสงคราม ไม่สามารถหยุดยั้งการก้าวหน้าได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกทิศทางของคณะก้าวหน้า-Progressive Movement ว่า เป็นการเปิดตัวท่ามกลางวิกฤติประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม&amp;nbsp; ความศรัทธาผู้นำ ความขัดแย้งทางการเมือง ไวรัสโควิด มีความรุนแรงสาหัสมากกว่าวิกฤติเศรษฐกิจปี&amp;nbsp; 2540 หนักหนากว่าวิกฤติการเงินโลกปี 2551 โดยคณะก้าวหน้าจะขับเคลื่อนภายใต้อุดมการณ์เดิมของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากจับท่าที ความเห็นทางการเมืองของแกนนำพรรคก้าวไกล ภายใต้การนำของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและคีย์แมนพรรคคนอื่นๆ และท่าทีของคณะก้าวหน้า จะพบว่าทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็คือ กลุ่ม ส.ส.-แกนนำพรรคอนาคตใหม่เดิม พยายามจะรักษาระยะห่างของตัวเองเอาไว้ ไม่ให้เป็น &amp;quot;เงาของกันและกันทางการเมือง&amp;quot; เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาทั้งเรื่องของข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ห้ามไม่ให้ผู้โดนตัดสิทธิ์การเมืองจากคดียุบพรรคการเมืองของศาล รธน.เข้าไปเกี่ยวข้องใดๆ กับพรรคการเมือง-การตั้งพรรค ทำให้คีย์แมนสองฝั่งทั้งพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า จึงต้องรักษาระยะห่างของตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ถูกร้องเรียนเอาผิดได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญมากกว่านั้น มีการมองกันว่า แกนนำพรรคก้าวไกลบางส่วน รวมถึงตัว &amp;quot;พิธา&amp;quot; เองก็ตาม ก็มีการวิเคราะห์กันว่า เขาก็คงไม่อยากใหัตัวเองถูกมองว่าเป็น &amp;quot;เงา-นอมินีทางการเมือง&amp;quot; ของธนาธร เพราะหากสังคมมองไปในทางนั้นกันหมด ก็จะทำให้พิธาไม่สามารถเติบโตทางการเมือง และสร้างการยอมรับจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่เดิมได้ว่า เขาคือผู้นำพรรคก้าวไกลจริงๆ ไม่ใช่เงาของธนาธร-ปิยบุตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ก็ต้องดูว่า หากพิธาต้องการสลัดเงาดังกล่าวออกไปแล้ว ธนาธรกับกลุ่มก้าวหน้าจะยอมรับได้แค่ไหน แม้จะมีการแยกบทบาทกันแล้ว ให้พรรคก้าวไกลเดินในสภา ส่วนคณะก้าวหน้า เดินนอกสภา ทำงานมวลชนก็ตาม. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60573</URL_LINK>
                <HASHTAG>Progressive Movement, กรองสถานการณ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e77774de0e97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2019 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2019 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกายวอล์คคึกคัก &#039;ช่อ&#039; มาถึงก่อนใครเพื่อน &#039;ทอน&#039; ตามมาติดๆ ฮือฮา &#039;แม้ว-ปู&#039; ก็มาด้วย(ประมวลภาพ)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.62 - ผู้เสื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. บริเวณสกายวอล์คแยกปทุมวัน &amp;nbsp;กลุ่มมวลชนได้ทยอยเดินทางมารวมตัวบนทางเดินสกายวอล์คบริเวณสี่แยกปทุมวันตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อรอการปรากฎตัวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้นัดหมายผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย เรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมระยะสั้น หรือแฟลชม็อบ ตั้งแต่เวลา 17.00-18.00 น.ซึ่งการนัดชุมนุมดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีกู้ยืมเงิน จำนวน 191 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมวลชนที่มารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนเวลานัดหมายยังคงเป็นกลุ่มคนสูงวัย โดยผู้ที่มาถึงก่อนต่างจับจองพื้นที่นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมือง มีการชูแผ่นป้ายข้อความต่างๆ เช่น &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมาจากโลกออนไลน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;กฎหมายที่ปราศจากความยุติธรรม&amp;rdquo; อีกทั้งมีการแจกป้ายแสดงสัญลักษณ์ให้ประชาชนที่เดินผ่านไปมา บางคนก็ถือโอกาสถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอาคารสถานที่ โดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าที่มีการตกแต่งพื้นที่เพื่อต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่วนประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมยังสามารถสัญจรไปมาบนสกายวอล์คได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 16.00 น.น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินทางมาถึงพื้นที่ชุมนุม และเข้าทักทายพูดคุยกับผู้ชุมนุม อีกทั้งยังเปิดโอกาสมวลชนร่วมถ่ายรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางมวลชนยังได้นำพัด และปฏิทินที่มีรูปสัญลักษณ์ นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาชูเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงอีกด้วยที่เข้ามาร่วมชุมนุมในครั้งนี้อีกด้วย อีกทั้งยังมีการตะโกนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52471</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ม็อบสกายวอล์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191214/image_big_5df4b26036f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ตะเพิด&#039;ทอน&#039;อยู่ไม่เป็นก็ไม่ต้องอยู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.62- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุข้อความว่า &amp;nbsp;#อยู่ไม่เป็นก็ไม่ต้องอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเพิ่งเห็น คนบางคนเมื่อพูดคนเดียวพูดเองเออเองได้ทั้งหมด พูดคล่องเหมือนท่องอาขยาน ทั้งเรื่อง หุ้น ประชาธิปไตย ความเท่าเทียม แต่เมื่อต้องพูดต่อหน้าตุลาการ พูดได้คำเดียวว่า&amp;quot;จำไม่ได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เลวร้าย มีการพาดพิงอายุของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่ามีอายุเกิน 70 ปี ผมรู้สึกว่าคุณกำลังเอาตัวเลขนี้มาสื่อนัยยะว่าอายุมากแล้ว สู้พวกคุณไม่ได้ แต่อย่าลืมนะว่า คนที่ผ่านอายุมาขนาดนี้ ล้วนผ่านประสบการณ์ และรู้ดีรู้ชั่วมามากกว่าคุณ หยุดวัดคุณค่าคนด้วยอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ตลกมากที่สุดคือ การย้ำว่าความผิดของตนเอง คือ การต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. เขาต้องการให้คุณชี้แจงว่าโอนหุ้นจริงหรือไม่เท่านั้น แต่ก็เฉไฉไปเรื่องอื่น จึงไม่แปลกที่สร้างเรื่องอยู่.ไม่.เป็น. เพื่อต่อรองความผิดตนเอง
#อยู่ไม่เป็นก็ไม่ต้องอยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ประชาธิปัตย์, อนาคตใหม่, อยู่ไม่เป็นก็ไม่ต้องอยู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191116/image_big_5dcf77819756d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอนหนุนแยกฮ่องกง โฆษกทูตจีนฉะสมคบ‘โจชัวหว่อง’ผิดร้ายแรงกระทบมิตรภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; งานเข้าอีกแล้ว! โฆษกเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยฉะนักการเมืองไทยบางคนติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากจีน โดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซัดเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ &amp;quot;ชลิตา&amp;quot; ไม่กลัวน้ำร้อน ลั่นพร้อมสู้คดีมาตรา 1 แม้โดนคนเดียว เตรียมข้อมูล-พยานไว้พร้อมแล้ว ปลุกเร้าสังคมต้องวิพากษ์และชงรื้อมาตรา 1 ให้เป็นเรื่องปกติให้ได้ เคาะชัดๆ แล้ว 17-19 ต.ค. พ่นน้ำลายเรื่องงบประมาณ เพื่อไทยฟุ้งมี 70 ส.ส.จ่อจองกฐิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม เพจเฟซบุ๊ก Chinese Embassy in Bangkok ของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยให้ความเห็นเกี่ยวกับ &amp;quot;กฎบังคับในเรื่อง ห้ามสวมหน้ากาก&amp;quot; และสถานการณ์ล่าสุดในฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 เดือนตุลาคม รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้ประกาศ &amp;quot;กฎบังคับในเรื่อง ห้ามสวมหน้ากาก&amp;quot; โดยอาศัยอำนาจจาก &amp;ldquo;กฎระเบียบในวาระฉุกเฉิน&amp;rdquo; มีผลตั้งแต่วันที่ 5 เดือนตุลาคม กฎบังคับดังกล่าวห้ามผู้ชุมนุมสวมใส่หน้ากาก ซึ่งจะเป็นอุปสรรคในการระบุตัวตนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ละเมิดถือว่าทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงในฮ่องกงยืดยาวมาเป็นเวลามากกว่า 4 เดือน วันที่ 1 เดือนตุลาคม กลุ่มคนใช้ความรุนแรงที่สวมหน้ากากได้รวมตัวกันอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ต่างๆ ของฮ่องกง ปิดกั้นการจราจรในบริเวณกว้าง ทำลายร้านค้า รถไฟใต้ดินและสาธารณูปโภคอื่นๆ อีกทั้ง ได้จุดไฟเผา โยนระเบิดขวดจำนวนมาก โจมตีสถานที่ราชการและสถานีตำรวจ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างบ้าคลั่ง ทำร้ายประชาชนทั่วไปอย่างไม่เลือกหน้า พวกเขาจงใจสร้างเหตุการณ์นองเลือดขึ้นมา ความรุนแรงได้ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการท้าทายกฎหมายอย่างรุนแรง ทำลายความสงบสุขของสังคมฮ่องกง และเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปัจจุบันความอันตรายที่ใหญ่ที่สุดที่ฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ก็คือ การใช้ความรุนแรงและการไม่เคารพกฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่ต้องยุติความรุนแรงและความวุ่นวายด้วยท่าทีที่ชัดเจนมากขึ้น และวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในสถานการณ์อย่างนี้รัฐบาลเขตปกครองพิเศษได้บังคับใช้ &amp;quot;กฎบังคับในเรื่องห้ามสวมหน้ากาก&amp;quot; เป็นมาตรการที่ชอบด้วยกฎหมาย ชอบธรรม และมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หลายประเทศในโลกก็ได้บังคับใช้กฎหมายห้ามปิดบังใบหน้าเช่นกัน การบังคับใช้กฎบังคับดังกล่าวในฮ่องกง มิได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของชาวฮ่องกง รวมทั้งสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลส่วนกลางของประเทศจีนสนับสนุน แคร์รี หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานตุลาการ ในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดใช้ความรุนแรงทั้งปวง โดยเฉพาะแกนนำ กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรง ตลอดจนผู้วางแผนและสั่งการที่อยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่ต้องชี้ให้ทราบว่า ความผันผวนที่มาจากการต่อต้านการแก้ไขกฎหมายในฮ่องกงได้ เปลี่ยนตัวไปอย่างสิ้นเชิง กำลังพัฒนาเป็น &amp;quot;การปฏิวัติสี&amp;quot; โดยได้รับการแทรกแซงจากกลุ่มอิทธิพลภายนอก กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน ได้ใช้ ประชาธิปไตยและเสรีภาพเป็นข้ออ้าง เพื่อทำลายหลักการพื้นฐานของ &amp;quot;หนึ่งประเทศสองระบบ&amp;quot; บ่อนทำลายอธิปไตยและความบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีน ซึ่งฝ่ายจีนคัดค้านอย่างเด็ดขาด
นักการเมืองไทยหนุนแยกฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย&amp;quot; เพจของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยคือ นายหลู่ เจี้ยน มารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2562 เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานว่า นายโจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โพสต์ที่ถ่ายคู่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บนหน้าเพจเฟซบุ๊กของตนเอง โดยระบุว่าทั้งคู่มีโอกาสได้พบกันระหว่างร่วมงานประชุม &amp;lsquo;Open Future Forum&amp;rsquo; ในฮ่องกง ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร &amp;lsquo;อีโคโนมิสต์&amp;rsquo; (Economist) เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยโจชัว หว่อง ระบุว่า นายธนาธรเป็นหัวหน้าพรรค &amp;lsquo;อนาคตใหม่&amp;rsquo; ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีก่อน และผลักดันเรื่องความเท่าเทียมทางเพศและการกระจายรายได้อย่างยุติธรรม เขายังสนับสนุนการนำทหารออกจากการเมืองของไทย แล้วนำปัญญาชนเข้ามาเป็นรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหว่องระบุอีกว่า ด้วยความพยายามทำลายขนบเก่าๆ ทางการเมือง ทำให้ในการเลือกตั้งครั้งแรก พรรคอนาคตใหม่ก็ได้เป็นพรรคอันดับ 3 ได้เก้าอี้ในรัฐสภาไปมากกว่า 80 ที่นั่ง แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ถูกรัฐบาลทหารฟ้องร้องด้วยข้อหาปลุกระดมมวลชนให้ต่อต้านรัฐบาล ซึ่งทำให้เขาอาจต้องโทษจำคุก 9 ปี อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการสะท้อนให้เห็นอิทธิพลของขั้วอำนาจที่ 3 ที่กำลังเกิดขึ้นในสนามการเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงรายนี้บอกด้วยว่า ตอนที่ผมได้คุยกับนายธนาธร ผมพูดถึงเรื่องที่เคยถูกรัฐบาลไทยกักตัวที่สนามบินในกรุงเทพมหานครนาน 12 ชั่วโมงเมื่อ 4 ปีก่อน ต่อมาผมก็ได้รับแจ้งว่า ผมถูกขึ้นบัญชีดำ ก่อนจะถูกเนรเทศกลับฮ่องกง ซึ่งผมไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้มีโอกาสไปประเทศไทยอีก ขณะที่ยังไม่แน่ชัดว่าในอนาคตเขา (นายธนาธร) จะถูกห้ามเข้าฮ่องกงด้วยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ผมหวังว่าในขณะที่อำนาจอนุรักษนิยมหรือลัทธิอำนาจนิยม กำลังแผ่ขยายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พวกเราจะสามารถแลกเปลี่ยน และผลักดันคุณค่าของกระบวนการประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออกต่อไป&amp;ldquo; โจชัว หว่อง ระบุทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์รายงานว่า ในระหว่างร่วมการสัมมนา Open Future Festival ที่ฮ่องกง นายธนาธรตอบคำถามพิธีการว่า &amp;quot;ในการที่จะโค่นล้มระบอบทหารคุณจะต้องมีความเคลื่อนไหวทั้งนอกสภาและในสภา ผมคิดว่าจะต้องไปด้วยกัน ไม่มีทางอื่นที่คุณจะสร้างพลังผลักดัน คือพลังภายในและพลังภายนอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของวิกฤติการเมืองไทย นายธนาธรตอบว่า ขบวนการเสื้อเหลืองคือวิกฤตการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมา ถ้าคุณมองวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย การรัฐประหารทำให้เราแตกแยก ทำให้เรามีความเห็นตรงข้ามทางการเมือง เพื่อที่จะใช้หลักการแบ่งแยกและปกครองประชาชน (divide and conquer) และก็สำคัญด้วยเพราะมีความขัดแย้งระหว่างประชาชนเพื่อที่พวกเขา (ทหาร) จะให้คนเข้าใจว่าประชาธิปไตยคือปัญหา เผด็จการคือทางออก และคนที่ได้ประโยชน์ คนที่เปลี่ยนสถานการณ์ให้เป็นทุนจากวิกฤติครั้งนี้ก็คือนายทุนใหญ่ ครอบครัวที่มีอิทธิพลไม่กี่ครอบครัว บุคคลที่มีความใกล้ชิดกับการทำรัฐประหารนี่คือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองมา 13 ปีแล้ว 13 ปีแล้ว! ดังนั้นต้นทุนมันสูงมาก ผมอยากจะขอร้องทุกท่าน ทุกคน คุณจำเป็นต้องปกป้องสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหนก็ตาม มันเป็นเรื่องของเราทุกคน เราต้องปกป้องประชาธิปไตย ไม่อย่างนั้นคุณก็อาจอยู่ในสภาพเดียวกับประเทศไทย&amp;quot; นายธนาธรกล่าว และยังเอ่ยถึงฮ่องกงซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสัมมนาว่า &amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นในฮ่องกงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านเป็นแรงบันดาลใจให้เราด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;
ปลุกสังคมพูดรื้อ ม.1 ได้
&amp;nbsp;ด้านนางชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ได้เคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กอีกครั้ง หลังเงียบหายไปหลังถูก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กรณีพูดเสวนา &amp;ldquo;พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ที่เสนอให้แก้ไขมาตรา 1 ร่วมกับแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้านจำนวน 12 ราย
โดยนางชลิตาโพสต์หัวข้อ &amp;ldquo;มายืนยันกันอีกทีถึงเสรีภาพในการอภิปรายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รวมถึงมาตรา 1&amp;rdquo; ระบุว่า การนำเสนอในเวทีที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. เป็นการใช้เสรีภาพทางความคิดที่ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการอภิปรายได้ปูพื้นให้เห็นถึงความเป็นมาและลักษณะของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอว่าการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย การเสนอให้อภิปรายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญโดยสันติวิธี เป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และไม่เข้าลักษณะองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 116 ดังนั้นการแจ้งความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดต่อการแสดงความคิดเห็นนี้โดย กอ.รมน. จึงเป็นการบิดเบือนการใช้กฎหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัวหรือความยุ่งยากให้ผู้ถูกกล่าวหา เป็นการใช้การฟ้องคดีเพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (SLAPP) ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่กล้าพูดคุยอภิปรายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางชลิตาโพสต์อีกว่า พวกเราต้องไม่หลงประเด็นไปกับวิวาทะการฟ้องเหมาเข่ง หรือฟ้องเหมารวม แม้จะเป็นหลักการที่ถูกต้องที่ว่า ผู้พูดย่อมต้องรับผิดชอบในคำพูดตนเอง แต่นี่ไม่ใช่สาระสำคัญของเรื่องนี้ ประเด็นหลักคือ การแสดงความคิดเห็นอย่างสันติต่อรัฐธรรมนูญไม่ว่าในประเด็นใดไม่ใช่ความผิด ไม่ใช่อาชญากรรม และไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สมควรจะถูกฟ้องร้องจากการแสดงความคิดเห็นนี้ และไม่เคยกังวลใจเลยแม้แต่น้อยในการถูกแจ้งความดำเนินคดีเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะคดีใด ด้วยข้อหาใด และจะแอบโล่งใจเสียด้วยซ้ำหากมันเป็นเช่นนั้น พร้อมเต็มที่ในการต่อสู้คดีเพื่อยืนยันถึงหลักการ ตอนนี้ได้เริ่มเตรียมข้อมูลต่างๆ เตรียมหานักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ฯลฯ ที่จะมาเป็นพยานให้การ และจะทำให้กระบวนการดำเนินคดีต่อตนเองเป็นการเปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรื่องรัฐธรรมนูญและปัญหาชายแดนใต้อีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายวันที่ผ่านมา ดิฉันรู้สึกชื่นชมและศรัทธาต่อหลายๆ ท่านที่ถูก กอ.รมน.ฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยกัน พวกเค้าเหล่านี้ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อการข่มขู่แม้แต่น้อย ผู้อาวุโสหลายท่านยืนยันอย่างกล้าหาญ หนักแน่น และสง่างามต่อหลักการและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น นอกจากนั้นยังรู้สึกดีใจที่มีหลายๆ คน กลุ่ม องค์กร เริ่มออกมานำเสนอข้อมูลและความเห็นเกี่ยวกับมาตรา 1 มีการรวบรวมงานทางวิชาการมาเผยแพร่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ การพูดถึง การอภิปรายแลกเปลี่ยน และการให้ความเห็นเกี่ยวกับมาตรา 1 มันเคยเป็นเรื่องปกติธรรมดาในสังคมไทย และเราจะต้องช่วยกันทำให้ความปกติธรรมดานี้ดำรงอยู่ต่อไปให้ได้&amp;rdquo; นางชลิตาโพสต์ทิ้งท้ายไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบคำถามถึงกรณีสังคมตั้งคำถามถึงคณะกรรมาธิการฯ (กมธ.) บางคณะ ใช้อำนาจเรียกบุคคลเข้าชี้แจง เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะประธาน กมธ. เตรียมเรียก พล.ต.บุรินทร์มาให้ข้อมูลเป็นการแทรกแซงหรือไม่ ว่าการเชิญบุคคลมาชี้แจงมีขอบเขตที่เป็นระเบียบอยู่แล้ว ซึ่งข้อท้วงติงว่าการเรียกมาอาจเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ก็ยังไม่เห็นว่าแทรกแซงในส่วนใด แต่ถ้าหากเห็นว่า กมธ.เชิญมาไม่ถูกต้อง และเป็นการแทรกแซงการทำงาน ก็สามารถร้องเรียนมาที่สภาได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการร้องเรียนของ กมธ.มาแล้ว 1 คณะ ซึ่งขอย้ำว่าการเชิญคนเข้าชี้แจงทำได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่หากผู้ใดสงสัยสามารถไปศึกษาระเบียบข้อบังคับสภาดูได้
เคาะถกงบ 17-19 ต.ค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนยังกล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นหนังสือผ่านประธานสภาฯ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ไปรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญในการจัดเสวนาที่ จ.ปัตตานี ว่าเบื้องต้นยังไม่เห็นหนังสือ ได้ทราบจากสื่อเท่านั้น คาดว่าอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร ทั้งนี้ หากเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็จะส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป
วันเดียวกัน ยังคงมีความเคลื่อนไหวถึงการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โดยนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า มีการหารือในวิปรัฐบาลแล้วเป็นวันที่ 17-19 ต.ค. โดยในวันที่ 17 ต.ค. ครึ่งเช้า จะพิจารณากฎหมายสำคัญก่อน และหลังจากนั้นช่วงบ่ายจะพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งเมื่อหายไปครึ่งวันในวันที่ 17 ต.ค. จึงต้องเลยไปถึงวันที่ 19 ต.ค. และคาดว่าจะประชุมเต็มที่แค่เพียง 3 วัน เพราะอยากได้ระหว่าง 2 วันหรือ 3 วันเท่านั้น เพราะถัดไปอีกหนึ่งวันในวันที่ 20 ต.ค. ส.ว.ขอประชุมวุฒิสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในฐานะอดีต กรธ. กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 144 &amp;nbsp;ว่าด้วยการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณ &amp;nbsp;เขียนเหมือนกับรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 มีเนื้อหาที่กำหนดว่าห้าม ส.ส.-ส.ว. หรือ กมธ.เสนอแปรญัตติหรือการกระทำใดๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมที่มีผลให้ ส.ส., ส.ว. หรือ กมธ.มีส่วนในการได้ใช้งบประมาณรายจ่าย ซึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปีดังกล่าว มีคนร้องต่อกรณีที่ ส.ส.ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสามารถลงมติได้หรือไม่ ซึ่งผลวินิจฉัยระบุว่า การประชุมสภา ส.ส.ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะเดียวกันจะออกเสียงลงคะแนนในเรื่องที่มีส่วนได้เสียไม่ได้ ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเขียนบทบัญญัติเหมือนกันจึงมีประเด็นที่พิจารณาได้ว่า ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีสามารถลงมติได้ เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิ ส.ส.ในสภา ซึ่งเป็นคนละบทบาทของตำแหน่งรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกรณ์ยังกล่าวว่า ส.ส.ซึ่งเป็นรัฐมนตรีและได้รับการแต่งตั้งเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ สามารถทำได้ แต่ต้องระวังว่าอย่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายแปรญัตติเพื่อเอางบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์กับตนเอง ดังนั้นกรณีการลงมติของ ส.ส. ซึ่งเป็นรัฐมนตรีในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ สามารถทำได้ เพราะถือเป็นการใช้สถานะที่เป็นไปตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า แม้นายวิษณุจะยืนยันว่า ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีโหวตได้ เพราะไม่มีข้อห้าม แต่จะมีปัญหาคือเรื่องการมีส่วนได้เสียที่เขียนเป็นหลักการของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีเป็นผู้ร่างงบประมาณเอง แล้วมาโหวตเรื่องที่ตัวเองร่างจะเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่ เรื่องนี้ในการอภิปรายสภา คงต้องหารือกันว่ารัฐมนตรีสมควรร่วมโหวตหรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ควรเฉยไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ว่า สภาให้เวลาอภิปราย 3 วัน ระหว่างวันที่ 17-19 ต.ค. ได้เวลารวม 40 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 20 ชม. ฝ่ายค้าน 20 ชม. ซึ่งจากเวลาของฝ่ายค้านต้องนำมาเฉลี่ยกันใน 7 พรรค โดยเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทย (พท.) มีผู้แสดงเจตจำนงขออภิปรายมากถึง 70 คน เมื่อนำมาหารเป็นเวลาจะได้คนละ 5-6 นาทีเท่านั้น แต่ในส่วนผู้อภิปรายหลักที่ต้องเน้นเนื้อหาเฉพาะ อาจได้เวลาเพิ่มขึ้นมา ซึ่งจำนวนผู้แสดงเจตจำนงอภิปรายยังปรับลดได้อีก โดยในวันที่ 15-16 ต.ค. พรรคจะประชุมเตรียมความพร้อม ติวเข้มกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อห่วงใยที่ ส.ส.พรรคอาจไม่โหวตไปในทิศทางเดียวกัน นายสุทินกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นวินัยของแต่ละพรรค ก่อนโหวตเราคงมีมติออกมาก่อน สมาชิกทุกคนต้องปฏิบัติ ถ้าใครออกนอกลู่ไป คงเจอสังคมตรวจสอบ แม้รัฐธรรมนูญให้เอกสิทธิ์ในการโหวตต่อ ส.ส. แต่เรื่องนี้ถือเป็นวิธีปฏิบัติ ต้องมีจรรยาบรรณ ส.ส.ถ้าใครโหวตสวน จริงอยู่เขาก็ยังกลับพื้นที่ได้ แต่เมื่อกลับไปแล้วก็ต้องเตรียมตอบคำถามชาวบ้านให้ได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า ในการอภิปรายงบประมาณไม่น่ามีปัญหาอะไร การโหวตถ้าเสียงข้างมากยกมือสนับสนุนงบประมาณก็ผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็มาจากปัญหาภายในของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน และรัฐบาลต้องไปหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ไม่ใช่ออกมาโวยวายและเอาประเทศเป็นตัวประกัน ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่าหากงบประมาณไม่ผ่านประเทศมีปัญหาแน่นั้น การพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการข่มขู่และเล่นเกมการเมืองที่โยนความผิดให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าหากงบไม่ผ่าน รัฐบาลก็มีวิธีการบริหารจัดการไม่ให้มีปัญหาสามารถบริหารประเทศได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีที่งบประมาณไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ จะลาออกหรือยุบสภา จะเอาอย่างไรก็ว่ากันมา เชื่อว่านักการเมืองทุกคนก็พร้อมไปเริ่มใหม่แน่นอน แต่อย่ามาขู่แบบนักเลง ไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชาย&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) มีการจัดประชุม ส.ส. เพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค.และแกนนำพรรค รวมทั้ง ส.ส.เข้าร่วมอย่างคึกคัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47797</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chinese Embassy in Bangkok, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย, แบ่งแยกฮ่องกงออกจากจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9f406e39ce4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2019 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2019 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สมเกียรติ” TDRI แนะอยากแก้รธน.ต้องไม่แตะ&#039;คดีแม้ว&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนา &amp;ldquo;จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่&amp;rdquo; ถึงคำแนะนำเกี่ยวกับกติกาทางเศรษฐกิจและการเมือง โดยนายสมเกียรติกล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ผ่านกระบวนการประชามติ แม้จะมีคำถามว่าทำอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ แต่ก็มีความชอบธรรมในระดับหนึ่ง ดังนั้น กระบวนการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ 2560 ต้องคิดถึงประเด็นนี้ว่าจะมีอะไรที่ชอบธรรมกว่าการมีประชามติของประชาชน ซึ่งก็คือการริเริ่มโดยภาคประชาชนเองให้มากที่สุด ประชาชนต้องเป็นฝ่ายเสนอแก้กฎหมาย เพื่อทำให้เป็นรัฐธรรมนูญเป็นของทุกฝ่าย และต้องเลือกแก้เฉพาะเรื่องที่สำคัญจริงๆ เป็นเรื่องที่คนมีความเห็นพ้องต้องกันสูง เพื่อหาวิธีประสานความแตกต่าง และอย่าเลือกประเด็นที่มีความอ่อนไหว โดยเฉพาะการเช็คบิลย้อนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรียนตามตรง ผมไม่ค่อยสบายใจเวลาคุณธนาธรพูดว่าจะไปรื้อฟื้นคดีคุณทักษิณ ชินวัตร แน่นอนว่ามันถกเถียงกันได้ว่ากระบวนการเล่นงานคุณทักษิณนั้นมีปัญหาหรือไม่ แต่ในสังคมไทยมีคนจำนวนมากไม่ชอบคุณทักษิณอยู่ ถ้าคนเข้าใจว่าประเด็นแบบนี้อยู่ในแพ็คเก็จการแก้รัฐธรรมนูญด้วย จะมีคนเกือบครึ่งหนึ่งคัดค้าน ทำให้มันตกตั้งแต่แรก จึงอยากให้เลือกประเด็นให้ดี ต้องเป็นประเด็นที่ประสานคน ไม่ใช่แบ่งแยกคน&amp;rdquo; นายสมเกียรติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติกล่าวว่า นอกจากนี้ ต้องระวังเรื่องท่าที อย่าให้คนหมั่นไส้ และต้องใช้วิธีการสื่อสารที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตนไม่ค่อยสบายใจเวลาถกเถียงทางการเมือง และคิดว่ายังมีการแบ่งแยกขัดแย้งทางการเมืองคล้ายๆเดิม ใช้คำพูดที่ดูถูกซึ่งกันและกัน เช่น ฝั่งหนึ่งเรียกอีกฝั่งว่าสลิ่มหรือควายแดง ซึ่งตนคิดว่าถ้าจะทำเรื่องใหญ่และร้อยเรียงคนในสังคมเข้าด้วยกันได้ ต้องหลีกเลี่ยงการใช้วาจาเช่นนี้ ต้องมีมธุรสวาจา ที่สำคัญ ฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยนั้นต้องใจกว้าง &amp;nbsp;เพราะประชาธิปไตยคือเวทีที่เปิดให้คนมามีส่วนร่วม แม้คนคนนั้นจะคิดไม่เหมือนตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายธนาธรชี้แจงว่า เกี่ยวกับการดึงนายทักษิณ ชินวัตร กลับมานั้น ความจริงตนไม่ได้พูดว่าจะดึงเขากลับมาสู่กระบวนการพิจารณาในระบบยุติธรรมในลักษณะนั้น แค่จะสื่อสารว่า ในรอบ 10 กว่าปี มีคนมากมายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้เจาะจงว่าชื่ออะไร นามสกุลอะไร ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝักฝ่ายไหน คนหลายคนต้องติดคุก หรือโดนคดีในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ ตนคิดว่าอาจจะต้องเกิดคำสั่งที่คล้ายกับคำสั่งที่ 66/2523 เพื่อเยียวยาคนที่ถูกกระทำทั้งหมด เพื่อดึงคนในสังคมกลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45275</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9cc248864f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2019 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2019 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ-ส้มหวาน&#039;เผย&#039;ธนาธร&#039;ถึงไทยเย็นพรุ่งนี้ คาดว่าจะมีคนไปรอให้กำลังใจมากพอควร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24 เม.ย.62- ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเดินทางกลับไทยของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้รับความสนใจหลังกกต.แจ้งข้อกล่าวหา กรณีการโอนหุ้น โดยน.ส.พรรณิการ์ วานิช &amp;nbsp;โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเดินทางไปกับนายธนาธรด้วย ได้แจ้งข่าวว่า นายธนาธรจะถึงกรุงเทพฯวันที่ 25 เม.ย.&amp;nbsp;ไฟลท์ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 18.55 น. คาดว่าจะมีคนไปรอให้กำลังใจมากพอควร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34356</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับไทย25เม.ย., ช่อ-พรรณิการ์ วานิช, ช่อส้มหวาน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ, หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc01105d6bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
